อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 24 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 24 เม.ย.59

“ก็เมื่อก่อนเจ๊ซุ่ยมีแต่สิ้นเปลืองน่ะสิ” หลิวตอบแทน กอหญ้าถามว่าจริงหรือ ป้องปกตัดบทถามว่าปลูกอะไรบ้าง กอหญ้าบอกว่าสะระแหน่ โหระพา พริก ผักชี ต้นหอม กะเพรา ป้องปกชมว่าทำได้หลายเมนูเลยนะเนี่ย แต่ปลูกแบบนี้ไม่ขึ้นหรอก ป้องปกสอนตั้งแต่การเตรียมดิน จนเลือกเมล็ดและกิ่งพันธุ์ หลิวเห็นป้องปกกับกอหญ้าช่วยกันเตรียมดินอย่างใกล้ชิดก็ค่อยๆเลี่ยงออกไป

ม่ากับแม่แอบดูอยู่ ม่าพูดกับแม่อย่างสบายใจว่า “ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มาตั้งนาน ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมด้วยกัน” แม่พูดอย่างสบายใจเช่นกันว่าเป็นอย่างนี้ได้เสียทีก็ดีเหมือนกันนะ ทันใดทุกคนก็สะดุ้งเมื่อซุ่ยยื่นหน้ามาถามว่าอะไรดีเหรอคะ?



“อ้าว พี่กอหญ้า” หลิวหันมาทัก ซุ่ยถามว่าแอบดูอะไรกันอยู่หรือ แม่ ม่า หลิวชี้ให้ดู ซุ่ยหน้าเสียเมื่อเห็นป้องปกกับกอหญ้าสอนเตรียมดินกันกะหนุงกะหนิงหยอกล้อกันอย่างร่าเริงก็ทนไม่ได้เดินลิ่วไปทำทีเป็นห่วงกอหญ้าว่าสุขภาพไม่ดีไม่ควรมาตากแดด ดินก็มีเชื้อโรคเดี๋ยวจะยิ่งแย่ให้เข้าบ้านไปดีกว่า หลิววิ่งมาบอกว่า

“ไม่เป็นไรหรอกพี่กอหญ้า เฮียป้องก็อยู่ ยังไงเฮียป้องก็ต้องดูแลเจ๊ซุ่ยอยู่แล้ว”

ซุ่ยยิ่งไม่พอใจบอกกอหญ้าว่าเธอต้องดูแลตัวเองอย่ารบกวนคนอื่น ป้องปกบอกว่าไม่รบกวนตนเต็มใจดูแลอยู่แล้ว ซุ่ยหันขวับถามว่าในฐานะอะไร ป้องปกบอกว่าพี่ชาย แต่ม่า แม่ และหลิวที่ตามมาต่างพยายามบอกว่ามากกว่าพี่ชายแต่ไม่ใช่แฟน หลิวโพล่งไปว่า “งั้นเป็นเพื่อนสนิทที่สุดแบบที่ดาราชอบตอบ” แต่ม่าติงว่าเฮียป้องเป็นมากกว่านั้น แม่ถามว่าเฮียป้องเป็นอะไร กอหญ้าตอบทันทีว่า

“เป็นคนพิเศษค่ะ เฮียป้องเป็นคนพิเศษ พิเศษเหมือนแม่ เหมือนม่า เหมือนหลิว เฮียป้องคือครอบครัว ซุ่ยอยู่กับเฮียป้องแล้วรู้สึกอบอุ่นมากค่ะ”

กอหญ้าในร่างซุ่ยพูดซื่อๆ จริงใจ แต่ซุ่ยในร่างกอหญ้าฟังแล้วทนไม่ได้ ชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ หมั่นไส้มาก ทำอะไรไม่ได้ก็เดินไปที่ต้นลีลาวดีเด็ดใบระบายอารมณ์อย่างที่เคยทำ ป้องปกมาเจอถามว่าทำไมมาเด็ดใบต้นนี้

“ทำไม เด็ดไม่ได้หรือ ก็ฉันเห็นเพลี้ย” ป้องปกหน้าเครียดทันทีถามว่าเธอรู้เรื่องนี้ด้วยหรอ ซุ่ยทำไขสือถามว่าเรื่องอะไร ป้องปกบอกว่า ต้นเฮียป้อง ซุ่ยทำเฉไฉว่าต้นอะไรชื่อเชย ขอโทษที่เด็ดใบต้นไม้ของเขา แต่เด็ดไม่กี่ใบเดี๋ยวมันก็งอกใหม่ ซุ่ยกลบเกลื่อน แต่ป้องปกมองอย่างสงสัยพึมพำ “อีกคนแล้วหรือ ทำตัวเหมือนซุ่ยเมื่อก่อน”

ซุ่ยถามว่าซุ่ยเมื่อก่อนเป็นยังไง เขาบอกกว่าก็เหมือนคุณตอนนี้ไง ซุ่ยถามว่าแล้วตอนนี้เป็นยังไงพูดมาเลย กอหญ้ารีบเข้ามาขวางขอร้องว่าอย่าทะเลาะกันเลย ซุ่ยโต้ว่าไม่ได้ทะเลาะแต่เป็นการถามเฉยๆ คาดคั้นป้องปกว่า

“ว่าไงล่ะเฮียป้อง พูดมาเลย เฮียป้องชอบซุ่ยตอนนี้มากกว่าใช่ไหม”

ป้องปกนิ่ง แต่กอหญ้าทำท่าเหมือนปวดหัว บ่นเบาๆ “เสียงดังจัง...” แล้วจู่ๆกอหญ้าก็ร่วงไป ป้องปกตกใจรีบรับไว้ เมื่ออุ้มกอหญ้าเข้าไปในบ้าน แม่บ่นว่านึกว่าวันนี้จะไม่หลับแล้วเสียอีก ป้องปกตำหนิตัวเองว่าไม่น่าให้ซุ่ยไปตากแดดขุดดิน ม่าติงว่าออกกำลังนิดๆ หน่อยๆไม่น่าเหนื่อยมาก หลิวพูดสบายๆหน้าระรื่นว่า

“ทุกคนไม่ต้องคิดมากเดี๋ยวเจ๊ซุ่ยก็ตื่น เจ๊ซุ่ยยังไม่ได้ปลูกผักชีเลยหลิวไม่ปลูกให้นะ รีบตื่นมานะจ๊ะเจ๊ซุ่ย”

ooooooo

ซุ่ยลากลับ ขณะเดินออกมานึกถึงสภาพของกอหญ้าในร่างตนที่อ่อนแอหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หนักใจว่าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปต้องยิ่งแย่ลงแน่ๆ ป้องปกตามมาถามว่าดึกแล้วจะกลับอย่างไร

“ถ้าจะเรียกแท็กซี่เจ้าเก่าให้ ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้”

ป้องปกชะงักถามว่ารู้เรื่องแท็กซี่เจ้าเก่าด้วยหรือ เธอโมเมว่าซุ่ยเคยเล่าให้ฟัง ป้องปกแย้งว่าเรื่องนี้ซุ่ยไม่รู้ เพราะตนเคยเรียกแท็กซี่ให้คุณโรส พอถูกจับได้ซุ่ยแกล้งพาลหาว่าเขาจับผิด แก้ตัวว่าตนฟังคนนี้เล่าคนนั้นเล่าก็สับสนไปบ้าง ไม่ได้ตอบคำถามชิงรางวัล จะต้องให้ถูกเป๊ะๆ

“รู้ไหมคุณมีหลายอย่างเหมือนซุ่ยมาก แต่บางครั้งคุณโรสกับคุณแวนด้าก็ชอบทำอะไรหลายๆอย่างเหมือนซุ่ย ทำสิ่งที่ซุ่ยเลิกทำแล้วหลังจากที่สุขภาพเริ่มแย่ลง” เขาพูดถึงซุ่ยอย่างเสียดายว่า “ที่จริงซุ่ยน่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนมีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา แต่เขาชอบพูดว่าใครๆ ก็ดีกว่า เขาสู้ใครไม่ได้เลย...ขอบคุณมากนะครับที่เป็นห่วงซุ่ย กลับบ้านดีๆนะครับ”

“เดี๋ยว...ที่ฉันถามเมื่อตอนเย็นน่ะ เรื่องซุ่ยเมื่อก่อนกับซุ่ยตอนนี้ เฮียป้องจะตอบว่าอะไรเหรอ”

“ผมรู้ว่าซุ่ยแปลกไป แต่ไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ขอแค่เป็นซุ่ย ผมก็จะดูแลอย่างดีที่สุด”

ซุ่ยนิ่งอึ้ง อยากบอกเหลือเกินว่า “ซุ่ยอยู่ตรงนี้ไง เฮียป้อง...ซุ่ยอยู่ตรงนี้...” แต่ก็พูดไม่ได้

ดึกแล้วซุ่ยเพิ่งกลับถึงบ้าน ทั้งคุณหยก แม่แก้วและนายชุ่ม ทุกคนรอซุ่ยอยู่ คุณหยกพูดอย่างผิดหวังว่าไม่นึกว่าซุ่ยจะทิ้งงานไปอย่างนี้ นายชุ่มว่าอาหารที่ทำก็แย่มาก จนแม่แก้วต้องทำใหม่ทั้งหมด

คุณหยกตำหนิว่าทิ้งงานไปปล่อยให้แม่แก้วต้องเหนื่อยขนาดนี้ได้ยังไง ซุ่ยโต้ว่าถ้าไม่อยากให้แม่เหนื่อยคุณหยกก็อย่าใช้งานแม่มาก ให้แม่ได้พักบ้าง แม่แก้วปรามและให้ขอโทษคุณหยก ซุ่ยยกมือไหว้ขอโทษถามว่า ขอโทษแล้วพูดต่อได้ใช่ไหม แล้วซุ่ยก็พูดต่อโดยไม่รอฟังคำตอบ

ซุ่ยสาธยายการทำงานของแม่แก้วตั้งแต่ตีสามตีสี่จนถึงเที่ยงคืนทุกวัน คุณหยกถามว่าที่อาหารไม่อร่อยเพราะทำประชดตนใช่ไหม เสียใจที่ซุ่ยมีอะไรไม่พูดกันดีๆ แม่แก้วขอโทษคุณหยกแทนลูก รับปากว่าจะสั่งสอนลูกเองแล้วลากซุ่ยออกไป

แม่แก้วดุซุ่ยที่พูดจาก้าวร้าวกับคุณหยก ซุ่ยเถียงว่าแม่อยากให้ตนเป็นคนโกหกหรือ ตนพูดความจริงที่คุณหยกใช้งานแม่เหมือนเราไม่ใช่คนไม่รู้แม่จะทนไปทำไม

“แม่ไม่ได้ทน แต่แม่ยินดีรับใช้คุณหยกตอบแทนบุญคุณที่คุณหยกมีให้ครอบครัวเรา” ซุ่ยถามว่าบุญคุณอะไร แม่แก้วดุว่า “ทำเป็นจำไม่ได้ ลืมแล้วหรือที่เรามีวันนี้เพราะใคร?”

แล้วแม่แก้วก็ทบทวนความหลังให้ฟังว่า หลายปีก่อนพ่อเป็นคนขับรถพาคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาวและน้องชายคุณหยกไปเที่ยวต่างจังหวัด เกิดอุบัติเหตุทุกคนจากไป เหลือแต่คุณหยกที่ติดธุระไม่ได้ไปด้วยแม่กับกอหญ้าก็ต้องเสียพ่อไป แต่คุณหยกรับอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียกอหญ้าเรียนจนจบ เล่าแล้วแม่บอกกอหญ้าจริงจังว่า

“คุณหยกเมตตาเราสองแม่ลูก ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้ความรู้ ต่อให้เราต้องทำงานหนักกว่านี้แม่ก็เต็มใจ... กอหญ้า...ถึงมันจะเหนื่อย เราก็ต้องภูมิใจนะ เราทำดี ความกตัญญูเป็นพื้นฐานของคนดี ถ้ากอหญ้าไม่รู้จักคุณคน ไม่ตอบแทนคนที่ดีต่อเรา ชาตินี้กอหญ้าจะเจริญได้ยังไง กอหญ้าไปขอโทษคุณหยกนะ”

รุ่งขึ้น แม่แก้วพาซุ่ยในร่างกอหญ้าไปกราบขอโทษคุณหยก คุณหยกเมตตาให้อภัย แนะนำว่า คำพูดอันตราย มาก ก่อนพูดเราเป็นนายแต่หลังพูดไปแล้วเราแก้ไขอะไรไม่ได้ ตนยกโทษให้ แต่ยังไงก็เรียกคืนความรู้สึกที่เสียไปไม่ได้ ครั้งนี้ให้ถือเป็นบทเรียนต่อไปอย่าทำอีก แต่ก็ติงว่าที่จริงนี่ไม่ใช่นิสัยของกอหญ้า ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ถ้างานหนักเครียดจะเรียนต่อไหม ซุ่ยตกใจเพราะไม่เคยคิดเรื่องเรียนต่อ ได้แต่ยิ้มให้คุณหยกแบบแบ่งรับแบ่งสู้

ooooooo

ในการทำตลาดสูตรสมุนไพรกันแดดและไล่แมลงได้สองตัวคือมหาหงส์กับแคทนิป งานนี้โรสมีกอหญ้าเป็นผู้ช่วยและรังสิตร่วมทีม ทั้งคู่หมางเมินกัน ซ้ำความเห็นต่อสินค้ายังขัดแย้งกัน

โรสชอบแคทนิปเพราะกลิ่นอ่อนๆซึมเร็ว อีกทั้งชื่อก็แปลกน่าจะเป็นจุดขายได้ แต่รังสิตชอบกลิ่นมหาหงส์ ชื่อก็เพราะคนน่าจะชอบ ซุ่ยจึงเอาแคทนิปไปถามป้องปกว่ารู้จักไหมเขาจะเอามาผสมกับครีมเป็นสูตรใหม่ ไล่แมลงได้ จะเป็นอันตรายหรือเปล่า

ป้องปกบอกว่าคล้ายสะระแหน่ หรือจะเป็นต้นกัญชาแมว เพื่อความแน่ใจเขาพาซุ่ยไปดูที่เรือนเพาะต้นไม้ เปิดโน้ตบุ๊กหาข้อมูลในกูเกิล

ซุ่ยมองไปรอบๆอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเรือนเพาะต้นไม้นี้มาก่อน นึกถามตัวเองว่าเขาสร้างตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมตนไม่เคยเห็น ทำให้รู้สึกตัวว่า “ที่ผ่านมา เราละเลย ไม่ใส่ใจในตัวเฮียป้องขนาดนี้เลยเหรอ”

ป้องปกค้นหาจนได้ข้อมูลว่าน้ำมันระเหยจากแคทนิปสามารถไล่ยุงได้ดีกว่ายาที่ขายตามท้องตลาดอีก แต่ยังไม่มีผลการวิจัยรับรองว่าปลอดภัยกับคน ซุ่ยดีใจมากรีบไปดูจนสะดุดสายยางหน้าคะมำมือไปคว้าต้นโป๊ยเซียนที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะโดนหนามโป๊ยเซียนตำเลือดไหล เลยหันมาสนใจเรื่องบาดแผลดูแลกันอย่างใกล้ชิด

ความห่วงใยดูแลกันใกล้ชิดนี้ทำให้นึกถึงตอนที่ป้องปกสอนซุ่ยขี่จักรยาน เมื่อล้มฟกช้ำเป็นแผลก็ดูแลกันอย่างดี ป้องปกคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตจนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เห็นกอหญ้าตรงหน้าเป็นซุ่ย พลั้งปากเรียกเป็นซุ่ยไปหลายครั้ง

กอหญ้าเดินมาเห็นถามว่าทำอะไรกันอยู่ ป้องปกรีบผละออกจากซุ่ย จนซุ่ยแปลกใจว่าเขาทำเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้ตนต่อหน้ากอหญ้า

กอหญ้ามาชวนซุ่ยอยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน บอกว่าวันนี้มีพะแนงไก่ของโปรดเฮียป้องด้วย ป้องปกบ่นว่าบอกให้พักก็เข้าครัวอีกแล้ว ความห่วงใยกอหญ้าของป้องปกทำให้ซุ่ยหมั่นไส้ไม่สบายใจเลยขอกลับ แต่กอหญ้ามึนหัวและชักเสียก่อนเลยโกลาหลกัน ป้องปกหาอะไรใส่ปากกอหญ้าไม่ให้กัดลิ้นตัวเองไม่ทันจึงเอานิ้วใส่ปากแทน ถูกกอหญ้ากัดจนเลือดออก...

“เฮียป้องยอมเจ็บเพื่อซุ่ยขนาดนี้เลยเหรอ?” ซุ่ยพึมพำ อดคิดไม่ได้ว่า “กอหญ้าอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ

เลยนะ เพราะเธออยู่ในร่างฉันเธอเลยอ่อนแอใช่ไหม แล้วถ้าเรายังเป็นอย่างนี้ต่อไป เธอจะไหวไหม หรือจะแย่กว่านี้ นี่ฉันควรช่วยเธอแล้วก็ช่วยร่างฉันยังไงดี”

ซุ่ยเห็นนิ้วป้องปกถูกกัดจนเลือดออก จึงทำแผลให้ ระหว่างนั้นซุ่ยถามวัดใจเขาว่า “ถามจริงๆทำไมคุณต้องห่วงซุ่ยนัก ทั้งๆที่ซุ่ยก็ไม่ค่อยจะดูดำดูดีคุณเท่าไหร่

ยิ่งเมื่อก่อนยิ่งร้าย ทะเลาะกับคุณทุกวัน ทำไมคุณยังทนอยู่อีกล่ะ”

ป้องปกนิ่งไปอึดใจก่อนตอบเสียงหนักแน่นว่า

“ถ้าวันไหนคุณรักใครสักคนมากๆ อยากเห็นเขามีความสุข ไม่อยากให้เขาเจ็บป่วยหรือเศร้าเสียใจ ไม่อยากได้อะไร แค่อยากดูแลเขาไปตลอด...วันนั้น คุณจะเข้าใจ”

ซุ่ยชะงักอึ้งเมื่อรู้ว่าป้องปกรักตน กังวลขึ้นทันทีว่า เมื่อวันนี้ซุ่ยไม่ได้เป็นซุ่ยแล้วจะทำอย่างไรดี ว้าวุ่นใจจนร้องไห้

กลับถึงบ้านแล้วยังว้าวุ่นใจจนนอนไม่หลับ วนเวียนถามแต่ว่าเฮียป้องรักซุ่ยจริงๆหรือ ผุดลุกขึ้นนั่งเครียดว่า

“รักซุ่ยคนเดิมที่นิสัยเป็นซุ่ย หรือรักตัวซุ่ยที่มีนิสัยเป็นกอหญ้า แล้วจิตใจของกอหญ้าที่อยู่ในตัวซุ่ยคิดอะไรกับเฮียป้อง แล้วร่างกายของซุ่ยล่ะ จะเป็นอะไรมากไหม อาการจะหนักอย่างนี้หรือเปล่า...โอ๊ย...จะทำยังไงดี...” ยิ่งคิดยิ่งกังวล สับสน สุดท้ายบอกตัวเองว่า “ปล่อยไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว...ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง!”

ฝ่ายคมน์ หลังจากหึงแวนด้าจนชกป้องปกเสียเพื่อนไปแล้ว ก็หลงมารยาของแวนด้าหัวปักหัวปํา เมื่อแวนด้า อ้อนคมน์ให้พาเข้าวงการ วันนี้คมน์จึงพาไปแคสกับผู้จัดคือต้น แวนด้าแคสไม่ผ่านเพราะเล่นแข็งเป็นหุ่นยนต์ แต่คมน์คุกเข่าอ้อนวอนต้น บอกว่าจะไม่ลุกจนกว่าต้นจะรับแวนด้าร่วมแสดงในละครที่ตนแสดงอยู่ จนผู้จัดต้นต้องยอม

นอกจากแวนด้าจะเล่นแข็งต้องเทกจนทีมงานอ่อนใจแล้ว แวนด้ายังยั่วยวนอ่อยผู้จัดต้นจนคมน์หึง ที่เคยเล่นละครได้อย่างถึงบทก็กลายเป็นเทกแล้วเทกอีกจนผู้กำกับหัวเสียบ่นว่า เมื่อก่อนไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย เหลือบไปเห็นแวนด้ากำลังหัวเราะคิกคักกับผู้จัดต้นก็ถึงบางอ้อว่า “สงสัยจะมาเสียเพราะชะนี”

ooooooo

ซุ่ยตัดสินใจจะต้องสลับร่างคืนกับกอหญ้าให้ได้ จึงส่งข้อความหลอกให้กอหญ้ามาที่สนามกีฬา กอหญ้ารีบมาด้วยความเป็นห่วง พอเจอหน้า ซุ่ยเสนอทันทีว่า “ฉันอยากได้ร่างฉันคืน”

กอหญ้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถามซุ่ยว่าไม่สบายหรือเปล่า ซุ่ยเห็นว่าการขอตรงๆไม่ได้ผล จึงใช้แผนสองกระโดดทับร่างกอหญ้าหมายให้สลับร่างคืน ก็ไม่ได้ผลอีก กอหญ้าบอกซุ่ยว่าเธอไม่สบายแน่ๆ ให้เฮียป้องพาไปหาหมอไหม

“ไม่!!! ฉันไม่ได้ป่วย เธอนั่นแหละป่วยกอหญ้า เธอป่วยเพราะเธอมาเป็นฉัน แล้วนับวันเธอก็ยิ่งอาการแย่ลงเรื่อยๆ ฉันปล่อยให้เธอเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เราต้องสลับร่างกัน เธอต้องกลับมาเป็นกอหญ้า ฉันจะได้กลับไปเป็นซุ่ย ฉันต้องการร่างของฉันคืน”

ทดลองมาสองวิธีไม่ได้ผล ซุ่ยจึงใช้วิธีสุดท้ายลากกอหญ้าไปที่สระว่ายน้ำในสนามกีฬา ดึงกอหญ้ากระโดดลงสระด้วยกันกอดกอหญ้าไว้แน่นหมายให้ตายจะได้สลับร่างคืน ขณะที่กอหญ้ากำลังจะหมดลม ป้องปกก็มาดึงร่างเธอขึ้นมา เพราะกอหญ้าเขียนโน้ตทิ้งไว้ก่อนออกมาหาซุ่ย เขาจึงตามมาด้วยความเป็นห่วง

ป้องปกโมโหซุ่ยในร่างกอหญ้ามาก ปรามไม่ให้ยุ่ง ไม่ให้เข้าใกล้ซุ่ยอีก แล้วอุ้มซุ่ยออกไป

ซุ่ยถูกทิ้งให้อยู่ลำพังที่สนามกีฬา ฟุบหน้ากับฝ่ามือหลังงอห่อไหล่อย่างหมดแรง....เฝ้าถามตัวเองว่า ฉันจะทำยังไงดี? พลันก็นึกถึงด็อกเตอร์ถ้วยทองขึ้นมา ตะโกนหาด็อกเตอร์ถ้วยทองให้มาหาตนเดี๋ยวนี้ ตะโกนบอกว่า

“ฉันไม่อยากเป็นคนอื่นแล้ว ฉันอยากกลับไปเป็นซุ่ย ด็อกเตอร์ออกมานะ มาทำให้ฉันกลับร่างตัวเองสิ”

ทันใดนั้นมีกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวลงมาเป็นแผ่น ปลิวเปิดตัวหนังสือของด็อกเตอร์ถ้วยทองชื่อ “เพราะคุณมีแค่หนึ่งเดียว” พร้อมกับบอกสถานที่และเวลาจัดงาน ซุ่ยบ่ายหน้าไปทันที

แต่เมื่อเจอด็อกเตอร์ถ้วยทอง ด็อกเตอร์กลับจำซุ่ยไม่ได้และรีบไปงานเปิดตัวหนังสืออีกแห่งหนึ่ง ซุ่ยทรุดตัวลงอย่างหมดแรง เดินคอตกไปถึงสวนแห่งหนึ่งมองตัวเองอย่างสิ้นหวังถามตัวเองว่าจะต้องกลายเป็นกอหญ้าไปไม่มีที่สิ้นสุดเลยหรือ?

“แล้วไม่ดีหรือไง ได้เป็นคนที่เธออยากเป็น” เสียงด็อกเตอร์ถ้วยทองถามขึ้น ซุ่ยพรวดขึ้นมองหาด็อกเตอร์ถ้วยทองยิ้มให้ เอ่ยเนิบๆ “นางสาวบุษบา แก้วเกิด หนึ่ง ในล้านที่ได้รับพรวิเศษสามารถเป็นใครก็ได้ที่อยากเป็น เธอนี่โชคดีจริงๆ”

“โชคดีอะไรล่ะ ไม่เห็นมีใครดีเลยสักคน โรสก็บ้างานเกินไป แวนด้าก็มีแต่ปัญหาเรื่องผู้ชาย ส่วนกอหญ้านี่สุดๆ เป็นลูกคนใช้ผู้ซื่อสัตย์และสุดกตัญญู ฉันไม่อยากเป็นใครแล้วฉันอยากเป็นฉัน ทำให้ฉันกลับร่างตัวเองเถอะนะฉันขอร้อง”

“เหมือนเธอจะเข้าใจ แต่จริงๆแล้ว เธอก็ไม่เข้าใจสักอย่าง...เธอเฝ้าฝันอยากเป็นคนนั้นคนนี้แต่พอมัน

ไม่เป็นอย่างภาพที่เธอวาดไว้ เธอก็ไม่พอใจ ไม่อยากเป็นเสียแล้ว ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ถ้าเธอยังไม่รู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน ฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้จริงๆ”

ด็อกเตอร์ถ้วยทองค่อยๆก้าวถอยหลังช้าๆร่างเริ่มจางคล้ายจะเลือนหายไป ซุ่ยร้องโวยวายว่าจะทิ้งกันอย่างนี้ไม่ได้นะ จะวิ่งตามแต่ก็ไม่ทัน

ทันใดนั้นร่างซุ่ยก็ถูกเขย่าอย่างแรง ซุ่ยเงยหน้า พบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะอาหารในครัว และแม่แก้วมาเขย่าตัวถามว่าทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้ นายชุ่มบอกว่าสงสัยทำงานหนักจนเบลอ อย่างนี้ไปเรียนต่ออย่างที่คุณหยกว่าดีไหมกอหญ้า

“กอหญ้า...นี่ฉันยังเป็นกอหญ้าอยู่ใช่ไหม?” ซุ่ยเศร้าใจไม่รู้จะทำอย่างไรฟุบหน้าร้องไห้

“กอหญ้า...เป็นอะไรลูก” แม่แก้วตกใจ กอดซุ่ยไว้ ซุ่ยกอดตอบร้องไห้สะอึกสะอึ้นอย่างอัดอั้น ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้ว...

ooooooo

ป้องปกเป็นห่วงซุ่ย พยายามหาทางที่จะรักษาเธอให้หาย จำได้ว่าโรสเคยแนะนำหมอให้แต่ก็ไม่ได้ให้เบอร์ไว้จนลืมไป วันนี้เขาจึงมาหาที่บริษัทเพื่อขอเบอร์โทรศัพท์ของหมอ

รังสิตเห็นป้องปกมาหาโรสก็สงสัยว่ามาทำไม ความอยากรู้ทำให้ตามทั้งสองไป เห็นไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันก็เข้าไปทักป้องปกอย่างพร้อมจะมีเรื่อง “มาทานกาแฟไกลจังเลยนะครับ” แล้วทำหน้าตายนั่งดื่มกาแฟด้วย

“คราวที่แล้วคุณเลี้ยงผม ผมก็เลยซื้อมาคืนให้” รังสิตเลื่อนกาแฟให้ป้องปก โรสสงสัยว่าสองคนเคยเจอกันตอนไหน รังสิตตอบกวนๆด้วยสีหน้าและคำพูดที่ห่างเหินว่า “ตอนที่คุณไม่รู้ไงครับ คุณโรส”

รังสิตชวนป้องปกคุยโดยไม่สนใจโรส เขาเปิดมือถือเอารูปต้นแคทนิปให้ดู ถามว่าเขารู้จักต้นนี้ไหม ป้องปกบอกว่ากอหญ้าเคยเอามาให้ดูแล้วว่าไล่แมลงได้จริงหรือเปล่า มันไล่ได้จริงแต่ยังไม่มีผลการวิจัยรับรองว่าไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์

รังสิตพูดเหน็บโรสว่าตนได้ยินมาเหมือนกัน แต่บางคนจงใจทำเป็นไม่รับรู้เพียงเพราะอยากเอาชนะ โรสโกรธจี๊ด เหน็บคืนทันทีว่าทางตนกำลังทดลองเพิ่มกับกลุ่มตัวอย่างอยู่แต่บางคนก็ไม่รู้เพราะจ้องหาเรื่องอย่างเดียว

การประชดประชันเหน็บแนมกันระหว่างโรสกับรังสิตผ่านป้องปกเป็นไปอย่างตึงเครียดไม่มีใครยอมใคร ป้องปกมองคนนั้นทีคนนี้ที ถอนใจหนักๆ พูดแทรกขึ้นเบาๆว่า

“แค่เลิกกัน ต้องกลับเป็นศัตรูกันเลยเหรอครับ” ทั้งสองชะงักมองป้องปก “ผมขอโทษนะครับ ผมเป็นคนนอก ไม่ควรตัดสินปัญหาของพวกคุณ แต่ผมก็เคยเลิกกับคนที่ผมรักเหมือนกัน จนถึงตอนนี้...ผมก็ยังอยากให้เธอมีความสุขอยู่ดี”

รังสิตกับโรสหน้าม้าน ป้องปกเก็บนามบัตรหมอที่โรสให้ใส่กระเป๋าเสื้อ ขอบคุณโรสสำหรับเบอร์คุณหมอและขอบคุณรังสิตสำหรับกาแฟ บอกว่าตนต้องกลับไปหาซุ่ยแล้ว

โรสกับรังสิตอยู่กันตามลำพัง ในความเงียบนั้นต่างคิดคำพูดของป้องปกเมื่อครู่นี้ที่ว่า... “เคยเลิกกับคนที่ผมรักเหมือนกัน จนถึงตอนนี้...ผมก็ยังอยากให้เธอมีความสุขอยู่ดี” แล้วต่างก็มองหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ooooooo

ซุ่ยในร่างกอหญ้าเดินเหม่อลอยอย่างผิดหวังสับสนผ่านล็อบบี้ที่แก๊งเม้าท์กำลังเม้าท์ข่าวนักแสดงหน้าใหม่มีป๋า ค.ช่วยดันกันอยู่ ยาย่าร้องทักแต่ซุ่ยเดินผ่านเหมือนไม่ได้ยิน สมบูรณ์ปากยื่นปากยาวด่าเบาๆ

“หยิ่ง ยโส จองหอง ไร้มารยาท เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวจะต้องสั่งสอนเสียให้เข็ด!”

ซุ่ยเดินไปนั่งที่สวนหย่อมชั้นลอยพิงพนักถอนใจเฮือกใหญ่ ขณะเดียวกันรังสิตที่มาจากอีกทางก็มานั่งในอาการเดียวกัน เมื่อหันเจอกันต่างถามพร้อมกันว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ซุ่ยเกี่ยงให้รังสิตพูดก่อนเพราะเรื่องของตนซับซ้อน

“ผมเหรอ...ผมก็แค่สงสัย คนเราเป็นแฟนกัน

ถ้าเลิกกันแล้ว จะยังเป็นเพื่อนกันได้ไหม” ซุ่ยถามว่าถามตนหรือ “ถ้าได้ความเห็นบวกๆบ้างก็คงดีนะ กอหญ้า”

“ความเห็นบวกๆจากกอหญ้าเหรอ?...งั้นก็คงขึ้นอยู่กับว่าเลิกกันเพราะอะไรมั้ง แต่ถ้าถามฉัน หมายถึงฉันจริงๆน่ะ ถึงจะเลิกกันดีๆก็ยังยากอยู่ดีที่จะมองหน้ากัน แค่เห็นก็เจ็บ ต่อไม่ติด ไม่สนิทใจ อย่าเจอเลยดีกว่า”

“เหมือนกัน ผมก็คิดแบบนั้น แต่มีคนนึงบอกว่าเขาทำได้แม้จะเลิกกันแล้วเขาก็ยังคอยดูแลแฟนเก่าได้”

“เหรอ?? ใครจะดีได้ขนาดนั้น”

“คุณป้องปกน่ะ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่เธอก็คงดีกับคุณป้องปกเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเขาจะ

ยังดูแล ยังคบเป็นเพื่อนจนถึงตอนนี้ได้ไง ใช่ไหม”

ซุ่ยอึ้ง พูดไม่ออก รังสิตจมอยู่กับความคิดของตัวเองเลยไม่เห็นอาการของซุ่ย

ooooooo

เมื่อคมน์ยัดเยียดแวนด้าจนได้เล่นบทเปรี้ยวหวานเพื่อนนางเอกในเรื่อง “ริษยากันไปริษยากันมา” ที่ตนเล่นอยู่ด้วยแล้ว ก็เชียร์ออกหน้าออกตา ชมว่าแวนด้าเล่นเก่งมีพรสวรรค์กระทั่งแวนด้ายืนเฉยๆ ตนยังรู้สึกได้ถึงพลังที่เธอส่งมาให้

เมื่อแวนด้าอ้อนว่าบทตนน้อย อย่างนี้เมื่อไหร่จะได้เกิด คมน์ก็ไปปะเหลาะนารีคนเขียนบทให้เพิ่มบทให้แวนด้า ถ้าแวนด้าได้เกิดเพราะการสนับสนุนของคนเขียนบทระดับพี่นารีนางฟ้าของวงการ ตนทั้งคู่จะไม่มีวันลืมเลย

“อืม...เปรี้ยวหวานจะต้องเป็นเพื่อนนางเอกที่ไม่ใช่สักว่าเป็นเพื่อนนางเอกไปวันๆอย่างแน่นอน” นารีให้ความหวัง

คมน์หึงหวงวุ่นวายกับการทำงานของแวนด้ามาก เดี๋ยวเสื้อโป๊ไป เดี๋ยวกางเกงสั้นไป ให้พีอาร์ถ่ายภาพใหม่จนพีอาร์บ่นกับทีมงานว่าไม่ได้ดูเลยว่าปกติเมียตัวเองแต่งตัวแบบไหน จะหวงอะไรนักหนาก็ไม่รู้วุ่นวายจริงๆ ทีมงานผสมโรงว่า...

“เห็นด้วยพี่ เดี๋ยวนี้พี่คมน์เรื่องมากตลอด ไอ้นู่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ดี หลงแฟนจนป่วนไปทั้งกองเลยเนี่ย”

คมน์วุ่นวายกระทั่งกับคนจัดไฟ และต้นไม้ เจอป้องปกที่มารับจัดต้นไม้เข้าก็อารมณ์เสียถามว่ามาทำไม ถ้าจะขอโทษก็ไม่ต้องเพราะตนยังไม่หายโกรธ แต่แวนด้าอ่อยป้องปกชมว่าดอกไม้สวย ฝากเขาดูตนเข้าฉากด้วย คมน์หงุดหงิดตวาดว่าไปชวนมันทำไม ป้องปกไม่อยากมีเรื่องจึงขอตัวกลับไปดูซุ่ย คมน์ไม่ให้ไปขอคุยด้วย

แต่พอไปพบกันก็ท้าว่าใครดีใครอยู่ ป้องปกไม่เล่นด้วยเตือนว่ารู้ตัวไหมว่าเปลี่ยนไประวังจะกระทบกับงาน คมน์ยังฮึดฮัด ป้องปกตัดบทว่า

“เรารู้จักกันมานาน ฉันไม่อยากทะเลาะกับนายเพราะเรื่องผู้หญิง ยังไงนายก็เป็นเพื่อนฉัน” คมน์ชะงักแต่ยังมีทิฐิ

ooooooo

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 24 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ