อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/5 วันที่ 18 มี.ค. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/5 วันที่ 18 มี.ค. 59

แรมคิ้วขมวดมองไรวินท์ อย่างรำคาญขึ้นมา “ไรวินท์ เป็นอะไร หยุดงอแงเดี๋ยวนี้..ไม่งั้นพ่อตีจริงๆ”
“ฮือๆ ไม่..ไม่เอา ไม่ตี แม่..แม่ วินไม่เอา วินไม่เอาพ่อ..ฮือๆๆ” ไรวินท์ที่ยอมคลายมือจากผ้านุ่งวารี ก็เอื้อมไปหยิบจานข้าวตรงหน้าเหวี่ยงเต็มแรงไปใส่แรม
“โอ๊ย”
แล้วนึกถึงภาพตอนที่ทะเลาะกันตอนโต
“แม่รักพ่อมากแค่ไหน พ่อก็ทราบดี แต่พ่อก็ยังไป..สำเริงกับผู้หญิงคนนั้น ผมจะบอกให้เอาบุญเถอะ ถ้าพ่อไม่ไต่เต้าจากครูจนๆ ขึ้นมาเป็นขุนนางมหาดไทย..สองตาผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีทางมาแลพ่อ”
“ไอ้วิน!” แรมเดือดโกรธหน้าแดงตรงไปเงื้อมือขึ้นหวังจะเหวี่ยงตบปากไรวินท์ที่ยืนเชิดนิ่งจ้องสู้ไม่กระพริบตา

บ้านเช่าแบบเรือนชั้นเดียว อยู่เป็นหลังใหม่ในตรอกที่ที่สะอาดเรียบร้อยกว่าตรอกเดิม ไรวินท์นั่งอยู่กับแรมที่ชานเรือน ไรวินท์ยื่นซองเงินวางให้ แรมที่ตอนนี้แรมดูมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เสื้อผ้าใหม่สะอาด มีแก้วและขวดเหล้าวางอยู่ รีบคว้าซองมาเก็บไว้


“แม่ของลูกเป็นผู้หญิงดี พ่อตำหนิเขาไม่ได้หรอก” ไรวินท์ตั้งใจฟัง “แต่คำพูดที่ว่า อยู่กันไปก็รักกันไปเอง มันไม่จริง..ก็อาจจะจริงกับผู้หญิง แต่ผู้ชายเรา ถ้ารักจืดจางเสียแล้ว ก็เหลือแต่หน้าที่..และในที่สุด แม้แต่หน้าที่ก็จะรั้งไว้ ไม่อยู่ ถ้าใจไม่อยู่เสียอย่าง”
“แต่ความดีของแม่..ไม่ได้เหนี่ยวรั้งพ่อไว้ได้บ้างเลยหรือครับ”
“ก็เหนี่ยวรั้งไว้จนลูกอายุหลายขวบนั่นล่ะ”
ไรวินท์มองควันดำที่ลอยล่อง “พ่อแรม ผมอโหสิให้พ่อครับ”

ไรวินท์เดินเข้ามาที่กระทรวง ผ่านเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ทักทายยิ้มแย้ม เขาเดินมาที่โต๊ะทำงาน กำลังจะหยิบแฟ้มมาตรวจ ก็พอดีเห็นจดหมายของรำไพวางอยู่ ไรวินท์พลิกดู เห็นข้อความว่า “เรียน ท่านหัวหน้ากอง”
“ลายมือรำไพนี่” ไรวินท์เปิดจดหมายอ่าน เป็นจดหมายลาของรำไพ
“เรียนพี่วินที่รักยิ่งของไพ เมื่อได้รับจดหมาย ไพขอกราบลาพี่ไปแล้ว ไพไปอยู่ที่ไหนพี่อย่าทราบเลย ไพลาออกจากงานไปหางานทำใหม่ ที่ไหนยังไม่ทราบ แต่เสมียนพิมพ์ดีดลูกจ้างชั่วคราวอย่างรำไพ คงจะหางานทำได้ไม่ยาก”
รำไพยื่นใบลาออก ที่แผนกสารบัญ ที่กระทรวง แล้วเดินออกมา
“ไพพบแม่และเมียของพี่มาเยี่ยมพ่อของพี่ที่โรงพยาบาล จึงได้ทราบว่าเมียของพี่ท้องหลายเดือนแล้ว ไพทนไม่ได้ ไพไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ตรงไหนดี ไพไม่อยากเป็นเมียน้อย “
รำไพปิดประตูบ้านเช่า มองด้วยความอาลัย หันหลังกลับ เห็นบุญมาชุดขาว ยืนรออยู่ พยักหน้าให้
“ไพยังทำใจอโหสิพี่ไม่ได้ แต่ที่ทำได้คือไพไม่ขอก่อบาปกรรมกับผู้หญิงด้วยกันนานไปกว่านี้“
รำไพเดินเคียงบุญมาไป จนสุดสายตา
“ไม่ต้องตามหาไพ ไพปลอดภัย และสบายใจกว่าที่เก่ามาก ขอให้เราสองคนหมดเวรหมดกรรมกันแต่เพียงแค่นี้ จาก รำไพ”

ไรวินท์ยืนหน้าประตูห้องเช่าของรำไพเปิดเข้าไปห้องเช่าของรำไพ ที่มีแต่ความมืด กดสวิทช์ไฟ ไฟโคมกลางห้อง ส่องให้เห็นห้องที่ว่างเปล่า
หน้าบ้านเช่า ไรวินท์เอาไม้ขีด เผาจดหมายของรำไพทิ้ง “ไปดีเถอะนะ รำไพเมียพี่”

แพรขาวยกมือท่วมหัว “สาธุ” แพรขาวหันมามองไรวินท์ ที่นั่งอยู่จ๋องๆ “คุณรำไพนี่ใจเด็ดน่าดู เก่งสมกับที่ได้เรียนหนังสือหนังหามาบ้าง ฉันยินดีกับคุณรำไพจริงๆ ที่หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ได้เสียที”
“แม่แพรขาว ได้ทีขี่แพะไล่เชียวนะ”
“งั้นคนที่จองเวรสาปแช่งจนคุณไปไหนไม่ได้ ก็ไม่ใช่แม่บัวน้อยและแม่รำไพแน่นอน”
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”
“แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าฉันเกิดทันในยุคของคุณ ฉันจะอยากจะรู้จักใคร”
“ฉัน?”
“ผู้ชายหน้าตา..พอไปวัดไปวาได้นี่ หลงตัวเองทุกคนเลยใช่ไหม” ไรวินท์ขันเบาๆ “คุณสีนวลต่างหากล่ะ ถ้าฉันรู้จักเธอ ฉันจะไปบอกกับเธอว่า ให้เลิกกับผู้ชายห่วยๆ สามีของคุณซะเถอะ”

ที่ห้องเก็บของ ผีสีนวลเดินวนไปวนมา ด้วยความโกรธแค้นไรวินท์ ก่อนจะผลักหน้าต่างออกไป เกิดแรงลมพัดต้นไม้ในสวนโอนเอนไปมา ลมพัดแรงมาถึงหน้าต่างห้องนอนของแพรขาว เสียงหน้าต่างปิดดังลั่น ชมพูร้องไห้ตกใจ
แพรขาวสะดุ้งตื่นบนเตียง “ไม่เป็นไรนะลูก ไม่มีอะไร แม่อยู่นี่แล้ว” แพรขาวรีบลุกไปปิดหน้าต่าง ฝนตกกระหน่ำสาดใส่หน้าต่าง

เช้าวันใหม่แพรขาว นั่งอยู่ที่ทำงาน กำลังทำงานง่วนอยู่ จู่ก็รู้สึกว่า มีกลุ่มคนมายื่นจ้องหน้า เป็นเพื่อน ๆ สามสาวนั่นเอง “ยัยแพร”
แพรขาวทำหน้างง

ที่มุมหนึ่งของตึก แก๊งค์เพื่อนสาวมาล้อมแพรขาว ที่ยืนหลังพิงฝา
เจ๊ยอดซัก “ตกลงว่าไง ได้ข่าวว่า แม่หม้ายทรงเครื่องหมาดๆ จะกลับไปคืนดีกะคุณนายแถบทิพย์แล้วใช่ไหม”
แพรขาวมองหน้านลิน “นลิน เธอเที่ยวเอาไปเล่าเหรอ”
หวานปราม “อย่าไปพาลเด็กมัน ว่าไงแก เอาแน่เหรอย่ะ”
“ไม่หรอก”
หวานอยากรู้ “อ้าว แล้วที่แก หอบลูกไปหาแม่ผัวล่ะ เขาก็ออกจะแฮปปี้ ฟินเฟ่อร์ไม่ใช่เหรอย่ะ”
“ก็แค่พาไปทานข้าว แล้วก็ไปอยู่บ้านโน้นวันหยุด อีกอย่าง ไม่เกี่ยวกะพี่กร”
เจ๊ยอดร้องเพลง “น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน”
“ก็แค่สงสารลูก คนอื่นไม่เกี่ยว”
หวานเข้าใจ “เออ ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว ดีแล้ว มรดกของลูกน่ะสำคัญนะย่ะ ถึงแกไม่อยากได้เงินเขา แต่นั่นมันสิทธิ์ของชมพู แกต้องรักษาสิทธิ์ให้ลูกแก รู้ไหม”
“โอ๊ยไม่เอาแล้ว เรื่องมรดก-มรดึก ฟังมาจนจะเอียนแล้วเนี่ย มรดกตัวเองไปยุ่งมาก ๆ ก็ว่าน่าปวดหัวแล้ว แต่ไอ้คนที่ไปยุ่งกับมรดกคนอื่น จนทำตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อนนี่ น่าเบื่อกว่าอีก”
เพื่อนๆ งง “หือ?”
เจ๊ยอดสงสัย “หมายถึงใคร..”
แพรขาวนึกได้ รีบทำหน้าตาย “เปล่า คนในละคร เมื่อคืนดูมา”
เพื่อนๆงง

ไรวินท์อยู่เรือนเจ้าบ้าน รู้สึกว่า เก้าอี้ที่นั่ง แข็งๆ ชอบกลๆ “ทำไมจู่ๆ เก้าอี้ก็แข็งกระด้าง” ไรวินท์หลับตาสักครู่
แพรขาวพูดต่อกับเพื่อนๆ “ทำเป็นใจดีไปช่วยผู้หญิงอื่น แต่คนที่บ้านกลับไม่ยอมดูดำดูดี คนอะไรบ้าชะมัด”
เจ๊ยอดอยากรู้ “ละครอะไร ช่องไหน อินขนาดนี้ต้องสนุกแน่ๆ จะได้ดูมั่ง”
นลินอุบอิบ “ดูในคอมพ์เหรอคะ..เรือนพี่แพรไม่มีทีวีซะหน่อย”
แพรขาวทำหน้าไม่ถูก เดินหนีไป
“แม่แพรขาว นี่เห็นว่าฉันออกไปไหนไม่ได้ใช่ไหม นินทาใหญ่เทียว แม่ปากตระไกร” ถึงจะบ่นแต่ไรวินท์หน้าตามีความสุขลึกๆ

คอนโดของเทน น้องท็อปร้องเพราะปวดท้องมาก คอนโดเทนเต็มไปด้วย ผ้าใช้แล้วกองๆ ไม่ซัก จานชามไม่ได้ล้าง ภาพไหลไปที่เตียงนอน เห็นดิวกับเทนนอนอุตุ ข้างๆ ท็อปร้องไห้
“น้องท็อป หยุดฮ้องเน้อ แม่จะนอน” น้องท็อปร้องดังขึ้น หน้าดำหน้าแดง ดิวมาดูลูก เห็นลูกร้องไห้ แล้วสงสาร “น้องท็อป เป็นอะหยังแห็มละลูก น้องท็อปๆ “
เทนโมโห “โอ๊ย หนวกหูขนาด หื้อมันดั๊กปากบ่าเดี่ยวนี้เลยหนา”
“อ้ายเทนลูกเฮาจะต๋ายก่อนี่ “
“หาอะหยังยัดๆปากมันไปเต๊อะ กำเดียวก่อยั้ง”
ดิวพยายามเอาจุกนมให้น้องท็อปดูด แต่น้องท็อปไม่ดูด ร้องไห้ใหญ่อีก “อ้ายเทน ลูกฮ้องโลกจะระเบิดแล้ว ปาไปหาหมอเต๊อะ”
เทนโมโหมากขึ้น “เฮื่องมากแต้โว้ย ใคร่ไปก่อไปคนเดียว กำเดียวฮาจะไปหาเมียใหม่ละ” เทนลุกออกไปส้วม
“เดียวอ้ายเทน ดิวจะไปได้จ่ะได บ่ะมีตางค์สักน้อย “
“บ่ฮู้ ฮาจะไปส้วม”
ดิวมองน้องท็อปร้องไห้ ก็สงสาร “โอ๋ๆลูก จะไปไห้เน้อ ดั๊กก่อน ดั๊กก่อน” ดิวหันไปหาขวดนมที่ไม่ได้ล้าง ที่กลิ้งอยู่ที่พื้น เอามายัดใส่ปากน้องท็อป “อะๆ กินไปก่อนเน้อลูก” ดิวนิ่งไปสักครู่ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มามอง ถอนใจ ตัดสินใจกด หน้าจอชื่อ “พี่กร” ปรากฏขึ้น ดิวกดโทรออก

คอนโดพัสกร เสียงการเล่นเกมดังสนั่น พัสกรเล่นไป ตะโกนไป “อะไรว่ะ ตัดหน้ากันเฉยเลย ไอ้เวร” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอรับสาย รู้ว่าเป็นดิว ก็ดีใจมาก “ดิว ดิวเหรอ นี่ดิวอยู่ไหน...ได้ๆ ไม่มีปัญหา” พัสกรวางสายยิ้ม แล้วตัดสินใจโทรไปหาคุณนายแถบทิพย์ “แม่เหรอ เตรียมออกรถใหม่ให้ผมได้เลย ผมได้ตัวน้องท็อปล่ะ” พัสกรตัดสาย ดีใจสุดๆ “โอ๊ย ดิว เมียรักของพี่ น้องท็อป โอ๊ย ลูกนำโชคมาให้พ่อแท้ๆ ยาฮู้”

เขมินีเดินรีบร้อนมีสาโรจน์ตาม คุณนายแถบทิพย์นอนเอนๆอยู่มีประไพดูแล ชงยาหอมให้กิน
“แม่..ไหนล่ะ ไอ้กร ไหนล่ะ ไอ้เด็กน้องท้อป”
“ยังไม่มาค่ะ แต่คุณท่านความดันขึ้นกระทันหันค่ะ”
“อ้าว..แบบนี้คุณท่านไปโรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรือครับ”
“ไม่เอา..ชั้นไม่ไป กินยาก็หายแล้ว”
“อะไร มันโทรหาแม่ตั้งแต่ก่อนเที่ยงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมป่านนี้ยังไม่มาถึงอีก”
ทันใด เสียงโทรศัพท์คุณนายแถบทิพย์ดังขึ้น คุณนายแถบทิพย์หยิบมาดู “พ่อกร..”
เขมินีหมั่นไส้ “พ่อกร! แหม ให้มันได้ยังงี้สิ “
“แกก็เงียบๆเถอะ กร..ลูก..กรอยู่ไหนแล้วลูก”
เขมินีสบตาสาโรจน์ เซ็งๆ

พัสกรยืนโทรศัพท์ร้อนใจ มีดิวที่อุ้มท็อป ที่ร้องไห้จ๊ากๆๆอยู่ข้างหลัง “แม่ ท้อปมันเป็นอะไรไม่รู้ ท้องเสีย ปวดท้อง ร้องไห้ไม่หยุดเลยแม่”
“สงสัยมันจะเป็นอีบัวหล้าหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“บ้า อีโบล่าอะไรล่ะ อาจจะเป็นอหิวาห์ก็ได้”
คุณนายแถบทิพย์ตกใจ “หา..มันคงกินแต่ของสกปรกๆน่ะสิ ท้องเสีย เป็นลำไส้อักเสบ หรืออะไรก็ได้ แกต้องเอาลูกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย”
“โรงพยาบาล..งั้นเอาโรงพยาบาลที่ใกล้คอนโดผมที่สุดนะ”
คุณนายแถบทิพย์ท้วง“โรงพยาบาลอะไร แกจะเอาโรงพยาบาลอะไร อย่าทำซี้ซั้วนะ เดี๋ยวลูกแกตายไม่รู้ด้วยนะ”
เขมินีทนไม่ไหว แย่งโทรศัพท์มา “ไอ้กร แกเอาเด็กไปที่โรงพยาบาลหมอวิกรมแหละ เข้าใจไหม แล้วเดี๋ยวชั้นจัดการประสานให้เขาเตรียมอะไรๆ ไว้ให้แกเอง”
“หมอวิกรมเหรอเจ๊ ได้ๆ งั้นผมรีบเอามันไปเลยนะ ไป..เอาลูกขึ้นรถ”
“ไปหาหมอที่ไหน หมอที่มันจะตรวจดีเอ็นเอหรือเปล่า ไม่เอานะ ไม่ไป”
“จะบ้าเหรอ..หมอวิกรมนี่เขารักษาพี่มาแต่ไหนแต่ไหน จะไม่ไป เกิดลูกตายขึ้นมา..ดิวจะรับผิดชอบไหมล่ะ”
ท็อปร้องไห้แรงขึ้นๆ

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 9/5 วันที่ 18 มี.ค. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ