อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4 วันที่ 23 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4 วันที่ 23 เม.ย.59

เสร็จจากการถ่ายทำ ศตวรรษกับโสมมิกายืนส่งมิรันตรีกลับ มีเบอร์โทร.สาธารณะเข้ามาที่มือถือศตวรรษ พอเขารับสายปรากฏว่าเป็นเสาวรสร้องไห้หวาดกลัวเพิ่งออกจากป่ามาได้ให้เขาไปรับ...ศตวรรษโกรธมากเพราะแม่บอกว่าเป็นฝีมืออนุศนิยา

หลังจากวันนั้น อนุศนิยาพยายามชักชวนชยากรเข้าร่วมโครงการประกวดหนุ่มโสด เขาแปลกใจที่ทำไมเธอถึงกระตือรือร้น และพอมาที่สตูดิโอก็เห็นศตวรรษกำลังเล่าถึงศูนย์แพทย์กลางทะเลที่เขาตั้งใจสร้างเพื่อรักษาประชาชนที่ยากจน อนุศนิยาขอให้ชยากรสงบศึกชั่วคราว

พอโสมมิกาเห็นชยากรกับอนุศนิยาก็เข้ามาแขวะ “นี่มันหนุ่มโสดชวนฝันร้ายชัดๆ”



“คนของเธอก็โสดสร้างภาพ แค่โสดก็ยังโสดไม่จริงด้วยซ้ำ” อนุศนิยาโต้

โสมมิกาว่าศตวรรษทั้งโสดและสด ไม่เฟคเหมือนใครบางคน แล้วหันไปโวยมิรันตรีว่าแหกตาประชาชน อนุศนิยาเหน็บคงกลัวคนของตัวเองจะแพ้ถึงร้อนตัว โสมมิกาฮึดสู้ประกาศให้คอยดูว่าใครกันแน่ที่เจ๋งจริง สองหนุ่มชักรู้สึกว่าพวกเขากลายเป็นเกม

ชยากรไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเข้าร่วม แต่อนุศนิยาว่า “จำเป็นสิคะ นุศจะแก้ภาพลักษณ์ให้อาชยา แล้วประกาศให้ทุกคนรู้ว่าอาคือคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคาซ่าตัวจริง”

“แล้วทำไมต้องเป็นงานของสื่อไม่มีจรรยาบรรณแบบนี้ ควรจะโดนเราฟ้องด้วยซ้ำ”

มิรันตรีเดินเข้ามาได้ยินพอดี อนุศนิยารีบแนะนำว่าเธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของตน ชยากรมองอย่างเหยียดๆ มิรันตรีเคืองตัดบทบอกคิวต่างๆแก่อนุศนิยา...โสมมิกาเข่นเขี้ยวว่าอนุศนิยาต้องทุ่มโหวตให้ชยากรแน่ ตนยอมไม่ได้ ศตวรรษเริ่มไม่ชอบใจที่รับงานนี้เพราะเห็นว่าเป็นงานการกุศล แต่ตอนนี้ดูท่าจะแข่งขันกัน โสมมิการีบเปลี่ยนท่าทีโอ้โลมให้คิดถึงคนไข้ยากไร้บนเกาะ

ชยากรเดินมาเจอมิรันตรีก็รีบยกมือห้ามให้อยู่ห่างๆ และเหน็บว่าเพื่อนดีๆที่ไหนคอยเขียนข่าวใส่ร้ายเพื่อนเสียๆหายๆ มิรันตรีสวนทันทีว่าอาดีๆที่ไหนหวงหลานตัวเองเกินเหตุ ชยากรโวยจะมาหลอกสาวไส้อะไรอีก เธอหาว่าเขาร้อนตัว เขาชี้หน้าถ้าเธอเอาความเป็นเพื่อนมาหากินกับอนุศนิยาอีก เธอตายแน่ มิรันตรีเชิดหน้าไม่กลัว พอจะเดินเลี่ยงเกิดสะดุดสายไฟถลา ชยากรหันมารับตัวเธอตามสัญชาตญาณ พอได้สติมิรันตรีรู้สึกว่าใจตัวเองเต้นรัวที่อยู่ในอ้อมกอดเขา รีบผละออก เขาว่าเธอซุ่มซ่ามแล้วเดินไป หญิงสาวแปลกใจความรู้สึกตัวเอง

พอถึงคิวชยากรต้องกล่าวถึงโปรเจกต์ที่ตัวเอง อยากทำ ตากล้องบันทึกภาพ มิรันตรีเห็นผมเขาปรกหน้าก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊บอกให้เขาปัดขึ้น เขาทำหน้าไม่เข้าใจ ตากล้องจึงใช้ให้มิรันตรีเข้าไปปัดให้ เธอใจเต้นรัวอีกครั้งที่ต้องเข้าใกล้เขา

โปรเจกต์ที่ชยากรอยากทำคือตู้หนังสือเพื่อชุมชน โสมมิกาแดกดันว่าพูดตามสคริปต์ อนุศนิยาสวนแล้วศูนย์แพทย์ล่ะไว้ล้างไตหรือล้างหนี้กันแน่ ศตวรรษได้ยินเข้ามาถามมีปัญหาอะไรกับโครงการของตน เธอว่าแค่อยากรู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน โสมมิกาเถียงแทนว่าไม่ใช่เรื่องของเธอที่ต้องเอามาประจาน อนุศนิยาโต้ว่าสักวันคนทั้งโลกก็ต้องรู้ ศตวรรษโพล่งขึ้น

“เอาเลยครับ ตามสบาย อย่าให้ผมประจานของคุณบ้างก็แล้วกัน”

มิรันตรีหันมาปรามให้เบาๆ อนุศนิยาจึงกระซิบถามตนไปทำอะไร เขากระซิบตอบว่าเธอให้คนไปอุ้มแม่เขา อนุศนิยางง โสมมิกาตกใจหาว่าอนุศนิยาทำแรงเกินไป ศตวรรษว่าเธอโหดผิดมนุษย์ อนุศนิยาบอกไม่ได้ทำ แต่ทั้งสองไม่เชื่อหาว่าโกหก

“ตอนนี้ผมจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าคุณยังส่งคนมาคุกคามไม่เลิก เรื่องถึงตำรวจแน่”

“ถ้าคุณใส่ร้ายฉันโดยไม่มีหลักฐาน โดนฟ้องกลับแน่”

“ผมมีข้อความที่คุณข่มขู่บังคับให้ผมใช้หน้าที่การงานเอื้อประโยชน์ให้คุณในทางมิชอบ เท่านี้คุณว่าเป็นหลักฐานได้ไหม...เลิกเล่นสกปรก แล้วขอให้จบทุกอย่างไว้แค่นี้”

อนุศนิยายืนอึ้ง ชยากรเดินเข้ามาถามมีเรื่องอะไรกัน อนุศนิยาเล่าว่าเขาหาว่าตนส่งคนไปอุ้มแม่เขา พลันนึกได้หรือจะเป็นฝีมือนันทนา...แต่พอโทร.ไปถาม นันทนาได้สั่งคนไปลากรถของเสาวรส โดยอ้างว่าอนุศนิยาเป็นคนให้ตนไล่บี้ลูกหนี้เพื่อจะได้เอาเงินมาคืน อนุศนิยาห้ามแตะต้องเสาวรสอีก แต่พอนันทนาโทร.ไปยกเลิกกับลูกน้อง พวกเขาลงมือไปแล้ว

ศตวรรษรู้เรื่องแค้นใจที่ครอบครัวไม่น่าเป็นหนี้ตระกูลวรเลิศลักษณ์เลย โสมมิกาปลอบว่าจะเป็นคนช่วยเอง เขาส่ายหน้าไม่ต้องการให้ใครมาดูถูกอีก เธอบอกจะไปแคร์ทำไม คนอย่างอนุศนิยาไม่เคยเห็นใครดีในสายตาอยู่แล้ว ศตวรรษบ่นจะมีสักวันไหมไม่ต้องคิดเรื่องเงิน โสมมิกาคิดบางอย่างได้ ควักกระเป๋าเอาบัตรเครดิตทั้งหมดให้ศตวรรษเก็บไว้ให้แล้วเอาเงินในกระเป๋าไปหยอดให้ขอทาน บอกวันนี้เราจะไม่คิดเรื่องเงิน จะไปไหนๆโดยไม่ต้องใช้เงิน

“ผมจอดรถไว้ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่มีเงินต้องเริ่มเดินกันตั้งแต่ตรงนี้”

โสมมิกาหน้าเสียแต่ก็ฮึดเดินเป็นเดิน...พอเดินมาได้ระยะหนึ่ง โสมมิกาเริ่มล้าเงยหน้ามองรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่าน ศตวรรษยิ้มขำๆบอกเธอไม่ใช้เงินสองชั่วโมงก็นับว่าเก่งแล้ว เธอไม่ท้อจะหาเงินเป็นค่ารถไฟฟ้าด้วยตัวเอง ศตวรรษงงจะทำอย่างไร โสมมิกามองไปเห็นชายหนุ่มเล่นดนตรีเปิดหมวกก็เข้าไปคุยบางอย่างด้วย แล้วเธอก็เป็นคนร้องเพลงให้เขาเล่นกีตาร์ เธอทั้งร้องทั้งเต้นสักพักก็มีคนมารุมดูและใส่เงินในหมวกให้มากมาย พอจบการเล่น โสมมิกาก็นับเงินและแบ่งให้คนเล่นคนละครึ่ง เขายิ้มบอกให้เธอมาจอยกันบ่อยๆ

โสมมิกาเอาเงินมาอวดศตวรรษว่าได้ตั้ง 640บาท แม้จะน้อยแต่วันนี้ตนจะเลี้ยงข้าวเขาเอง เธอจูงมือเขาไปขึ้นรถไฟฟ้า ศตวรรษเริ่มรู้สึกถึงความน่ารักของเธอขึ้นมาบ้าง คนของอุดมศักดิ์ที่คอยสะกดรอยตามโทร. รายงานการกระทำของโสมมิกา เขายิ่งเครียดหาว่าลูกทำตัวตกต่ำลง

ท่าทางโสมมิกามีความสุขกับการหาเงินได้ด้วยตัวเอง แต่ศตวรรษบอกมันก็สนุกถ้าไม่อดๆอยากๆแบบนี้ทุกวัน เธอยืนยันว่าถ้าอยู่กับเขา อดตายก็ยอม เขามองที่เธอจีบกันดื้อๆ เธอถามเขาใจอ่อนบ้างหรือยัง เขาตอบขำๆว่าเกือบเคลิ้ม

“ก็หมอนั่นแหละมัวไปหลบอยู่ไหนมา เพิ่งจะโผล่มาให้รักป่านนี้ ถ้าเจอหมอก่อนหน้านี้ โสมคงไม่ต้องไปดักดานกับคนที่ไม่ใช่”

“ผมจะเชื่อดีไหม เมื่อต้นเดือนคุณยังฟูมฟายถึงผู้ชายอีกคนอยู่เลย”

โสมมิกายักไหล่บอกคนเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน ทันใดมีโจรวิ่งราวเงินในมือเธอไป เธอโวยวายวิ่งตาม ศตวรรษตกใจตามไปห้ามเกรงจะเป็นอันตรายแก่เธอ โสมมิกาคร่ำครวญแล้วทีนี้จะไปไหนต่อได้ ชายหนุ่มไปเอามอเตอร์ไซค์มาขี่พาเธอไปนั่งเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอนั่งเบียดชิดใกล้ รำพัน “ต้องขอบคุณชยา ถ้าเขาไม่ทิ้งโสม โสมคงไม่มีวันได้เจอหมออย่างนี้”

ooooooo

ด้านอนุศนิยากำลังร้อนใจที่โดนเข้าใจว่าทำรุนแรงกับเสาวรส ไม่ทันไรคนงานโทร.รายงานว่าอนุกรทำงานผิดพลาดไปหมด ส่งเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งห้องตัวอย่างสลับกันวุ่น ต้องเบิกของใหม่และส่งให้ทันภายในคืนนี้ อนุศนิยายิ่งเครียด ชยากรให้ช่วยกันแก้ปัญหาก่อน

ทั้งสองกลับมาที่โกดัง ช่วยกันจัดเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ไม่ว่าจะต้องประกอบใหม่ รีดผ้าม่านให้เรียบร้อย นำมาจัดแต่งห้องตัวอย่างคอนโดลูกค้าที่จะเปิดตัวพรุ่งนี้อย่างรีบเร่ง ทั้งสองช่วยกันจัดตกแต่งราวคู่หนุ่มสาวแต่งเรือนหอก็ไม่ปาน ทำให้ชยากรเพ้อฝันไปว่าตนกับอนุศนิยาถูกส่งตัวเข้าห้องหอ เขามโนว่าเอาสร้อยสวยเก๋สวมใส่คอเธอ พลันความฝันชะงักเมื่อเสียงอนุศนิยาบอกว่าจัดเสร็จแล้ว ชยากรส่ายหน้าดึงสติกลับมา เธอเอ่ยถามเขาคิดอยากมีบ้านของตัวเองหรือ

ชยากรตอบมีนัย “ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีคนอยากอยู่ด้วยไหม บ้านจะเป็นบ้านก็ต่อเมื่อได้อยู่กับคนที่เรารัก...ไว้ถ้าอามีบ้าน อาชวนนุศมาอยู่ด้วยกันได้รึเปล่า”

“นุศเป็นเด็กกตัญญู ยังไงก็ต้องเลี้ยงดูอาชยาไปจนแก่อยู่แล้ว”

ชยากรยิ้มเจื่อนลงเพราะดูเหมือนอนุศนิยาจะตอบไม่ตรงคำถาม ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าเธอคิดแบบเดียวกับตนหรือเปล่า...เวลาผ่านไป อนุศนิยาแยกไปแต่งห้องอื่น แล้วผล็อยหลับพิงเตียง ชยากรเข้ามาเห็นจึงลงนั่งข้างๆมองหน้าเธออย่างหลงใหล ก่อนจะหลับไปข้างๆเธอ

ฟ้าสว่าง ชยากรปลุกอนุศนิยาเบาๆ เธอสะดุ้งตื่น นึกได้วันนี้ต้องรับพ่อออกจากโรงพยาบาล ชยากรเองก็มีประชุมเช้า ทั้งสองรีบพรวดพราดออกไป

สี่สาวมาถึงโรงพยาบาล ต่างบ่นเข้าหูนันทพลว่าอนุศนิยาหายไปกับชยากรทั้งคืน อังกาบแก้ตัวแทนว่าลูกโทร.บอกตั้งแต่เมื่อคืนว่าอยู่ที่ไซต์งาน พวกสี่สาว ไม่เชื่อใส่ไฟว่าชยากรกำลังจะทำงามหน้า ควรตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการหาคู่ให้อนุศนิยาเสีย นนทิยาอาสาจะ หาผู้ชายดีๆให้เอง ไม่ทันไรอนุศนิยาโผล่พรวดเข้ามาจึงโดนนันทพลซักไซ้ โดยพวกอาๆยิ้มเยาะกันใหญ่

กลับถึงบ้าน อนุศนิยาจึงบอกให้นันทพลเชื่อใจ ตนกับชยากรไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย นันทพลขอ “งั้นก็ควรเลิกเปิดโอกาสให้เจ้าชยาเอาข้ออ้างเรื่องงานมาผูกมัดนุศไว้กับตัวซะที”

“ก็ทั้งบ้านมีอาชยาคนเดียวที่ทำงาน เมื่อคืนเราสองคนก็ช่วยกันแก้ปัญหาที่นายเล็กก่อเอาไว้จนป่านนี้อาชยาก็ต้องอยู่รับหน้าลูกค้า นุศยังไม่รู้เลยว่าถ้าไม่มีอาชยา นุศจะเป็นยังไง”

นันทพลถอนใจเตือนลูกสาวมองชยากรในแง่ดีเกินไป อนุศนิยาแย้งว่าตนรู้จักเขาดีกว่าใคร นันทพลเอ็ดก็อีโก้แบบนี้ที่ปิดหูปิดตา คิดว่าตัวเองเก่งไม่ฟังใคร ตนคงเลี้ยงเธอมาผิดเอง

อนุศนิยาน้อยใจที่พ่อว่าแรงเกินไป ไม่ทันไรสาวใช้เข้ามารายงานว่าศตวรรษพาเสาวรสมาขอพบ...อนุศนิยาออกมาเผชิญหน้ากับศตวรรษ เสาวรสเปิดฉากฟ้องนันทพลว่าที่ผ่านมาไม่อยากเอาเรื่องมากวนใจเพราะเห็นว่าป่วย แต่ตอนนี้มันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ แล้วเธอก็เล่าว่าอนุศนิยาให้คนไปอุ้มเธอไปปล่อยกลางป่า ถ้าไม่มี ชาวบ้านไปเจอคงตายไปแล้ว และนี่ยังให้คนไปลากรถตนไปอีก เท่านั้นไม่พอยังให้ทนายยื่นโนติสจะฟ้องล้มละลายอีก ศตวรรษแทรก

“เรื่องคดีจะฟ้องล้มละลายผมไม่ว่า แต่เรื่องที่ส่งคนมาข่มขู่ผมยอมไม่ได้เหมือนกัน”

นันทพลงงไปหมดถามศตวรรษว่าหนี้ที่พ่อเขาจะเอาไปสร้างศูนย์แพทย์กลางทะเลใช่ไหม เขารับว่าใช่ พ่อเสียไปแม่รับภาระส่งเสียตนเรียน ตนจึงต้องสะสางหนี้ก้อนนี้เอง นันทพลพอเข้าใจแล้วรับรองว่าไม่มีการฟ้องใดๆ อนุศนิยาแย้งแปลว่าไม่ต้องชำระหนี้หรือ ศตวรรษสวนตนมาเพื่อขอผ่อนชำระหนี้ภายในสามปี นันทพลจึงบอกว่าจะไม่คิดดอกเบี้ยอีก อนุศนิยาจะค้าน เสาวรสไม่พอใจรีบพูดให้นันทพลเห็นใจว่าศตวรรษกำลังจะสานต่อความฝันของพ่อ ปลดหนี้ได้เมื่อไหร่เขาก็เดินหน้าสร้างศูนย์แพทย์เพื่อเยียวยาชาวบ้านทันที อนุศนิยาเบ้หน้า

อนุศนิยาคุยกับนันทพลว่ากำลังโดนสองแม่ลูกหลอก ศตวรรษจะปอกลอกเงินโสมมิกามาจ่ายหนี้ แล้วพ่อยังประนอมหนี้ให้ เขาก็มีแต่ได้กับได้ นันทพลตำหนิจะด้วยวิธีไหน ลูกก็ไม่สิทธิ์ไปตัดสินลงโทษเขา อนุศนิยาถามถ้าเขาไม่มีปัญญาใช้หนี้ นันทพลบอกไม่ห่วง เพราะตนคงเป็นคนไข้เขาไปทั้งชีวิต ที่น่าห่วงคือลูกต้องสำนึกว่าทำผิดต่อเขาต้องขอโทษ อนุศนิยาหงุดหงิดไม่พอใจ... ศตวรรษช่วยตรวจเช็กห้องที่จัดเป็นห้องล้างไตภายในบ้าน อังกาบฟังคำแนะนำของเขาและขอบคุณในความเอาใจใส่ของเขา อนุศนิยาเดินเข้ามาเหน็บ

“แรกๆก็ประจบเอาใจแบบนี้แหละค่ะ แค่สามปีเดี๋ยวก็เผ่นหนีแล้วล่ะ ย่ากาบใช้บริการเขาให้คุ้มเถอะนะคะ”

“ผมว่าญาติยังไม่ค่อยปลอดเชื้อนะครับ ควรจะต้องดูแลความสะอาด อย่าเอาอะไรสกปรกเข้าใกล้คนไข้ ทางที่ดีควรปิดปากตัวเองเอาไว้”

นันทพลขำที่ศตวรรษกล้าตอกกลับ “ได้ยินรึเปล่า เดี๋ยวนี้เริ่มเหมือนอาๆแกเข้าไปทุกวัน พูดมาแต่ละทีไม่มีรื่นหูสักคำ”

อนุศนิยาตกใจที่พ่อแขวะต่อหน้าศตวรรษ เขาได้ทีใส่เธอ “เสียดายนะครับเครื่องมันล้างได้แต่ไต ถ้าล้างใจคนได้ก็คงจะดีมาก”

“เออ...หมอนี่ตรงดี แบบนี้ค่อยมวยถูกคู่กับยัยนุศหน่อย” นันทพลหัวเราะชอบใจ อังกาบแอบยิ้มที่เห็นคนงัดข้ออนุศนิยาได้ นันทนามาได้ยินเริ่มมีไอเดียบางอย่าง...

ooooooo

พอจัดห้องล้างไตเสร็จ นันทพลเดินออกมาส่งศตวรรษกับเสาวรสที่รถ นันทนาเอ่ยปากขอโทษเสาวรสที่ทำรุนแรงเพราะมีแผนบางอย่างในใจ นันทพลถามอนุศนิยาไม่คิดจะขอโทษบ้างหรือ เธอกัดปากนิ่ง ศตวรรษแกล้งเย้า

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ ยังมีเวลาอีกตั้งสามปี ผมให้ติดไว้ก่อนก็ได้ ถึงโอกาสมีแค่สามเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ฟัง ผมก็จะรอ”

อนุศนิยาหน้าตึง ระหว่างนั้นรถหรูคันหนึ่งแล่นมาจอด นนทิยาลงจากรถมากับชายหนุ่มรูปงาม แนะนำกับทุกคนว่า พริ๊นซ์เป็นลูกชายอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสตอกโฮม เน้นให้รู้จักกับอนุศนิยาเป็นพิเศษ เสาวรสกระซิบกับศตวรรษ ดูพวกไฮโซเขาจับผู้ชายกันแบบนี้เอง พอรวยหน่อยแทบจะลากเข้าบ้าน ศตวรรษหงุดหงิดใจพยายามไม่สนใจไม่แคร์

ชยากรกลับมาโดนสี่สาวเหน็บแนมตามวิสัย อังกาบ มองลูกชายอย่างสงสาร...อนุศนิยานั่งอึดอัดคุยกับพริ๊นซ์ พอดีอนุกรสวมกางเกงว่ายน้ำเดินผ่านไปโดดน้ำในสระ พริ๊นซ์เหลียวมองตาเป็นประกายทันที อนุศนิยาเห็นท่าทีก็ยิ้มกริ่ม...ชยากรไม่พอใจรู้ว่าเธอกำลังโดนจับคู่

ศตวรรษกลับมาเจอโสมมิการออยู่ที่บ้าน พอเธอรู้ว่าไปบ้านอนุศนิยากันมาก็รีบใส่ไคล้ว่าคนบ้านนั้นเชื่อถือไม่ได้สักคน เสาวรสรู้ว่ากำลังหึงลูกชายก็คิดจะดึงมาช่วยปลดหนี้ให้เร็วขึ้น

วันต่อมา โสมมิกาไปธนาคารให้เจ้าหน้าที่เช็กเงินในบัญชีว่าตนมีถึง 60 ล้านไหม พอผู้จัดการบอกว่ามีเธอก็จะถอนทันที แต่ผู้จัดการเน้นว่าเธอต้องเซ็นร่วมกับอุดมศักดิ์ถึงจะเอาเงินออกมาได้ เธอถึงกับจ๋อยเดินคอตกออกมาหาเสาวรสที่รออยู่...ทั้งสองกำลังจะกลับ อุดมศักดิ์มากับลูกน้อง เสาวรสหน้าซีด อุดมศักดิ์รู้ทันทีว่าลูกสาวกำลังโดนเสาวรสรีดไถ จึงประกาศกร้าว

“ฟังไว้นะ ลูกชายเธอจะไม่มีวันได้เงินจากฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว”

เสาวรสเจ็บใจรู้แล้วว่าโสมมิกาไม่ได้มีประโยชน์อย่างที่คิด

ooooooo

มิรันตรีมาหาอนุศนิยาที่บริษัท เห็นทำงานง่วนจนไม่ได้ทานกลางวัน ที่มาเพื่อจะบอกว่าโครงการเริ่มโปรโมตแล้ว เตรียมตัวโหวตได้เลย อนุศนิยาข้องใจว่าพวกผู้หญิงเขาจะโหวตไปเพื่ออะไร มิรันตรีบอกว่าเป็นการขายฝัน พวกผู้หญิงมโนหาชายในฝันของตัวเอง

“ในโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆอยู่จริงเหรอ” มิรันตรีงงว่าวันนี้เพื่อนเป็นอะไร อนุศนิยาบอก “รู้แล้วเหยียบไว้นะ ตอนนี้นุศกำลังโดนที่บ้านหาแฟนให้ แต่ละคนไม่เห็นทำให้นุศรู้สึกดีกว่าอยู่คนเดียวตรงไหน เห็นแล้วอยากจะบ้าตาย”

“ถ้าไม่ถูกใจ มาหาเอาจากในโครงการนี้ไหมล่ะ เผื่อมีโดนๆให้นุศชอบบ้างก็ได้นะ นี่ไงๆ” มิรันตรีชี้ที่ภาพศตวรรษในไอแพด

อนุศนิยาหน้าตึงแขวะนี่ก็เป็นหนุ่มชวนฝันเข้าไปได้อย่างไร มิรันตรีเอ่ยถามเรื่องหนี้สินของเขาจริงหรือ แล้วทำไมโสมมิกาถึงลดตัวมายุ่งเกี่ยวด้วย อนุศนิยาว่าคงเสียศูนย์หรือประชดชีวิต มิรันตรีคิดว่าจะแก้แค้นก็น่าจะหาดีกว่านี้ อนุศนิยาเห็นด้วยว่าศตวรรษไม่เห็นมีอะไรดี

“สงสัยมิว่า ที่นุศไม่เคยถูกใจใคร ก็เพราะนุศเอาตัวเองมาเป็นมาตรฐานใช่ไหมล่ะ”

อนุศนิยาสะดุดคำพูดของมิรันตรีจนเก็บมาคิดว่า “นุศคงรู้ใช่ไหมว่าโสมเชื่อว่านุศเป็นต้นเหตุให้อาชยาทิ้งเขา แล้วเขาก็คงผูกใจเจ็บเอามากๆ ถ้านุศมีแฟนซักคน โสมคงไม่ยอมน้อยหน้า โสมจะต้องเอาคนของเขามาแข่งกับผู้ชายของนุศ เขาถึงได้พยายามจะดันให้หมอวรรษ ชนะโหวตให้ได้ไงล่ะ...ยัยโสมรู้ว่าเรื่องงานเก่งสู้นุศไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องผู้ชาย เขามั่นใจว่าหาได้ดีกว่านุศแน่ ที่มิพูดเนี่ยไม่ได้จะกดดันให้นุศหาแฟนมาสู้กับเขาหรอกนะ แค่จะเตือนว่าโสมมิกาไม่มีวันยอมเห็นนุศลัคกี้อินเลิฟแน่ๆ”

คืนนั้นอนุศนิยาขับรถมารับยาพ่อเพิ่มที่โรงพยาบาล เผอิญเจอศตวรรษก็หาว่าเขามาดักรอ เขาย้อน “ผมเห็นด้วยกับพ่อคุณแล้วว่าคุณพูดอะไรออกมาแต่ละทีฟัง
ไม่ได้สักคำ”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4 วันที่ 23 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ