อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 26 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 26 เม.ย.59

“ต้นลีลาวดีนี่ก็เหมือนกัน เฮียป้องให้เป็นของขวัญวันที่ซุ่ยเรียนจบ ใส่กระถางมา ซุ่ยไม่ชอบเพราะมันดูไม่ได้เรื่องเลย เฮียป้องเลยต้องเอาลงดิน ดูแล ประคบ ประหงมจนมันโต แล้วซุ่ยก็ตั้งชื่อมันว่าต้นเฮียป้อง เวลาซุ่ยโกรธเฮียป้อง ซุ่ยก็จะมาเด็ดใบมันทิ้งอย่างนี้ ถ้าเฮียป้องมาเห็น ซุ่ยก็จะบอกว่ามันมีเพลี้ย”

“มันมีเพลี้ย...” ป้องปกอุทานทึ่ง ซุ่ยถามว่าเชื่อตนแล้วใช่ไหม ป้องปกเปลี่ยนสีหน้าถามว่า “คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณเป็นใคร ทำไมถึงรู้เรื่องของผมกับซุ่ยเยอะขนาดนี้ แล้วมากุเรื่องสลับร่างสลับตัวเพื่ออะไรกันแน่” พอซุ่ยจะชี้แจง เขาก็ตัดบท “พอทีเถอะ คุณกลับไปซะกอหญ้า กลับไปคิดให้ดีว่าคุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แล้วทางที่ดี ถ้าคุณยังไม่หาย ก็อย่ามาที่นี่อีก”



“ซุ่ยมันโง่เอง ที่คิดว่าเฮียป้องจะฉลาดกว่านี้” ซุ่ยพูดอย่างผิดหวังแล้ววิ่งออกไป

ป้องปกหน้าเครียด มองตามซุ่ยไป แล้วหันกลับมองต้นลีลาวีดีที่เรียกกันเองกับซุ่ยว่าต้นเฮียป้อง เดินไปหยิบใบลีลาวดีที่ซุ่ยเด็ดทิ้งขึ้นดู หน้าเครียด

ooooooo

ซุ่ยในร่างกอหญ้ากลับถึงบ้านคุณหยกด้วยหัวใจห่อเหี่ยว อ้างว้าง เข้าครัวไปเห็นแม่กับนายชุ่มกำลังกินข้าวอยู่ แม่ทักว่ากลับมาแล้วหรือ กินข้าวหรือยังก็ไม่ตอบ เหมือนไม่ได้ยิน เดินตรงไปยังห้องนอนบอกว่าขออยู่คนเดียวสักพัก

นายชุ่มเห็นสภาพแล้วบอกแม่แก้วว่าให้เวลาอีกหน่อย ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วยังไม่หายบ้าตนจะช่วยด่าให้หายเอง นายชุ่มเหลือบดูนาฬิกาแล้วลุกพรวดบอกว่า สองทุ่มแล้วเตรียมตัวดูละครดีกว่ากำลังมันเลย

ขณะแม่แก้วกับนายชุ่มดูละครทีวีที่กำลังตบกันดุเดือด นายชุ่มร้องเชียร์เมามันราวกับเชียร์มวย คุณหยกเดินมาถามว่าเสียงอะไรกรี๊ดๆดังไปถึงข้างบน แม่แก้วบอกว่ากำลังดูละคร

“ก็เรื่องริษยากันไปริษยากันมาไงครับ มันมากเลยนะครับคุณหยก ตบกันทุกฉากเลย” นายชุ่มอินยิ่งกว่าแม่แก้วอีก

ที่บ้านซุ่ย ม่าก็กำลังดูละครเรื่องเดียวกัน แม่เดินเข้ามาเห็นหลิวนั่งจ้องฉากตบตีกันตาเป๋งก็บ่นว่าเป็นเด็กเป็นเล็กดูละครแบบนี้ได้ยังไง มีแต่ความรุนแรง ไล่ให้ ไปนอนเสีย หลิวบอกว่าตนอยากอยู่เพราะมีพี่แวนด้าเล่น

แก๊งเม้าท์ก็ดูละครเรื่องเดียวกัน แต่แก๊งนี้อินกว่าเพื่อน เห็นในจอตบกันก็ตบหมอน ตบอากาศตาม เห็นแวนด้าสู้กับแม่ค้าในตลาดจนแทบลากกันออกมานอกจอ แก๊งเม้าท์อินจนเผลอหลบกันวุ่น

ooooooo

เมื่อแม่ ม่า และหลิว ทั้งชง ทั้งเชียร์และลุ้นกันจนถึงขั้นจะให้กอหญ้าในร่างซุ่ยกับป้องปกแต่งงานกันแล้ว เช้านี้หลิวก็วิ่งเอาแหวนพลาสติกไปให้ป้องปกหมั้นซุ่ยโดยเรียกแม่และม่ามาเป็นพยานด้วย

ป้องปกเล่นด้วย แต่เห็นเป็นแหวนพลาสติกก็บอกซุ่ยว่าวันนี้เราหมั้นกันเล่นๆก่อน แล้วตนจะรีบหาของจริงมาหมั้นจริงๆวันหลัง เมื่อป้องปกสวมแหวนแล้วซุ่ยกรีดนิ้วมองตาวาวชมว่าสวย ตนชอบมาก ป้องปกพึมพำเบาๆว่า

“แปลกดีเนาะ ที่ซุ่ยเล่นด้วย เดี๋ยวนี้ซุ่ยใจดีขึ้นมากเลย นึกว่าจะโดนด่าว่าของเล่นกิ๊กก๊อกปัญญาอ่อนแบบนี้ให้ไปเล่นกับหลิวสองคนเสียอีก”

“อะไรกันคะ ซุ่ยนะเหรอ จะหยาบคายแบบนั้น” ซุ่ยถาม ส่วนม่าปลื้มจนถ่ายรูปป้องปกกับซุ่ยเก็บไว้

เวลาเดียวกัน ซุ่ยในร่างกอหญ้าอยู่ที่บ้านคุณหยก ตื่นเช้ามาอารมณ์ก็ยังขุ่นมัว ขณะล้างถ้วยกาแฟและจานชามในอ่างล้างจานในครัว ทำจานรองแก้วแตกบาดมือจนเลือดไหล คุณหยกเป็นห่วง ถามซุ่ยว่ามีปัญหาอะไรหรือ อย่าเก็บไว้คนเดียว ยิ่งไม่พูดผู้ใหญ่ก็ยิ่งเป็นห่วง ซุ่ยตอบเลี่ยงไปว่าเครียดเรื่องงานนิดหน่อย

“กอหญ้า ฉันมีข้อเสนอเดิมนะ ถ้างานมันหนักนักก็พักไหม ไปเรียนต่อสักปีสองปีได้เห็นมากขึ้นรู้มากขึ้น เผื่อเธอจะได้ไอเดียใหม่ๆกลับมาใช้ต่อยอดในการทำงานได้บ้าง”

ซุ่ยหาขออ้างมากมายที่จะไม่ไปเรียน ทั้งเรื่องต้องใช้เงินเยอะ ห่วงแม่ ห่วงงาน แต่ทั้งแม่และนายชุ่มบอกให้ไป ไม่ต้องห่วงอะไร ทุกคนเห็นด้วยจนซุ่ยพูดไม่ออก เมื่อไปทำงานก็คิดเป็นห่วงว่าถ้าตนไปเรียนแล้วกอหญ้าล่ะ? เฮียป้องล่ะ? คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี

ฝ่ายกอหญ้าในร่างซุ่ยไปถึงที่ทำงานด้วยใบหน้าอิ่มเอิบมีความสุข แก๊งเม้าท์ตาไวเห็นแหวนที่นิ้วถามว่าแหวนอะไรสวมที่นิ้วนางซ้ายด้วย ถามว่าเธอไม่ได้สวมเล่นเองใช่ไหม กอหญ้าตอบเขินๆว่าเฮียป้องให้เมื่อเช้านี้

ยาย่าถามว่าเขาให้ทำไม สมบูรณ์ดักคอว่า อย่าบอกนะว่าเธอจะมีข่าวดี

“ก็...คงเร็วๆ นี้แหละ” กอหญ้าเขินจัด แก๊งเม้าท์เหวอ ซุ่ยได้ยินถึงกับอึ้ง!

ชฎากับน้ำหวานได้ยินเสียงตื่นเต้นฮือฮาของแก๊งเม้าท์ออกมาถามว่ามีอะไรกัน เบลล่าบอกว่าซุ่ยจะแต่งงาน ยาย่าว่าถ้าไม่เชื่อก็ให้ดูแหวนนี่ พลางจับมือกอหญ้าออกไปอวดแหวน หลายคนฮือฮา ซุ่ยที่ยืนอยู่ในกลุ่มพนักงานพูดลอยๆว่า

“ก็แหวนพลาสติกกิ๊กก๊อกปัญญาอ่อน”

“มันไม่สำคัญหรอกว่าแหวนจะเป็นของเล่นตลกๆ แค่ไหน สำคัญว่าคนที่ให้ เขาเจตนาจะสื่ออะไรต่างหาก จริงไหมซุ่ย” โรสเดินเข้ามาร่วมวง

“ค่ะ คุณโรส แปลกจัง ใครตะกี๊ที่บอกว่าแหวนนี่มันกิ๊กก๊อกปัญญาอ่อนคะ เฮียป้องก็พูดเหมือนกันเลยว่าแกกลัวว่าซุ่ยจะว่าแหวนวงนี้กิ๊กก๊อกปัญญาอ่อน ซุ่ยยังงงเลยว่าคนอย่างซุ่ยจะพูดจาหยาบคายแบบนั้นใส่คนที่น่ารักอย่างเฮียป้องได้ยังไง ซุ่ยไม่ใช่คนไม่มีน้ำใจแบบนั้นซะหน่อย”

โรสบอกว่าซุ่ยโชคดีที่ได้เจอผู้ชายที่เห็นเธอเป็นผู้หญิงพิเศษของเขาอย่างป้องปก อวยพรให้รักกันนานๆ ซุ่ยในร่างกอหญ้าที่ยืนฟังอยู่รับไม่ได้ เถียงเบาๆเข้าข้างตัวเองว่า

“ฉันต่างหาก ผู้หญิงพิเศษของเฮียป้องคนเดียว!!”

ooooooo

รังสิตจำคำของป้องปกและพยายามทำดีกับโรส แต่ด้วยท่าทีที่สงบนิ่งไว้เชิง ทำเหมือนไม่สนใจแต่แอบห่วงใย วันนี้เขาได้ยินโรสพูดโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงตกใจบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้

โรสขึ้นรถตู้จะไปห้องแล็บ รังสิตทำหน้าตายบอกว่าตนก็จะไปพอดี จึงไปด้วยกัน แต่ตลอดทางต่างนั่งเงียบเหมือนไม่สนใจกันเลย เมื่อไปถึงห้องแล็บเจ้าหน้าที่มารายงานว่าสมาชิกในกลุ่มตัวอย่างแพ้ครีมกันแดดที่สกัดจากแคทนิป เป็นผื่นคันทั้งตัวและหายใจไม่ออกต้องรีบพาไปส่งโรงพยาบาล ขณะนี้แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

โรสใจเสียเมื่อมีคนแพ้หนักขนาดนี้จะวางขายได้อย่างไร รังสิตเสนอให้ลดปริมาณสารที่สกัดจากแคทนิปลงได้ไหม เจ้าหน้าที่ว่าได้ แต่คงเสร็จไม่ทันกำหนดเดิมที่จะ วางจำหน่าย เสนอให้เปลี่ยนไปใช้สูตรที่รังสิตเลือกดีกว่า

โรสประชดรังสิตว่าดีใจไหมที่ตนเป็นฝ่ายผิดพลาด รังสิตถามว่า เธอพลาด บริษัทก็พลาด แล้วตนจะดีใจได้อย่างไร และตนก็ไม่เคยคิดจะแข่งกับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พูดอย่างเยือกเย็นจริงจังว่า

“อย่าห่วงเรื่องผมเลยคุณโรส ตอนนี้สิ่งที่คุณควรทำคือรีบเอาสินค้าตัวอย่างที่คุณสั่งมาไปทำลาย ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดมีใครเอาไปแจกหรือเอาไปใช้ คงไม่ใช่แต่พวกเราที่รู้เรื่องนี้”

พูดจบรังสิตเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง ไม่ตื๊อไม่สนใจโรสเหมือนเมื่อก่อน จนโรสอดใจหายไม่ได้ แต่ก็รีบทำตามคำแนะนำของรังสิต กลับไปที่ห้องทำงานก็สั่งแก๊งเม้าท์ให้เอาสินค้าตัวอย่างไปทิ้งให้หมด แก๊งเม้าท์บ่นเสียดาย โรสบอกว่าไม่ต้องใช้แล้วและไม่อยากให้มันหลุดออกไปถึงมือคู่แข่งของเรา

ooooooo

ซุ่ยอยู่ในสภาพว้าวุ่นอยากกลับสู่ร่างตัวเองแต่กลับไม่ได้ บอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ เมื่อไม่มีทางออกจึงตะโกนเรียก ดร.ถ้วยทองให้มาช่วยทำให้ตนได้กลับร่างด้วย ตนไม่อยากเป็นกอหญ้าและไม่อยากให้กอหญ้าแต่งงานกับเฮียป้อง

ดร.ถ้วยทองไม่มาหาซุ่ย แต่ไปหาป้องปกขณะเขาเข้าห้องสมุดในมหาวิทยาลัย บอกให้เขาช่วยทำให้เธอคนนั้นที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขาให้เธอเข้าใจสักทีว่า ถ้าเธอยังกระวนกระวาย ยังต้องการไม่สิ้นสุดถึงอยากจะหยุดก็หยุดไม่ได้ แต่ป้องปกยังไม่ทันเข้าใจ ดร.ถ้วยทองก็หายไปแล้ว

เมื่อป้องปกออกมานั่งพักที่ม้านั่งระหว่างทางเดินนั้น ด็อกเตอร์ถ้วยทองก็มาบอกเขาอีกว่า

“อย่าลืมเตือนเธอด้วยล่ะ เพราะเวลามันใกล้หมดแล้ว”

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 10 วันที่ 26 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ