อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 1 วันที่ 3 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 1 วันที่ 3 เม.ย.59

ซุ่ย หรือ น.ส.บุษบา แก้วเกิด ทำงานในบริษัทเฟลอร์-ไทยแลนด์ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรายใหญ่ ที่มีบริษัทแม่อยู่ฝรั่งเศส เธอรู้สึกตัวเองต่ำต้อยและไร้ค่า วันนี้เธอเดินดูไม้ดอกในร้านขายต้นไม้กระถางของป้องปกเบื่อๆเซ็งๆ พลางนึก

“คนเราควรจะพอใจในตัวเอง...ใช่ ตามหลักการมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น...เหมือนดอกไม้แต่ละชนิด

มันน่าจะพอใจในตัวของมัน เพราะดอกไม้แต่ละชนิดต่างก็สวย มีกลิ่นหอม มีความดีงาม น่าสนใจ มีประโยชน์หรือมีความเหมาะสมที่จะใช้ในโอกาสแตกต่างกันออกไป”



ซุ่ยช้อนดอกกุหลาบขึ้นมาดูอย่างชื่นชม “สมมติ ถ้าฉันเป็นดอกกุหลาบ ฉันก็คงจะชอบตัวเองมากๆแน่ เพราะดอกกุหลาบคือราชินีแห่งดอกไม้ เป็นสัญลักษณ์ของความงาม เป็นตัวแทนของความรัก”

ซุ่ยเดินไปที่ดอกกล้วยไม้ ก็เปรียบเทียบว่า

“ถ้าฉันเป็นดอกแวนด้า...ฉันก็คงจะลุ่มหลงในเสน่ห์ของตัวเองไม่น้อย เพราะกล้วยไม้กว่าจะออกดอก ต้องดูแลทะนุถนอมอย่างดี ดอกมีสีสันสะดุดตา มีเสน่ห์เฉพาะตัว ลึกลับชวนค้นหา และราคาแพง...”

ซุ่ยเดินมานั่งที่พื้น มีดอกหญ้าบานแซมสลับกันหลากสี มองแล้วรำพึง...

“หรือแม้แต่ดอกหญ้า ก็เป็นดอกไม้น่ารัก น่าเอ็นดู น่าชื่นชม สวยธรรมชาติๆ ใสๆ ไม่ฉูดฉาดแต่เพียบพร้อม ดูบอบบางแต่กลับอยู่ได้ทุกสภาพแวดล้อม...ใช่สิ...ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไร ก็น่าพอใจทั้งนั้น...เว้น... ลั่นทม...”

ซุ่ยเดินมาถึงรถกระป๋องเก่าๆที่จอดอยู่หน้าบ้านข้างต้นลั่นทม มองดอกลั่นทมรำพึง...

“ใช่สิ...ไม่ว่าจะเป็นดอกอะไร ก็น่าพอใจทั้งนั้น เว้น...ลั่นทม ใช่...ระทมทุกข์ความสุขหาไม่เจอ นี่แหละฉัน ดอกลั่นทมที่ปลูกอยู่ตามวัด หรือสุสาน ไม่ใช่ไม่สวยนะ ฉันสวย มีกลิ่นหอมด้วย แต่หอมแบบเศร้าๆ ต้องเรียกชื่อใหม่ให้ก่อน...ว่าลีลาวดี แล้วถึงจะปลูกฉันได้”
ลั่นทมร่วงลงมาดอกหนึ่ง ซุ่ยพยายามจะรับไว้... ขณะที่ใจยังคิด...

“ทั้งๆที่จริงๆแล้ว จะลีลาวดีหรือลั่นทมมันก็คือ ดอกไม้ที่ชวนให้คิดถึงความหดหู่ ปลงอนิจจัง...หรือคิดถึงป่าช้า...ที่มีผีตาโบ๋ลอยไปมากุ๊กๆกู๋ ไม่เย้ายวนชวนพิสมัย หรือทำให้ใครเกิดความปรารถนาเหมือนเดิมนั่นแหละ”

ลั่นทมดอกนั้นร่วงลงพื้น แล้วร่วงลงมาทีละดอก ...ทีละดอก จนหมดต้น ใบก็ทิ้งขั้วลงมาทีละใบ จนเหลือแต่ต้นกับซุ่ย ที่ยืนห่อเหี่ยวเช่นเดียวกับลั่นทมที่ยืนต้นโกร๋น...

ooooooo

เช้านี้ ซุ่ยขับรถกระป๋องที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อมาถึงหน้าตึกบริษัทเฟลอร์์-ไทยแลนด์ ควบปุเลงปุเลงมาจอดข้างรถเบนซ์คันหรูอย่างไม่สนใจใคร ยามเป่านกหวีดปรี๊ดดดด...โบกมือไล่ให้ไปจอดที่อื่น

ซุ่ยโผล่หน้าบอกว่าตนรีบ พลางชี้ไปที่กล่องอ้างความจำเป็น แต่ยามไม่สนใจเป่านกหวีดไล่ท่าเดียว ซุ่ยขับรถบุโรทั่งออกไปทับกระป๋องเครื่องดื่มที่กลิ้งอยู่ใกล้ถังขยะที่เจิ่งน้ำจนบู้บี้ รถจอดสนิทอยู่ใกล้ถังขยะแต่ซุ่ยก็ยังภูมิใจว่า

“ถึงที่จอดรถของฉันมันจะติดดินไปสักหน่อยแต่ฉันก็ยังดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทนี้จริงๆค่ะ”

ทันใดนั้น เสียงนาฬิกาจากมือถือดังขึ้น ซุ่ยตกใจอุทาน “อีกห้านาทีเข้างาน!!!” ซุ่ยตะกุยของในรถคว้ากล่องได้ก็วิ่งหัวทิ่มหัวตำออกไป ทิ้งรถที่มีฝุ่นเขรอะจอดใกล้ถังขยะ มีรอยนิ้วมือที่หลิวน้องสาวของซุ่ยเขียนไว้ว่า “คันนี้คือรถเบนซ์”

เป็นความจริง! เพราะที่เห็นคือรถกระป๋องบุโรทั่ง แต่ที่เขียนคือรถเบนซ์

ซุ่ยถือกล่องวิ่งไปที่หน้าลิฟต์ เห็นผู้คนมากมายกำลังไหลเข้าลิฟต์ วิ่งจนถึงหน้าลิฟต์ก็ถูกคนที่วิ่งตามหลังมาชนจนคะมำ กล่องหลุดมือ เอกสารหล่นกระจาย แต่ไม่มีใครสนใจทุกคนมุ่งแต่จะเข้าลิฟต์ ซุ่ยก้มหน้าก้มตารวบเก็บเอกสาร พอเงยหน้าขึ้นก็ตะลึงตาค้างพึมพำเหมือนละเมอ

“คุณรังสิต...”

รังสิตหัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเฟลอร์- ไทยแลนด์เดินมาที่ลิฟต์อย่างหล่อ เท่ ซุ่ยมองเคลิ้มเพ้อ...

“คุณรังสิต คือหนึ่งเดียวที่ทำให้ซุ่ยอยากมาทำงานทุกวั้น...ทุกวัน...”

ห้านาทีก่อนเข้างาน ซุ่ยเผชิญอุปสรรคอย่างทุลักทุเล พอลิฟต์มาใหม่รังสิตก้าวเข้าไปอย่างเท่ ซุ่ยตะกายจะตามเข้าไปก็เต็มพอดี ซุ่ยพยายามจะแทรกเข้าไป แต่ถูกเบลล่าสาวสวยแก๊งเม้าท์ของเฟลอร์ที่ยืนเหล่รังสิตอยู่ข้างแผงปุ่มลิฟต์กดปิดประตูทันที ซุ่ยชนประตูลิฟต์หน้าหงาย ตัดสินใจวิ่งไปขึ้นทางบันไดหนีไฟ ก้าวทีก็ร้องที ด้วยสีหน้าฮึกเหิมดุดัน

“คุณรังสิตรักฉัน! คุณรังสิตเป็นของฉัน! ฉันรักคุณรังสิต! เราจะแต่งงานกัน!”

ซุ่ยจำได้ฝังใจในวันที่ได้เจอรังสิตครั้งแรก...วันนั้น ซุ่ยอยู่ในลิฟต์ประตูกำลังจะปิด ซุ่ยเห็นแว้บๆว่ามีคนวิ่งมาจึงกดเปิดประตูอีกครั้งอย่างมีน้ำใจ พอประตูเปิดเห็นรังสิตยืนอยู่หน้าลิฟต์ยิ้มเท่อย่างเป็นมิตรเอ่ยเสียงหล่อ “ขอบคุณครับ” แล้วต่างก็แอบมองกันเป็นระยะ จนรังสิตเอ่ยขึ้นว่า ลิฟต์ตึกนี้กระจกใสดีนะครับ ซุ่ยไม่เฉลียวใจตอบเสียงแผ่วเขินๆ ค่ะ รังสิตบอกให้ลองส่องกระจกดู ซุ่ยเหลือบมองจึงเห็นเม็ดข้าวติดที่ริมฝีปาก ซุ่ยแลบลิ้นตวัดแผล็บ รังสิตยิ้มขำๆ บอกว่า

“รู้เลยว่าเมื่อเช้าทานอะไรมา” แล้วแนะนำตัวเองสบายๆ อย่างมีไมตรีว่า “ผมชื่อรังสิต เพิ่งมาทำงานวันแรก ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ...น้องข้าวผัด”

เพียงแค่นั้น ซุ่ยก็ตีขลุมเพ้อเจ้อตลอดมาว่า รังสิตรักตน...เป็นของตน...

ooooooo

ซุ่ยขึ้นไปถึงหน้าแผนกมาร์เกตติ้ง เจอฝรั่งชาย สองคนถามทางไป product development depart- ment ซุ่ยได้ยินภาษาอังกฤษยาวเหยียดก็เหวอ แต่ต้องพูดอะไรสักอย่าง เลยตอบ เยส!!

ฝรั่งดีใจนึกว่าซุ่ยรู้ ให้ช่วยบอกทาง ซุ่ยงงตัดสินใจตอบมั่วไปว่า โน!! ฝรั่งงงถามว่าตกลงรู้หรือไม่รู้ ซุ่ยงงแล้วงงอีก แต่คล่องอยู่สองคำคือเยสกับโน เมื่อตอบเยสไปแล้ว โนก็ตอบแล้วเลยตอบเยสอีกที ซุ่ยตอบเยสๆ โนๆ จนฝรั่งอุทาน

“My god!!”

โชคดีที่รังสิตออกจากห้องฝ่ายการตลาดได้ยินซุ่ยพูดและฝรั่งอุทานจึงรีบเข้าไปทักทายแล้วพาฝรั่งเดินเลี้ยวไปอีกทาง

“โอววว...คุณรังสิตมาช่วยซุ่ยทันเวลา บังเอิญจังเลย อย่างกับคุณจงใจที่จะหาโอกาสมาช่วยซุ่ยจากวิกฤติอย่างนั้นแหละ” ซุ่ยคิดฟุ้งซ่านเข้าข้างตัวเอง มัวแต่เคลิ้มเลยเดินชนชฎาสาวใหญ่หัวหน้าแผนกมาร์เกตติ้งหัวหน้าสายตรงของซุ่ยที่ชอบพูดไทยคำฝรั่งคำถือแก้วกาแฟมาพอดี แก้วกาแฟกระเด็นจากมือกาแฟหกรดชุดและกระเด็นถูกหน้าชฎาเลอะ

ชฎาด่าซุ่ยทั้งภาษาไทยและอังกฤษไฟแลบ ซุ่ยยืนก้มหน้าสลด แต่ไม่เจ็บเท่าไรเพราะฟังคำด่าภาษาอังกฤษไม่ออก

“อะไรกันคะ อะไรกัน คุณชฎา...เสียงดังไปถึงโน่น” โรสนักการตลาดมือหนึ่งของบริษัทเดินเข้ามาถามอารมณ์ดีเมื่อรู้เรื่องก็แนะนำให้ชฎาไปถามชุดที่เอามาซักที่ร้านคงจะมีเสร็จบ้างแล้ว แต่ชฎาด่าซุ่ยยังไม่เสร็จ โรสจึงใช้ให้ซุ่ย ไปถ่ายเอกสารเตรียมให้ตนประชุม ซุ่ยรับงานแล้วรีบไปด้วยความรู้สึกขอบคุณเป็นล้นพ้นที่โรสช่วยตนรอดจากปากชฎา

“อ้อ แล้วเธอ...เธอ...แอนด์เธอ” โรสชูสองแขนขึ้นอย่างมั่นใจแล้วดีดนิ้วเป๊าะ “ไปรับหน้าฝรั่งพวกนั้นที่มีตติ้ง รูมก่อนเลย โชว์ไทม์!!” โรสยืนสั่งการอย่างสง่า มั่นใจ ซุ่ยมองปลื้มมาก รักสุดๆ อยากเป็นแบบโรสเหลือเกิน...

ขณะซุ่ยไปถ่ายเอกสารอยู่ในมุมที่มองผ่านกระจกเข้าไปในห้องประชุมเห็นโรสพอดี ซุ่ยไม่ได้สนใจการซีร็อกซ์เลยเพราะมัวชื่นชมกับท่วงท่าสุดเท่ของโรสปล่อยให้เครื่องถ่ายเอกสารเองหมด จนถ่ายมือตัวเอง กอหญ้าถามว่าปริ๊นต์แอดครีมทามือหรือ ซุ่ยจึงรู้สึกตัวรีบกดหยุดเครื่อง กอหญ้าหัวเราะเบา บอกว่าตนเข้าใจ ใครล่ะที่เห็นพี่โรสแล้วจะไม่ตะลึง

“เห็นด้วย” แวนด้ายิ้มหวาน “โรสไม่ใช่คนธรรมดา นิสัยก็ดี เก่งก็เก่ง สวยก็สวย คำเดียวเท่านั้นที่เหมาะกับเขา ยิ่งกว่าเพอร์เฟกต์...สมบูรณ์แบบ คือคำว่า...พิเศษเอ็กซตร้าออร์ดิเนรี่...”

กอหญ้ากับแวนด้ายิ้มให้กันอย่างเห็นพ้อง ซุ่ยหันมองไปที่โรสอย่างหลงใหล วาดฝัน...

“ชาตินี้จะมีใครพูดถึงฉัน...ว่า...พิเศษเอ็กซตร้าออร์ดิเนรี่บ้างนะ...”

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 1 วันที่ 3 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ