อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 1 พ.ค.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 1 พ.ค.59

“แล้วคุณเคยเข้าใจฉันเหรอ ฉันพยายามอธิบายให้คุณฟัง แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อ...บนกระดาษน่ะ ไม่ใช่ความรู้สึกของซุ่ยที่อยู่ในบ้านหรอก แต่มันเป็นของฉัน เป็นของซุ่ยที่อยู่ตรงหน้าคุณต่างหาก!”

ซุ่ยยิ่งชี้แจงป้องปกก็ยิ่งไม่เชื่อ เดินหนีไปไม่อยากฟัง ซุ่ยวิ่งตาม เขาพูดอย่างหมดความอดทนว่าเลิกพูดเรื่องไร้สาระและเพ้อเจ้อแบบนี้เสียทีเถอะ ซุ่ยโต้ว่าตนพูดความจริงเขาก็เดินหนี ป้องปกหันมาจ้องพูดเน้นว่าเรื่องที่เธอพูดมันเป็นไปไม่ได้

“แต่มันเป็นไปแล้ว แล้วมันก็คือคำตอบทั้งหมดที่เฮียป้องสงสัย ฉันคือซุ่ย ที่อยู่ในร่างคนอื่น ไม่ใช่แค่กอหญ้า แต่โรส หรือแวนด้า ฉันก็เป็นมาหมดแล้ว เฮียป้องลองนึกดีๆสิ เฮียป้องเคยรู้สึกว่าโรสหรือแวนด้ามีบางอย่างที่คล้ายซุ่ยมากๆน่ะ ถึงจะเหลือเชื่อยังไง แต่ซุ่ยคือซุ่ยจริงๆ! แล้วก็เป็นซุ่ยที่รู้ใจตัวเองด้วยว่ารู้สึกยังไงกับเฮียป้อง”


“นี่คุณชอบผมหรือ” ซุ่ยมองเขาเต็มตาพยักหน้าช้าๆ “ผมขอร้อง...เลิกเถอะนะกอหญ้า ต่อให้คุณจะยืนยันยังไงว่าคุณคือซุ่ย ผมก็ไม่มีทางชอบคุณ เพราะซุ่ยมีแค่คนเดียว แล้วผมก็เชื่อสิ่งที่ผมเห็น”

ซุ่ยถามว่าเชื่อสิ่งที่เห็นหรือ ชอบซุ่ยที่เรียบร้อยอ่อนหวานนิสัยดีที่อยู่ในบ้านขณะนี้มากกว่าซุ่ยที่ชอบทะเลาะกับเฮียป้อง ไม่ใช่ซุ่ยที่รู้จักเมื่อเรียนอยู่ ม.2 คนเก่าใช่ไหม ซุ่ยจับแขนเขาเขย่าเร่งให้ตอบ

“พอทีเถอะกอหญ้า ยังไงคุณก็คือกอหญ้า เลิกพยายามเป็นคนอื่นเสียที ตอนนี้ทุกอย่างมันลงตัวดีอยู่แล้ว อย่าทำให้มันยุ่งยากเลย คุณเองที่จะเหนื่อยเปล่าๆ”

น้ำเสียงป้องปกเย็นชาไร้เยื่อใย แม้ซุ่ยจะเจ็บปวด แต่ก็ตระหนักในความจริง บอกตัวเองว่า

“นั่นสินะ ทุกอย่างมันลงตัวดีโดยไม่มีฉันนี่นา...นี่ฉันพยายามทำเพื่ออะไรอยู่เนี่ย??”

ซุ่ยมองป้องปกน้ำตาไหล รีบปาดน้ำตาทิ้งแล้ววิ่งหนีไป ป้องปกเองก็ไม่สบายใจ มองซุ่ยแล้วถอนใจเครียด

ooooooo

วันนี้ชฎาเรียกโรสไปในห้องทำงาน มีรังสิตและน้ำหวานอยู่ด้วย ถามเสียงดังอย่างไม่พอใจมากว่าเธอคิดทรยศเฟลอร์ใช่ไหม กล้าดียังไงถึงได้ทำอย่างนี้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไม่มีอยู่ในสามัญสำนึกเลยรึไง!

โรสงงว่าชฎาพูดเรื่องอะไร จนเมื่อน้ำหวานบอกว่าเขารู้กันหมดแล้วว่าเธอแอบไปพบมิสเตอร์วิลเลี่ยมบริษัทคู่แข่งมา โรสมองขวับถามรังสิตว่าเขาบอกหรือ รังสิตว่าตนไม่ได้บอก ชฎาไม่สนใจถามโรสว่าเธอได้มาเท่าไรถึงยอมขายความลับทางการตลาดให้บริษัทคู่แข่ง คิดจะแก้แค้นเฟลอร์ด้วยวิธีนี้หรือ ทุเรศจริงๆ!

ทั้งชฎาและน้ำหวานรุมกันเล่นงานโรสโดยมีแก๊งเม้าท์เป็นลูกคู่ คอยสอดแทรกผสมโรงเป็นระยะ ชฎาด่าโรสจนหนำใจแล้วบอกว่านิสัยน่ารังเกียจแบบนี้ใครจะไว้ใจเธออีก จะทำงานร่วมกันต่อไปได้ยังไง

“งั้นก็ไม่ต้องทำค่ะ!!” โรสโพล่งไปอย่างเหลืออด จนทุกคนชะงัก “สรุปเองเออเองเสร็จสรรพแล้วนี่คะ ถ้าโรสมันชั่วร้ายขนาดนั้น ก็ไม่ต้องมาทำงานร่วมกันอีกเลยค่ะ โรส ขอ ลา ออก!” พูดแล้วโรสเดินเชิดออกไปเลย ทุกคนตกใจโดยเฉพาะรังสิตเขาตามมาจับแขนโรสถามว่าทำไมต้องลาออก เธอไม่ได้ทำก็บอกว่าไม่ได้ทำ ทำอย่างนี้ทุกคนยิ่งเข้าใจเธอผิด

“ต่อให้ฉันยืนยันก็ไม่มีใครไว้ใจฉันแล้วล่ะ ทุกคนเชื่อตามที่คุณบอกทั้งนั้นแหละ” รังสิตบอกว่าตนไม่ได้พูด “แล้วเรื่องฉันกับมิสเตอร์วิลเลี่ยมนี่เป็นอุปาทานหมู่รึไง เลิกโกหกหน้าซื่อตาใสทีเถอะคุณรังสิต ถ้าไม่ใช่คุณ ก็ไม่มีคนอื่นแล้วล่ะ”

ที่แท้น้ำหวานเป็นคนคาบข่าวนี้มาเป่าหูชฎา!

รังสิตขอร้องโรสอย่าผลุนผลัน ลาออกแล้วจะทำอะไร วิลเลี่ยมก็ไม่รับเธอแล้ว โรสบอกว่าไปกวนครีมขายเองทางเฟซบุ๊กก็ได้ รังสิตถามว่าเพราะตนใช่ไหม เตือนสติว่า เธอเกลียดเขาอย่างไรก็ไม่ควรทำลายอนาคตตัวเองอย่างนี้

“อย่ากังวลเลยค่ะคุณรังสิต คุณไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก” โรสสะบัดมือออกผละไปอย่างไร้เยื่อใย

ooooooo

โรสเดินออกมาเห็นแก๊งเม้าท์สุมหัวนินทากันอยู่ ถามอย่างทนไม่ไหวว่าทำไมชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นมันสนุกมากรึไง แก๊งเม้าท์รีบหลบไปอยู่หลังชฎา โรสตามมาถามชฎาว่า

“ทำไมคนที่วันๆ ไม่เห็นทำอะไรนอกจากนินทาคนอื่น ถึงยังทำงานที่นี่อยู่ได้ เพราะโรสขยันมากไปใช่ไหมคะมันเลยสังเกตง่าย ทำผิดขึ้นมามันเลยเห็นชัดกว่าคนอื่นที่อยู่เงียบๆ ไม่เสนอความคิด ไม่สร้างผลงาน มาตอกบัตรแล้วรอเวลากลับบ้านใช่ไหม ถึงจะทำงานที่นี่ได้นานน่ะ ระบบการทำงานของเฟลอร์ไทยแลนด์เป็นอย่างนี้เองสินะ” ชฎาอึ้งเถียงไม่ทัน โรสยกมือไหว้ลาแข็งๆ “ขอบคุณที่ให้บทเรียนแก่โรสนะคะคุณชฎา... โรสลาล่ะค่ะ”

ชฎาตั้งหลักได้ไม่ยอมโดนด่าฝ่ายเดียวตามไปเรียกโรสให้กลับมา น้ำหวานดึงแขนไว้บอกว่าปล่อยคนทรยศไปเถอะ จะตามไปอีกทำไม รังสิตขัดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า

“โรสไม่ได้ทรยศอะไรทั้งนั้น มิสเตอร์วิลเลี่ยมพยายามซื้อตัวโรสให้ไปทำงานด้วย แต่โรสก็ไม่ได้ไป โรสไม่ได้คิดจะแก้แค้น ไม่ได้ขายความลับของบริษัทเราให้คู่แข่ง โรสไม่ได้หักหลังเฟลอร์ เข้าใจตรงกันนะครับ”

รังสิตเดินตามโรสไป ชฎาอึ้ง หันมองน้ำหวานทำนองว่ามันยังไงกันแน่ น้ำหวานตกใจแก๊งเม้าท์ก็เหวอตามกัน

รังสิตตามทันโรสแต่ถูกเธอปิดประตูรถล็อกแล้วขับพรืดออกไป เขายืนมองตามรถไปอย่างหงุดหงิดที่ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม

ooooooo

ป้องปกฟังซุ่ยพูดเรื่องในอดีตแล้วคิดหนัก เขาถือกระดาษพับรูปคิงคองไปนั่งคิดในสวน แต่ก็ปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ พอดีคมน์ที่ผิดหวังจากแวนด้ามานั่งกระแทกลงข้างๆ บ่นว่าทำไมผู้หญิงเข้าใจยากจริงๆ

ป้องปกหันมองสงสัยว่าคมน์มาได้ไง แต่คมน์ไม่สนใจอะไรพล่ามแต่เรื่องของตัวเองว่า ตนให้อภัยก็แล้ว ตามง้อก็แล้ว ทำไมแวนด้าไม่ยอมคืนดีด้วย เหลือบเห็นกระดาษพับรูปคิงคองในมือป้องปกถามว่ากระดาษอะไร ป้องปกตัดบทว่ากระดาษที่ซุ่ยพับไว้ไม่มีอะไร แต่ถามคมน์อย่างติดข้องคาใจว่าเขาเชื่อเรื่องสลับวิญญาณไหม

คมน์บอกว่าแบบละครที่สองคนสลับร่างกันนะหรือ ป้องปกถามว่ามันไม่มีทางเป็นจริงใช่ไหม? คมน์บอกว่าละครก็สะท้อนมาจากชีวิตจริง ป้องปกถามทันทีว่าเขาเชื่อว่าคนเราสลับร่างได้ใช่ไหม

“ฉันเชื่อว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ใช่ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเว้ย อย่างความรักที่ฉันมีให้แวนด้าก็อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม แต่ฉันก็รักไปแล้ว แล้วทำไมแวนด้าถึงไม่คืนดีกับฉันสักทีวะ”

คมน์วกมาพูดเรื่องของตัวเองที่ยังแก้ไม่ได้ ก็พอดีกอหญ้าถือถาดผลไม้ปอกมาให้ คมน์บอกว่าอยากได้น้ำใบบัวบกมากกว่าเพราะกำลังช้ำ กอหญ้าในร่างซุ่ยไม่ได้คิดอะไร ปลอบใจอย่างอ่อนหวานตามประสาว่า

“โอ๋...อย่าเสียใจไปนะคะ กินผลไม้ค่ะ เย็นชื่นใจเผื่อจะสบายใจขึ้นนะคะ”

ความอ่อนหวานของกอหญ้าทำให้ป้องปกคิดถึงคำพูดของซุ่ยที่ว่าเขาชอบซุ่ยที่เรียบร้อยอ่อนหวานนิสัยดีไม่ใช่ซุ่ยคนเก่าใช่ไหม คิดแล้วก็ถามตัวเองว่า “คนเก่าคนใหม่ มันก็คนเดียวกันไม่ใช่หรือไง?” แต่ก็อดมองกอหญ้าอย่างสังเกตไม่ได้

ซุ่ยเองเมื่อกลับไปถึงบ้านคุณหยกแล้วคิดถึงคำพูดของป้องปกเมื่อตนพยายามบอกเรื่องตนคือซุ่ยตัวจริงว่า “อย่าทำให้มันยุ่งยากเลย คุณเองที่จะเหนื่อยเปล่าๆ”และ “ตอนนี้ทุกอย่างมันลงตัวดีอยู่แล้ว” กอปรกับความจริงที่เห็นทุกคนรักและดูแลกอหญ้าในร่างตนอย่างดี ซุ่ยพึมพำกับตัวเองปลงๆว่า “ฉันจะดิ้นรนกลับไปเป็นซุ่ยทำไมในเมื่อตอนนี้ใครๆก็มีความสุขกันดี” และคิดถึงการตอกย้ำของป้องปกที่ว่าเลิกพยายามเป็นคนอื่นเสียที ยังไงเธอก็คือกอหญ้า ซุ่ยก็ตอกย้ำกับตัวเองว่า “ตอนนี้ ฉันคือกอหญ้า”

ooooooo

ขณะซุ่ยเริ่มหวั่นไหวกับความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนกลับไปได้เหมือนเดิมและทำใจที่จะเป็นกอหญ้านั้น ความคิดก็สั่นคลอนยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินแม่ นายชุ่มและคุณหยก ปรารภกันอย่างเข้าใจไม่ได้ที่ซุ่ยจะไม่ไปเรียน

แม่แก้วบอกคุณหยกและนายชุ่มว่ากอหญ้าคงเลือกแล้วล่ะว่าความสุขของตัวเองคืออะไร ชีวิตของกอหญ้า ก็ต้องให้กอหญ้าตัดสินใจ ซุ่ยสะกิดใจว่าความสุขของกอหญ้าไม่ใช่ซุ่ย แต่ตอนนี้ตนคือกอหญ้าไม่ใช่ซุ่ย ตัดสินใจฉับพลันก้าวออกไปบอกทุกคนว่า

“กอหญ้าจะไปเรียนต่อค่ะ”

แม่แก้ว นายชุ่ม และคุณหยกหันมองซุ่ยทั้งตกใจ แปลกใจ และดีใจระคนกัน แม่แก้วพาซุ่ยไปคุยกันตามลำพัง ถามว่าทำไมอยู่ๆมาเปลี่ยนใจ

“หนูคงเพิ่งคิดได้มังคะว่าเหนื่อยเปล่าที่จะปฏิเสธความจริง ในเมื่อตอนนี้หนูเป็นกอหญ้า การไปเรียนต่อคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน” แม่แก้วถามว่าไม่ได้ไปเพราะหนีปัญหาใช่ไหม “หนูว่า นี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะ ที่หนูยอมรับปัญหาแล้วเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ”

แม่แก้วงุนงง มองซุ่ยอย่างไม่เข้าใจ ซุ่ยกุมมือแม่แก้วไว้ พยายามพูดให้แม่แก้วเข้าใจและเชื่อว่า

“ก็ตอนนี้ หนูคือกอหญ้า ลูกสาวของแม่แก้วไงคะ หนูก็ควรมีความสุขกับปัจจุบันอย่างที่แม่แก้วบอก หนูควรเป็นกอหญ้าให้ดีที่สุด”

แม่แก้วพาซุ่ยกลับเข้ามาในห้อง คุณหยกและนายชุ่มต่างแสดงความยินดีที่กอหญ้าจะไปเรียนต่อ เรียนสูงๆ แม่แก้วจะได้สบาย

“หลังจากนี้ก็รีบเตรียมตัวเลยนะ กำหนดเดินทางวันที่ 15 เดือนหน้าแล้ว” ซุ่ยตกใจถามว่าวันที่ 15 หรือ แม่แก้วถามว่าทำไมต้องตกใจขนาดนั้น นายชุ่มก็ว่าเหลือเวลาอีกตั้งสามอาทิตย์ ทันอยู่แล้ว

“วันที่ 15 เดือนหน้า...วันแต่งงานของเฮียป้องกับซุ่ยนี่นา” ซุ่ยคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี

ooooooo

นับแต่ป้องปกโต้เถียงกับซุ่ยจนซุ่ยร้องไห้วิ่งหนีกลับไป และคมน์พูดเรื่องสลับร่างว่าสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ใช่ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ทำให้ป้องปกเริ่มให้ความสนใจ ดังนั้น เขาจึงสังเกตพฤติกรรมของกอหญ้า...

เย็นนี้ เมื่อกินข้าวเสร็จกอหญ้าไปล้างชามในครัว ป้องปกเห็นเธอล้างอย่างถูกวิธีและมีความสุข ผิดกับซุ่ยที่เวลาล้างเอาทั้งจานชามกระทะแก้วน้ำปนกับเขละไปหมด เวลาล้างก็เสียงดังช้งเช้งโครมครามน้ำกระเด็นเลอะเทอะ

เวลาทำสวน กอหญ้าก็รดน้ำพรวนดินอย่างตั้งอก ตั้งใจไม่กลัวเปียกไม่กลัวเปื้อน แต่ซุ่ยหยิบหย่ง รังเกียจ กลัวเปื้อน แม้แต่สะระแหน่ที่ปลูกไว้กอหญ้าก็ชมว่าหอม แต่ซุ่ยหน้าเบ้ว่าเหม็น

ป้องปกสังเกตพฤติกรรมแล้วยิ่งเห็นความแตกต่าง

เมื่อซุ่ยตัดสินใจจะไปเรียนแล้ว ก็สนใจเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น แม้แต่เวลาทำงานบ้านเห็นในทีวีสอนภาษาอังกฤษก็หยุดฟังและฝึกพูด แม่แก้วเห็นความตั้งใจของลูกแล้วก็ยิ้มดีใจ

เวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแผล็บเดียววันที่ 13 แล้ว ซุ่ยดูปฏิทินแล้วเครียด คิดทำอะไรบางอย่าง...

รุ่งขึ้น ซุ่ยไปที่บ้าน ยืนมองบ้านเหมือนจะพยายามจำทุกอย่างไว้ให้ติดตา คิดว่าอีกนานกว่าจะได้กลับมาหรืออาจจะเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้...

หลิวเห็นซุ่ยมาก็ดีใจ วิ่งนำแม่กับม่าออกมารับ ซุ่ยในร่างกอหญ้าสวัสดีแม่กับม่า ผู้ใหญ่ทั้งสองทักว่าหายไปนานเลย มาหาซุ่ยหรือเรียกให้เข้าบ้าน ซุ่ยบอกว่าตนตั้งใจมาหาทุกคน จะมาลา...

ป้องปกได้ยินถามว่าจะลาไปไหน เมื่อเข้าไปนั่งคุยในบ้าน ซุ่ยบอกว่าจะมาลาไปเรียนต่อ หลิวบ่นทันทีว่าก็ไม่ได้มางานแต่งเจ๊ซุ่ยกับเฮียป้องสิ ม่าบ่นเสียดายเพราะกะจะให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว

“งั้นเย็นนี้อยู่ทานข้าวกับเรานะกอหญ้า ถือเป็นการเลี้ยงส่ง” แม่ชวน ซุ่ยทำท่าจะปฏิเสธ แต่หลิวกับม่าคะยั้นคะยอจนซุ่ยรับคำ แล้วแม่ ม่า และหลิวก็พากันเข้าครัวเพื่อแสดงฝีมือทำอาหารเลี้ยงส่งซุ่ย

เมื่ออยู่กันสองคน ป้องปกจับสังเกตซุ่ย แล้วจู่ๆ ก็ถามว่าที่จะไปเรียนต่อไม่ใช่เพราะจะหนีใครใช่ไหม ถามแล้วเดินเข้าใกล้จ้องหน้าถามว่า “แล้วเรื่องที่คุณพูดวันนั้น...เรื่องที่คุณเป็นซุ่ย”

ซุ่ยแอบดีใจคิดว่าเขาจะเชื่อที่ตนพูดเมื่อเย็นวาน แต่แล้วกอหญ้าก็เดินงัวเงียมาขัดจังหวะถามว่าพูดถึงซุ่ยกันหรือแล้วหาวหวอดๆ ไม่ได้สนใจอะไร

ooooooo

ที่โต๊ะอาหาร...กอหญ้าแสดงความยินดีที่ซุ่ยจะไปเรียนต่อ บอกว่าถ้าตนมีโอกาสก็อยากไปเหมือนกัน หลิวขัดคอว่าอย่างเจ๊ซุ่ยหรือจะไปเรียนต่อภาษาเจ๊กากมากเลยขืนไปต้องอดตายแน่ ซุ่ยสำลักพรวดหลิวทักว่าใครนินทาพี่กอหญ้าหรือ

บนโต๊ะอาหาร ป้องปกสังเกตได้อีกว่า เขาตักผักให้กอหญ้าเธอถามว่าผักอีกแล้วหรือ หลิวแซวว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน เจ๊ซุ่ยต้องโวยวายหรือไม่ก็ด่าเปิงแล้ว

กอหญ้าถามงงๆว่าเมื่อก่อนตนเป็นอย่างนั้นจริงหรือ ม่าบอกว่าจริง เฮียป้องพูดอะไรก็เถียงตลอด เถียงจนบ้านแทบแตก ทะเลาะกันประจำ แม่บอกว่าเถียงแทบทุกเรื่อง ยกตัวอย่างตอนที่จะซื้อรถคันใหม่ ถามป้องปกว่าใช่ไหม

“ตอนนั้นซุ่ยอยากได้รถป้ายแดง พี่เลยแนะว่าให้ผ่อนมือสอง”

“ตอนนั้นเรางอนตุ๊บป่อง เด็ดต้นเฮียป้องจนแทบจะโกร๋นเลยล่ะ” แม่บรรยาย ซุ่ยลืมตัวเถียงทันทีว่า

“นั่นซุ่ยไม่ได้ดื้อจะเอารถป้ายแดงสักหน่อย แค่ไม่เห็นด้วยที่เฮียป้องจะมาบังคับให้ซื้อรถกระบะต่างหาก”

ทุกคนเงียบกริบ มองซุ่ยอย่างแปลกใจมาก โดยเฉพาะป้องปกจับตามองตลอด ซุ่ยรู้สึกตัวรีบแก้ว่า ซุ่ยเคยเล่าให้ฟัง กอหญ้ามองเหวอๆ ถามว่าตนเคยเล่าหรือ นึกไม่ออกเลยว่าเคยทะเลาะกับเฮียป้องเรื่องรถป้ายแดง

“แหม...ซุ่ย เธอก็ขี้ลืม ยังไม่แก่เลย” ซุ่ยหยอกกลบเกลื่อนแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “แกงส้มชะอมนี่อร่อยจัง ฝีมือม่าใช่ไหมคะ เนี่ย หนูขอเหมาหมดชามเลยนะคะ” ซุ่ยทำท่าอร่อยกับการกิน แม่กับม่าไม่คิดอะไร แต่ป้องปกมองไม่วางตา

กินข้าวเสร็จ ป้องปกเข้าครัวล้างจาน พอออกมาถามหากอหญ้า แม่บอกกลับไปแล้ว ม่าบ่นไม่รู้กลับยังไงมืดแล้วด้วย ป้องปกมองไปที่กอหญ้าเห็นกำลังขะมัก เขม้นกับการสอนการบ้านหลิว ทำให้อดคิดอีกไม่ได้ว่า เมื่อก่อนหลิวถามการบ้าน ซุ่ยก็โยนมาให้ตนสอนแล้วตัวเองก็เดินกดเกมเล่นอย่างเมามัน

เมื่อม่ากับแม่บอกว่าซุ่ยกลับไปแล้ว และกอหญ้าก็กำลังสอนการบ้านหลิว ป้องปกจึงเลี่ยงไปเดินดูสวน เจอซุ่ยไปคุยกับต้นลั่นทมเหมือนบอกลา พอหันกลับมาก็ตกใจเมื่อเห็นเขายืนมองอยู่

“คุณคุยอะไรกับต้นลั่นทม” ป้องปกถาม ซุ่ยทำไขสือถามว่า ใคร? ไม่มี้...ไม่มี ตนแค่ยืนมองเห็นดอกมันสวยดีแล้วผลุนผลันกลับ ป้องปกถามว่า ทำไมต้องบอกว่าตัวเองเป็นซุ่ย ซุ่ยสวนทันทีว่าตนไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว พลางเดินเลี่ยงไป ป้องปกก้าวไปขวางไว้ พูดจริงจังว่า “ผมไม่เคยเชื่อเรื่องลี้ลับ หรือเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่คุณกำลังทำให้ผมสับสน”

ซุ่ยถามว่าเขากำลังจะแต่งงาน สับสนตอนนี้ไม่สายไปหรือ เขาถามว่าก็ถ้าเธอเป็นซุ่ยล่ะ?

“ฉันคือกอหญ้าค่ะ” ซุ่ยสวนทันควัน บอกว่าเวลานี้ทุกอย่างลงตัวมีความสุขดีอยู่แล้ว จบแบบนี้แฮปปี้ที่สุดแล้ว ป้องปกบอกว่าตนยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่ “ลืมเรื่องเพ้อเจ้อที่ฉันเคยพูดเถอะนะ ยังไงฉันก็ไม่ใช่ซุ่ยแล้ว ขอให้คุณโชคดีนะคะคุณป้องปก ฉันไปล่ะ” ซุ่ยรีบไปทันที

จังหวะนั้นลมพัดมาวูบหนึ่ง มีบางอย่างปลิวมาถูกหน้าเขา ป้องปกคว้าไว้ มันเป็นกระดาษพับรูปคิงคอง ที่ผูกไว้กับกิ่งลั่นทม เขารีบพลิกดู ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นข้อความเขียนไว้ว่า

“ลาก่อนนะเฮียป้อง”

ooooooo

วันนี้เป็นวันแต่งงานแล้ว ทุกคนตื่นเต้นมาก แวนด้ามาเป็นช่างแต่งหน้าแต่งผมให้ โรสที่มาอยู่ก่อนแล้วก็เข้ามาถามว่า “อันนี้หรือเปล่าซุ่ย เทียร่าดอกไม้ที่เธอต้องใช้”

“ใช่อันนี้แหละที่ซุ่ยกับหลิวช่วยกันทำเมื่อวาน”

โรสเจอกับแวนด้าต่างรู้สึกอึดอัด แวนด้าเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษขึ้นก่อน โรสถามว่าเรื่องอะไร แวนด้าบอกว่าเรื่องตนกับรังสิต ตนทำไปเพราะอยากลองท้าทายรังสิตที่เป็นดาวเด่นของที่นี่ดู แต่รังสิตทำเหมือนตนคือทิชชู ใช้เสร็จก็ทิ้ง โรสติงว่าเธอดูถูกตัวเองเกินไป แวนด้าสารภาพว่าตนคิดผิด ขอโทษและให้อภัยตนด้วย ตนขอเพียงเท่านี้จะได้ไหม

“ฉันอาจจะพูดว่าให้อภัยเธอได้นะแวนด้า แต่คงไม่มีทางรู้สึกเหมือนเดิม” โรสเอ่ยเรียบๆ พลันเสียงกอหญ้าก็ดังขึ้น

“ชีวิตมันสั้นนะคะ เวลาที่เราตื่นมันสั้นมาก วันๆนึงซุ่ยเสียเวลาไปกับการนอนเยอะมากเลย มากจนรู้ว่าเวลาที่ตื่นอยู่น่ะมีค่าแค่ไหน...เรื่องไม่ดีเก็บไว้ก็มีแต่หนักใจ ปล่อยมันทิ้งไปเสียบ้างจะได้เบาลงนะคะคุณโรส”

กอหญ้ายิ้มให้โรสแล้วยิ้มให้แวนด้า โรสนิ่งคิด ครู่หนึ่งก็ถอนใจแล้วยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่อ่อนโยน จริงใจ

เช้านี้ป้องปกลุกขึ้นจากเตียงเพลียๆเพราะเมื่อคืนคิดมากจนนอนไม่หลับทั้งคืน คมน์มาแต่เช้าถามว่านั่งถอนใจอย่างกับโดนบังคับให้สละโสด แซวว่าเสียดายความโสดหรือ ป้องปกตอบนิ่งๆว่า

“ถ้าได้อยู่กับคนที่รักจะเสียดายทำไม กลัวแต่มันไม่ใช่”

“อะไรของมันวะ” คมน์งง ป้องปกไม่ตอบ แต่มองตัวเองในกระจกเครียด

แต่ไม่ว่าจะเครียดและสับสนอย่างไร งานแต่งงานก็ผ่านไปด้วยดี ท่ามกลางความยินดีของทุกคน

ooooooo

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 1 พ.ค.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ