อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/3 วันที่ 17 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/3 วันที่ 17 มี.ค. 59

“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณๆ ตามสบาย เดี๋ยวดิฉันว่าจะขอตัวเอาข้าวของไปล้างสักหน่อย” รำไพเก็บพวกถ้วย ชาม แก้วน้ำ ใส่ถาด เตรียมจะเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน...”
รำไพสะดุ้ง หันกลับมาด้วยความตื่นเต้น วารีมองตารำไพไม่วางตา “คะ”
“ไรวินท์มาบ่อยไหม”
สีนวลตกใจ ไม่อยากให้วารีถาม “คุณแม่”
รำไพงงไปหมด พยายามรวบรวมสติ

“ว่าไง ฉันถามว่าไรวินท์มาเยี่ยม...คนไข้ ทุกวันหรือเปล่า”


“สามสี่วันมาทีค่ะ ตะ... แต่ อาทิตย์นี้ดิฉันยังไม่เห็นคุณพี่มา”
“แปลว่าเธอต้องอยู่เฝ้า..คนไข้ ทุกวันสินะ ดูท่าทางเธอไม่ใช่น่าจะเป็นพยาบาลที่นี่ เธอเป็นอะไรกับคนไข้”
“ดิฉัน...”
วารีก้าวเข้าไปหารำไพอีก รำไพหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออก มือที่ถือถาดต่างๆ เริ่มสั่น“เธอเป็นญาติฝ่ายพ่อหรือญาติฝ่ายแม่”
รำไพมือถือถาดสั่นมากขึ้น สีนวลหายใจหอบถี่ รู้สึกลูกดิ้น รู้สึกเจ็บเหมือนจะเป็นลม วารียังคงมองหน้ารำไพนิ่ง รำไพรู้สึกมืออ่อนแรง ถาดทำท่าจะตก วารีเอามือมาจับถาดในมือรำไพไว้ให้มั่น มองหน้าแล้วพูดใกล้ๆ “ฉันถามใหม่ก็ได้ เธอเป็นอะไรกับไรวินท์ เธอไม่ใช่ญาติแน่ๆ เพราะถ้าใช่ ฉันก็ต้องรู้จัก ฉันเป็นแม่ของไรวินท์ แล้วก็นี่ เมียตบเมียแต่งของเขา คุณสีนวล”
สามคนมองน้ากันไปมา รำไพสีหน้ากระอักกระอ่วน
ที่หน้าห้องคนไข้ วารีก้าวเดินนำออกมา มีรำไพเดินก้มหน้า ตามออกมาอย่างกลัวๆ สีนวลนั่งหน้าซีด กุมอก อยู่ข้างๆ เตียงแรมข้างใน

วารีกระซิบขู่ “ฉันมีเวลาไม่มาก และไม่อยากกวนคนไข้คนอื่นๆ บอกฉันมาสิ เธอเป็นใคร”
“ดิฉัน...ชื่อรำไพค่ะ”
วารีมองตั้งแต่หัวจรดเท้า “แม่รำไพ รูปก็งาม นามก็เพราะ เสียแต่สติปัญญาน้อยกว่าความสวย ถึงได้หวังสบายมาเป็นเมียเก็บ..”
รำไพตกใจ “ดิฉัน ไม่ได้ตั้งใจ ดิฉัน...”
“ไม่ตั้งใจ...ไม่ได้ตั้งใจอะไรของหล่อน กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง ยังบอกไม่ตั้งใจหล่อนมาสนิทชิดเชิงกับลูกชายของฉันได้ยังไง แม่คุณ”
“โอ๊ย” เสียงสีนวลร้องทำให้วารี รำไพ หันไปดู สีนวลทรุด ตัวงอลงกับพื้น
“แม่นวล แม่นวลเป็นอะไรไป” วารีรีบกลับเข้าไปในห้อง
รำไพตัวสั่น สักครู่เริ่มได้สติ รีบตามเข้าไป

สีนวลร้องครางเบาๆ จับท้อง วารีวิ่งมาใกล้ๆ รำไพเดินตามเข้ามา “เป็นอะไรแม่นวล อุ๊ย หน้าซีดๆ จะเป็นลมหรือไง“
“ลูกดิ้นค่ะ แรงจนเจ็บไปหมด”
วารีพูดให้รำไพได้ยิน “โธ่เอ๋ย ไม่น่าตามมาเลย กำลังท้องกำลังไส้แท้ๆ นี่ยังไม่หายแพ้เลย” วารีบอกรำไพ “นี่แหละย่ะ เมียพ่อวินกำลังท้องเข้าเดือนที่ห้าแล้ว พ่อวินเห่อลูกอย่างกะอะไรดีใจซะอย่างกะได้แก้ว”
รำไพมองสีนวลเต็มตา “เดี๋ยวฉันจะไปตามพยาบาลมาให้นะคะ”
“แม่พระซะจริงๆ ไม่ต้องหรอก แม่รำไพ เธอยังสาวยังแส้ หน้าตาก็ดี กลับตัวกลับใจเสียใหม่เถอะ” วารีชี้ไปที่แรม “หล่อนดูนี่ ตัวอย่าง มีเมียมีลูกแล้ว แต่ก็ไม่วายใจอ่อนมีเมียอีก เข้าตำราหญิงร้ายชายชั่ว ตอนท้ายหมดรูป ตกอับ ญาติพี่น้องไม่เหลียวแล ขอบอกตรงๆ นะ ฉันไม่อยากให้ลูกชายของฉันหลงผิดเหมือนพ่อ” แรมมีท่าทีขยับ เหมือนเริ่มได้สติ แต่ยังไม่มีคนเห็น “ไรวินท์ได้เมียดีอย่างสีนวล ฉันก็โล่งใจ ส่วนผู้หญิงหน้าด้านไม่เลือกลูกใครผัวใครคนอื่นๆ ฉันไม่รับมาเป็นสะใภ้ รู้ไว้ด้วย”
รำไพเข่าอ่อน ต้องเอาตัวพิงกับผนังไว้ไม่ให้ล้ม
สีนวลร้องอีก “โอ๊ย เจ็บ คุณแม่ขา ลูกดิ้นแรงเหลือเกิน”
“คงเหนื่อยละมัง ไป กลับบ้านกันแม่นวล” วารีประคองสีนวลจะเดินออกไป “เดี๋ยวนะแม่นวล” วารีหันหลังกลับเดินพุ่งไปหารำไพ ก่อนจะเดินผ่านไป ตรงไปที่เตียงของแรม “คุณแรมฉันมาเยี่ยม จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามเถิด ไม่ได้คิดอะไรหรอกที่มานี่ ถือว่าเป็นพ่อของลูกเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นอื่นอีกนอกจากนี้”

แรมขยับมากขึ้น สายตาแรมที่ค่อยๆ เห็นเป็นวารีมองลงมาจากมุมสูงจากเบลอๆเป็นชัดขึ้นๆ หน้าแรมตกใจ ทุรุนทุราย แต่พูดอะไรไม่ได้ เหมือนจะร้องไห้ เหมือนจะร้องโหยหวน เพราะความกลัว
วารีมองแรมนิ่งสักครู่ด้วยความสะเทือนใจปนสมเพช ลดเสียงลง “ไม่ต้องกลัวหรอกคุณ ฉันเอง...วารี ไม่ใช่ยมบาลที่ไหน” วารีขยับเข้าไปใกล้ แรมยิ่งถอยไปเหมือนจะหนี ทุรนทุราย “ถ้ามีบาปกรรมอื่นๆ ที่จะต้องชดใช้ ก็ขอให้รู้ว่าไม่รวมของฉัน ฉันให้อโหสิคุณหมดทุกอย่าง ไม่มีหนี้เวรกรรมต่อกันอีก” วารีเดินหันหลังกลับ
ด้านหลังเห็นแรมมองตาม ปากกระตุก ทุรนทุราย วารีเดินผ่านรำไพ มาที่สีนวลคว้ามือสีนวล ขณะเดินผ่านกัน สีนวลมองตารำไพแบบประณามปนเจ็บปวดว่า มาทำฉันทำไม ก่อนจะเดินตามวารีไป รำไพทรุดตัว เข่าอ่อนลงพื้นน้ำตาไหล
แรมมองตามวารี ที่เดินจากไป อาการทุรนทุรายค่อยๆ ลดลง เพราะอ่อนแรงจนเหนื่อย ค่อยๆ หลับตาลง น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งๆ ที่หลับตาสนิท หายใจรวยริน

ก๊อกน้ำในอ้างล่างหน้าเปิดแรงๆ รำไพยืนน้ำตานองหน้ามองกระจก รำไพเอาน้ำล้างหน้าแรงๆ หลายๆ ครั้ง ก่อนจะมองหน้าตัวเองที่กระจกอีก “พี่วิน...ทำไมพี่ทำกับฉันอย่างนี้”
ภาพอดีต ในความคิดของรำไพ ที่บ้านเช่ารำไพ รำไพกำลังเตรียมอาหารอยู่ที่ครัว ไรวินท์ย่องมาจากด้านหลัง ยืนมองรำไพสักครู่ ก่อนจะเข้าไปสวมกอดจากด้านหลัง
“อุ๊ย” รำไพหันกลับมาอยู่ในอ้อมกอด “พี่วิน”
“ก็พี่วินคนเดิมของรำไพน่ะสิ นึกว่าใครหรือ”
รำไพจับหน้า “ไหน ขอรำไพดูหน้าให้ถ้วนถี่ที พี่วินของดิฉัน ไม่ใคร่มาหาเสียนาย จวนเจียนจะจำหน้าไม่ได้เสียแล้ว”
ไรวินท์ยื่นหน้าไปใกล้มาก “ดูห่างอย่างนั้น จะเห็นหรือ มา ต้องใกล้ๆอย่างนี้”
“พี่วินก้อ” รำไพเขิน หนีออกไปจากวงแขนไรวินท์
“วันนี้ พี่โชคดีจัง จะได้กินข้าวฝีมือเมียคนสวย”
“จุ๊ๆ อย่าอึงไปสิค่ะ อายข้างบ้านเขา”
“อายทำไม ก็เราเป็นผัวเมียกันจริงๆ นี่นา”
รำไพปลื้มกับคำว่าผัวเมียสักครู่ ก็เศร้าลง “แต่รำไพเป็นแค่คนจนๆ คุณแม่พี่คงไม่อยากได้มาเป็นสะใภ้”
ไรวินท์รวบมือ “อดทนหน่อยนะ รำไพ พี่จำต้องแต่งกับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก ตามใจคุณแม่ แต่อีกไม่นาน หล่อนคงจะขอเลิกรากับพี่ไปเอง”
“คุณพี่..เอ่อ..ไม่เอ็นดูเธอบ้างหรือคะ อยู่ด้วยกันทุกวันอย่างนั้น”
“ดู ช่างทำตะล่อมถามโน่นนี่ อยากรู้ว่าพี่รักใครใช่ไหมล่ะ” ไรวินท์มองตารำไพตรงๆ รำไพสะเทิ้นอายมาก ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “พี่ไม่เคยรักผู้หญิงคนนั้นเลย ต่างคนต่างอยู่ไปอย่างนั้นเอง ที่สำคัญ”
“อะไรหรือคะ”
“พี่แยกห้องนอนกับหล่อนเสียด้วย กะว่าจะเก็บไว้ให้เมียที่พี่เลือกเองเท่านั้น”
“พี่วิน...”
ไรวินท์อุ้มตัวรำไพออกไป รำไพละมือจากเครื่องครัว

รำไพร้องไห้หนัก “ไม่ได้รักคุณสีนวลงั้นเหรอ แล้วทำไม ทำไม...” รำไพเจ็บช้ำ รุดตัวลงกับพื้นนั่งร้องไห้โฮ
เสียงเคาะประตู ดังขึ้น เสียงบุญมาเรียกรำไพจากด้านนอกห้องน้ำ “หนูรำไพ หนูรำไพ อยู่ข้างในหรือเปล่า”
รำไพไปถอดกลอนประตู “คุณป้าขา...รำไพไม่เหลือใครแล้ว ไม่เหลือใครแล้ว” รำไพเข้าไปกอดบุญมา ร้องไห้ ปิ่มว่าจะขาดใจ

ภายในห้องทำงาน ไรวินท์กำลังลงนามเอกสาร มีเจ้าหน้าที่ยืนรอรับอยู่
“มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม”
“สุดท้ายแล้วครับ “ ไรวินท์พยักหน้ารับ เตรียมเก็บข้าวของ “ท่านพักผ่อนบ้างนะครับ” ไรวินท์เงยหน้าขึ้นด้วยความงง “ทราบว่าท่านหัวหน้ากอง ต้องเทียวไปดูแลคุณพ่อที่ป่วยที่โรงพยาบาล และดูแลภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ ไหนจะงานที่กระทรวงอีก งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ไม่เว้นเลยจริงๆ”
“อ่อ” ไรวินท์ทำเนียน “ก็ เราเป็นหลักของครอบครัวนี่น่ะ ไม่ได้รู้สึกหนักหนาอะไรหรอก ฉันเต็มใจ ขอบใจมาก”
“ท่านหัวหน้ากองสมกับเป็นนักบริหารจริงครับ”
ไรวินท์ยิ้มแทนคำตอบ ด้วยความกระหยิ่ม เก็บของเสร็จกำลังจะเดินไป ลูกน้องรีบมาช่วยถือกระเป๋าแล้วเดินออกไป

ภายในรถยนต์ของไรวินท์ ไรวินท์พูดเบาๆ ด้วยความกระหยิ่ม “สมกับเป็นนักบริหารงั้นหรือ..หึหึ”
ไรวินท์ขับรถมาจอดที่หน้าบ้านมาลาตี คนใช้วิ่งมาเปิดประตูบ้านให้อย่างรู้งาน มาลาตีออกมาโผล่ดูหน้าบ้าน บนบันได ใส่ชุดสวย พอเห็นว่าเป็นไรวินท์ ก็ยืนส่งยิ้มมาให้ไรวินท์อย่างหยดย้อย

ไรวินท์นั่งทานน้ำชากับมาลาตีสองต่อสอง ที่มุมห้องเห็นนางมะลิแอบดูสักครู่แล้วเดินจากไป มาลาตีร้องเพลงราตรีประดับดาว(ไทยเดิม พระราชนิพนธ์ร.7) สดๆ แบบไม่มีดนตรีให้ไรวินท์ฟัง
“วันนี้ แสนสุดยินดี พระจันทร์วันเพ็ญ
ขอเชิญสายใจเจ้าไปเที่ยวเล่น ลมพัดเย็นเย็น หอมกลิ่นมาลี
หอมดอกราตรี แม้ไม่สดสี แต่หอมดีน่าดม
เหมือนงามน้ำใจ แม้ไม่ขำคม
กิริยาน่าชม สมใจจริงเอย”
มาลาตีร้องเพลงท่อนสุดท้าย จบลง
“หมู่ภมรร่อนหาช่อมาลี แต่ตัวพี่จำจากพรากไปไกล
หอมดอกจำปี นี่แน่พรุ่งนี้จะกลับมาเอย ฯ”
ไรวินท์นั่งมองนิ่งยิ้มอย่างหลงใหล
“ถึงไม่มีดอกไม้มาให้ ก็น่าจะมีเสียงปรบมือเป็นกำลังใจกันสักนิดสิคะ”
ไรวินท์รู้ตัวรีบปรบมือให้ ก่อนจะลุกไปรับมาลาตีกลับมานั่งโต๊ะ เลื่อนเก้าอี้ให้ “พี่มัวแต่เพลินไปกับบทเพลงที่คุณมาลาตีขับกล่อม เสียจนลืมตัว”
“อย่างนั้นเทียวหรือคะ ร้องพอให้แก้กลุ้มใจไปเท่านั้นเองค่ะ ..กลุ้ม..เรื่องพินัยกรรม..ที่เหมือนจะไม่จบง่ายๆ คุณพี่สุดสวาทเธอถือทิฐิเหลือเกิน เฮ้อ ตอนนี้ ข้าวของก็แพงขึ้นเรื่อยๆ ดิฉันไม่ทราบว่าจะมีแรงมีอัฐิไปสู้รบปรบมือกับเธอได้อีกกี่มากน้อย” มาลาตีเข้าไปคว้ามือไรวินท์ไว้ “พอจะทราบข่าวคราวทางคุณพี่สุดสวาทบ้างไหมคะ คือ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ดิฉันจะได้นำไปปรึกษากับคุณทนาย เพื่อหาลู่ทางประนีประนอมกับคุณพี่สุดสวาทเธอน่ะค่ะ” มาลาตีทำหน้าฉะอ้อน
ไรวินท์เอามือกุมมือมาลาตีไว้ มองตานิ่ง

บ้านเรือนวารีตรงลานบ้าน วารีกับสีนวล เดินขึ้นมา บ่าวไพร่ถือข้าวของตามมา
“พวกเอ็งรีบไปจัดยาหอมยาลมมาให้คุณสีนวลที เป็นยังไงบ้างแม่นวล ดีขึ้นไหม”
สีนวลยังหน้าเศร้าอยู่ “เอ่อ ค่ะ ลูกคงหลับไปแล้ว ไม่กระทุ้งท้องแล้ว”
“ดีแล้ว..” วารีทำหน้าแค้น “เรื่องนั้นน่ะ เดี๋ยวแม่จะจัดการให้ ..หล่อนไปพักผ่อนที่เรือนหล่อนเถอะ เดี๋ยวหลานฉันจะไม่สบายไปด้วยอีกคน”
สีนวลก้มไหว้สวยงาม “ค่ะ คุณแม่”

ที่เรือนสีนวล สีนวลเดินมาที่ตั้งสำรับกับข้าว แล้วพยักหน้าให้บ่าวไพร่ออกไป สีนวลมองสำรับอาหารมากมาย แต่มีเธอรับประทานลำพัง สีนวลนั่งลง เดียวดาย เหงาๆ สีนวลลูบท้องพูดกับลูก “กับข้าวเยอะเชียว เราทานกันสองคนนะลูกนะ” สีนวลพยายามสดชื่นจะตักอาการ ก็เห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามายืนอยู่ สีนวลมองขึ้นไปเห็นเป็นไรวินท์ก็ดีใจ “คุณพี่ วันนี้คุณพี่มารับข้าวเป็นเพื่อนน้องหรือคะ”

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/3 วันที่ 17 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ