อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13 วันที่ 17 เม.ย.59

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13 วันที่ 17 เม.ย.59

หลังแยกจากเหมย...รื่นก็พยุงร่างอ่อนแรงไปหาของกินที่ร้านอาเล้ง แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ขับไล่ไสส่งเขาเหมือนครั้งที่แล้ว แต่กลับเลี้ยงกับข้าวมากมาย เพราะเห็นว่าเขาเป็นเพื่อน

“อารื่นเอ๊ย...ไม่ใช่ว่าอั๊วรังเกียจลื้อ แต่อั๊วเกลียดพวกค้าฝิ่นจริงๆ ลื้อเคยได้ยินเรื่องที่เมืองจีนบ้างไหม บ้านเมืองวอดวาย ผู้คนล้มตายเป็นแสนก็เพราะสงครามฝิ่น ที่เกิดจากน้ำมือพวกฝรั่ง”

“แล้วเฮียจะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่มีความรู้ ไม่มีทุนติดตัว ถ้าไม่ค้าฝิ่น ป่านนี้ฉันอดตายไปแล้ว”



อาฉ่างกับอาเฉียงนั่งฟังมานานเห็นด้วยกับรื่น แต่อาเล้งกลับส่ายหน้า

“พวกลื้อดูอย่างท่านเตี่ยสิ อีถูกให้ออกจากราชการอย่างไม่เป็นธรรม แล้วอีเคยไปก่อเรื่องชั่วไหม ตรงกันข้าม... อีผันตัวเองมาเป็นหมอคอยรักษาชาวบ้านโดยไม่คิดค่าแรงค่าเหนื่อย พวกลื้อควรจะเอาเป็นตัวอย่าง”

ความจริงเรื่องท่านเตี่ย ทำให้รื่นถึงกับพูดไม่ออก อาเล้งเลยถือโอกาสสำทับ

“สำหรับคนจีนอย่างอั๊ว ทั้งเตี่ยทั้งม้า เสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีน เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร อั๊วยังรักแผ่นดินนี้เหนือชีวิต แต่บ้านเมืองนี้มันเป็นแผ่นดินของพ่อแม่ลื้อ ลื้อไม่คิดจะรักษามันไว้ให้ดีก็ตามใจ!”

ooooooo

อาเหวินหอบหัวใจช้ำๆกลับบ้านในเวลาต่อมา เจ๊คิ้มเห็นหน้าซึมๆของน้องชาย ก็นึกรู้ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องบัว และแม้จะสงสารแค่ไหน ก็ต้องปลอบให้ทำใจ

“อาตี๋เอ๊ย...ลื้อเกี้ยวผู้หญิงอย่างนี้ รับรองปีหน้าอาบัวอียอมแต่งงานแน่นอน”

หนุ่มลากรถตาโต ก่อนจะเฉาโดยพลันเมื่อพี่สาวเอ่ยประโยคถัดมา

“แต่งกับคนอื่น...เพราะอีรำคาญลื้อ!”

สีหน้าผิดหวังของน้องชาย ทำให้เจ๊คิ้มลอบถอนใจยาว ทั้งสมเพชและเวทนาในความรักของเขา

“ก็ลื้อไปเสนอหน้าตอมอี เหมือนแมลงวันตอมขี้หมาอะ ทำไมอีจะไม่เบื่อ”

“อั๊วไปช่วยงานอีนะเจ๊ อีทำอะไร อั๊วก็เข้าไปช่วย ไปไหนอั๊วก็ตามไปด้วย”

“ก็นั่นไง มันน่ารำคาญ ลื้อทำดี ลื้ออย่าเสนอหน้าสิ มันต้องเร้าใจอีบ้าง อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆน่ะ...เข้าใจไหม”

อาเหวินทำหน้างง ไม่เข้าใจความหมายที่พี่สาวต้องการบอก เจ๊คิ้มอยากจะเป็นบ้า แต่สุดท้ายก็ยอมเฉลย

“คนจีนคนสยามนิสัยเหมือนกัน กตัญญูรักพ่อรักแม่ อาบัวอีรักพ่อ ถ้าอีเห็นลื้อทำดี เอาอกเอาใจพ่ออี มีหรืออีจะไม่ใจอ่อน มีใจให้ลื้อบ้าง”

คำแนะนำของพี่สาวทำให้อาเหวินยิ้มกว้างหมายมั่น ปั้นมือจะเข้าทางสังข์ในครั้งหน้า เผื่อบัวจะเห็นใจ...

รื่นพักรักษาตัวจนดีขึ้น ถึงกลับไปทำงานให้จีนหยง แต่บรรยากาศก็ไม่เหมือนเดิม เพราะวีรกรรมบ้าบิ่น บุกไปมีเรื่องในเหลาบุปผา เท่ากับประกาศศึกกับปีเตอร์และอาจทำให้พวกโรงฝิ่นเดือดร้อน

แต่เรื่องของรื่นก็ไม่น่าสนใจสำหรับจีนหยงอีกต่อไป เมื่อเทียบกับแผนส่งมิ่งไปฆ่าปีเตอร์ ซึ่งไม่สำเร็จ และอดีตครูมวยแห่งเวียงสิงห์ต้องตายเปล่า แถมเจ้าของโรงฝิ่นยังต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลักด้วย

อังเดรกับฮิวโก้ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ และคิดว่าผู้ที่จะช่วยให้เบาะแสได้คือท่านเตี่ย เลยเรียกกล้ามาสั่งให้พาไปเข้าเฝ้า พลขับหนุ่มลำบากใจมาก แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ และเหตุผลเพื่อบ้านเมือง เลยจำต้องตกลง

ท่านเตี่ยเลยได้ต้อนรับคณะอังเดรที่วังในเวลาต่อมา แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่กงสุลใหญ่ขอเข้าพบ แต่ก็ไม่ถึงกับเดาเหตุผลไม่ได้ อังเดรกวาดตามองรอบห้องทรงอักษร ก่อนจะไปหยุดที่กระบี่เล่มหนึ่ง

“กระบี่เล่มนี้เป็นสมบัติล้ำค่า เราได้รับพระราชทานมาเมื่อครั้งยังรับราชการในกองทัพเรือ”

“น่าปลาบปลื้มจริงๆ นอกจากจะเป็นเชื้อพระวงศ์แล้ว ฝ่าบาทยังทรงพระปรีชาสามารถในการรบด้วย”

“ท่านกงสุลอังเดร...เราเชื่อว่าท่านคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดเรื่องประวัติของเรา”

“ที่กระผมมาวันนี้ก็ด้วยเรื่องฝิ่นของจีนหยงที่ถูกวางเพลิง”

“จีนหยงทำการค้าโดยไม่สุจริต ลักลอบขายฝิ่นให้ชาวสยาม ทั้งๆที่กฎหมายระบุว่าให้ขายเฉพาะต่างชาติเท่านั้น การที่ฝิ่นของมันถูกเผา ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วนี่”

“แล้วฝ่าบาทพอจะทราบหรือไม่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง”

“เรารู้แต่ว่าคนร้ายคงมีเจตนาดีเป็นแน่”

“แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเลวร้าย เพราะตอนนี้พระยาประเสริฐภักดีกับนายปีเตอร์ได้นำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง เพื่อขอค้าฝิ่นแข่งกับจีนหยง ดังนั้น...แทนที่ฝิ่นจะลดลง ก็กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น”

“หากเป็นเช่นนั้น ก็คงมีการลอบเผาเกิดขึ้นอีก”

“ซึ่งนั่นจะทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลาย จนอาจลุกลามเป็นสงครามฝิ่นเหมือนบางประเทศ”

ooooooo

ระหว่างที่อังเดรหารือกับท่านเตี่ยในห้องทรงอักษร ฮิวโก้ก็เดินสำรวจรอบวังเทวาพิทักษ์ โดยมีกล้าเป็นคนนำทาง นายทหารคนสนิทกงสุลใหญ่ถึงกับทึ่งมาก เมื่อเห็นคนป่วยมากมายในวัง

“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าอย่างท่านเตี่ย จะใช้วังตัวเองเป็นโรงหมอรักษาคนไข้ นี่สงสัยคงจะมีรายได้ร่ำรวยสิท่า”

“มิได้ขอรับคุณฮิวโก้ วังเทวาพิทักษ์แห่งนี้ให้การรักษาคนเจ็บป่วยโดยไม่คิดเงิน คิดอัฐแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยเยียวยาคนที่ต้องการอดฝิ่นอีกด้วยขอรับ”

“อดฝิ่นอย่างนั้นหรือ ถ้างั้น...ข่าวลือที่ว่าท่านเตี่ยต่อต้านการค้าฝิ่น ซึ่งถือว่าเป็นการแข็งข้อเจ้าอาณานิคมก็เป็นความจริงสินะ หรือว่าไงนายกล้า...”

กล้าอึดอัดใจมาก อยากจะตอบโต้แทนท่านเตี่ย แต่ไม่อยากเป็นเหตุให้เกิดข้อขัดแย้งไปมากกว่านี้ เลยต้องพยายามสงบปากสงบคำ เช่นเดียวกับราชนิกุลหนุ่มเจ้าของวัง ที่ต้องตั้งสติหารือกับอังเดร

“นิสัยพวกล่าอาณานิคม ชอบหาเหตุพาลไปน้ำขุ่นๆ เที่ยวยึดบ้านยึดเมืองของคนอื่น แล้วบอกว่าปกป้องความชอบธรรม น่าขันสิ้นดี”

“กระผมมิได้ต้องการเช่นนั้นเลย ถึงแม้รัฐบาลของกระผมจะมุ่งหวังจะหาผลประโยชน์จากข้อพิพาท ก็ตาม”

“เราจะเชื่อท่านได้ยังไง”

“กระผมถึงเป็นทหารก็จริง แต่ก็ชิงชังสงครามยิ่งนัก เพราะมันให้ความสูญเสียแก่ไพร่พลทั้งสองฝ่าย ดังนั้นกระผมจึงอยากทูลขอให้ฝ่าบาทหย่าศึกกับจีนหยง”

คำขอของอังเดรทำให้ท่านเตี่ยเคืองไม่น้อย ถึงกระนั้นก็เข้าใจดี ว่าอีกฝ่ายต้องการแก้ปัญหาบานปลายเรื่องค้าฝิ่น แต่ก็อาจแก้ได้ในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งอังเดรก็พยักหน้ายอมรับ

“แต่ฝ่าบาท...กระผมขอทูลตามตรง ท่านข้าหลวงเบอร์นาร์ดกำลังเดินทางมาพระนครเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ และหากมีการเผาฝิ่นเกิดขึ้นอีกเมื่อใด ประเทศเจ้าอาณานิคมจะต้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลสยามเป็นแน่ และถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการ...สงครามก็จะเปิดฉากขึ้น”

ข่าวการพบปะระหว่างท่านเตี่ยกับอังเดรรู้ถึงหูปีเตอร์และพระยาประเสริฐภักดีเข้าจนได้ ก่อให้เกิดความวิตก กลัวกงสุลใหญ่กับราชนิกุลหนุ่มจะไหวตัวเรื่องทุจริตค้าฝิ่น โชติเลยเสนอแผนกำจัด ด้วยการหลอกให้จีนหยงมาพบกับท่านเตี่ยที่วัง และสร้างสถานการณ์ให้ทั้งสองถูกใส่ร้ายและตายไปพร้อมๆกัน!

รื่นกับเหมยยังลอบเจอกันอีกหลายครั้ง โดยไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าพ่อบ้านกุ่ยจะสงสัยและแอบสะกดรอยตาม จนได้เห็นกับตาว่านางโลมสาวคนสวยแห่งเหลาบุปผามาพบชู้รักที่ศาลเจ้าทุกคืน

เจ๊คิ้มแอบเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญอีกที และเริ่มเป็นกังวลแทนรื่นกับเหมย เพราะดูจากสายตาและท่าทางของพ่อบ้านกุ่ย เรื่องรักลับๆของทั้งสอง คงถึงหูปีเตอร์ในไม่ช้า!

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายที่เหลาบุปผาเมื่อหลายวันก่อน ทำให้รื่นเริ่มคิดถึงอนาคตตัวเองอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะเรื่องระหว่างเขากับเหมย ซึ่งก่อตัวอย่างง่ายๆในเวลาต่อมา และวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วจะพาเธอหนี!

เหมยถึงกับทำหน้าไม่ถูก เมื่อได้ยินหนุ่มคนรักพูดว่าจะออกจากพระนคร

อ่านละคร ชาติพยัคฆ์ ตอนที่ 13 วันที่ 17 เม.ย.59

ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทประพันธ์โดย ณพุทธ สุศรีฯ
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ บทโทรทัศน์โดย ณพุทธ สุศรีฯ/ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ กำกับการแสดงโดย โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ผลิตโดย : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ควบคุมการผลิตโดย : ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ เริ่มตอนแรกในวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2559
ละครเรื่อง ชาติพยัคฆ์ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ