อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 1 วันที่ 14 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 1 วันที่ 14 เม.ย.59

นุดีกับนนทยาก็ไม่ชอบหน้าชยากรเพราะเชื่อว่าไม่ใช่สายเลือดของพ่อ แต่เป็นลูกติดท้องเมียน้อยมาจึงเข้าข้างนันทนาพี่สาว มีเพียงนาวิกาที่ดูธรรมะธัมโมติงพี่ๆคิดแบบนั้นบาปกรรม นันทพลไม่พอใจเอ็ดทุกคนถ้าคิดไร้สาระแบบนี้ไม่ต้องเรียกตนเข้าประชุม นันทยาหลุดปาก

“ไม่ไร้สาระหรอกค่ะ ก็ถ้าวันนี้นายชยากับแฟนเซเลบของมันไม่แย่งซีนไป ป่านนี้ยัยนุศกับคุณคริสก็เป็นคู่จิ้นกันไปแล้ว พวกเรามีแต่รวยรับเละ”

นุดีสะกิดเตือน นันทพลโวยคู่จิ้นอะไร นันทนาจึงขยายความว่าถ้าหลานเป็นแฟนกับคริส โครงการรีสอร์ตหกดาวอีกหลายแห่งของเขา ก็ต้องเหมาเฟอร์นิเจอร์เราทั้งหมด นันทพลเสียงเฉียบไม่ต้องมาเร่ขายลูกสาวตน อนุศนิยามีปัญญาทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองกว่าที่พวกเธอทำแน่ สามสาวหน้าม้าน นันทนายังเหน็บระวังหลานจะไปคว้าคนใกล้ตัว นนทยาถามว่าใคร นุดีเอือม



“โอย...นายชยากรไงยะ นี่...ถามจริง โบทอกซ์ ไหลเข้าสมองรึเปล่าเนี่ย”...สี่สาววงแตก

ภายในงาน หลังแขกทยอยกลับ โสมมิกาเดินเคียงคู่ชยากรด้วยท่าทีเย้ยอนุศนิยา คริสเข้ามาขอบคุณที่ทำให้งานนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ โสมมิกาประชด “ต้องขอบคุณเฟอร์นิเจอร์เว่อร์วังอลังการของนุศเขาที่ช่วยช่วงชิงพื้นที่ข่าวให้กับพริตตี้คนนี้”

อนุศนิยาอยากจะซัดกลับแต่เกรงใจคริส...คริสชื่นชมว่าผู้ชายต้องมีสาวสวยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างนี้ทุกคน แล้วชวนทุกคนไปปาร์ตี้ต่อที่เกาะส่วนตัว เป็นการเลี้ยงขอบคุณ โดยเฉพาะอนุศนิยาที่เป็นผู้หญิงเบื้องหลังความสำเร็จของตนในวันนี้...อนุศนิยาทำหน้าเลี่ยนๆอยากปฏิเสธแต่ก็เกรงใจ ชยากรเข้าใจว่าหลานอึดอัดแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร โสมมิกาหมั่นไส้

ooooooo

ค่ำนั้น เรือสปีดโบ๊ตพาชยากรและอนุศนิยามาบ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัวของคริส ซึ่งจัดปาร์ตี้ครื้นเครง เสียงเพลงดังกระหึ่ม แขกในงานทั้งเมาและเต้นกันสุดฤทธิ์ อนุศนิยาในชุดเดรสยาวเรียบเก๋ ไม่ชอบงานอโคจรแบบนี้เลย แต่ชยากรเตือนว่า งานลูกค้าห้ามชิ่ง

โสมมิการู้ว่าคริสสนใจในตัวอนุศนิยามาก จึงกระแนะกระแหนว่า เล่นของสูงก็เหนื่อยหน่อย คริสกลับว่าต้องยากถึงจะท้าทาย เธอจึงจุดเชื้อเพลิงทันที “ไอ้เรื่องทำหัวสูง เชิดๆเริ่ดๆ ยัยนุศนี่ตัวแม่เลยล่ะ แต่จะโสดจริง ซิงจริงหรือแค่ทำแอ๊บเพิ่มมูลค่าก็ไม่รู้สินะ เขาว่าพวกเงียบๆเนี่ย ฟาดเรียบทั้งนั้นนี่...โสมแนะนำในฐานะเพื่อนนะ ว่ายัยนุศมันหน้าเงินจะตาย เพื่อผลประโยชน์มันอาจเอาตัวเข้าแลกก็ได้ หากินกับคนเขี้ยวอย่างนั้น ก็ต้องรู้จักฟันกำไรบ้างนะ”

พูดจบชยากรกับอนุศนิยาเดินมาถึง โสมมิกาจึงเข้าไปดึงชยากรไปทางอื่นเพื่อเปิดโอกาสให้คริสได้คุยลำพังกับอนุศนิยา...ความที่เธอเบื่อจึงไม่อยากอยู่ในงานแยกมานั่งเงียบๆ กลับทำให้คริสเข้าใจว่าเธอง่ายกว่าที่คิด

กลางทะเลอันดามัน ศตวรรษกำลังพายเรือแคนูเพื่อดูพรายน้ำ เมื่อเรือแหวกว่ายออกไป ก็จะเห็นแพลงก์-ตอนในน้ำเรืองแสงสีฟ้าไปตามที่ๆมีการเคลื่อนไหว เขากำลังเพลิดเพลินกับความงามของมัน ก็ได้ยินเสียงเพลงจากปาร์ตี้ของคริสดังทำลายสมาธิ เขาถอนใจกับปาร์ตี้พวกไฮโซ

มิรันตรีปลีกตัวออกมาจากงาน เจออนุศนิยายืนอยู่ลำพัง จึงเข้าไปทักว่า หายออกมาแบบนี้ หนุ่มๆในงานถามหากันแย่ เธอตอบว่าไม่มีตนคงดีกว่า งานจะได้ไม่กร่อย

“คนทำงานกร่อยไม่ใช่คุณหรอกมั้ง น่าจะเป็นอีกคนมากกว่า” มิรันตรีแกล้งพูดลอยๆหวังเข้าประเด็น เผอิญชยากรมาขัดจังหวะเสียก่อน พอเขาเห็นป้ายห้อยคอว่าเป็นนักข่าวก็ขัด

“คุณเป็นนักข่าวเหรอ ตอนนี้คุณนุศยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ ขอโทษนะครับ เชิญ”

มิรันตรีเหวอเพราะไม่ทันจะถามอะไร ชยากรหาว่าพวกนักข่าวไว้ใจไม่ได้ต้องหาประเด็นมาสร้างข่าว หญิงสาวไม่พอใจสวนไปว่าถ้าไม่ขยันสร้างข่าวจะกลัวตกเป็นข่าวทำไม พูดจบก็ขอตัวแยกไปอย่างเคืองๆ

อนุศนิยาบ่นเบื่ออยากกลับ พอพากันเดินมาก็เจอคริสถือขวดเครื่องสปาร์คกลิ้งไวน์เข้ามา ถามจะไปไหนกัน ชยากรจึงบอกว่าจะพาอนุศนิยากลับรีสอร์ตก่อน

มิรันตรีแอบมองเริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของอาหลานคู่นี้...ด้านโสมมิกากระโดดลงสระน้ำแหวกว่ายปาร์ตี้โฟมด้วยความคึก พอเห็นชยากรจูงมืออนุศนิยาแหวกฝูงเพื่อนก็ไม่พอใจ โผเกาะขอบสระเรียก ชยากร ก้มลงไปคุยด้วยว่าจะพาหลานกลับ โสมมิกาโน้มคอ เขาร่วงลงสระ เพื่อนๆเฮกันใหญ่ อนุศนิยายืนเก้อ โสมมิกาตะโกนบอกคริส

“ฝากพาหนูน้อยไปกินนมนอนด้วยนะ”

คริสยิ้มแต้ ในมือยังถือเครื่องดื่มพาอนุศนิยาไปลงเรือ...แต่เขากลับขับเรืออ้อมไปหลังเกาะ แล้วดับเครื่อง หญิงสาวตกใจว่าเครื่องยนต์เป็นอะไร คริสบอกว่า

มีอะไรสนุกๆให้ดู ว่าแล้วก็เปิดจุกเครื่องดื่มแล้วโยนลงทะเล เกิดแสงสว่างเรืองแสงจากพรายน้ำ เธอตื่นตาหาอะไรโยนลงไปอีกเพื่อให้เกิดพรายน้ำ คริสมองหญิงสาว อย่างพอใจที่เธอไม่ทันระวังตัว

ผ่านไปไม่นาน อนุศนิยารู้สึกเมาเรือ คริสเริ่มเข้าไปกอดซุกไซ้ เธอยังมีสติสะบัดตัวออกตวาดอย่ามายุ่งกับตน เขาตอกกลับ “ก็แค่อยากรู้ว่าผู้หญิงเก่ง มันจะเก่งไปทุกเรื่องจริงไหม”

พอดีชยากรเป็นห่วงโทร.เข้ามา อนุศนิยาจะเข้าไปหยิบกระเป๋าแต่ถูกคริสรวบตัวไว้ เธอดิ้นรนขัดขืน เขาหาว่าเธอยั่ว เธอเริ่มรู้สึกว่าคงถูกมอมยาเห็นภาพซ้อนในหัว จึงตั้งสติวิ่งไปติดเครื่องเรือจะขับออก คริสนึกสนุกเข้ามาโอบด้านหลัง เยาะทำอย่างกับยังเวอร์จิ้นอยู่

ศตวรรษได้ยินเสียงเครื่องเรือหันมอง มีเสียงหัวเราะร่า ของคริสดังอีกก็เข้าใจว่าเป็นพวกไฮโซปาร์ตี้มาหาความสุข ...อนุศนิยาพยายามหาทางหนี ตัดสินใจกระโดดน้ำตูม

คริสโวยวายถ้าไม่ขึ้นมาตนจะทิ้ง อนุศนิยาดำลงไปไม่ยอมโผล่ คริสเริ่มหวั่นใจ ขับเรือหนีเข้าฝั่ง

ศตวรรษได้ยินเสียงเรือวิ่งไป แต่ที่ใต้น้ำมีพรายน้ำสว่างวาบก็สงสัยพยายามเพ่งมอง เห็นคนดำผุดดำว่ายก็ตกใจรีบโดดลงไปช่วยพากลับเข้าหาด ผายปอดปฐม พยาบาลทุกอย่างจนเธอรู้สึกตัว เขาสำรวจทั่วร่างเธอว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม เธอกลับนิ่งมองเขาด้วยสายตาร้อนเร่า

“คุณมาจากไหน ไปปาร์ตี้ที่เกาะนั่นมาใช่ไหม”

“ร้อน...ร้อนจัง...” อนุศนิยากลับจิกแขนศตวรรษ พยายามจะถอดเสื้อตัวเอง

“เฮ้ย! คุณอย่า...นี่กินยาปลุกเซ็กซ์ เล่นยามาด้วยเหรอเนี่ย มั่วไม่เลือกแบบนี้ไม่ได้นะ!”

อนุศนิยาเข้ากอดจิกผมศตวรรษ ยื้อยุดจะถอดเสื้อเขา ยื้อกันไปมาจนล้มลงปากประกบกันโดยบังเอิญ ชายหนุ่ม รู้สึกผิดรีบขอโทษ แต่เธอกลับรั้งคอเขาไว้ เขาพยายามแกะมือเธอ สักพักเธอก็นิ่งหลับไปดื้อๆ เขามีโอกาสได้มองหน้าหญิงสาวใกล้ๆ ชักหลงใหลราวต้องมนต์

ooooooo

กลางดึก ชยากรมาเคาะห้องอนุศนิยาด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่มีเสียงตอบ โสมมิการู้ดีว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้อง จึงดึงเขาออกมาอ้างให้ปล่อยอนุศนิยา นอนไป

รุ่งเช้าในกระท่อมชาวเล อนุศนิยาตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง พบตัวเองสวมเสื้อผู้ชายตัวโคร่ง ข้างในโนบราก็ตกใจ รีบมุดออกจากมุ้ง เจอชุดเดรสตัวเองแขวนตากอยู่หน้ากระท่อม จึงย่องออกมา ได้ยินเสียงผิวปากมาจากห้องน้ำที่อยู่ข้างกระท่อมเป็นเสียงผู้ชายจึงอยากรู้ว่าใคร เห็นประตูลอยสูงเหนือพื้นตัดสินใจเข้าไปก้มดู จังหวะนั้นศตวรรษหนวดเคราครึ้มทำสบู่ตกก้มเก็บ จ๊ะเอ๋กับหน้าอนุศนิยาที่กำลังถ้ำมองอยู่ก็ตกใจผงะหงาย เสียงโป๊กเป๊กโครมครามสักพักประตูล้มลง อนุศนิยาหงายหลังก้นจ้ำ ศตวรรษคว้าผ้าขนหนูแทบไม่ทัน หญิงสาวเอามือปิดตาร้องลั่น

“อ๊าย! ไม่เห็นอะไรนะ ไม่เห็นจริงๆ” จากนั้นเธอก็วิ่งเสียขวัญร้องกรี๊ดๆ

แอเซาะ...หนุ่มชาวเลพื้นถิ่นหอบแกลลอนน้ำจืดมาส่ง เห็นเหตุการณ์ถึงกับตาค้างทิ้งของวิ่งตามไปแอบดู ศตวรรษนุ่งผ้าเช็ดตัววิ่งตามหญิงสาวไปหน้าหาด เธอสะดุดล้มมีท่าทีหวาดกลัวมาก บอกไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ สาบานได้...ศตวรรษเกาหัวแกรกๆ บอกช่างเหอะ ถือว่าเจ๊ากัน

“เจ๊ากัน...เจ๊ากันยังไง” อนุศนิยายิ่งคิดว่าเขาต้องทำอะไรตนแล้วแน่ๆ รีบยกมือกอดอก

ศตวรรษหมั่นไส้เหน็บเพิ่งมาอายป่านนี้มันช้าไปไหม เธอทำหน้างง “นี่คุณ อย่าแอ๊บไปหน่อยเลย จะว่าไปเมื่อคืนก็ดีนะขอบคุณที่มาอ่อยผมถึงที่ ชาตินี้จะไม่ลืมเลย”

อนุศนิยาเข้าใจว่าเขาพูดเรื่องเมื่อคืนมีอะไรกัน ก็จี๊ดขึ้นมาทันที กำทรายปาใส่หน้าเขาด่าไอ้โรคจิตมาปล้ำตน ศตวรรษแสบตาโวยไปกันใหญ่แล้วเข้าชาร์จตัวเธอไม่ให้ทำอีก จึงดูเหมือนนัวเนียกันอยู่ แอเซาะตาโพลงหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปคิดว่าสองคนหยอกล้อกัน

อนุศนิยาร้องไอ้คนเลวไอ้หื่นเอามือสกปรกออกไป ศตวรรษสวน ถามตัวเองดีกว่าไหมว่าใครที่หื่นกันแน่

หญิงสาวใช้วิชาป้องกันตัวที่เรียนมากระแทกศอกใส่ ศตวรรษทรุดลงแต่คว้าข้อเท้าไม่ให้อนุศนิยาวิ่งหนีได้ เธอกำทรายจะปาใส่อีก เขาจึงโถมตัวเข้าคร่อมกดแขนเธอไว้ แอเซาะกดภาพรัว...อนุศนิยาเริ่มอ่อนแรงและกลัวเขาล่วงเกินจึงขอร้องอย่าทำอะไรตน ศตวรรษก็เริ่มล้า

“ผมไม่ได้ปล้ำ เราไม่ได้มีอะไรกันและคุณต่างหากที่จะปล้ำผม...ตั้งสติ นึกให้ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” อนุศนิยาโวยว่าคิดไม่ออก “ถ้าคิดไม่ออกผมก็จะบอกให้ฟัง คุณเมายา คุณตกน้ำ ผมช่วยคุณขึ้นมา คุณถอดเสื้อต่อหน้าผม ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเสียหาย...”

“ไม่จริง! คนอย่างฉันไม่มีทางทำอย่างที่นายพูด โกหก!”

ศตวรรษย้ำให้คิดดูอีกที อนุศนิยาพยายามนึก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้น สีหน้าเธอตกใจอาย “ฉันจำได้แล้ว เป็นอย่างที่นาย...พูดทุกอย่าง แต่นายก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดี”

ศตวรรษหลบตาเกรงเธอจะเห็นสายตาหลงเสน่ห์เธอของเขา แล้วนึกได้ว่ายังอยู่ในท่าคร่อมเธออยู่ จึงรีบผละออก ทั้งสองพากันเดินกลับกระท่อม แอเซาะเข้าใจว่าคงมาต่อกันในกระท่อม จึงย่องตามอารามตกใจเห็นเสื้อในผู้หญิงแขวนตากอยู่เผลอคว้าติดมือไปด้วย

ขณะเดียวกัน ชยากรเพิ่งรู้ว่าอนุศนิยาไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืน ก็ร้อนใจไปถามคริส เขาโกหกว่าเธอกลับกับคนอื่นไม่ยอมให้ตนมาส่ง ชยากรไม่เชื่อเพราะรู้จักนิสัยหลานสาวดี...โสมมิกาแอบมาสอบถามคริส จึงรู้ว่าอนุศนิยาโดดน้ำหนีไปไหนไม่รู้ ก็ตกใจกลัวเรื่องบานปลาย

ด้านอนุศนิยาเก็บเสื้อผ้าตัวเองมาจะเปลี่ยนก็พบว่าเสื้อในหายไป ศตวรรษช่วยหาไม่เจอเข้าใจว่าลมคงพัดปลิวไป ทำให้หญิงสาวเปลี่ยนชุดแล้วต้องคอยกอดอกด้วยกลัวจะโป๊ ศตวรรษเห็นหญิงสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลาไร้เครื่องสำอาง ผมยาวสยายไปตามแรงลมก็เผลอมองค้าง

อนุศนิยาเอ่ยถามว่าที่นี่ที่ไหน ศตวรรษตอบว่าเกาะรอกอยู่ห่างจากเกาะที่เธอมาประมาณยี่สิบนาทีได้ เธอขอยืมมือถือเขา เขาบอกมือถือมีแต่ไม่มีสัญญาณ หญิงสาวหน้าเสียจะกลับอย่างไร เธอจ้างเขาหนึ่งหมื่นให้ไปส่งรีสอร์ต เห็นเขานิ่งจึงเพิ่มให้เป็นสองหมื่น

เขายิ่งเดินหนี เธองง

แอเซาะเอารูปศตวรรษนัวเนียกับอนุศนิยามาให้มาเรียม หญิงสาวเจ้าของร้านขายของชำบนเกาะที่ชื่นชอบศตวรรษมากดู แถมเอาเสื้อในให้ดูเป็นหลักฐาน

มาเรียมปรี๊ด พอดีศตวรรษเดินมาขอยืมเรือแอเซาะจะไปธุระ มาเรียมหาว่าจะหนีตามสาว เขาเอือมไม่ตอบอะไรเดินไป

ขณะที่อนุศนิยาพยายามจะหนีโดยใช้เรือแคนูของศตวรรษพายออกไปอย่างยักแย่ยักยัน เห็นเรือ

สปีดโบ๊ตแล่นอ้อมอ่าวมาก็ดีใจ โบกมือให้ช่วยขอไปด้วยปรากฏเป็นเรือศตวรรษขับมาแกล้งซัดน้ำใส่ เรือ

แคนูคว่ำแล้วตะโกนบอกอนุศนิยาที่ตกน้ำป๋อมแป๋ม

“อยากพายก็พายกลับไปเอง ลากันตรงนี้...”

อนุศนิยาร้องโอ๊ยขึ้นมา “ช่วยด้วย ฉันโดนตัวอะไรไม่รู้ โอย...ปวดๆ”

ศตวรรษตกใจลุยน้ำออกไปอุ้มเธอกลับขึ้นฝั่ง เสียงเฉียบให้นิ่งอย่าดิ้นอย่าร้อง อนุศนิยาถูกหอยเม่นตำเท้า เขาใช้ก้นขวดแก้วทุบลงไปที่ตัวหอยเม่นให้แหลกคาเท้าเธอ บอกให้เธอทนหน่อย แล้วรีบไปหามะนาวมาฝานบีบใส่ผ้าโปะลงไปที่เท้าเพื่อสลายหนามด้านใน...หญิงสาวทึ่งมองการทำแผลอย่างชำนาญของเขา พอเขาหันมองก็กลบเกลื่อนทำเป็นถามว่าไม่เป็นไรแน่นะ

“อันตรายน้อยกว่ายาที่คุณเล่นละกันน่า”

อนุศนิยารีบอธิบายว่าตนไม่ใช่พวกใจแตก ตนแค่...เขาสวน “แค่สนุกชั่วครั้งชั่วคราว ผมเห็นก็อ้างกันอย่างนี้ทุกที รักสนุกก็ต้องรู้จักป้องกัน”

อนุศนิยาเถียงไม่ทัน เขาเดินหอบของไปเก็บ เธอเจ็บใจไม่คิดว่าจะโดนมองเป็นพวกเหลวแหลกแบบนี้... บ่ายวันนั้น ศตวรรษทำข้าวไข่เจียวให้กินและวางยาแก้ปวดไว้ให้ บอกกินเสร็จแล้วจะไปส่งขึ้นฝั่ง ย้ำว่าแผลจะปวดไม่กี่วันก็หาย ทนเอาหน่อย เธอเงยหน้ามองเห็นสายตาเขาจ้องจึงถามมีอะไรติดหน้าตนหรือ เขาสะดุ้งกลบเกลื่อนว่าไม่มี เธอพยายามแก้ภาพพจน์

“นี่...ถ้าเมื่อคืนฉันทำอะไรลงไป อย่าถือสาเลยนะ ฉันไม่รู้ตัวจริงๆ”

เขาพยักหน้าหงึกๆ ไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดเรื่องเมื่อคืน เธอเรียกเขานี่...นี่...จนเขารำคาญบอกตนชื่อวรรษ หญิงสาวบอกตนชื่ออนุศนิยา เขาแทบใจละลายเมื่อเห็นรอยยิ้มของหญิงสาว

ooooooo

ชยากรให้ประภากับใบเฟิร์นพาแขกและสื่อมวลชนนั่งเครื่องกลับตามหมายกำหนดการ ส่วนเขาจะรออนุศนิยา...ระหว่างนั้นศตวรรษอุ้มอนุศนิยาลงเรือเพื่อไม่ให้แผลที่เท้าเปียกน้ำ เธอลอบมองใบหน้าที่มีเคราครึ้มของเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

พอมาถึงหน้ารีสอร์ต ศตวรรษเหน็บอย่าไป

เกยตื้นที่ไหนอีก เพราะอาจไม่เจอคนอย่างตน ตนหมดหน้าที่แล้วลากลับ อนุศนิยาอยากตอบแทนบุญคุณ เขาบอกไม่ต้องห่วงตนจะไม่ปริปากบอกเรื่องบนเกาะกับใครให้เธอเสียชื่อแน่ ศตวรรษประคองอนุศนิยาให้เดิน ชยากรออกมาเห็นปรี่เข้าชกหน้าศตวรรษ โวยวายหาว่าพาเธอไปทำมิดีมิร้าย หญิงสาวกะเผลกเข้าห้าม ศตวรรษรับรองว่าผู้หญิงของเขาไม่มีอะไรเสียหาย อนุศนิยารีบบอกว่าคนที่ทำร้ายตนคือคริส

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 1 วันที่ 14 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ