อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/2 วันที่ 17 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/2 วันที่ 17 มี.ค. 59

แรมนอนทุรนทุราย ร้องโอดโอย ขยับดิ้น ปวดหัวเพราะพิษไข้ไปมาอยู่บนเตียง “ใครๆ..น้อย แม่น้อย? แม่น้อยช่วย..ช่วยฉันด้วย ปวด ปวด เหลือเกิน โอย โอ๊ย!” แรมตะเกียกตะกายจนร่วงจากเตียง ปัดจานข้าว ขวด แก้ว หล่นแตกกระจาย
“ฉัน..ปวด โอ๊ย..ช่วยฉันด้วย!” แรมเห็นภาพหลอนคล้ายว่ามีใครยืนดำๆอยู่ที่ประตู แรมเบิ่งตามอง ภาพนั้นรวมตัวเป็นน้าน้อยตอนสาวๆ เป็นภาพแฟลช์แบ็คจากฉากเก่าๆในอดีต ที่ยิ้มให้กัน แรมเพ้อ “แม่น้อย..แม่น้อย..” แรมยิ้ม ยื่นมือไปหา

แพรขาว ไรวินท์ ที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านเช่าบัวน้อยหันมองกลับออกมา
“ถึงบัดนี้ พ่อคุณยังรักน้าน้อยไม่เสื่อมคลายเลยนะคะ”


“นี่แหละ..ความรัก มันบังคับกันไม่ได้ มันไร้เหตุผลจริงๆ”
แพรขาวไม่เข้าใจนัก ไม่เห็นด้วย

เสียงแรมร้องโอดโอย สองผัวเมียที่อยู่ข้างบ้านเช่าบัวน้อยพยายามชะโงกๆ ข้ามรั้วไปมอง
ฝ่ายเมียบ่น “ร้องอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วนา น่ากลัวแม่บัวน้อยจะไม่อยู่บ้านเลย..”

สองผัวเมียเดินมองๆเข้ามาถึงตัวบ้าน ประตูปิดอยู่
ป้าตะโกนเรียก “บัวน้อย บัวน้อย! อยู่หรือเปล่า? ป้าเอง” ลุงชะโงก ชะเง้อรอบๆ ไปมา ป้าเรียกอีก“บัวน้อย ไม่อยู่เหรอบัวน้อย!” สองผัวเมียเดินเข้าไป ป้าเห็นสภาพบ้านโล่ง ว่าง “โหย ข้าวของเกลี้ยงบ้าน?”
“แล้วเสียงลุงร้องจากไหน” ลุงมองหา
แรมร้องครวญคราง เสียงแหบแห้ง “โอย..โอย..ปวดๆ”
“ทางนั้น” ป้าชี้ๆรีบดึงลุงไป
สองผัวเมียตรงไปที่ห้องที่แง้มเปิดอยู่ มีเสียงแรมลอดออกมา ลุงเข้าไปดึงเปิดประตูห้องกว้างออกทั้งสองเห็นเข้าต่างตกใจ บนกองที่นอนที่เหมือนผ้าขี้ริ้ว แรมนอนครวญครางอยู่ สภาพทรุดโทรม
“แม่น้อย..แม่น้อย..” ในสายตาแรมเห็นเป็นน้อยตอนสาวยิ้มมาให้ ป้า ลุงมองหน้ากันงงๆ “แม่น้อย..มาอยู่กับฉันแล้ว..” แรมยื่นมือมาหาป้าลุง ยิ้มระโหย

ไรวินท์ แพรขาวเดินออกมาจากบ้านบัวน้อย
แพรขาวสลด “คุณเคยโทษตัวเองบ้างรึเปล่าเนี่ย..”
“เรื่องอะไร?”
“อ้าว.. ก็คุณเอาพ่อตัวเองมาทิ้งไว้กับใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่ลูกใช่เชื้อสักนิด ถ้าเขาจะทิ้ง เขาก็ไม่ผิดเท่ากับที่คุณทิ้งพ่อตัวเองไว้อย่างนี้หรอก”
ไรวินท์เสียงแข็ง “เขาเป็นเมียฉัน มันก็เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว” แพรขาวส่ายหน้างุดเดินหนี ไรวินท์ตามมาเถียง “ฉันขอแก้ข้อกล่าวของเธอ ข้อแรก ฉันไม่ได้ทิ้งพ่อ เพราะฉันมอบเงินไว้ให้บัวน้อยไว้ใช้ดูแล พ่อฉันทุกเดือน ข้อสอง บัวน้อยคือสะใภ้ ย่อมมีหน้าที่ดูแลพ่อผัวเหมือนพ่อตัวเอง”
“เหรอคะ แต่ตัวคุณเองยังละเลยพ่อตัวเองได้ แล้วใครที่ไหนจะมาแคร์”
ไรวินท์อึ้งไปครู่ใหญ่ ในที่สุด หันมาสบตา “ได้..ฉันยอมรับ..ว่าฉันก็รู้สึกบาปในข้อนี้มากพอสมควร” ไรวินท์ถอนใจยาว สีหน้าสลด ก่อนจะเอ่ยเล่าต่อ
ที่ห้องคนไข้หนักรวม โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“ฉันไปเยี่ยมพ่อทุกวัน พ่อนอนอยู่ในห้องคนไข้หนัก รู้สึกตัวเป็นบางครั้ง ครางทุรนทุราย มีหลายโรครุมเร้า ให้ยาเท่าไรอาการก็มีแต่ทรงกับทรุด”
ไรวินท์ในชุดข้าราชการ ผลักบานเข้ามา มาหยุดยืนมองแรมที่นอนหลับ หายใจพะงาบๆ อยู่บนเตียง ผอมเซียว แรมครางๆ ก่อนไอๆแรงๆติดๆกัน ไรวินท์ตกใจ สีหน้าไม่ดี หันหาเรียกพยาบาล พยาบาลรีบมาดู
“ฉันเฝ้ามองพ่อด้วยใจห่อเหี่ยว เห็นพ่อต้องทนทรมานกับอาการเจ็บป่วยอยู่ทุกวี่วัน แปลกที่พ่ออยู่มาได้อีกนาน ราวกับพญามัจจุราชยังหน่วงเหนี่ยวพ่อเอาไว้ ไม่ให้ตาย”
อีกวัน ไรวินท์ในชุดไปรเวท เดินมาเยี่ยม มานั่งมองแรมที่นอนลืมตา ร้องครางๆ หายใจเหนื่อยๆ มองเพดาน ไรวินท์เอื้อมไปจับมือแรมบีบๆ สีหน้าสลด กังวล

แพรขาว ไรวินท์ ยินนิ่งอึ้ง เงียบกันไปทั้งคู่ เห็นพวกคนไข้ พยาบาลเดินผ่านไปมา
“อย่างนี้..แม่คุณล่ะ”
“ทำไม?”
“แม่คุณ..ยกโทษให้พ่อแล้วใช่ไหมคะ “
ไรวินท์ถอนใจ หันเดินไป แพรขาวมองตาม

วารี ไรวินท์เดินคุยกันอยู่ที่มุมสวนหน้าเรือนเล็ก
“พ่อป่วยหนัก นอนอยู่ที่โรงพยาบาลกลางมาเกือบเดือนแล้วครับ” วารีสีหน้าเรียบนิ่ง มองๆจับๆดูดอกหรือผลต้นไม้ตรงหน้าไปมาเหมือนสนใจสิ่งนั้นมากกว่าเรื่องที่พูดกันซะอีก “..หมอว่าอาการไม่ดีนัก ได้แต่รักษาให้อาการไม่ทรุดลงไป”
วารีไม่มอง “แล้วแกจะให้แม่ทำอะไร”
ไรวินท์สะอึก นิ่งไปครู่ “แม่น่าจะ..ไปเยี่ยมพ่อ..ดูบ้าง”
“พ่อกับแม่ขาดกันมานานมากแล้ว ขาดกันตั้งแต่วันที่เขานอกใจแม่ ถ้าแม่ยังทำใจให้อโหสิ ไม่ได้ จะไปเยี่ยมก็ป่วยการ” ไรวินท์อึ้ง
แพรขาวที่ยืนอยู่มุมหนึ่งไม่ไกล ถึงกับเผลอตบมือดังฉาด ด้วยความสะใจ “นั่น..มันต้องอย่างน้าน...”
ไรวินท์ที่ยืนอยู่ด้วยถึงกับมองดุใส่ทันที “เธอก็มาพลอยเห็นดีกับแม่ฉันไปด้วย ผู้หญิงนี่เหมือนกันทุกคน ฝังใจแล้วไม่ลืม”
แพรขาวยวนใส่ “ถ้าลืม ก็ไม่เรียกว่าฝังใจนะซีคะ แม่คุณชนะเลิศ เด็ดขาดได้โล่ห์..“ให้อโหสิเมื่อไรค่อยไปเจอหน้า” ว้าว..เริ่ด.. ฉันช้อบชอบ ดีแล้วคุณแม่ เรื่องอะไรจะไปเห็นค่าของคน ที่ไม่ได้เห็นค่าเราเลย”
ไรวินท์ถึงกับส่ายหัว เซ็ง
ทันใด บ่าวคนหนึ่งวิ่งโร่มาจากทางเรือนใหญ่ หน้าตื่นมาที่ไรวินท์กับวารี “คุณท่าน..คุณท่านคะ เร็ว..เร็ว”
“คุณพ่อคะ ทานอีกนิดไหมคะ” แรมส่ายหน้าเบาๆ รำไพหันไปบอไรวินท์ “พี่ไม่ต้องกังวลนะ รำไพเต็มใจมาดูคุณพ่อ อยู่ใกล้บ้านแค่นี้ เลิกงานไพจะรีบมาเฝ้า พอเช้าๆ ไพค่อยกลับบ้านไปอาบน้ำไปทำงาน”
“ขอบใจมากรำไพ พี่ฝากด้วยนะ พี่จะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ”
“จ้ะพี่วินท์..”
“อ้ะ ค่าขนม” ไรวินท์ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้
รำไพพนมมือไหว้ “พี่วินท์..ไม่ไปค้างที่บ้านบ้าง”
“ทำไมพี่จะไม่อยากไป..แต่พ่อป่วยแบบนี้ งานพี่ก็ยุ่ง ..มันหลายเรื่องนะ รำไพ ไว้พ่อหายเมื่อไหร่ พี่จะไปนะ”
ไรวินท์ทอดตามองแรมอย่างหดหู่ รำไพพยายามยิ้ม กึ่งๆยอมรับสภาพ

รำไพหลังเลิกงาน เดินถือถุงสัมภาระเล็กน้อยส่วนตัวสำหรับค้างคืนมา สวนกับอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวป่วย ที่กำลังเดินกระย่องกระแย่งจะล้ม รำไพรีบตรงเข้าไปพยุง “ระวังๆค่ะ”
“โอ๊ะ..อุ๊ย ขอบใจนะหนู”
“ค่ะ คุณป้าจะไปไหนคะ?”
“ป้าก็เดินออกกำลังนี่แหล่ะ แต่เมื่อครู่รีบไปหน่อย..หนูมาเยี่ยมญาติหรือ”
“ค่ะ คุณลุงหนูป่วยนอนอยู่ข้างบน”
“นี่ฉันมาผ่ามดลูก อยู่มาจะเดือนแล้ว ไม่มีใครมาดูหรอก อยู่คนเดียว..หนูตามสบายนะ ขอให้คุณลุงหายเร็วๆล่ะ “
“ขอบคุณค่ะ”
แม่ชีเดินกระย่องกระแย่งต่อไป รำไพมองๆตามอย่างรู้สึกสงสารๆ ก่อนหันเดินต่อ

เย็นอีกวันต่อมาแพรขาว ไรวินท์เดินคุยกันมาตามทางระเบียงที่มีคนไข้ พยาบาลเดินกันไปมา
“แล้วคุณรำไพไปมาอย่างนี้ทุกวันเหรอคะ”
“ใช่ ทุกวัน”
“คุณล่ะ?”
ไรวินท์เจื่อน “ฉันก็มาบ้าง” เขาอึกอักนิดๆ “เป็นบางวัน”
แพรขาวปลง “นั่นสิ ฉันไม่น่าถามเลยนะ”
ไรวินท์สะอึก แพรขาวหันไปเห็นรำไพกำลังเดินถือถุงสัมภาระมาเช่นเดิม แต่ในมือมีถุงผลไม้ติดมาด้วย รำไพเดินเลาะๆมองเข้าไปภายในห้องพักคนป่วย ที่มีคนป่วยนอนกันมากมาย จนเห็นบุญมานั่งยกเหวี่ยงแขนอยู่ที่เตียงไปมาลำพังมุมหนึ่ง รำไพดีใจ แพรขาวมองตาม
ถุงผลไม้วางอยู่ข้างๆเตียงบุญมา รำไพนั่งเก้าอี้คุยอยู่ข้างเตียง
“ลุงแกทิ้งป้าไปมีเมียใหม่ ส่วนลูกก็เหมือนไม่มี เจอหน้าก็เอาแต่แบมือขอเงิน ไม่ให้มัน มันก็โกรธ นี่มันไปอยู่ที่อื่นตั้งนานแล้วไม่ได้ติดต่อกันเลย นั่นละนะ..” บุญมาถอนลมหายใจยาว มองเหม่อๆไกลๆ
รำไพแอบสงสารผู้หญิงตรงหน้า

รำไพประคองบุญมาเดินๆตามทางเดินระเบียงหน้าห้องผู้ป่วย
“ป้าตอนสาวๆก็หุนหันพลันแล่น ไม่ได้คิดอะไรให้ดี ผู้ชายมาพูดดีทำดีด้วยก็ตายใจ รู้ทั้งรู้นะ ว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว ก็ยังไม่ฟังคำเตือนพ่อแม่ หอบข้าวหอบของไปอยู่กับเขา กว่าจะเห็นลายก็มีลูกด้วยกันเสียแล้ว จะถอยหลังกลับก็อายญาติพี่น้อง เลยต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมไปจนแก่..” รำไพสะท้านวูบ “ถ้าผู้ชายที่ทิ้งเมียมาหาหนูได้ ก็ทิ้งหนูไปหาคนอื่นอีกได้ ป้าเจอมากับตัวเอง ลูกมันก็ได้ นิสัยพ่อมาเต็มตัว ที่โบราณเขาว่า ลูกไม้มันย่อมตกไม่ไกลต้น”
รำไพรู้สึกปั่นป่วน เมื่อโดนสะกิดความรู้สึกลึกนี้เข้าอย่างจัง “ป้าผิดศีลข้อสามมาตั้งแต่สาวๆ รู้ว่าผิดก็ยังทำต่อ หนูเอ๋ย ถ้าป้าคิดได้เสียตั้งแต่ยังไม่มีลูก ป่านนี้ก็คงสบาย ไม่ต้องตกนรกจนแก่” รำไพอึ้ง น้ำตาร่วงไม่รู้ตัว “โถ หนูไม่ต้องสงสารป้าหรอก แม่คุณ ป้าสบายดีแล้ว มีวัดเป็นที่พึ่ง เหงาบ้างก็ช่างมัน”
รำไพยิ่งน้ำตาร่วงรินพร่างพรู ด้วยความอัดอั้นที่มีมานาน จนถึงกับปล่อยโฮ “เปล่าค่ะ เปล่าค่ะป้า..ฮือๆๆ”
แม่ชีพยายามปลอบ “หนู..หนู..ใจเย็นๆ ทำใจดีๆ ถ้าอย่างนั้นหนูมีอะไร บอกป้าสิ บอกป้ามา..บอกมาเถอะ”
แม่ชีจ้องหน้าตั้งใจรับฟังรำไพ รำไพเริ่มได้สติ หยุดสะอื้น มอง แพรขาวเดินเข้ามา มองไปที่คนทั้งสองที่กำลังปรับทุกข์กัน

รำไพ พาบุญมาเดินกลับมาถึงหน้าห้องพักคนไข้ บุญมาลูบหลังลูบไหล่ปลอบรำไพไปมา รำไพส่งผ้าเช็ดหน้าที่ซับหน้าตาในมือคืนให้บุญมา
“หนูก็ลองคิดตัดสินใจเอาแล้วกัน ป้ารู้ว่าการตัดใจจากผัวน่ะมันยาก แต่ถ้าตัดใจได้ หนูก็จะรอดพ้นจากทุกข์ครั้งนี้เสียที”
รำไพคิดละล้าละลัง ก่อนตอบ “ถ้าหนูไป หนูก็ต้องออกจากงาน หนูไม่อยากตกงานค่ะป้า”
แม่ชีมองอย่างเข้าใจรำไพ รำไพแววตาครุ่นคิดหนัก

รำไพพลิกตัวแรมที่หายใจรวยรินหลับใหลไม่ได้สติ เช็ดตัวให้ไปมาอย่างยากลำบาก ฝนตกครืนๆ รำไพหลับเฝ้าอยู่ข้างเตียงแรม เผลอสะดุ้งตื่นตามเสียงฟ้าร้องดัง หันมองไปที่เตียง เห็นแรมรู้สึกตัวตื่น ร้องๆเบาๆ
“พ่อคะ มีอะไรคะ”
แรมได้แต่ครางๆ รำไพรีบลุกดู เช็คนั่นนี่ ก่อนเห็นว่าปกติไม่เป็นอะไร แรมก็ค่อยๆเงียบเสียงหลับนิ่ง รำไพสีหน้าแววตาเหนื่อย ทิ้งตัวนั่งมองแรม ฟ้าร้องครืนๆ รำไพแววตาครุ่นคิด ตัดสินใจไม่ได้
วารีและสีนวลเดินขึ้นบันไดระเบียงตึก วารีในชุดภูมิฐาน ส่วนสีนวลสวมชุดคลุมท้อง ดูรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆซัก4-5 เดือน เดินเรื่อยๆมาตามทางเดินระเบียง

รำไพกำลังจัดขวดยาบนโต๊ะให้เข้าที่อยู่ข้างเตียง บานประตูลวดห้องคนไข้ถูกผลักเปิดเข้ามา สีนวล วารีหันมองรอบ เห็นคนไข้นอนเรียงรายอยู่ 5-6 เตียง ก่อนตรงไปที่เตียงแรม ที่รำไพอยู่ หญิงทั้งสองมาหยุดยืนที่หน้าเตียง รำไพหันมามองตกใจเล็กน้อย วารีสีหน้าเข้มงวดๆยืนอยู่ กับสีนวลมองมา รำไพมอง ดูสภาพสีนวล ที่เห็นได้ชัดว่าท้อง สีนวลมองรำไพ งงๆ

รำไพมองที่วารีและสีนวลด้วยอาการประหม่า วารีมองรำไพตรงๆตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
รำไพได้สติวางขวดยาลง รีบยกมือไหว้ลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงที่ตนนั่งอยู่ เชิญวารี “ชะ..เชิญนั่งก่อนค่ะ เอ่อ คุณพ่อ ยังไม่ได้สติเลย”
“คุณพ่อ?” วารีมองหน้าสีนวลแบบ รู้กันว่าชักไม่ชอบมาพากล
“ค่ะ ท่านเพิ่งรับยาไปได้สักครึ่งชั่วโมง แต่คิดว่าน่าจะปลุกได้” รำไพกำลังจะหันไปปลุกแรม
วารีห้าม “ไม่ต้อง ฉันแค่จะมา...ดูอาการ ก็เท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณๆ ตามสบาย เดี๋ยวดิฉันว่าจะขอตัวเอาข้าวของไปล้างสักหน่อย” รำไพเก็บพวกถ้วย ชาม แก้วน้ำ ใส่ถาด เตรียมจะเดินออกไป

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/2 วันที่ 17 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ