อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 11 วันที่ 27 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 11 วันที่ 27 เม.ย.59

เมื่อป้องปกออกมานั่งพักที่ม้านั่งระหว่างทางเดินนั้น ด็อกเตอร์ถ้วยทองก็มาบอกเขาอีกว่า

“อย่าลืมเตือนเธอด้วยล่ะ เพราะเวลามันใกล้หมดแล้ว”

เมื่อ ดร.ถ้วยทองไม่มาช่วย ซุ่ยจึงดิ้นรนค้นหาเกี่ยวกับการสลับร่างวิญญาณจากกูเกิ้ล เปิดหาจนพบว่า อาจทำได้เมื่อทั้งสองร่างมีจิตสัมพันธ์กันในภาวะจิตที่ตกใจสุดขีดทำให้สติวูบดับวิญญาณหลุดจากร่าง ซุ่ยตัดสินใจจะลองสลับร่างดูอีกที

ซุ่ยมองกอหญ้าที่ยกลังสินค้าทดลองจะเอาไปทิ้งที่เดินอยู่ข้างหน้าว่าจะทำอย่างไร พอดีเห็นรถคันหนึ่งแล่นมาอย่างเร็ว ซุ่ยจะผลักกอหญ้าให้รถชนแต่พอยกมือก็ยั้งคิด มีรถอีกคันแล่นตามมา ซุ่ยสูดลมหายใจแรงๆเหมือนตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว พอดีกอหญ้าสะดุดพื้นล้มเองรถพุ่งเข้ามาพอดีซุ่ยล้มลงกับพื้นแน่นิ่ง คนขับตกใจรีบลงมาดู



ซุ่ยค่อยๆลืมตา ทบทวนเหตุการณ์แล้วยิ้มดีใจที่เมื่อกี้ตนตกใจสุดขีดอย่างที่ข้อมูลในกูเกิ้ลบอก แต่ความจริงรถไม่ได้ชน ตนตกใจเป็นลมไปเอง ซุ่ยผิดหวังมาก

ที่สลับร่างคืนไม่ได้ พอดีป้องปกวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเข้าประคองกอหญ้าในร่างซุ่ยอย่างห่วงใยจนซุ่ยประชดว่าประคบประหงมกันเข้าไป รักมากใช่ไหม กอหญ้าถามว่าทำไมพูดอย่างนั้น ป้องปกบอกว่าท่าจะเพี้ยนอย่าไปสนใจเลย ชวนกลับบ้านกันเถอะ ซุ่ยยิ่งเจ็บใจน้อยใจ

ขณะพากอหญ้ากลับ ผ่านแก๊งเม้าท์กำลังดูและเม้าท์คลิปที่รังสิตถูกคมน์ต่อยเพราะหึงแวนด้า ป้องปกขอดูคลิป เขาเป็นห่วงคมน์มาก คืนนี้จึงไปที่คอนโดเพื่อเตือนสติเพื่อน กลับถูกคมน์ที่กำลังหลงใหลแวนด้าบอกว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องของตน

“ไอ้คมน์ นายไม่ได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ภายในวันเดียวนะเว้ย อย่าให้มันพังลงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ” แต่กลับถูกคมน์ตอบโต้ว่าอย่ามาดูถูกความรักของตน “ไอ้คมน์ ฉันแค่อยากให้นายมีสติ...ถ้าความรักของนายมันดีจริงมันจะไม่ทำให้นายเดือดร้อน แต่ถ้านายร้อนรุ่มเหมือนตอนนี้ นายก็ควรจะลองอยู่นิ่งๆ แล้วหันมาพิจารณาตัวเองมากกว่าอย่างอื่น”

“งั้นนายก็กลับไปซะ ฉันจะได้มีเวลาอยู่นิ่งๆ ไม่ต้องเกิดอารมณ์เสีย ต่างคนต่างอยู่เหอะไอ้ป้อง เชิญ!”

คมน์เปิดประตูไล่ ป้องปกกลับไปอย่างหนักใจไม่รู้จะพูดอย่างไรกับคมน์ที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะหลงแวนด้า

ooooooo

ป้องปกกลับไปด้วยความหนักใจ เดินผ่านสวนที่ปลูกต้นลีลาวดีไว้ เห็นซุ่ยกำลังเด็ดใบลีลาวดีระบายอารมณ์

“นี่แน่ะ...นี่...นี่ เอาให้โกร๋นไปเลย! นี่แน่ะ!!” เขาพุ่งเข้าไปจับมือซุ่ยถามว่าทำอะไรน่ะกอหญ้า “เด็ดต้นเฮียป้องไง นี่...นี่...จะเอาให้เหี้ยนเลย” ป้องปกขู่ว่าบุกบ้านคนอื่นในยามวิกาลเข้าทำลายทรัพย์สินแบบนี้แจ้งความได้นะ ซุ่ยท้าว่าเอาเลย มองมือป้องปกที่จับมือตน พึมพำ “ถ้าเมื่อก่อนเฮียป้องจับมือซุ่ยง่ายๆแบบนี้ ซุ่ยคงไม่น้อยใจหาเรื่องเลิกกับเฮียป้องหรอก”

“คุณเลิกพูดเหมือนคุณเป็นซุ่ยสักทีเถอะ”

“แล้วคิดหรือว่าฉันอยากเป็นอย่างนี้ ทำตัวเหมือนคนบ้าในสายตาคนอื่น ฉันไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้สักหน่อย แต่มันไม่มีทางให้ฉันไป ฉันไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไงต่อไป” ซุ่ยน้อยใจมาก

“งั้นคุณก็ลองคิดอีกที คิดให้ดีว่าปัญหาของคุณคืออะไร อะไรที่ทำให้คุณทุกข์อยู่ตอนนี้” ซุ่ยมองหน้าบอกว่าก็เฮียป้องไง! ป้องปกย้ำว่า “ใคร่ครวญ ทบทวนให้เห็นต้นตอของมัน”

“ต้นตอเลยเหรอ...หรือจะเป็นตัวฉันเอง...”

“ถ้าคุณรู้ว่าสาเหตุคืออะไร ก็ลองพิจารณาอีกครั้ง ใช้หลักเหตุผลลองคิดดูว่าจะจัดการมันยังไง” ป้องปกพูดในใจคิดถึงคำพูดของ ดร.ถ้วยทองที่ให้ช่วยเตือนเธอด้วย ถ้าเธอยังกระวนกระวาย ยังต้องการไม่สิ้นสุดถึงอยากจะหยุดก็หยุดไม่ได้ ซุ่ยฟังแล้วถามว่าแค่นั้นพอหรือ บอกว่าก่อนตนจะพอ ขอถามว่า

“คุณจะแต่งงานกับผู้หญิงที่อยู่ในบ้านนั้นจริงๆ หรือ แต่งงานเพราะว่าเธอป่วยหรือ”

“ไม่ใช่...เพราะผมรักซุ่ย”

“ฉันขอถามคำถามสุดท้าย” ซุ่ยกลั้นใจตั้งสมาธิ เรียบเรียงคำพูดอย่างเยือกเย็น “เฮียป้องรักซุ่ยตอนนี้ที่เป็นแบบนี้หรือเด็กผู้หญิงดีๆ ที่เฮียป้องเคยคบเมื่อตอน ม.2 เฮียป้องไม่ต้องรีบตอบ เอาไปคิด ใคร่ครวญ ทบทวนไตร่ตรอง คิดให้รอบคอบ เอาความรู้สึกจริงๆ คิดให้ดีว่า เฮียป้องรักใครกันแน่”

ป้องปกเก็บคำพูดของซุ่ยมานั่งคิดที่โต๊ะทำงานมีรูปกอหญ้าที่ม่าถ่ายให้ตอนเช้า ซุ่ยในรูปเรียบร้อยอ่อนหวานเทียบกับรูปที่เขาถ่ายกับซุ่ยสมัยเรียนที่ซุ่ยโพสท่ากวนๆ สดใส เขาเอารูปทั้งสองใบเปรียบเทียบกันมองอย่างพิจารณาพึมพำ

“มันจะไม่ใช่คนเดียวกันได้ยังไง?”

ป้องปกปิดโคมไฟที่โต๊ะทำงาน แสงสลัวจากหน้าต่าง เห็นว่ามีหนังสือของ ดร.ถ้วยทองวางอยู่ รูปด็อกเตอร์ถ้วยทองที่ปกหนังสืออยู่ๆก็ยิ้มออกมา...

ooooooo

วันนี้ซุ่ยเช็ดกระจกประตูบ้านไปก็คิดถึงคำถามสุดท้ายที่ถามป้องปกไป คิดแล้วก็อดกังวลไม่ได้ว่าถ้าเฮียป้องบอกว่ารักซุ่ยแบบตอนนี้ล่ะ?! ซุ่ยหยุดกึก ช็อก ถามตัวเองว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะทำยังไง?

แม่แก้วมาถามว่ากอหญ้าเป็นอะไร พักนี้แปลกๆ พูดจาท่าทางไม่เหมือนเดิมเลย ทำให้ซุ่ยยิ่งคิดหนักถามแม่ว่าตนไม่น่ารักเหมือนกอหญ้าคนเดิมใช่ไหม ใครๆ ก็ต้องชอบกอหญ้าคนเดิมมากกว่าใช่ไหม

แม่ถามว่ากอหญ้าเครียดเรื่องงานหรือเรื่องเรียนต่อ ลูกก็รู้ว่ามีปัญหาอะไรลูกบอกแม่ได้ทุกเรื่อง

“หนูเครียดเรื่องผู้ชายค่ะ มันแย่มากใช่ไหมคะ” แล้วซุ่ยก็เอาน้ำยาทำความสะอาดกระจกให้แม่แก้วบอกว่า ฝากด้วยตนต้องรีบไป แม่แก้วถามว่าจะรีบไปไหน ซุ่ยบอกว่าไปหาผู้ชาย แล้วจ้ำอ้าวไปเลย

ที่บ้านซุ่ย ม่ากับหลิวกำลังกำลังดูแม่ที่เอาชุดเจ้าสาวของแม่มาทาบตัว บอกว่าแก้ทรงนิดหน่อยซุ่ยก็ใส่ได้แล้ว

“ยังไงก็ต้องใส่ เพราะนี่เป็นชุดเจ้าสาวมรดกตกทอด เจ้าสาวตระกูลเราต้องใส่ทุกคน”

แม่เตรียมลูกปัดมาเนรมิตชุดใหม่ให้ซุ่ย ม่าก็เตรียมลูกไม้มา ต่างก็อยากใช้ของตน หลิวบอกว่าให้คนใส่ตัดสินใจดีกว่า แม่กับม่าเห็นด้วย ถามว่าซุ่ยว่ายังไง ซุ่ยลำบากใจไม่อยากให้ใครผิดหวัง บอกว่าตนยังไงก็ได้ ตนรักทั้งแม่และม่าเท่าๆกัน อะไรที่แม่กับม่าเห็นว่าดีตนก็ไม่ปฏิเสธ หลิววิ่งไปเอาถาดใส่ดอกกุหลาบที่ซุ่ยสอนตนทำจากริบบิ้นมาขอแจมด้วย

ระหว่างนั้น ซุ่ยในร่างกอหญ้ามาถึงก็แอบเข้าไปในบ้าน โดยไม่เห็นว่าป้องปกดูอยู่ในสวน ป้องปกสงสัยท่าทางลับๆล่อๆของซุ่ยเลยย่องตามไปดู ซุ่ยมาเห็นแม่ ม่า และหลิวกำลังช่วยกันแต่งชุดเจ้าสาวอย่างมีความสุขก็นึกอิจฉาว่าถ้าตนได้ใส่ก็คงจะดี น้ำตาไหลคิดไม่ตกว่า “ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย”

ป้องปกเห็นซุ่ยร้องไห้ เขาถามว่าร้องทำไม ยื่นผ้าให้เช็ดน้ำตา ถามว่ามาทำอะไร ทำไมต้องร้องไห้ ซุ่ยตอบไม่ออกหันเดินหนีไปเฉยๆ ป้องปกมองตามไปอย่างข้องใจ อยากรู้ ซุ่ยเดินไปถึงริมถนนตะโกนด็อกเตอร์บ้า ด็อกเตอร์ใจร้าย ทำไมต้องทำกับฉันอย่างนี้ โวยวายจนคนเดินผ่านไปมาต่างหันมอง

ซุ่ยเห็นชายคนหนึ่งแต่งตัวคล้าย ดร.ถ้วยทองนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก็ตรงไปกระชากหนังสือพิมพ์ออก พอรู้ว่าไม่ใช่ก็ขอโทษ ป้องปกตามมาเห็นพฤติการณ์ของซุ่ยก็ยิ่งสงสัยพึมพำ “กอหญ้าเป็นอะไร”

ooooooo

ในวันที่แก๊งเม้าท์ช่วยกันขนครีมตัวอย่างไปทิ้งตามคำสั่งของโรสนั้น ทั้งสามเสียดายจึงเม้มเอาไปใช้ น้ำหวานกับชฎามาเห็นถามว่าอะไร แก๊งเม้าท์จึงแบ่งให้ชฎากับน้ำหวานบอกว่าแบ่งๆกันไปใช้

วันนี้โรสก็ได้รับโทรศัพท์จากชฎาสั่งให้มาหาตนที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้ ครู่เดียวโรสก็ไปถึง เห็นทั้งชฎา น้ำหวาน และแก๊งเม้าท์นั่งกันหน้าเป็นผื่นบวมแดงเกากันเป็นลิง

“เราทุกคนใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดใหม่ของเธอ แล้วหนังหน้าพวกเราก็เป็นอย่างนี้ มันเกิดอะไรขึ้น!!”

พอชฎาเปิดฉาก ทุกคนก็จ้องโรสอย่างเอาเรื่อง มือก็เกายุกยิกๆ โรสอึ้ง แต่พอตั้งสติได้ก็ชี้แจงว่าตนให้เอาผลิตภัณฑ์นี้ไปทิ้งแล้ว มองไปทางแก๊งเม้าท์ ถามว่าทำไม?! แก๊งเม้าท์มองหน้าโทษกันไปมา

“เธอรู้ว่าดีสโปรดักมีไซด์เอฟเฟกต์ เธอก็เลยให้คนเอาไปทิ้งแบบงุบงิบๆ เพื่อจะปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง...แล้วไหนจะแผนการเปิดตัวสินค้าตัวนี้อีก มันพังหมดแล้ว เรื่องนี้ถึงหูบิ๊กบอสแน่!!”ชฎาเกรี้ยวกราดมาก

รังสิตกับซุ่ยยังคุยกันที่ร้านกาฟ เมื่อรังสิตเล่าเรื่องของตนแล้ว ซุ่ยจึงเริ่มเรื่องของตนด้วยคำถามว่า

“ถ้าคนที่คุณรักกำลังจะแต่งงานกับอีกคน เพราะคิดว่าคนคนนั้นเป็นคุณ คุณจะทำยังไง”

รังสิตงงถามว่าเธอพูดอะไร ซุ่ยบอกว่าเรื่องของตนบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อ แล้วเข้าเรื่องว่า...

“คนที่เขารักฉัน แต่ฉันไม่เคยสนใจ เพราะว่าเขาไม่ดีพอ ไม่ได้ดั่งใจอะไรสักอย่าง แต่...แต่เขาคือคนเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งฉัน ต่อให้ฉันร้ายกาจกับเขาแค่ไหนก็ยังรักและยังอยู่ตรงนั้นเพื่อฉันตลอด แต่เขากำลังจะไปแต่งงานกับคนอื่น เพราะคิดว่าคนอื่นคือฉัน แต่มันไม่ใช่...คุณว่าฉันควรทำยังไง”

รังสิตถามว่าเขาจะแต่งงานกับคนอื่นที่เขาคิดว่าเป็นเธอ เธอมีฝาแฝดหรือ ซุ่ยโมเมว่าก็ทำนองนั้น ถามว่าถ้าเป็นเขาจะทำยังไง รังสิตถามว่าเธอรักเขาหรือเปล่า เพราะพูดแต่ว่าเขารักเธอ ไม่เห็นบอกเลยว่าเธอรักเขาหรือเปล่า ซุ่ยทำหน้าบ้องแบ๊วบอกว่าไม่รู้ รังสิตถามว่าถ้าไม่รักเขาแล้วเธอจะเดือดร้อนทำไม

“ฉันแค่...ไม่อยากให้เขาเลือกคนผิด เหมือนเรารู้ว่าใครถูกหลอกให้ซื้อสินค้าปลอม ของเทียมของเลียนแบบ ฉันก็เสียใจแทนไง”

“จริงสินะ เธอเป็นคนดี นิสัยดีมากๆ อย่างนี้ ถ้าคนที่หน้าเหมือนเธอแล้วนิสัยแย่กว่าเธอ แล้วผู้ชายต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ดีเหมือนเธอตัวจริงที่เป็นแม่พระขนาดนี้ ก็น่าเสียดายนะ”

ซุ่ยฟังแล้วอึ้ง เพราะความจริงตรงกันข้ามกับที่รังสิตพูดโดยสิ้นเชิง!

ooooooo

เมื่อทั้งสองกลับมาถึงออฟฟิศ ต่างมึนงงเมื่อเห็นแก๊งเม้าท์เกากันเป็นลิง รังสิตถามว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำหวานบอกให้มองไปที่เก้านาฬิกาแล้วจะรู้สาเหตุแห่งการคัน รังสิตมองไปห้องโรส ถามว่า

“เพราะผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของคุณโรสเหรอครับ”

“คุณรังสิต คัมเฮียพลีส” ชฎาโผล่มาเรียก เมื่อรังสิตตามเข้าไปในห้องทำงาน ชฎาบอกว่าสูตรใช้แคทนิปของโรสจะพาเราลงเหวแน่ เราต้องเปลี่ยนไปใช้สูตรมหาหงส์ของเขา

รังสิตติงว่าสูตรของโรสกันแมลงได้ดีกว่า น่าจะปรับสูตรอีกนิดดูก่อน ชฎาถามว่าปรับสูตรถึงเมื่อไหร่ แล้วจะเวิร์กไหม งานที่รันไปแล้วค่าใช้จ่ายที่เสียไปจะรับผิดชอบและจะตอบคำถามบริษัทแม่อย่างไร รังสิตเข้าใจที่ชฎาพูด ชฎารวบรัดว่าตกลงตามที่ตนว่านะ

“งั้นระบุชื่อโรสเป็นผู้คิดค้นสูตรนี้ตามเดิมนะครับ”

“โนเวย์ค่ะ!! ใครทำดีคนนั้นต้องได้ดีค่ะ”

“แต่...”

“โนเถียงค่ะ!! เพราะพี่แจ้งบอสใหญ่ไปแล้วว่าคุณรังสิตเป็นผู้คิด”

รังสิตเห็นใจโรส เมื่อมาเจอโรสถือกระเป๋าเดินเหม่อลอยไร้จุดหมายออกมาก็ไปดักหน้าถามว่าเป็นยังไงบ้าง โรสในสภาพที่ทั้งมีอคติกับรังสิตและผิดหวังเสียใจที่งานล้มเหลวระบายอารมณ์ใส่ทันทีว่า

“อ๋อ...อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันได้รับรางวัลเป็นสิ่งตอบแทนการทำงานหนักรับใช้ที่นี่มาตลอดเป็นอย่างดี ได้ จะบอกให้รู้นะ พี่ชฎาดึงงานสำคัญๆไปให้น้ำหวานกับคนอื่นทำหมดแล้ว ฉันว่าง หมดหน้าที่ หมดประโยชน์ไม่มีโปรเจกต์อะไรให้รับผิดชอบอีกแล้ว จะไสหัวไปไหนก็ไป แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันโอเคมาก ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องกลับบ้านดึก ชีวิตดี๊ดี จะได้มีเวลาไปเดตกับผู้ชายสักสองสามคนก็ช่วงนี้แหละ”

รังสิตบอกว่าอย่าประชดตัวเอง โรสจิกตาจ้องหน้าเขาโพล่งว่า “เพราะคุณคือต้นเหตุ!”

พอเห็นรังสิตตกใจก็หัวเราะเย้ยหยัน ประชดว่า

“ฉันพูดเล่นน่ะ คนอย่างฉันรับความจริงเสมอทั้งๆ ที่ ฉันอยากจะโยนความผิดให้คุณ ที่งานนี้มันพลาดเพราะฉันดื้อด้านจะเอาสมุนไพรตัวนี้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉันอยากเอาชนะคุณไง...ฉันเอาเรื่องส่วนตัวไปปะปนกับงานไง มันก็เลยผิดไปหมด ฉันมันพังเพราะทิฐิของฉันเอง น่าเจ็บใจเป็นบ้าเลยเนาะ...ฮ่ะๆๆ”

รังสิตมองโรสตกใจกับคำพูดที่เยาะเย้ยตัวเองและสับสน โรสยังคงพูดอย่างทระนงว่าไม่ต้องมาสงสารตน ตนสมควรโดนแล้ว และเขาก็รู้ว่าตนไม่ชอบเป็นคนน่าสงสาร มองเขาเหยียดๆ สั่งให้เขาหลีกทาง รังสิตจำต้องหลบ มองโรสเดินเชิดเริ่ดหยิ่งผ่านไปพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

ซุ่ยในร่างกอหญ้ายังคงเศร้าคิดไม่ตกที่ป้องปกจะแต่งงานกับกอหญ้าในร่างตนเพราะเข้าใจว่าคือตน แม่แก้วเป็นห่วงบอกว่าถ้าลูกแอบรักใครก็เล่าให้แม่ฟังได้ แม่ไม่ห้ามหรอก ซุ่ยบอกว่าไม่ทันแล้วเพราะเขากำลังจะแต่งงานกับคนอื่น

แม่แก้วบอกว่าดีแล้วที่คนที่เรารักกำลังจะมีความสุข ซุ่ยยอมรับว่าตนไม่รู้เหมือนกันว่ารักเขาหรือเปล่า แม่แก้วบอกว่าลูกทุกข์ขนาดนี้แสดงว่าลูกรักเขามาก เตือนว่า “อย่ารักคนที่เขาไม่รักเราเลย”

ซุ่ยบอกว่าเขารักตนไม่ได้รักกอหญ้า แม่แก้วก็เตือนอีกว่า “อย่าไปรักคนคนเดียวกับเพื่อนเลยลูก”

“แม่ไม่เข้าใจหรอก” ซุ่ยอัดอั้นที่ไม่อาจเล่าความจริงให้แม่แก้วฟังได้

“ทำไมแม่จะไม่เข้าใจ ความรักที่เป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องเปลี่ยนมันสิลูก เปลี่ยนความรักเป็นความเมตตา ปรารถนาให้คนที่เรารักมีความสุข โดยไม่คิดครอบครอง หรืออยากได้มาเป็นของเรา และมีมุฑิตา...คือพลอยยินดีที่คนที่เรารักเขาจะได้มีความสุขกับคนที่เขารัก”

ซุ่ยอึ้ง น้ำตาไหล แม่แก้วกอดปลอบ สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อย่างรู้สึกปลดปล่อย...

เมื่อความคิดปลดปล่อยแล้ว รุ่งขึ้น ซุ่ยกลับไปที่บ้าน ไหว้ขอโทษไปรอบตัวจนทุกคนรับไหว้แทบไม่ทัน ต่างมองซุ่ยงงๆ ว่าวันนี้เป็นอะไร ซุ่ยไหว้จนแม่ต้องบอกให้หยุดไหว้เถอะ ซุ่ยจึงสารภาพว่า

“ตอนนั้นหนูคงจะเครียดมาก แต่ตอนนี้ปกติแล้ว หนูไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าหนูคิดร้ายกับกอ...ซุ่ย”

กอหญ้าบอกว่าตนไม่โกรธ ม่าก็บอกว่าเข้าใจว่าคนเครียดก็ทำอะไรเพี้ยนๆ แต่หนูอย่าเครียดบ่อยนะ

ซุ่ยแสดงความยินดีที่กอหญ้ากับเฮียป้องจะแต่งงานกัน แม่ชวนให้ซุ่ยมาในวันงานด้วยเพราะเพื่อนเฮียป้องที่โสดๆ นิสัยดีมีเยอะ พอดีป้องปกเดินเข้ามา ซุ่ยขอโทษเขา ถ้ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอก แม่จึงชวนมาช่วยกันเนรมิตชุดเจ้าสาว หลิวเจ้ากี้เจ้าการดึงมือซุ่ยไปช่วยกันเย็บชุดเจ้าสาว ป้องปกมองกอหญ้าและซุ่ยสลับกันไปมางงๆ มึนๆ

ครู่หนึ่งม่ามาลากซุ่ยไปช่วยดูชุดเจ้าบ่าวที่ใช้สูทของอากงตามประเพณี ซุ่ยไปเห็นป้องปกแต่งชุดเจ้าบ่าวก็อดเศร้าไม่ได้ ม่าถามซุ่ยว่าพอดีกับเฮียป้องไหม ซุ่ยช่วยติว่าใหญ่ไปหรือเปล่า ม่าจับสูทถามว่าขนาดนี้พอดีไหม ซุ่ยเล็งจนเห็นว่าดีแล้ว ม่าให้ซุ่ยมาจับแทนเพื่อตนจะได้ไปเอาอะไรมาทำเครื่องหมายไว้ กำชับซุ่ยว่าอย่าปล่อยนะ

พอซุ่ยมาจับแทน ม่าก็รีบออกไป ซุ่ยยืนจับสูทตรงหน้าป้องปก ใกล้และนานจนซุ่ยเขินหลบตา

“หลบตาฉันทำไม...ซุ่ย”

ซุ่ยอึ้งที่ได้ยินป้องปกเรียกตนว่าซุ่ย ช้อนสายตาขึ้นมองหน้าเขาเต็มตา...ถามว่าเรียกตนว่าอะไรนะ ป้องปกย้อนถามว่าก็เธอบอกว่าตัวเองเป็นซุ่ยไม่ใช่หรือ? แล้วเขาก็ทบทวนให้ฟังว่า

“เมื่อวานเธอแอบมามองซุ่ยแล้วก็ร้องไห้ วันก่อนก็พยายามจะบอกว่าตัวเองคือซุ่ย พยายามบอกให้ฉันคิดให้แน่ใจว่าฉันรักซุ่ยเพราะอะไร ทั้งหมดที่เธอทำ เธอต้องการอะไร” ซุ่ยตกใจตัดบทว่าถือว่าตนบ้าไปชั่วขณะก็แล้วกัน แล้วจะผละไป “อย่าปล่อยมือ!! เดี๋ยวอาม่าก็ว่าเอาหรอก” ซุ่ยจึงจับสูทไว้ตามเดิมบ่นอุบอิบว่าม่าทำไมไปนานจัง

ป้องปกให้ซุ่ยบอกมาว่าทำไมเธอถึงพยายามจะทำหลายๆอย่างเหมือนซุ่ยในอดีต...

ซุ่ยถามว่า ซุ่ยในอดีตหรือ ป้องปกบอกว่าใช่ แต่ซุ่ยตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว

“แต่กอหญ้ากลับไปเหมือนซุ่ยคนเดิม เฮียว่ามันไม่ตลกเหรอที่คิดอะไรแบบนี้” พูดแล้วซุ่ยมองลุ้นว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาถามว่าหรือว่าพวกเธอเล่นอะไรกัน “ไม่ได้เล่น เราสลับร่างกัน ซุ่ยมาอยู่ในตัวกอหญ้า กอหญ้าเขาก็ไปอยู่ในตัวซุ่ย” กลับถูกป้องปกหาว่าเธอบ้า “ใช่...ฉันมันคนดื้อด้าน! เป็นคนห่วย ไม่มีอะไรดีเลยนอกจากความงี่เง่ากวนประสาท เฮียจะทำไม!”

“พูดเหมือนซุ่ยเกินไปแล้ว เธอคิดจะยั่วฉันหรือกอหญ้า ขอบอกนะว่ามันไม่มีวันได้ผล ฉันไม่มีวันสนใจผู้หญิงอื่นนอกจากซุ่ย”

“ก็ดี ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ เฮียไม่มีวันสนใจผู้หญิงอื่นนอกจากซุ่ย” ซุ่ยน้ำตาไหล อวยพรให้เฮียป้องกับซุ่ยมีความสุขกันตลอดไป ป้องปกถามว่าแล้วร้องให้ทำไม ซุ่ยจับสูทแน่นก้มหน้านิ่ง น้ำตาไหลพราก ป้องปกมองอย่างสับสนงุนงง

กอหญ้าในร่างซุ่ยได้รับความรักและทะนุถนอมจากทุกคนในบ้านจนร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก เธอบอกทุกคนว่า

“มีแต่คนรักหนูอย่างนี้ หนูต้องแข็งแรงแน่นอนค่ะ”

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 11 วันที่ 27 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ