อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12 วันที่ 14 เม.ย.59

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12 วันที่ 14 เม.ย.59

แม้พลอยจะรับปากมั่นเหมาะ จะช่วยสืบเรื่องคุณทิพย์ แต่กล้าก็อดเป็นกังวลไม่ได้ เพราะหากคุณทิพย์มีรอยสักเลกทาสบนข้อมือจริง เขาคงทำตัวไม่ถูก...

แต่เรื่องที่ทำให้กล้าเครียดหนักมากกว่า คือเรื่องรื่นผันตัวเองไปเป็นลูกน้องของจีนหยง และเมื่อต้องเผชิญหน้ากัน อดีตเพื่อนร่วมคุกกลับทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด

“ทำไมข้าต้องฟังเอ็งด้วยวะ เอ็งเป็นพ่อข้าหรือไง”



“ข้าเป็นห่วงเอ็งต่างหากไอ้รื่น ข้าไม่อยากเห็นเอ็งเดินทางผิด”

“ผิดถูกอะไรกัน ข้าว่าเอ็งอิจฉาข้ามากกว่าที่ได้ดิบได้ดี มีหน้ามีตาเหมือนกับเอ็ง...เอ็งมันร้อยลิ้นไอ้กล้า พูดจาไม่รักษาคำพูด ปากบอกว่าจะไม่ทำงานให้นายพลอังเดร แต่สุดท้ายเอ็งก็ย่องไปทำคนเดียว”

อาเหวินซึ่งตามมาด้วย พยายามไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้สองพี่ชายร่วมสาบานทะเลาะกัน แต่รื่นก็ไม่หยุดโวยวาย แถมออกอาการหนักกว่าเดิม เมื่อได้ยินว่ากล้าทำเช่นนี้เพื่อปกป้องพลอย

“อ้อเหรอ...เพื่อคุณพลอยแม่ทูนหัวอีกแล้วหรือวะไอ้กล้า แล้วกูล่ะ...กูเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากับมึง มึงทำอะไรให้กูบ้าง ตอนกูขอร้องมึง มึงเคยฟังบ้างไหม ทำเป็นอวดดี ทีกับผู้หญิงทำไมมึงไม่ปฏิเสธบ้าง ไอ้เพื่อนทรยศ!”

“เอ็งพูดถูกไอ้รื่น ข้ามันไม่รักษาคำพูด ข้าผิดที่ทำให้เอ็งเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ข้าหวังดีกับเอ็งนะ เอ็งเชื่อข้าเถอะ ฝิ่นเป็นของไม่ดี ใครๆก็รู้ ข้าว่าเอ็งหลงทางว่ะไอ้รื่น”

รื่นหัวเสียมาก ประกาศตัดขาดพี่น้องร่วมสาบานทั้งสองอย่างเด็ดขาด ก่อนจะผละไปไม่เหลียวหลัง ทิ้งกล้ากับอาเหวินให้มองตามด้วยความเศร้าใจ ไม่รู้จะทำเช่นไรให้รื่นกลับใจ...

ท่านเตี่ยไม่ละความพยายามจะตามสืบเรื่องค้าฝิ่นของจีนหยง และคืนนี้ก็เป็นโอกาสดี เมื่อทรงสืบทราบมาได้ว่าเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่เพิ่งได้รับของ ราชนิกุลหนุ่มกับสองคนสนิทรีบรุดไปสอดแนม ก่อนจะจัดการเผา

โรงฝิ่นพังไปเป็นแถบ แต่ก็ต้องแลกกับอาการบาดเจ็บสาหัสของยันต์เพราะถูกยิง

รื่นนั่นเองเป็นมือยิง แต่กลับลังเล ไม่กล้าบอกจีนหยงว่าใครคือผู้บุกรุก แต่กระนั้น...เมื่อถูกคาดคั้นหนักเข้า อดีตนักเลงหัวไม้จากเวียงสิงห์ก็ต้องสารภาพ ว่าพวกบุกรุกอาจเป็นคนของท่านเตี่ย!

ooooooo

แม้จะรู้สึกผิดไม่น้อย แต่เพื่อเอาตัวรอด รื่นเลยพาพวกจีนหยงบุกถึงวังท่านเตี่ย ราชนิกุลหนุ่มคาดการณ์ไว้แล้ว เลยไม่มีท่าทางผิดปกติ แถมเชิญชวนบรรดาแขกผู้ไม่ประสงค์ดีไปเยี่ยมผู้ป่วยเพราะอดฝิ่นอีกต่างหาก

“คนพวกนี้มาเพื่ออดฝิ่น และรักษาอาการลงแดง”

“กระหม่อมคงไม่ได้หูฝาดเป็นแน่ เมื่อสักครู่ตรัสว่าคนพวกนี้มาอดฝิ่น”

ท่านเตี่ยพยักพระพักตร์น้อยๆ “ใช่...ฝิ่นเหมือนดาบสองคม เป็นได้ทั้งโอสถและยาพิษ คนพวกนี้เสพฝิ่นเกินขนาด ฉันจึงต้องให้พวกมันอดฝิ่น และรักษาพิษร้ายจากฝิ่นไปด้วย”

“หึ...ฝ่าบาททรงกระทำการเช่นนี้ เหมือนตั้งใจจะตัดรายได้ ทำลายธุรกิจของกระหม่อม”

“อย่าพูดเช่นนั้นเลยเถ้าแก่หยง เพราะฉันรักษาคนเจ็บเหล่านี้โดยเมตตา ให้หายจากอาการทุกขเวทนาจากไอ้ฝิ่นระยำนั่นเท่านั้น ว่าแต่เถ้าแก่หยงเถอะ มาที่นี่ต้องการอะไร...”

ระหว่างที่จีนหยงปะทะคารมกับท่านเตี่ย...รื่นก็หัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อบัวกับสังข์พยายามขวางไม่ให้เขาเข้าไปในโรงยา อดีตนักเลงหัวไม้สงสัยว่าต้องมีอะไรบางอย่าง เพราะบัวมีท่าทางน่าสงสัย กล้าซึ่งเพิ่งมาถึง และรู้เรื่องจากคนอื่นๆว่ายันต์ซึ่งถูกยิงรักษาตัวในนั้น เลยเอาตัวเข้าขวางเพื่อนรักเสียเอง

“เอ็งไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายแถวนี้ไอ้รื่น ที่นี่เป็นวังของฝ่าบาท”

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็งไอ้กล้า เอ็งไม่มีสิทธิ์มาขวางข้า”

เที่ยงกับสังข์ออกมาสมทบ และหนึ่งในคนสนิทของท่านเตี่ยก็โพล่งขึ้น

“ทำไมไอ้กล้าจะขวางเอ็งไม่ได้วะไอ้รื่น หรือคิดว่าเป็นขี้ข้านักเลงโตอย่างจีนหยงแล้วใครๆจะต้องกลัวเอ็ง”

“จะรับใช้นักเลงหรือเจ้าใหญ่นายโต มันก็เป็นขี้ข้าไม่ต่างกันหรอกพี่เที่ยง”

สังข์เห็นท่าไม่ดี เลยออกปากปรามบ้าง “ไอ้รื่น... เอ็งอย่ากำแหงนะโว้ย ถึงยังไงฝ่าบาทก็ทรงเป็นถึงเชื้อ พระวงศ์ เป็นชายชาติทหาร ไม่ใช่โจรปล้นชาติเหมือนเจ้านายของเอ็ง”

“โจรปล้นชาติงั้นหรือ แล้วไอ้กล้ามันไปรับใช้ฝรั่ง ไอ้พวกนั้นมันไม่ปล้นชาติหรือยังไง”

กล้าถึงกับเถียงไม่ออก ลำบากใจแต่ก็มีเหตุผลจำเป็นต้องทำ เช่นเดียวกับท่านเตี่ย แม้จะโกรธและไม่ชอบหน้าจีนหยงแค่ไหน แต่ก็ต้องปั้นหน้านิ่ง ตรวจอาการของจีนหยงที่อ้างว่าไม่ค่อยสบาย

“อาการไม่หนักหนาเท่าไหร่ ที่เจ็บแน่นหน้าอกและนอนไม่หลับ คงเพราะวิตกกังวล เดี๋ยวฉันจัดยาให้”

จีนหยงลอบมองตามท่านเตี่ยจัดยาด้วยแววตามาดร้าย แกล้งเปรยเสียงเยาะ

“นอกจากฝิ่นแล้ว ในโลกนี้ยังมียาใดแก้ความกลัดกลุ้มได้อีกหรือกระหม่อม”

“ยาเทียบนี้มีดีบัวเป็นส่วนผสมหลัก กินแล้วชุ่มชื่นหัวใจดีนัก ช่วยลดอาการเครียด”

“มันจะไม่เครียดได้ยังไง ฝิ่นของกระหม่อมที่ถูกเผา มีราคาอักโขอยู่ ฝ่าบาทพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่”

ท่านเตี่ยมีท่าทางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งสงบเหมือนเคย

“ก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ฟังแล้วดูเหมือนจะเป็นข่าวดี เพราะฝิ่นคือยาพิษ มีน้อยเท่าไหร่ยิ่งเป็นคุณ”

“แต่ฝิ่นพวกนั้นกระหม่อมซื้อหามาโดยชอบ แล้วไฉนจึงมีสุนัขบางตัวลอบกัดเช่นนี้!”

“โดยชอบหรือมิชอบ มันวัดกันตรงไหนเถ้าแก่หยง...วัดที่คุณธรรม หรือวัดกันที่กฎหมาย หากเป็นกฎหมายที่เจ้าอาณานิคมบังคับให้ชาวสยามปฏิบัติล่ะก็ ฉันไม่เห็นด้วย”

คำพูดประกาศศึกของท่านเตี่ย เหมือนเป็นการยอมรับในทีว่าเป็นคนบุกไปเผาโรงฝิ่น จีนหยงเลยหมดความอดทน ตั้งท่าจะชักปืนมายิงให้หายแค้น แต่ก็ถูกท่านเตี่ยตะปบมือไว้ พร้อมเอ่ยเสียงกร้าว

“กลับไปกินยาซะเถ้าแก่หยง แล้วจำไว้...คราวหน้าหากมาพบฉัน อย่านำอาวุธมา มิเช่นนั้นจะหัวขาดไม่รู้ตัว!”

ooooooo

จีนหยงโกรธมาก และไม่รอช้าจะไปร้องเรียนกับอังเดร แต่ท่านเตี่ยก็ไม่ยี่หระ เพราะมีเรื่องกล้าต้องเป็นกังวลมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องที่เขายอมไปทำงานกับพวกล่าอาณานิคม

“ทูลฝ่าบาท...กระหม่อมไม่ต้องการให้พระองค์ต้องร้อนพระทัย กระหม่อม...”

เที่ยงทนไม่ไหว โพล่งขัดขึ้น เพราะเคืองแทนเจ้านายหนุ่มใหญ่

“ไม่ร้อนก็ต้องร้อน เสียทีเป็นถึงศิษย์พี่ทองอิน เอ็งเคยสำเหนียกบ้างไหมว่าครูของเอ็งต้องตายด้วยน้ำมือของพวกฝรั่ง อีกทั้งตัวเอ็งก็เคยถูกพวกมันจองจำมาก่อน แต่เอ็ง...เอ็งกลับไปรับใช้พวกมัน”

“ฉันผิดไปแล้วจ้ะพี่เที่ยง ยกโทษให้ฉันด้วยเถอะ ฉันมาวันนี้ก็เพราะตั้งใจจะทูลเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท”

ท่านเตี่ยเห็นท่าจะเถียงกันอีกนาน เลยทรงตัดบท

“อย่าเคืองมันเลยไอ้เที่ยง ที่ไอ้กล้าทำลงไป มันก็มีเหตุผลของมัน ข้าไม่โทษมันหรอก”

“ทูลฝ่าบาท...หากพระองค์ไม่พอพระทัยหน้าที่การงานของกระหม่อม กระหม่อมก็ยินดีจะวางมือ”

“ไม่จำเป็นหรอกไอ้กล้า ข้าไม่คิดต่อว่าต่อขานเรื่องงานของเอ็งตอนนี้ ตรงกันข้าม...ข้ามีงานสำคัญให้เอ็งช่วย”

งานที่กล้าได้รับมอบหมายจากท่านเตี่ย คือเป็นสายในบ้านกงสุลใหญ่ เพื่อช่วยชาติ และงานแรกก็มาถึง เมื่อจีนหยงมาร้องเรียนกับอังเดรถึงเรื่องที่ท่านเตี่ยเผาโรงฝิ่น แต่กงสุลใหญ่ก็นิ่งเฉย

“นี่ถ้าเป็นท่านอดีตกงสุลเบอร์นาร์ดล่ะก็ ป่านนี้ท่านเตี่ยคงถูกจองจำ หรือไม่ก็สิ้นชีพไปแล้ว”

“คุณจะให้ฉันฆ่า...จะให้ฉันใส่ความคนอื่นงั้นหรือ”

“ก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ของประเทศอาณานิคม หรือว่าท่านไม่เห็นด้วย”

ฮิวโก้เริ่มคล้อยตามเพราะเห็นแก่ประโยชน์ฝ่ายตน แต่อังเดรกลับยกมือห้าม ไม่ให้พูดต่อ

“เถ้าแก่หยง...กระผมอังเดรกงสุลใหม่ ไม่ใช่เบอร์นาร์ดที่เคยมีผลประโยชน์ร่วมกับคุณ ดังนั้น...กระผมจะไม่ทำแบบเขาเป็นอันขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย”

“ย่อมได้...แต่กระผมเชื่อว่าอีกไม่นาน...ท่านจะต้องเสียใจ!”

กล้าแอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ และเกือบจะถูกจับได้แล้ว ถ้าคุณทิพย์จะไม่โผล่มาช่วย ด้วยการรับสมอ้าง ว่าเป็นคนสั่งให้พลขับคนใหม่มารอหน้าห้องทำงานของอังเดร แต่ก็ไม่วายตักเตือนในเวลาต่อมา

“จำไว้นะนายกล้า ที่ทำการกงสุล ถือเป็นสถานที่ราชการ จะทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เป็นอันขาด”

“ขอรับคุณหญิง ต่อไปกระผมจะระวังให้มากขอรับ”

“เรียกฉันว่าคุณทิพย์ก็พอ ฉันไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง”

พลขับหนุ่มก้มหน้ารับคำ พลางชำเลืองมองที่ข้อมือของอีกฝ่าย แต่ไม่เห็นรอยอะไร เพราะเธอใส่กำไลบังไว้ คุณทิพย์สัมผัสได้ถึงสายตาสงสัย เลยแกล้งชวนคุยถึงพื้นเพของกล้า จนได้รู้ว่าเขาเป็นคนสุพรรณ แต่ไปโตที่เวียงสิงห์

คุณทิพย์อึ้งไปอึดใจ ก่อนจะถามเสียงสั่น “เธอยังมีญาติพี่น้องที่สุพรรณบ้างไหม”

“ไม่มีขอรับ...พ่อกระผมสิ้นบุญตั้งแต่กระผมยังเล็ก ส่วนแม่...หายสาปสูญตอนที่ถูกขายให้พวกพ่อค้าทาส”

ความจริงจากปากกล้า ทำให้คุณทิพย์พูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างถาโถม แต่ไม่รู้จะเอ่ยมาเป็นคำพูดเช่นไร และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...ก็มีหัวขโมยมากระชากกระเป๋าคุณทิพย์ต่อหน้าต่อตา!

ooooooo

กล้าตามไปชิงกระเป๋าคืนจากหัวขโมยได้ แต่ก็ถูกคมมีดเฉี่ยวจนผ้าพันข้อมือปกปิดรอยสักเลกทาสปรากฏขึ้น คุณทิพย์ซึ่งสังหรณ์ใจอยู่แล้ว เงียบไปอึดใจ ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ตื่นเต้นไว้ แล้วกลับบ้านอย่างนิ่งสงบ

ข่าวโรงฝิ่นของจีนหยงถูกเผาแพร่สะพัดทั่วพระนครอย่างรวดเร็ว พระยาประเสริฐภักดีชอบใจมาก และไม่รอช้าจะไปดื่มฉลองที่เหลาบุปผา โดยมีปีเตอร์กับเหมยต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

ความเสียหายของจีนหยง เปิดโอกาสให้พวกปีเตอร์หาช่องทางชนะการประมูลได้ ด้วยการกว้านซื้อฝิ่นจากผู้ค้าตามหัวเมือง แต่ก็ต้องพึ่งเงินทุนจำนวนมหาศาล พระยาประเสริฐภักดีซึ่งรับหน้าที่นี้ จะไปปอกลอกจากกุหลาบ ยังหาหนทางไม่ได้ ปีเตอร์เลยเสนอยาน้ำสูตรพิเศษเป็นตัวช่วย

“สกัดจากฝิ่น...ถ้าใครได้ลิ้มลอง จะเสพติดอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเกินเจ็ดวัน คุณกุหลาบจะกลายเป็นทาสเรา!”

น้ำยาฝิ่นสูตรพิเศษของปีเตอร์ ถูกพระยาประเสริฐ-ภักดีนำไปให้กุหลาบ ซึ่งกำลังทุกข์ใจเรื่องพลอยในเวลาต่อมา

“ยาของหมอฝรั่ง...ฉันเห็นว่าหมู่นี้แม่กุหลาบกินข้าวปลาไม่ค่อยลง เลยอยากบำรุงเสียหน่อย กินก่อนอาหารสามมื้อ หรือจะกินก่อนนอนอีกรอบก็ยังได้ รับรองว่าคลายเครียด ช่วยให้นอนหลับสบายดีนักเชียว”

“ขอบคุณค่ะคุณพี่ที่กรุณาเป็นห่วง แล้วอิฉันจะลองกินดู”

“ต้องอย่างนี้สิ ไอ้เราถึงยังไงก็เป็นญาติกันของไม่ดี...ฉันไม่เอามาให้แม่กุหลาบหรอก!”

ฝ่ายคุณทิพย์...ทนเก็บความสงสัยเรื่องกล้าไว้

ไม่ไหว ต้องไปแอบถามจากอังเดรในค่ำวันเดียวกัน

“อังเดรคะ...นายกล้ามาอยู่กับคุณได้ยังไงคะ”

“เขาเคยเป็นนักโทษในคุกของผม แต่ว่านิสัยค่อนข้างสุภาพ แล้วก็กล้าหาญมากทีเดียว”

“ตายจริง...แล้วติดคุกข้อหาอะไรกันคะ”

“นายกล้าช่วยเหลือฆาตกรรายหนึ่งที่ฆ่าทหารฝรั่ง เลยติดร่างแหไปด้วย คุณต้องไม่เชื่อแน่นอน

คุณทิพย์ ว่านายกล้าเกลียดพวกฝรั่งเข้าไส้ทีเดียว”

คุณทิพย์อึ้งไปอึดใจ แต่อังเดรไม่ทันสังเกตท่าทางผิดปกตินั้น “พ่อของเขาเสียชีวิตในการรบกับประเทศเจ้าอาณานิคม นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องการช่วยเหลือคุณพลอย ผู้หญิงที่เขารักล่ะก็ เขาคงไม่ยอมมารับใช้ผมเป็นอันขาด”

ระหว่างที่ทุกคนหมกมุ่นกับภารกิจตัวเอง บัวดำเนินชีวิตตามปกติในวังท่านเตี่ย โดยมีอาเหวิน

เทียวไล้เทียวขื่อ อาสาไปรับส่งเสมอ จนอดีตบ่าวสาวอดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่มิอาจตอบรับน้ำใจหรือความรักจากเขา แต่กระนั้น...หนุ่มลากรถก็ไม่ท้อ เพียรพยายามทำความดีและเอาอกเอาใจทุกทาง หวังเอาชนะใจเธอให้ได้

รื่นไม่ได้สนใจว่าผู้คนรอบข้างจะมีชีวิตเช่นไร มัวหลงละเลิงกับอำนาจและเงินทองที่จีนหยงปรนเปรอ จนแทบลืมแล้วด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นใครมาจากไหน และเมื่อเขากลับไปเยี่ยมอาเล้ง เพื่อเลี้ยงข้าวอาฉ่างกับอาเฉียง อดีตทาสหนุ่มก็ต้องโกรธจนควันออกหู เมื่อถูกอาเล้งไล่ออกจากร้าน ไม่ยอมขายข้าวให้

“พูดอะไรน่ะเฮีย อัฐพวกนี้ฉันหามาด้วยน้ำพัก น้ำแรง ไม่ใช่ว่าปล้นชิงใครเขามา”

“ก็นั่นแหละ ไม่ปล้นก็เหมือนปล้น เงินค้าฝิ่นค้ายา หลอกคนดีๆไปตกนรกทั้งเป็น”

“แล้วไงเฮีย...ฉันไปบังคับให้พวกขี้ยามันสูบฝิ่น มันอยากโง่เองก็ช่างประไร ฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย”

อาเล้งไม่ทนฟังอีกต่อไป ไล่รื่นออกจากร้านดื้อๆ อดีตนักเลงหัวไม้เลยพาอาฉ่างกับอาเฉียงไปดื่มเหล้าที่อื่นจนเมามาย ก่อนจะตัดสินใจบุกไปถึงเหลาบุปผาเพื่อแสดงศักดา!

ooooooo

เจ๊คิ้มอยากจะเป็นบ้าตาย เมื่อเห็นรื่นหอบสภาพเมามายเข้ามาในเหลาบุปผา เธอพยายามห้าม แต่รื่นก็บุกขึ้นไปถึงชั้นบนของเหลาจนได้ เพื่อไปหาเหมย แต่ก็เจอปีเตอร์ดักหน้าไว้เสียก่อน

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 12 วันที่ 14 เม.ย.59

ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทประพันธ์โดย ณพุทธ สุศรีฯ
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ กำกับการแสดงโดย โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ควบคุมการผลิตโดย : ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ เริ่มตอนแรกในวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2559
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ