อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 2 พ.ค.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 2 พ.ค.59

ถึงวันเดินทางไปเรียนต่อแล้ว ซุ่ยกราบลาแม่แก้ว คุณหยก และนายชุ่มแล้วเดินไปขึ้นรถ แม่แก้วบอกว่ามีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังอย่าเก็บปัญหาไว้คนเดียว แล้วเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะตกเครื่อง

ระหว่างนั่งรถไปสนามบิน ซุ่ยใจหาย แต่ปลุกปลอบใจตัวเองว่าเราคือกอหญ้า...เราคือกอหญ้า

งานพิธีแต่งงานเสร็จแล้ว ป้องปกออกมาส่งแขก กอหญ้าเริ่มหาว ขณะนั้นแวนด้ามาขอลากลับ คมน์ถามว่าจะหนีตนไปไหน แวนด้าบอกว่าจะไปส่งกอหญ้าที่สนามบิน กอหญ้าในร่างซุ่ยบอกว่าตนก็อยากไปส่ง พูดขำๆว่า



“แปลกไหมคะ ซุ่ยรู้สึกสนิทกับกอหญ้ามาก ยิ่งกว่าเพื่อน กอหญ้ารู้เรื่องซุ่ยดีกว่าตัวซุ่ยเองเสียอีก อย่างเรื่องพับกระดาษ ก็ได้กอหญ้านี่แหละที่มาคอยชวนให้พับ ซุ่ยถึงได้รู้ว่าตัวเองพับได้ตั้งหลายชนิด” ป้องปกถามว่าซุ่ยพับเองทั้งหมดเลยใช่ไหม คิงคองก็พับเองใช่ไหม “ใช่ค่ะ พับยากมากที่สุดเลย คิงคองน่ะ”

ป้องปกถามอีกว่าแล้วข้อความล่ะ เธอถามว่ามีข้อความด้วยหรือ ตนไม่ได้เขียน สงสัยกอหญ้าเขียนให้ ถามว่าเขียนอะไรบ้าง ป้องปกอึ้งเดินออกไปทันที คมน์ตะโกนถามว่าจะไปไหน เบลล่าถามว่าซุ่ยทำไมไม่ตามสามีไปล่ะ

“เราง่วงอ่ะ” กอหญ้าหาวตาปรือทำท่าจะล้ม แก๊งเม้าท์รีบช่วยกันรับไว้เลยไม่ได้ตามป้องปกไป

ป้องปกวิ่งไปที่รถตัวเอง จะเปิดประตูแล้วนึกได้ว่าไม่ได้เอากุญแจมา พอหันกลับก็เจอคนที่วิ่งตามออกมา มีแวนด้าและโรสตามมาด้วย ป้องปกถามคมน์ว่ารถเขาอยู่ไหน คมน์บอกว่าจอดอยู่ปากซอย โรสเสนอว่าไปรถตนไหม ป้องปกเปิดประตูรถขึ้นนั่งทันทีบอกว่า

“ไปสนามบินนะครับ”

ooooooo

ที่สนามบิน...ซุ่ยทั้งสะพายทั้งถือและเข็นกระเป๋าอย่างทุลักทุเล จู่ๆรังสิตก็มาช่วย ซุ่ยนึกว่าเขาจะเดินทางไปไหน เขาบอกว่ามารอส่งเธอ

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ แล้วก็ขอให้คุณโชคดี เคลียร์ปัญหาทุกอย่างได้ไวๆ”

“ขอบคุณ...ที่หลายๆครั้ง กอหญ้าเป็นเพื่อนที่ให้คำปรึกษาที่ดีกับผม ให้สติ ทำให้ผมเย็นลงแล้วก็คิดอะไรออก”

ซุ่ยบอกรังสิตว่า โรสรักเขา เอาคำพูดของเขาเองมาให้กำลังใจว่า

“อย่าลืม พยายามเลี้ยงบอลไปหน้าโกลให้ได้มากที่สุด เตะสิบลูกมันต้องเข้าสักลูกค่ะ”

“ขอบใจกอหญ้า ทัศนคติที่ดี การมองโลกในแง่ดีของคุณ ทำให้คนรอบข้างคิดอะไรได้หลายอย่าง”

“คุณสมบัติของกอหญ้าของแท้เลยล่ะ ขอบคุณที่คุณช่วยย้ำเตือนนะ ฉันจะพยายามเป็นกอหญ้าที่มองโลกในแง่ดี และมีความหวังเสมอให้ได้”

“ผมก็จะพยายามเอาคุณสมบัติข้อนี้ของกอหญ้ามาใช้นะครับ ผมขอให้คุณเดินทางปลอดภัย เจอแต่คนดีๆ แล้วก็ติดต่อมาบ้างนะครับถ้ามีโอกาส” ทั้งสองจับมือยิ้มให้กัน จากกันด้วยมิตรภาพที่ประทับใจ...

ป้องปกร้อนใจกลัวมาไม่ทันซุ่ย เร่งจนทุกคนเครียดช่วยกันบอกเส้นทางที่คิดว่าจะมาได้เร็วที่สุด เมื่อมาถึงสนามบิน ป้องปกรีบวิ่งไปมองหาซุ่ย เจอรังสิตเดินออกมาพอดี ป้องปกบอกว่าตนมาหาซุ่ยเพราะมีเรื่องต้องคุยกับกับเธอ รังสิตเอาโทรศัพท์ของเขาให้ลองโทร.หาซุ่ยดู แต่โทร.เป็นสิบครั้งก็ไม่รับสายเพราะซุ่ยกำลังเดินอยู่ด้านในของสนามบิน พอหยิบโทรศัพท์ดูเธอรีบโทร.กลับ แต่กลายเป็นป้องปกรับสาย! เขาขอร้องให้ออกมาข้างนอกก่อนได้ไหมตนมีเรื่องจะคุยด้วย

ซุ่ยบอกว่าตนกำลังจะขึ้นเครื่อง ถ้าจะฝากซื้อของก็ให้ไลน์บอกก็แล้วกัน

“เดี๋ยวสิซุ่ย!”

ซุ่ยถามว่าเขาเรียกตนว่าอะไรนะ! ป้องปกบอกว่าเธอคือซุ่ยจริงๆด้วย ซุ่ยถามอย่างไม่ยินดียินร้ายว่าจะมาเชื่ออะไรตอนนี้ เขาบอกว่าก็เธอเป็นคนเขียนข้อความเป็นกระดาษพับรูปคิงคอง

“ฉันเขียนตามที่ซุ่ยเขาบอกต่างหากล่ะ ฉันคือกอหญ้านะ ส่วนซุ่ยก็เพิ่งแต่งงานกับคุณไป จำไม่ได้หรือไง ฉันต้องไปแล้วจริงๆ ลาก่อนนะคะ คุณป้องปก...”

ป้องปกผิดหวังคิดว่าจะไม่ได้เจอซุ่ยอีกแล้ว ส่วนซุ่ยขึ้นเครื่องไปแล้วเธอนั่งร้องไห้เงียบๆ ตั้งสติบอกตัวเองว่า...

“จะร้องไห้ทำไม เธอตัดสินใจถูกแล้วนะ...อยู่กับปัจจุบัน มองโลกในดี คิดในแง่ดีสิ อย่างน้อยครั้งนึง เธอก็ได้เป็นใครก็ได้ที่อยากเป็นนะ...อย่างคุณโรสงี้

ทั้งสวยทั้งเก่ง ถ้าไม่เจอกับตัวก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นยังไง...คุณโรสไม่ได้เก่งเพราะโชคช่วยหรือจับสลากได้ แต่เพราะคุณโรสทุ่มเทมากๆ อย่างคนที่รู้เป้าหมาย ซึ่งบางครั้งการมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ก็ทำให้หลงลืมคนข้างตัวไป...”
แม้ซุ่ยจะพยายามคิดบวกกับประสบการณ์ของตน แต่ความเจ็บปวดลึกๆก็ทำให้น้ำตาไหลอย่างไม่อาจกลั้นได้...

เรื่องราวของโรสทำให้ซุ่ยตระหนักอีกว่า...

“การไปยืนอยู่บนจุดสูงๆ แต่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ มันเหงามากเลยนะ หรือวันนึงตกลงมาแล้วไม่มีใครรองรับ มันก็เจ็บสุดๆเลยล่ะ...สวย เก่ง แต่โดดเดี่ยว...ถ้าไม่เจอกับตัว ฉันคงไม่เข้าใจหรอก”

เมื่อเครื่องเริ่มขึ้น ซุ่ยใจเลื่อนลอย คิดถึงอีกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตตน...

“หรือจะเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยโดดเดี่ยวอย่างแวนด้า แวนด้าโชคดีที่ได้เจอคนที่รักจริงอย่างนายคมน์ นายคมน์ คงพยายามที่จะดูแลแวนด้าจนได้นั่นแหละ ขอให้ครั้งนี้ความรักจะช่วยประคองให้แวนด้ากับคมน์ได้พบกับความสำเร็จ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เคยผิดพลาด จะได้รับโอกาสอีกครั้ง...”

แล้วคนสุดท้ายที่ซุ่ยเคยอิจฉา คือ กอหญ้า... วันนี้เธอคิดได้ว่า...

“จริงๆชีวิตกอหญ้าไม่ได้มีอะไรดีกว่าคนอื่นเลย เป็นลูกคนรับใช้ บ้านก็ไม่มี พ่อก็เสียไปแล้ว แต่กอหญ้าก็ยังน่าอิจฉาอยู่ดี...คงเป็นเพราะกอหญ้าดูมีความสุขตลอดเวลาละมั้ง ไม่ใช่ความสุขเพราะมีมากมาย แต่สุขที่พอใจกับสิ่งที่มี คนที่มีความสุขล้นเหลือขนาดนี้ คงแบ่งปันให้คนที่อยู่ใกล้ชิดได้สบาย รวมทั้ง...เฮียป้อง...”

คิดถึงเฮียป้องแล้วซุ่ยยิ้มเศร้าๆบอกกับตัวเองว่า...

“เฮียป้องแต่งงานกับกอหญ้า...ไม่สิ กับซุ่ยคนนั้นไปแล้ว เฮียป้องต้องมีความสุขมากแน่ๆ”

ซุ่ยปาดน้ำตาให้กับประสบการณ์ในชีวิต หยิบสมุดโน้ตขึ้นมา เขียนตัวโตๆลงไปด้วยลายมือที่มีพลังว่า

“หมดเวลาคิดถึงสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ เมื่ออดีตผ่านไปแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง สนใจแค่ปัจจุบันดีกว่า... ตอนนี้ฉันคือนางสาวกอหญ้า อนัตตาภา ฉันกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ฉันคือความหวังของแม่แก้ว คุณหยก และลุงชุ่ม” ซุ่ยเขียนบันทึกความมุ่งมั่น แล้วพูดกับตัวเองว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไป ฉันต้องเป็นกอหญ้าให้ดีให้มีความสุขที่สุด” พลันเครื่องบินก็ตกหลุมอากาศ เสียงเตือนจากห้องนักบินให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัด ฟังประกาศแล้วซุ่ยสะดุดชะงักพึมพำ...

“ตะกี๊...เขาประกาศว่า...กัปตันชื่ออะไรนะ?”

“กัปตันถ้วยทอง” เสียงตอบจากข้างๆ “ไม่เป็นไรนะ หลุมอากาศแค่นี้เรื่องปกติ”

“ด็อกเตอร์ถ้วยทอง!! คุณ...คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ซุ่ยหันมองอุทานตะลึง

“เรื่องเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่เห็นน่ากลัว ชีวิตคนเรามันสั้นนะ ถ้าไม่รับมีความสุขวันนี้ก็ไม่รู้จะไปมีวันไหน ดีใจที่เธอเข้าใจแล้ว”

ทันใดนั้น! เครื่องบินตกหลุมอากาศอีกครั้ง คราวนี้แรงมาก จนซุ่ยกรี๊ดลั่น

ooooooo

สิ้นเสียงกรี๊ด ร่างกอหญ้าที่นอนอยู่บนโซฟาใน ห้องรับแขกบ้านซุ่ยก็กลิ้งตกลงมากองกับพื้นดังโครม!

“เจ๊ซุ่ย!! ไปทำอะไรที่พื้นน่ะ” หลิวตกใจ

กอหญ้าในร่างซุ่ยมองหลิวงงๆถามว่ามาได้ไงเนี่ย และเรียกตนว่าเจ๊ซุ่ยเหรอ หลิวงงมากถามว่าแล้วจะให้เรียกเจ๊ว่าอะไร ซุ่ยมองไปที่กระจก ตกใจเมื่อเห็นซุ่ยนั่งอยู่กับหลิว ถามว่าที่นี่ที่ไหน ชี้ตัวเองถามว่าแล้วนี่ใคร จับมือหลิวถามแล้วนี่ล่ะใคร?

หลิวมองซุ่ยสยองคิดว่าเจ๊อาการกำเริบหรือไม่ก็กินยาผิด

ซุ่ยทั้งหยิกตัวเอง ลูบหน้าคลำตัวให้แน่ใจว่าตัวเองคือซุ่ย พอแน่ใจก็ดึงหลิวกอดแน่นร้องด้วยความดีใจสุดขีด

“ฉันคือซุ่ย...ฉันคือซุ่ย...ฉันคือซุ่ย...ในที่สุดฉันก็ได้กลับมา ฉันกลับมาเป็นซุ่ยแล้ว กลับมาเป็นซุ่ยแล้ว!!”

หลิวตกใจร้องเรียกแม่และม่าลั่น “แม่...ม่ามานี่เร็ว เจ๊ซุ่ยหัวทิ่มพื้น ตื่นมาเพี้ยนไปแล้วแม่”

พอแม่วิ่งเข้ามา ซุ่ยก็กระโดดกอดบอกว่าซุ่ยกลับมาแล้ว ซุ่ยคิดถึงแม่มาก หลิวค่อยๆถอยมองซุ่ยหวาดๆ พึมพำว่าหนักขนาดนี้ต้องเรียกเฮียป้องแล้วล่ะ แม่งง ม่าก็งง ม่าถามหลิวว่าเมื่อเช้าไม่ได้ให้พี่สาวเรากินยารึไง

ซุ่ยบอกว่าตนไม่ได้บ้า ไม่ได้เพี้ยน ตนหายแล้วจริงๆ ตนแค่ดีใจที่ได้กลับมา ซุ่ยพึมพำเหมือนบอกกับตัวเอง

“พอไม่อิจฉา ไม่อยากเป็นใคร พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นก็เลยได้กลับมา นี่สินะที่ด็อกเตอร์พยายามบอก พอใจกับที่เป็น พอใจกับปัจจุบัน”

ซุ่ยดีใจ ได้วิ่งออกจากบ้าน แม่ตกใจถามหลิวว่า “ประตูรั้วหน้าบ้านล็อกแล้วใช่ไหม!”

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13 วันที่ 2 พ.ค.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ