อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 1 วันที่ 2 พ.ค.59

อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 1 วันที่ 2 พ.ค.59

ภาพผืนนาแห้งแล้ง ต้นข้าวแห้งเหี่ยว ทำให้ชาวนาหัวใจแตกสลาย...

เย็น หญิงสาวชาวบ้านวัยสิบหก หน้าตาผ่องแผ้ว ทนเห็นพ่อแม่กอดกันร่ำไห้ด้วยความเสียใจไม่ได้ ถึงกับโผเข้ามากอดปลอบ

“นี่เราอับจนสิ้นหนทางจริงๆหรือจ๊ะพ่อ”

“ก็ยังพอมีทาง หากเรามีเบี้ยอัฐมาใช้จ่าย พอเพลาฝนมาค่อยปลูกข้าวทำสวนใหม่ พวกเราคงรอดกันไปได้”

แม่ส่ายหน้าทั้งน้ำตา มองไม่เห็นทาง เพราะแล้งนี้หนักหนาเอาการ เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า คงหาใครหยิบยืมเบี้ยอัฐลำบาก ยืนพี่ชายของเย็น จึงอาสาไปหางานทำ แต่พ่อก็ห้ามไว้ ไม่อยากเสียหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญของครอบครัว เย็นเลยต้องยอมถูกขายเป็นทาส เพื่อเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว...



ฝ่ายพระยาสีหโยธิน หรือชื่อเดิมว่าสิงห์ เป็นชายหนุ่มรูปงาม นายทหารเอกฝีมือเก่งกล้า และสามีคารมดีของเมียทั้งสาม เพิ่งกลับจากราชการต่างเมือง แย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณออกมาต้อนรับและตั้งท่าจะก้มกราบ

“จะทำกระไรกันคุณหญิง”

“ฉันก็จะกราบเท้าท่านเจ้าคุณตามธรรมเนียมน่ะสิเจ้าคะ”

“ธรรมเนียมนี้อย่าใช้กับฉันเลย ฉันไม่อาจทนมองคุณหญิงกราบเท้าฉันได้ดอก หากคุณหญิงอยากแสดงความรักแลภักดีต่อฉัน ก็ให้ฉันได้กอดคุณหญิงให้หายคิดถึงแทนเถิด”

นมแสงกับแรม แม่นมและคนรับใช้ส่วนตัวของแย้ม มองหน้ากันยิ้มๆ ชอบใจนักที่พระยาสีหโยธินแสดงความรักต่อเจ้านาย ท่านเจ้าคุณหนุ่มก็นึกเอ็นดูท่าทีเอียงอายของภรรยาเอกคนสวย เลยหยุดเย้าและตะโกนเรียกเที่ยง ทาสหนุ่มรูปหล่อเป็นที่หมายตาของบ่าวสาวทั้งเรือน ให้ขนของฝากมาแจกจ่าย ทั้งหมดจึงได้แยกย้ายไปตามหน้าที่

เวลาเดียวกันบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนใหญ่... บุญมี อนุภรรยาของพระยาสีหโยธิน อารมณ์เสีย เพราะต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานฝีมือตามคำสั่งของแย้ม จนเมื่อสายตาเหลือบเห็นแอบ บ่าวสาวคนสนิทของสาลี่ อนุภรรยาอีกคนของท่านเจ้าคุณ จึงได้ออกคำสั่งให้ม้วน บ่าวสาวคนสนิทของตนไปสืบความ

ผลการสืบลงท้ายด้วยเหตุทะเลาะวิวาท เพราะม้วนพยายามยื้อแย่งผ้าผืนสวยจากพ่อค้า ซึ่งแอบเดินนำมาจะให้สาลี่เลือกเป็นคนแรก โดยมีบุญมีซึ่งไม่ถูกกับสาลี่อยู่แล้วเป็นคนบงการอีกที

สาลี่แอบมองทุกอย่างจากอีกมุม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน จึงแกล้งร้องเรียกให้คนช่วยและคนที่อยากให้มาเห็นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พระยาสีหโยธิน สามีหนุ่มรูปงาม ท่านเจ้าคุณสุดที่รักของเธอนั่นเอง!

ooooooo

พระยาสีหโยธินโกรธมาก ไม่ชอบใจให้มีเรื่องทะเลาะและตบตีบริเวณเรือน บุญมีในฐานะคนก่อเหตุ เลยถูกตัดสินโทษลดเบี้ยเลี้ยงประจำเดือน สร้างความสะใจให้แก่สาลี่เป็นอย่างมากที่หาเรื่องบุญมีได้

แย้มรู้ทันสาลี่ทุกอย่าง แต่ไม่เห็นประโยชน์จะขุดคุ้ย เลยต้องพยายามเก็บอาการด้วยความยากลำบาก เมื่อสาลี่ใช้มารยาออดอ้อน พาท่านเจ้าคุณลงจากเรือนใหญ่ไปกินมื้อเย็นด้วยได้

แอบยอมรับโทษตักน้ำใส่ตุ่มจนเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว แลกกับความสะใจของสาลี่เจ้านายสาว และเบี้ยอัฐจำนวนไม่น้อยเป็นค่าจ้าง ซึ่งบุญมีก็รู้ทัน และไม่รอช้าจะตามมาเอาเรื่อง

“วันพระไม่ได้มีหนเดียวดอก อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน”

สาลี่เหยียดยิ้มเย็นก่อนสวน “แม่บุญมีพูดเรื่องกระไรกัน ฉันไม่เข้าใจ แต่เอาเช่นนี้เถิด...หากขัดสนเบี้ยอัฐอย่างไรก็บอกฉัน ฉันเวทนาที่แม่โดนตัดเบี้ยประจำออกกึ่งหนึ่ง จะเมตตาให้แม่หยิบยืมก็แล้วกัน”

บุญมีแค้นมาก จะตบเอาคืน แต่ก็ต้องยั้งมือไว้ เมื่อม้วนเตือนสติว่าอย่ามีเรื่องให้ถูกลงโทษไปมากกว่านี้

แย้มเฝ้ามองสถานการณ์ทุกอย่างด้วยแววตารู้ทัน หนักใจเหลือเกิน ทั้งเรื่องมารยาสาไถยของสาลี่ และความใจร้อน หุนหันพลันแล่นของบุญมี อนุภรรยาที่ตนกับแม่เป็นคนหามาให้ท่านเจ้าคุณเองเมื่อหลายปีก่อน

“เสียดาย...แม่บุญมีเป็นคนสะสวย แต่กิริยาแข็งกระด้างและเจ้าอารมณ์ สู้กันสิบครั้งก็แพ้แม่สาลี่ทั้งสิบครั้ง”

แรม บ่าวสาวคนสนิทของแย้ม เสนอให้เจ้านายสาวหาอนุภรรยาอีกคนให้ท่านเจ้าคุณ จะได้กำราบสาลี่ เลยถูกนมแสงหยิกให้หลายหน โทษฐานเสนออะไรไม่รู้จักคิด

“ก็ฉันพูดจริงนี่เจ้าคะ คุณสาลี่ถือตัวว่าเป็นบ่าวคนโปรดของท่านเจ้าคุณ กำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน อย่างวันนี้...ก็กล้ามาดึงตัวท่านเจ้าคุณไป ทั้งๆที่ท่านเจ้าคุณเพิ่งกลับจากราชการหัวเมือง ควรต้องอยู่กับคุณหญิงถึงจะถูก นี่หากเราไม่ปรามไว้ก่อน คุณสาลี่จะยิ่งเหิมเกริมกว่านี้นะเจ้าคะ”

นมแสงอยากจะเป็นบ้าตาย “อย่าไปฟังนังแรมมันนะเจ้าคะ คุณหญิงเคยหาแม่บุญมีมาให้ท่านเจ้าคุณแล้ว ก็ไม่มีกระไรดีขึ้นเลย แลยังมีเรื่องมาให้หนักใจไม่เว้นแต่ละวัน อย่าทำอีกเลยนะเจ้าคะ”

ไม่มีใครรู้ว่าแย้มคิดเช่นไรกับข้อเสนอแนะของแรม โดยเฉพาะสาลี่ ลำพองใจว่าตนสามารถเอาชนะภรรยาเอกคนสวยได้ ด้วยการแย่งตัวท่านเจ้าคุณมากินข้าวบนเรือนตั้งแต่วันแรกที่กลับจากราชการ

พระยาสีหโยธินตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่าภรรยา มัวปลาบปลื้มที่อนุภรรยาคนสวยเอาใจด้วยอาหารรสจัดจ้านสารพัดชนิด สาลี่ส่งยิ้มขวยเขินกลับมา แต่ไม่วายตัดพ้อ ว่าเขาไปต่างเมืองนานจนนึกว่ามีเมียใหม่ไปแล้ว

ท่านเจ้าคุณส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ รู้ดีว่าเมียแกล้งบ่น เลยปะเหลาะเอาใจ

“เรื่องของความงาม หากแม่สาลี่ของฉันบอกตัวเองว่าเป็นที่สอง ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายกตัวเองเป็นที่หนึ่งดอก”

“เจ้าคารีสีคารมนัก ขนาดเป็นถึงพระยาแลมีเมียสามแล้ว ก็ยังไม่ทิ้งลาย เห็นที...เมียคนที่สี่ที่ห้า คงอีกไม่นาน”

สาลี่แกล้งค้อน พระยาสีหโยธินหัวร่อชอบใจ ขยับไปใกล้แล้วหยอดคำหวานเหมือนเคย อนุภรรยาคนสวยถึงได้เลิกงอน เพราะแพ้ทางสามีหนุ่มที่เธอคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก

แต่ที่พระยาสีหโยธินไม่รู้คือสาลี่มีแผนบางอย่าง แอบย่องจากห้องกลางดึก ไปรื้อเอกสารในห้องทำงานของสามี คัดลอกความลับทางธุรกิจ ไปให้พระมหาเทพ เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของสามี เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า และแอบรับสินบนแทนสามี โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้จะนำหายนะมาให้ท่านเจ้าคุณเช่นไรบ้าง...

ooooooo

เย็นถูกพ่อพาตัวมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธินในวันต่อมา โดยมีทิดอ่ำ มิตรสหายที่รู้จักกันมานานเป็นคนพามา และระหว่างที่พ่อกับทิดอ่ำไปกราบท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง เย็นก็ได้เจอกับใครบางคน...

ม้วนนั่นเองที่เกือบทำให้เย็นต้องมีเรื่องตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบเรือนท่านเจ้าคุณ โชคดีที่ฟัก หัวหน้าทาสสาวใหญ่เป็นคนช่วยไว้ เย็นเลยรอดตัวไปได้ แต่กระนั้น...เมื่อก้าวออกจากครัว เย็นก็ต้องเจอศึกหนักอีกครั้ง เมื่อดันเอาตัวไปขวางทางเดินรถม้าของสาลี่!

โชคดีที่เที่ยงเป็นคนขับเลยหยุดรถทัน เย็นเลยรอดตาย แถมความสวยและซื่อของเธอยังถูกใจทาสหนุ่มอย่างจัง จนแทบถอนสายตาไม่ได้ แอบซึ่งหลงรักเที่ยงมานานเห็นท่าไม่ดี เลยจะไปเอาเรื่อง แต่เย็นก็รอดตัวไปได้อีก เพราะดันเข้าใจผิด ทักสาลี่ว่าเป็นคุณหญิงของพระยาสีหโยธิน

พระยาสีหโยธินไม่ได้เห็นหน้าทาสสาวคนใหม่ที่ทิดอ่ำพามา และไม่อยากรับคนเพิ่มตามที่แย้มแนะ แต่ก็เห็นใจคนเป็นพ่อ ที่ต้องขายลูกสาวเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เลยตัดสินใจรับไว้ แย้มขัดไม่ได้ เลยมอบหมายให้นมแสงเป็นธุระจัดการพาทาสสาวคนใหม่ไปทำสัญญา

สาลี่ซึ่งเพิ่งกลับจากแอบไปพบพระมหาเทพ และกำลังอารมณ์ดี เพราะถูกเรียกว่าคุณหญิง รีบแล่นไปถึงเรือนแย้ม เพื่อพาตัวท่านเจ้าคุณไปกินข้าวที่เรือนเหมือนเคย แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เมื่อสามีตัดสินใจจะอยู่กินกับแย้ม เพราะเกรงใจภรรยาเอกและไม่อยากให้วุ่นวาย

เวลาเดียวกันที่ศาลาท่าน้ำ...เย็นก้มกราบเท้าพ่อทั้งน้ำตา ไม่อยากแยกจากกัน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ทาสสาวคนใหม่เลยต้องยอมรับชะตากรรมนี้

“พ่อต้องไปแล้ว เอ็งอยู่ที่นี่ต้องขยันขันแข็ง อย่าให้เปลืองข้าวสุกท่าน แลต้องรำลึกถึงบุญคุณของท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงไว้ ถ้าท่านไม่ให้เรากู้เงิน พวกเราก็คงไม่แคล้วต้องอดตายยกครัวเป็นแน่”

“พ่ออย่าห่วงไปเลยจ้ะ ฉันจะทำทุกอย่างที่ท่านสั่ง มิให้ท่านขัดเคืองเป็นอันขาด”

“เอ็งต้องอดทนนะเย็น พ่อกับอ้ายยืนจะช่วยกันหาเงินมาไถ่ตัวเอ็งให้เร็วที่สุด เอ็งไม่ต้องกลัวนะ”

การมาถึงของเย็นในฐานะทาสสาวคนใหม่ สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่บ่าวสาวเกือบทั้งเรือน ยกเว้นฟัก หัวหน้าทาสสาวใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก โดยเฉพาะเมื่อเที่ยง ทาสหนุ่มรูปหล่อ แสดงท่าทีอย่างเห็นได้ชัด ว่าถูกตาต้องใจทาสสาวคนใหม่แค่ไหน แต่เย็นเหมือนจะไม่รู้ตัวในข้อนี้ ฟักเลยต้องเอ่ยปากเตือน

“อ้ายเที่ยงมันหน้าตาดี แลกำลังจะได้เป็นไทในอีกไม่ช้า ทาสรุ่นสาวแทบทุกคนในเรือนนี้ล้วนชอบพอมันทั้งสิ้น”

“นี่ทุกคนหึงหวงฉันเพราะพี่เที่ยงรึ”

เย็นหน้าเจื่อน นึกถึงสายตาไม่เป็นมิตรของบ่าวสาวหลายคนที่เจอกันในครัว โดยเฉพาะคนสุดท้าย ก่อนจะถูกฟักลากตัวมาดูเรือนนอน หัวหน้าทาสสาวใหญ่นึกรู้ เลยเอ่ยชม

“เอ็งไม่โง่เลยนี่ เมื่อครู่...นังแรม มันเป็นบ่าวของคุณหญิง ตั้งแต่ยังไม่ออกเรือนกับท่านเจ้าคุณ ท่าทางหยิ่งจองหองไปอย่างนั้น แท้ที่จริงไม่มีกระไรเท่าไหร่ดอก แต่หากเอ็งเจอนังพวกที่ร้ายกาจจริงๆ เอ็งจะลำบาก”

ฟักลงเรือนไปแล้ว ทิ้งเย็นให้มองตามเครียดๆ สังหรณ์ไม่ดีเลยว่า การมาอยู่เรือนพระยาสีหโยธินครั้งนี้ คงไม่ราบรื่นและเรียบง่ายอย่างที่หวังเป็นแน่...

ooooooo

สาลี่ไม่ยอมแพ้เรื่องดึงตัวสามีจากเรือนใหญ่ เลยจัดแจงคิดแผนลวง ด้วยการส่งแอบไปขอยาแก้ไข้จากแย้ม คุณหญิงคนสวยรู้ทัน เช่นเดียวกับพระยาสีหโยธิน ที่รู้ดีว่าเป็นแผน แต่ก็ต้องมา

สีหน้าไม่พอใจของสามี ไม่ทำให้สาลี่หวาดหวั่นนัก มัวแต่ปลื้มใจที่แผนของตนสำเร็จมากกว่า

“ฉันรู้เจ้าค่ะ ว่าไม่ควรโป้ปดมดเท็จ แต่ที่ฉันทำไปก็เพราะอยากให้ท่านเจ้าคุณมาอยู่กับฉันเจ้าค่ะ”

“เมื่อคืนฉันก็อยู่กับแม่สาลี่ทั้งคืนแล้ว ถ้ายังจะให้อยู่อีก มันน่าเกลียด แลฉันก็เกรงใจคุณหญิงด้วย”

สาลี่แกล้งโอดเสียงอ่อน “ท่านเจ้าคุณไม่รู้ดอกเจ้าค่ะ ว่าฉันรักท่านเจ้าคุณมากเพียงใด หากทำได้...ฉันก็ไม่อยากให้ท่านเจ้าคุณมีเมียคนอื่นอีกเลยแม้แต่คุณหญิง...”

น้ำตาของอนุภรรยาคนสวย ทำให้พระยาสีห–โยธินใจอ่อน แล้วก็ถึงกับไปไม่ถูก เมื่อเจอมารยาในประโยคถัดมา

“แต่ฉันรู้เจ้าค่ะ ว่าเป็นไปไม่ได้ ท่านเจ้าคุณเป็นชาย จะมีเมียสักกี่คนก็ได้ แต่ฉันมีท่านเจ้าคุณเพียงคนเดียว ถ้าท่านเจ้าคุณหมางเมินฉันแล้ว ฉันจะอยู่อย่างไรล่ะเจ้าคะ”

“ฉันน่ะรึ...จะคิดหมางเมินแม่สาลี่ แต่ฉันเองก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเมียทุกคนด้วย”

“ถ้ากระนั้น...ท่านเจ้าคุณอยู่กับฉันอีกสักคืนนะเจ้าคะ เมตตาฉันให้หายคิดถึงท่านเจ้าคุณด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินกระอักกระอ่วนใจมาก เกรงใจภรรยาเอก แต่ก็สงสารอนุภรรยาคนสวย ซึ่งสาลี่ก็เดาทางได้ เลยแกล้งพูดถึงเรื่องในอดีตด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“พี่สิงห์จ๋า...พี่สิงห์ยังจำวันแรกที่เราพบกันได้หรือไม่จ๊ะ...วันที่เราพบกันก่อนที่พี่จะเจอแม่แย้มด้วยซ้ำ”

ภาพในอดีตย้อนมาทำความลำบากใจให้อีกครั้ง แต่สาลี่ก็ไม่ปล่อยให้สามีค้านอะไร ออเซาะต่อ

“เพียงครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าพี่ ฉันก็รู้แล้วว่าชีวิตที่เหลือของฉัน คงต้องฝากไว้ในมือพี่ พี่สิงห์จะไม่เห็นแก่ความรักแลภักดีที่ฉันมีให้พี่บ้างเลยหรือจ๊ะ”

ความรักและเสน่ห์แพรวพราวของสาลี่ใช้ได้ผลเหมือนทุกครั้ง พระยาสีหโยธินไม่ได้กลับเรือนใหญ่ตามเคย และแน่นอนว่าบ่าวทั้งเรือนรู้เรื่องนี้ ม้วนเลยรีบนำความไปฟ้องบุญมี

“พวกบ่าวที่เรือนใหญ่พูดกันให้อึง ว่าคุณสาลี่เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านเจ้าคุณเลยต้องไปดูแล แต่บ่าวว่าเป็นมารยาเสียมากกว่า นังคุณสาลี่คิดจะแย่งท่านเจ้าคุณไปครองแต่เพียงผู้เดียว คุณบุญมีอย่ายอมนะเจ้าคะ”

“ไม่ยอมแล้วจะให้ข้าทำอย่างไร ไปตบตีแย่งเจ้าคุณมาอย่างนั้นรึ”

“พุทโธ่...ใครจะให้คุณบุญมีทำอะไรอย่างนั้นเล่าเจ้าคะ บ่าวหมายถึงให้คุณใช้จริตมารยาให้ท่านเจ้าคุณมาหาบ้าง มิใช่เดือนหนึ่งมาหาคุณแค่วันหรือสองวันเช่นนี้”

บุญมีนึกเคือง แหวลั่นอย่างลืมตัว “ข้าชังน้ำหน้านังสาลี่มันนัก เอ็งยังจะให้ข้าลอกเลียนแบบมันอีกหรือ ข้าไม่เอาดอก แลถึงท่านเจ้าคุณไม่มาหาข้าเลย ข้าก็หาใส่ใจไม่”

“อ้าว...คุณบุญมีไม่ได้รักท่านเจ้าคุณดอกหรือเจ้าคะ”

คำถามของบ่าวสาวคนสนิท ทำให้บุญมีรู้สึกตัว ดุกลบเกลื่อน “รักสิวะ...ข้าเป็นเมียท่านเจ้าคุณ จะไม่รักท่านได้ยังไง ข้าหมายถึง...ข้าตามใจท่านเจ้าคุณต่างหาก จะมาหรือไม่มาก็สุดแล้วแต่ท่าน”

พูดจบก็เก็บอาการ ไม่แสดงท่าทีแปลกๆอีก ม้วนเลยไม่ทันเอะใจ เพราะคิดว่าตนคงพูดมากไปจริงๆ เจ้านายสาวเลยเอ็ดให้ แต่ที่บ่าวสาวคิดไม่ถึง คือบุญมีไม่ได้มีใจรักใคร่พระยาสีหโยธินแม้แต่น้อย เพราะมีเหตุผลบางอย่าง แต่กลับแอบมีใจให้เที่ยง...ทาสหนุ่มรูปหล่อประจำเรือนท่านเจ้าคุณมากกว่า!

ooooooo

พระยาสีหโยธินรู้สึกตัวกลางดึก และแอบลงจากเรือนของสาลี่ กลับไปเรือนใหญ่เพราะเกรงใจแย้ม ภรรยาเอกคนสวย แต่กลับต้องชะงักกลางทาง เมื่อได้ยินเสียงเป่าใบไม้จากศาลาท่าน้ำ

เย็นนั่นเองที่นอนไม่หลับ เพราะคิดถึงบ้าน เลยแอบออกจากเรือนฟักมาเป่าใบไม้เล่น พระยาสีห–โยธินไม่คุ้นหน้าทาสสาวมาก่อน แต่ก็นึกสนุก เมื่อเธอทึกทักว่าเขาเป็นทาสหนุ่มในเรือนเดียวกัน

“ฉันชื่อเย็นนะจ๊ะ แล้วพี่ชายชื่อกระไร เป็นบ่าวเรือนนี้มานานแล้วรึ”

“เอ่อ...ข้าชื่อสิงห์ อยู่เรือนนี้มาตั้งแต่ปลูกเรือน อยู่มานานกว่าใครทุกคนในเรือนนี้ เอ็งอย่าถามมากเลย เป่าใบไม้ให้ข้าฟังอีกสักเพลงเถิด เอ็งเป่าเพราะดี ข้าชอบ”

“ถ้าพี่ชอบ...ฉันจะเป่าให้ฟังอีกก็ได้จ้ะ”

เย็นตั้งหน้าตั้งตาเป่าด้วยสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้เลยว่าท่านเจ้าคุณในคราบทาสหนุ่ม เฝ้ามองด้วยความเอ็นดู ชื่นชอบความซื่อและความเป็นธรรมชาติของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

ค่ำคืนแรกในบ้านพระยาสีหโยธินไม่เลวร้ายเกินไปนัก แต่ทุกอย่างก็ต้องกลับสู่สภาพเดิม เมื่อเย็นได้รู้ในเช้าวันต่อมาว่าแท้จริงแล้วสาลี่เป็นเพียงอนุภรรยาของท่านเจ้าคุณ และแย้มต่างหากคือคุณหญิงตัวจริง!

ท่าทางหวาดหวั่นของทาสสาวคนใหม่ ทำให้แย้มไม่นึกถือสาหาความ เวทนาในความไม่รู้ด้วยซ้ำ เลยมอบหมายให้นมแสงกับฟัก ช่วยกันอบรมและสอนงานทั้งในครัวและบนเรือนให้

เย็นมีสีหน้าดีขึ้นมาก ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นทาสหนุ่มที่เธอเป่าใบไม้ให้ฟังเมื่อคืน เดินมาจากในเรือน พระยาสีหโยธินเห็นท่าทางหมอบกลัวตัวสั่นของอีกฝ่าย เลยทำเป็นนิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทางเหมือนรู้จักกันมาก่อนให้ผิดสังเกต แต่ฟักก็รู้เข้าจนได้ เมื่อเย็นเล่าให้ฟังด้วยท่าทางอึดอัดใจหลังจากนั้น

“ฉันไม่รู้ว่าเป็นท่านเจ้าคุณ เข้าใจว่าเป็นบ่าวไพร่เหมือนกัน ฉันจึงพูดจาตีเสมอด้วย มิรู้ว่าท่านจะโกรธหรือไม่”

“เวรกรรมนังเย็นเอ๊ย...หน้าตาผิวพรรณท่านเจ้าคุณก็มีสง่าราศีออกปานนั้น เอ็งเข้าใจว่าเป็นบ่าวได้อย่างไร”

“ก็ฉันคิดว่าท่านเจ้าคุณต้องอายุมากแล้ว ไม่คิดว่าท่านจะยังหนุ่มแน่น แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าท่านเจ้าคุณจะออกมานอกเรือนค่ำๆมืดๆ แลท่านยังบอกว่าตัวเองชื่อสิงห์ ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นทาสที่นี่”

ฟักถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะอธิบายว่าสิงห์เป็นชื่อเดิม ก่อนจะได้ตำแหน่งพระยา เย็นหน้าเสีย กลัวถูกทำโทษตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ หัวหน้าทาสสาวใหญ่เลยต้องปลอบให้สบายใจ

“ถ้าท่านจะลงโทษ คงลงโทษเสียแต่เมื่อคืนแล้ว แลยังให้เอ็งเรียกชื่อจริงอีก คงนึกสนุก อยากเย้าเอ็งมากกว่า”

เย็นโล่งใจมาก แต่ก็ยังไม่สบายใจนัก ไม่อยากทำตัวมีปัญหา แต่ดูท่าปัญหาจะวิ่งหาเธอมากกว่า เพราะตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ก็มีเรื่องเข้ามาไม่ได้หยุดหย่อน!

ooooooo

เย็นเรียนวิชาทำกับข้าวและงานฝีมือจากฟักอย่างตั้งใจ โดยมีสายตาของเที่ยงลอบมองห่างๆด้วยความสนใจตลอด ก่อให้เกิดสายตาไม่พอใจจากทาสสาว คนอื่นๆ โดยเฉพาะแอบ ซึ่งหลงรักทาสหนุ่มมานาน

และในที่สุด...แอบก็สบโอกาส ตามฟักกับเย็นไปถึงสวนผลไม้ของท่านเจ้าคุณ และรอเวลาให้ทาสสาวคนใหม่อยู่ตามลำพัง จึงจัดการผลักอีกฝ่ายตกท้องร่อง!

ฟักได้ยินเสียงเอะอะจึงวกมาดู ทันเวลาก่อนที่เย็นจะถูกแกล้งไปมากกว่านี้ เมื่อเที่ยงรู้เรื่องก็รีบออกตัวว่าไม่เคยมีใจให้แอบ และไม่เคยให้ความหวังด้วย ฟักเชื่อเขาแต่ก็เตือนให้ระวังตัว

“ข้าว่าเอ็งอยู่ห่างมันจะดีกว่า นังเย็นเองจะได้ไม่เดือดร้อนมากไปกว่านี้”

“พุทโธ่...พี่ฟัก อย่าให้ฉันต้องอยู่ห่างจากนังเย็นเลยจ้ะ”

สีหน้าเขินอายของเที่ยง ทำให้ฟักถึงกับพูดไม่ออก มั่นใจมากว่าเพลานี้ทาสหนุ่มคงตกหลุมรักเย็นเข้าเสียแล้ว

ค่ำวันเดียวกันบนเรือนใหญ่...แย้มนำถุงเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนมาให้สาลี่กับบุญมี แต่สองอนุภรรยาก็ทำเสียเรื่อง ด้วยการค่อนแคะแดกดันกันไปมาเรื่องท่านเจ้าคุณ

บุญมีเปิดฉากเหมือนเคย เมื่อเห็นสาลี่ทำหน้าผิดหวัง ตอนแย้มบอกว่าท่านเจ้าคุณไปราชการต่างจังหวัด

“ใจคอ...จะต้องอยู่กับท่านเจ้าคุณทุกเมื่อเชื่อวันเลยหรืออย่างไร ทำราวกับไม่เห็นหน้าสักวัน จะลงแดงตาย”

“ก็คนมันเคยเห็นหน้ากันทุกวันนี่จ๊ะแม่บุญมี พอไม่เห็นวันไหน ก็อดคิดถึงกันไม่ได้ มิใช่คนที่เดือนหนึ่งได้เห็นหน้ากันสักครา จะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร”

สาลี่ปรายตาไปทางแย้มด้วย เหมือนจะพูดกระทบลอยๆ แต่คุณหญิงคนสวยก็เฉย ปล่อยให้บุญมีโต้แทน

“ก็ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา มิได้มีมารยาสาไถยเหมือนแม่สาลี่นี่จ๊ะ จะได้เก่งเรื่องจับผู้ชายไว้กับตัว”

“มากไปแล้วแม่บุญมี กล้าพูดถึงเพียงนี้เชียวรึ”

“แล้วแม่สาลี่มีดีอย่างไรรึ ฉันถึงจะไม่กล้า!”

สาลี่โกรธจัด จะเอาเรื่อง โดยไม่เกรงใจภรรยาเอก อย่างแย้มเลย นมแสงกับแรมเดือดร้อนแทน เลยลุกมาขวาง แต่สองอนุภรรยาก็ไม่หยุด แย้มเลยออกโรงเอง ด้วยการยึดถุงเบี้ยเลี้ยงคืน

“แต่มันเป็นเรื่องของฉัน เพราะฉันมีสิทธิ์ขาดบนเรือนนี้ทั้งหมด ผู้ใดก็ตาม ทะเลาะเบาะแว้งบนเรือนของฉัน

ฉันย่อมสั่งลงโทษได้ แลฉันขอลงโทษด้วยการริบเบี้ยอัฐ ประจำเดือนนี้ หากใครไม่ฟัง ฉันคงต้องสั่งลงโทษหนักกว่านี้”

เอ็ดจบก็เข้าเรือน ทิ้งสองอนุภรรยาให้มองหน้า กันนิ่งๆ ไม่กล้ามีเรื่องอีก กลัวโดนลงโทษหนักกว่าเดิม ไม่นาน...บุญมีก็กระฟัดกระเฟียดลงเรือนไป ส่วนสาลี่...ยังยืนนิ่ง มองตามแย้มไปด้วยความแค้นแทบกระอัก อิจฉาริษยาแทบคลั่ง จนต้องหมายมาดในใจ จะต้องขึ้นเป็นคุณหญิงแทนแย้มให้ได้!

ooooooo

พระยาสีหโยธินไม่ได้คิดถึงเรื่องวุ่นวายของบรรดาเมียในบ้านเลย มัวสงสัยในตัวพระมหาเทพเพื่อนรักมากกว่า ว่าอาจมีเงื่อนงำทุจริตบางอย่างทางการค้า แต่ยังไม่มีหลักฐาน เลยเอาผิดไม่ได้

แต่ความหนักใจทั้งหลายก็คลายลง เมื่อพระยาสีหโยธินกลับบ้านช่วงบ่ายของวันเดียวกัน และได้ชิมฝีมือ การทำอาหารของเย็น ซึ่งฟักนำมาให้แย้มชิมเป็นครั้งแรก

“เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน มีฝีมือถึงเพียงนี้เชียวรึ”

“ท่านเจ้าคุณชอบหรือเจ้าคะ ฉันไม่ทราบมาก่อนว่าท่านเจ้าคุณชอบรสนี้ ไม่เช่นนั้นคงให้บ่าวทำเสียนานแล้ว”

พระยาสีหโยธินมองหน้าภรรยาเอกยิ้มๆ “เรื่องเล็กน้อย...คุณหญิงไม่ต้องเอาใจฉันดอก กินอย่างที่อยากเถิด ฉันเป็นคนกินง่าย กินรสเดียวกับคุณหญิงก็ได้ หรือถ้าวันไหนอยากกินรสจัด ฉันค่อยให้แม่สาลี่ทำให้ก็ได้”

แย้มกับนมแสงมองหน้ากัน รับรู้ได้ในทันทีว่าเหตุใดพระยาสีหโยธินถึงชอบกินข้าวที่เรือนสาลี่ นมแสง หัวไวกว่า เสนอให้เย็นทำอาหารทุกมื้อให้ท่านเจ้าคุณ โดยมีแย้มเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะหวังใจว่าสามีจะอยู่กินข้าวบนเรือนใหญ่ด้วยบ่อยๆ หากติดใจรสมือของเย็น

ท่าทางถูกอกถูกใจของสามี ทำให้แย้มนึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหน้าเสียเมื่อเขาบอกให้เตรียมตัวออกงานในเย็นวันเดียวกัน เพราะเขาต้องไปงานเลี้ยงแบบฝรั่งที่เรือนขุนนางชั้นผู้ใหญ่

นมแสงกับแรมถอนใจเหนื่อยใจ เมื่อเดาได้ตั้งแต่เห็นหน้าเจ้านายสาวว่าคงปฏิเสธไม่ไปงานกับท่านเจ้าคุณเป็นแน่ แต่ที่ทำให้สองคนสนิทเดือดร้อนใจมากกว่าคือคนที่จะได้ไปแทน!

สาลี่คือคนที่ได้ออกงานแทนแย้ม! อนุสาวคนสวยแต่งตัวเต็มยศอย่างที่รอมานาน เตรียมออกงานกับสามีด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจ ซึ่งก็สมหวัง พระยาสีหโยธินพอใจมาก เช่นเดียวกับแขกเหรื่อในงานเลี้ยง ที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นแค่อนุภรรยา ต่างก็มองมาด้วยแววตาชื่นชม

แย้มได้แต่ทำใจอยู่บ้าน ไม่อยากคิดมากเรื่องสาลี่ เมื่อเห็นเย็นนั่งตกปลาริมคลอง เลยแวะไปคุยด้วย ท่าทางสดใสและขยันขันแข็งของทาสสาว ทำให้คุณหญิงอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจสั่งอีกฝ่าย ให้พาไปวัด

เย็นเห็นท่าทางนิ่งเฉย เหมือนคนมีอะไรในใจของเจ้านายสาว ก็นึกรู้ว่าคงมีเรื่องทุกข์ใจ เลยชวนคุยแก้กลุ้ม แย้มไม่ถือสา ชอบใจในความใสซื่อของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่วายสงสัย

“ถ้าอยู่ที่นี่สุขสบายแล้วจะไถ่ตัวไปทำไม กลับไปก็ลำบากลำบน จะดีเหมือนอยู่ที่นี่รึ”

“บ่าวคิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ แลพี่ชายเจ้าค่ะ อยากกลับไปอยู่กับพวกเขา...ปลาในอ่าง ถึงจะกินอิ่มหมีพีมันอย่างไร ก็เวียนว่ายได้แค่ในอ่าง ไม่เหมือนปลาในคลองดอกเจ้าค่ะ”

คำพูดของเย็น สะกิดใจให้แย้มเริ่มคิดถึงแผนการบางอย่าง และรู้สึกวางใจในตัวทาสสาวอย่างบอกไม่ถูก จนหลุดปากความในใจที่เก็บกดมานาน

“บางที...ถ้าฉันมีลูกให้ท่านเจ้าคุณได้สักคน ทุกสิ่ง ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้”

ooooooo

หลังออกจากวัด แย้มก็ยังไม่กลับบ้าน แต่ให้เย็น พาเดินเที่ยวตลาดยามเย็นแทน แต่ดันโชคร้ายถูกหัวขโมย วิ่งราวถุงเงินระหว่างทาง เย็นตกใจมาก แต่เมื่อตั้งสติ ได้ ก็ถลาตามติด พร้อมตะโกนบอกชาวบ้านด้วย ว่าไฟกำลังจะไหม้ตลาด ให้ช่วยกันจับตัวคนร้าย!

แย้มได้ถุงเงินคืน แต่ต้องแลกกับอาการปวดเมื่อย ทั้งตัว เพราะถูกหัวขโมยชนล้ม ส่วนสาลี่...ช้ำใจแทบกระอัก เมื่อถูกคุณหญิงคุณนาย ภรรยาขุนนางชั้นสูง นินทาว่าเธอเป็นแค่อนุไม่ใช่ภรรยาเอก!

สาลี่ตั้งใจจะออเซาะ เรียกร้องความสงสารจาก สามี ระบายความคับแค้นใจที่ถูกดูถูกว่าเป็นเมียรอง แต่กลับต้องผิดหวัง เมื่อพระยาสีหโยธินไม่สนใจเธอเลย ทันทีที่กลับถึงบ้านและได้ยินจากเที่ยงว่าแย้มถูกโจรวิ่งราว

ความแค้นแน่นอก และเรื่องราวมากมาย ทำให้สาลี่เหลืออด ภาพความหลังในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง ตอนเธอได้เจอสามี ซึ่งเวลานั้นเป็นแค่หลวงสีหโยธิน และยังใช้ชื่อสิงห์ เป็นครั้งแรก...

เพลานั้น...หลวงสีหโยธินนำกำลังไปปราบพวกอั้งยี่ในหมู่บ้านที่พ่อของสาลี่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ความเก่งกล้าสามารถของเขา ถูกใจสาลี่นักหนา เช่นเดียว ความสวยของเธอ ที่ทำให้คุณหลวงหนุ่มติดเนื้อต้องใจได้ไม่ยาก

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น พวกอั้งยี่แตกพ่าย พร้อมๆกับที่สาลี่กลายเป็นเมียหลวงสีหโยธินโดยสมบูรณ์ แต่แม่ของคุณหลวงหนุ่มไม่ยอมรับ เพราะระหว่างที่เขาไปปราบอั้งยี่ เธอไปขอเมียพระราชทานมาเรียบร้อยแล้ว และผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาเอกของคุณหลวงหนุ่มก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแย้มนั่นเอง!

สาลี่ดึงตัวเองจากอดีต ความแค้นสุมอกจนแทบจะมอดไหม้ แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะยังไม่ถึงเวลา

“ข้าเป็นเมียคนแรก เป็นภรรยาเอกท่านเจ้าคุณ ถ้าคุณหญิงแม่ของท่านเจ้าคุณไม่ลำเอียง คนที่จะได้เป็นภรรยาเอก เป็นคุณหญิงในเพลานี้ก็ต้องเป็นข้า เป็นข้าคนเดียวเท่านั้น”

แอบละล่ำละลักตอบเอาใจ “เจ้าค่ะ...เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”

“เอ็งคอยดูเถิดนังแอบ ถึงข้ามิได้เป็นภรรยาเอกแต่ข้าต้องเป็นเอกในใจของท่านเจ้าคุณให้ได้ นังคุณหญิงไม่มีวันเอาชนะข้าได้เป็นอันขาด!”

เย็นถูกเรียกตัวไปพบ เพื่อตกรางวัลที่ช่วยแย้มจากโจรวิ่งราว ทาสสาวไม่กล้ารับเงินจากท่านเจ้าคุณ เพราะคิดว่าตัวเองทำสิ่งที่ต้องทำในฐานะทาส แต่พระยาสีหโยธินกลับไม่คิดเช่นนั้น

“แต่ฉันชอบใจที่คุณหญิงเล่าให้ฟัง ว่าเจ้าตะโกนร้องว่าไฟไหม้จนคนช่วยกันจับหัวขโมยไว้ได้ เหตุใดไม่ร้องว่ามันขโมยของ แต่กลับร้องว่ามันวางเพลิงเล่า”

“ตอนบ่าวยังเด็ก มีโจรมาขโมยควายเจ้าค่ะ พ่อแม่บ่าวร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะไม่ใช่ควายของตน แลกลัวถูกโจรทำร้าย ต่อมาโจรมันก็มาขโมยอีก แม่บ่าวเลยร้องว่ามันจะพังทำนบกั้นน้ำ ทุกคนเลยรีบออกมาช่วย เพราะกลัวทำนบพังแล้วนาข้าวจะล่มเจ้าค่ะ บ่าวนึกถึงข้อนี้ได้ เลยตะโกนว่าไฟไหม้เจ้าค่ะ”

อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 1 วันที่ 2 พ.ค.59

ละครเรื่องนางทาส บทประพันธ์โดย วรรณสิริ
ละครเรื่องนางทาส บทโทรทัศน์โดย บทกร
ละครเรื่องนางทาส กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่องนางทาส ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่องนางทาส ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่องนางทาสได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ