อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 4 วันที่ 9 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 4 วันที่ 9 เม.ย.59

ฝ่ายคมน์ไปรอซุ่ยที่ร้านอาหารพร้อมกุหลาบช่อใหญ่ ดูนาฬิกาแล้วโทร.หาซุ่ย ทำเป็นถามว่านาฬิกาตนเดินเร็วไป หรือว่าโรสจำร้านไม่ได้ โรสอยู่ที่คอนโดพูดอย่างไม่แยแสว่าถ้ารอไม่ไหวก็กลับไปเลย ตนเข้าใจ

“ทำไมรอไม่ได้ละครับ สำหรับคุณโรส นานแค่ไหนผมก็รอได้”

“ทำไมนะ...คนที่อยากให้ง้อก็ไม่ง้อ คนที่ไม่อยากให้ตื๊อก็ตื๊อไม่เลิก” ซุ่ยพึมพำ

ครู่เดียวรังสิตก็มาที่คอนโดพร้อมกุหลาบแดง



ช่อใหญ่ พอรังสิตมาซุ่ยก็โทร.บอกคมน์ว่าถ้าตนไปหาเขาไม่ได้คมน์มาหาตนที่...ซุ่ยพูดได้แค่นั้นก็ถูกรังสิตแย่งโทรศัพท์ไปตัดสายทิ้ง

ซุ่ยอยู่กับรังสิตอย่างมีความสุขมาก คุยปรับความเข้าใจกันด้วยดี รังสิตขอให้มาเริ่มต้นกันใหม่ แล้วเล้าโลมจนซุ่ยเคลิ้ม แต่ซุ่ยเห็นรอยลิปสติกที่เสื้อเชิ้ตเขา ซุ่ยจำได้ว่าเป็นสีที่น้ำหวานใช้ อารมณ์เคลิ้มกลายเป็นเครียดทันที ซุ่ยไล่รังสิตไปให้พ้นและประกาศเลิกกัน รังสิตตอบอย่างไม่แคร์ว่าถ้าเธอต้องการอย่างนั้นก็แล้วแต่ แล้วออกไปเลย

ซุ่ยทิ้งตัวบนโซฟาอย่างหมดแรง น้ำตาไหลเป็นทาง...

ooooooo

วันนี้ซุ่ยไปทำงานสายในสภาพอิดโรย แวนด้าถามว่าเมื่อคืนงานหนักหรือดูเพลียมาก กอหญ้าก็ทักว่าทำงานทั้งคืนอีกแล้ว เตือนให้ระวังสุขภาพบ้าง ซุ่ยขอบใจ บอกว่าไม่ใช่เรื่องงานหรอก

“ไม่ว่าเรื่องอะไร ผู้หญิงเราก็ต้องดูแลตัวเองนะคะ ดูสิ ขอบตาคล้ำขนาดนี้คอนซิลเลอร์สักนิดไหมคะ” แวนด้ายื่นเครื่องสำอางให้แต่แล้วก็ชะงัก “อุ๊ย ขอโทษทีค่ะ ลืมไปว่าคุณโรสไม่สะดวกที่ต้องใช้ของร่วมกับคนอื่น”

“แล้วเธอสะดวกเหรอแวนด้า ของใช้ส่วนตัวของเธอ เธอให้คนอื่นยืมใช้ได้เหรอ” ซุ่ยถามอย่างมีเป้าหมาย

“ขึ้นอยู่กับว่ายืมอะไร แต่ส่วนใหญ่แวนด้าก็ไม่ซีเรียสนะคะ ใช้แล้วก็แชร์ได้ แบ่งๆกันไป ขอกันกินมากกว่านี้”

“ฉันน่าจะทำใจได้อย่างเธอบ้าง” ซุ่ยเปรยออกมา กอหญ้าบอกให้ซุ่ยลองทำดูเพราะแม่เคยสอนไว้ว่า

การแบ่งปันเป็นสิ่งที่ดี ยิ่งให้เรายิ่งได้ อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้ความสบายใจ ซุ่ยติงว่า “แต่มันก็มีหลายอย่างบนโลกที่แบ่งไม่ได้นะกอหญ้า”

“แต่อะไรที่เราควบคุมไม่ได้ก็ปล่อยไปนะคะ รั้งไว้ก็เสียเวลา แคร์เยอะเครียดเยอะ ก็ปวดหัวเปล่าๆ” แวนด้าเอ่ย

กอหญ้าก็ว่าไม่มีอะไรยึดมั่นถือมั่นแล้วไม่เป็นทุกข์ แวนด้าบอกซุ่ยว่าปล่อยมันไปเถอะ ซุ่ยกำลังจะคล้อยตาม แต่พอดีเห็นรังสิตควงน้ำหวานมา ซุ่ยของขึ้นพึมพำเครียด ปล่อยไม่ได้หรอก!

ซุ่ยไปโต้เถียงกับรังสิตด้วยความหึงหวง ขณะนั้นเองชฎาเดินหน้าบึ้งเข้ามาเอาแฟ้มชี้หน้าซุ่ยถามว่าทำงานภาษาบ้าอะไรทำไมตัวเลขในรีพอร์ตถึงได้ผิดพลาดขนาดนี้ ซุ่ยขอโทษเดี๋ยวจะไปแก้รีพอร์ตให้ใหม่ขอเวลาสักครึ่งชั่วโมง น้ำหวานหักหน้าซุ่ยบอกว่าถ้าชฎารอไม่ไหวตนทำให้ก็ได้ขอเวลาแค่สิบห้านาทีเท่านั้น

ซุ่ยทั้งอับอาย เสียใจ มองไปรอบตัวเห็นแต่คนยิ้มเยาะและสายตาสมเพชของรังสิต เสียงหัวเราะเยาะของน้ำหวานและเสียงซุบซิบนินทาจากแก๊งเม้าท์ ซุ่ยสับสน หวาดกลัว ยกมือปัดป้องร้องอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้...

“ม่ายยยยยย!!”

ซุ่ยหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า เธอตกใจมากเมื่อจู่ๆ เสียง ดร.ถ้วยทองก็ถามขึ้นว่า

“เป็นโรสสนุกไหม ได้เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม เป็นเลิศในการทำงาน ชีวิตน่าจะดีนะ”

ซุ่ยบอกว่าตนอยากเป็นโรสเพราะรังสิตรักโรสต่างหาก แต่พอเป็นโรสเข้าจริงๆ แทนที่จะได้สวีตกัน กลับกลายเป็นเกลียดหน้ากันอีก ดร.ถ้วยทองถามว่าเพราะใครล่ะ

“เพราะงาน งานบ้างานบอพวกนั้น ทำให้สุดท้ายโรสก็ไม่เหลือใคร เพื่อนก็ไม่มี แฟนก็ทิ้ง ฉันไม่อยากเป็นแล้ว ร้งโรสอะไรเนี่ย ไม่อยากเป็นแล้ว” ซุ่ยตะโกนใส่หน้า ดร.ถ้วยทอง ดร.ถ้วยทองถามว่าไม่อยากเป็นโรสแล้วอยากเป็นใคร

ซุ่ยคิดถึงแวนด้าที่มีความมั่นใจในตัวเอง รักตัวเอง บอกว่ามีแต่ผู้หญิงโง่เท่านั้นที่ให้คนอื่นทำตัวเองเจ็บแล้วมานั่งร้องไห้ คิดแล้วซุ่ยพึมพำ “ถ้าเป็นแวนด้าได้ก็คงดีนะ”

“เธอได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้”

เสียง ดร.ถ้วยทองกังวานก้อง เกิดแสงสว่างจ้า แต่คราวนี้เป็นสีม่วงอ่อน ซุ่ยตาพร่าพรายจนมองอะไรไม่เห็น...

ซุ่ยรู้สึกตัวอีกที พบตัวเองกลายเป็นแวนด้า ผู้เฉิดฉายมีเจ๊ซ่ากะเทยถึกเป็นผู้จัดการส่วนตัว ซุ่ยถามตัวเองว่า...

“เรามาอยู่ในร่างแวนด้า แล้วแวนด้าล่ะ ตอนนี้แวนด้าอยู่ในร่างเรารึเปล่า?”

แวนด้าในร่างซุ่ยมาอยู่ที่บ้าน ทุกอย่างแปลกใหม่ไปหมด ตัวเธอเองก็แปลกไปจากเดิม ชอบแต่งตัว

แต่มือไม้แข็งแม้แต่เขียนคิ้วที่เคยชำนาญก็เขียนเลอะเทอะ

ซุ่ยในร่างแวนด้าก็ต้องปรับตัวอย่างมาก เมื่อไปสตูดิโอก็เก้ๆกังๆ เจ๊ซ่าเสนอช่างให้เปลี่ยนทรงผมใหม่ให้เซ็กซี่ ช่างเปลี่ยนเป็นผมสยายหยักศก ซุ่ยมองตัวเองในกระจก พอใจมาก...

“จะว่าไป ผมแบบนี้สวยกว่าผมเรียบๆของโรสเยอะเลย เออ...แล้วโรส ป่านนี้กลับไปเป็นตัวเองแล้วหรือยัง โรสรู้ไหมว่าชีวิตเขาเปลี่ยนไปยังไงบ้าง”

โรสกลับไปเป็นตัวเอง พอไปคอนโด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลกไปจากเดิม อาหารก็ผิดแผกไปจากเดิม น้ำก็ไม่แช่ ที่แช่ไว้ก็มีแต่น้ำอัดลม โรสคิดว่าเป็นฝีมือรังสิต พอไปชั่งน้ำหนักตกใจ ที่น้ำหนักขึ้นหนึ่งกิโลกับแปดขีด ต้องรีบเรียกเทรนเนอร์มาด่วน ดูโทรศัพท์ก็พบมิสคอลของรังสิตถึงห้าครั้ง คิดว่าต้องมีเรื่องไม่ปกติแน่

ชีวิตโรสที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นซุ่ยไม่กี่วัน ทำให้โรสต่อเรื่องราวในชีวิตตัวเองไม่ติด ไม่รู้ว่าเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร เปลี่ยนไปได้อย่างไร ตกใจมากเมื่อรังสิตโทร.มาแสดงความห่วงใยบอกว่าถึงเราจะเลิกกันแล้วแต่ตนก็ห่วงเธออย่างเพื่อนคนหนึ่ง ทั้งรังสิตและโรสจูนกันไม่ติด ต่างงุนงง รังสิตคิดว่าโรสใช้วิธีเดิมๆรับมือกับตน

ooooooo

แวนด้าไปแคสติ้งโฆษณาแอร์ คอนเซปต์ เย็นเฉียบเงียบกริบหลับสนิทตลอดคืน เธอต้องใส่ชุดนอน พอซุ่ยทำหน้างงๆ เจ๊ซ่าก็บ่นว่าไม่ได้ทำการบ้านมาเลยทั้งที่ส่งคอนเซปต์งานไปให้อ่านล่วงหน้าแล้ว

ซ้ำเมื่อเข้าไปในห้องถ่ายทำก็งงๆ ว่าต้องทำอย่างไร ผู้กำกับสั่งให้ขึ้นเตียงก็ขึ้นไปทื่อๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ จนเจ๊ซ่าต้องเข้าไปจัดท่าให้ ขณะนั้นเองเสี่ยโทร.มาหาเจ๊ซ่า เจ๊รับสายแล้วหลิ่วตาให้ซุ่ยเป็นนัย แต่ซุ่ยไม่รู้เรื่อง

ผู้กำกับสั่งซุ่ยให้ทำท่าต่างๆบนเตียง ซุ่ยทำตามเกร็งๆ บอกให้ยิ้มก็ฉีกยิ้ม จนผู้กำกับอ่อนใจบอกให้พอ บ่นว่าสงสัยต้องเปลี่ยนคอนเซปต์โฆษณาใหม่เป็นติงต๊องเสียแล้ว

แต่ซุ่ยก็ได้งาน เธอนึกกระหยิ่มขณะขับรถกลับว่า

“เป็นแวนด้านี่ดีจริง ทั้งสวย ทั้งสบาย กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงสองสามทีก็เสร็จงานแล้วไม่ต้องเหนื่อยเหมือนโรสเลย”แต่ซุ่ยก็อดเป็นห่วงที่บ้านไม่ได้ หยิบโทรศัพท์จะโทร. เผลอขับรถชนท้ายรถคมน์เข้าอย่างจัง

คมน์ลงมาโวยวาย พอเห็นความสวยเซ็กซี่ของแวนด้าก็เสียงอ่อน ถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บตรงไหนไหม เป็นอะไรหรือเปล่า เรื่องรถไม่เป็นไรตนซ่อมเองเพราะมีประกันชั้นหนึ่งและจะซ่อมให้เธอด้วย ทำให้ซุ่ยยิ่งพอใจ...

“ตอนเป็นโรสก็เก่งเหมือนโรส ตอนเป็นแวนด้าก็มีเสน่ห์เหมือนแวนด้า...ดีจริงๆ ทำผิดก็ไม่ต้องรับผิดชอบ มีคนมาออกตังค์ค่าซ่อมให้อีกต่างหาก สวยซะอย่างชีวิตก็ดีทุกอย่างเลยเนอะ”

คมน์ลิงโลดมากที่ได้อ่อยแวนด้าสาวสวยหมวยเอ็กซ์ ไปเล่าให้ป้องปกฟัง พอดีเจอแวนด้าในร่างซุ่ยก็ถามว่ารู้จักแวนด้าไหม

“แวนด้าชอบไปแคสงานถ่ายโฆษณาต่างๆ เขาจะเข้าวงการ เป็นดารา นางแบบให้ได้”

คมน์กังวลขึ้นมาว่าถ้าแวนด้าเข้าวงการ เกิดฮอตฮิตขึ้นมาศัตรูคู่แข่งตนต้องมาเพียบแน่ ตนต้องรีบปาดหน้าเค้กไปก่อนไม่งั้นลำบากแน่ ป้องปกดันแวนด้าในร่างซุ่ยไปไม่อยากให้ฟังคมน์พล่าม

ซุ่ยขับรถไปถึงบ้านแวนด้าก็ถูกเจ๊ซ่าโวยว่ามาช้า ซุ่ยบอกว่าเกิดอุบัติเหตุแต่ที่แท้ขับรถวนหาเพราะจำบ้านแวนด้าไม่ได้เคยมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

“ว้าย...แล้วเธอเป็นอะไรมากไหม บุบสลายตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย” ซุ่ยบอกว่าตนปลอดภัยแต่รถป้ายแดงมีรอยนิดหนึ่ง “ช่างมันเถอะ เดี๋ยวซื้อใหม่ก็ได้ ฉันเป็นห่วงเธอมากกว่า ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เธอใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือหากิน จะบาดเจ็บไม่ได้นะ”

“ขอบคุณนะคะเจ๊ซ่า” ซุ่ยเอ่ยแล้วบ่นเบาๆ “ตอนเป็นโรส ไม่เคยมีใครเป็นห่วงอย่างนี้เลย”

“ซึ้งทำไมยะ ไปๆ เข้าไปคุยในบ้านดีกว่า ตรงนี้ยุงชุม เดี๋ยวกัดเป็นตุ่มขาลายไม่สวยอีก ไม่เอาๆ”

เจ๊ซ่าดันหลังซุ่ยเข้าบ้านเบาๆ

ooooooo




ซุ่ยในร่างแวนด้าเดินเข้าบ้าน เงอะงะไม่รู้จะเปิดไฟที่ไหน เจ๊ซ่าเลยเดินเข้าไปเปิดให้ พอไฟสว่างพรึ่บ ก็เห็นทั่วทั้งบ้านมีดอกไม้สีม่วงมากมายราวกับสวนดอกไม้

“โห!! อะไรเนี่ย?!” ซุ่ยอุทาน เจ๊ซ่าถามว่าฟินไหมพลางใช้มือถือถ่ายรูปตอนซุ่ยตื่นเต้นเห็นดอกไม้

“สุดๆค่ะ เจ๊ซ่าเตรียมไว้ให้แวนด้าเหรอคะ”

เจ๊ซ่าไม่ตอบแต่ถ่ายคลิปตอนซุ่ยเซอร์ไพรส์บอกว่าจะส่งไปให้ “เขา” ดู เตือนซุ่ยว่าอย่าลืมโทร.ไปขอบคุณเขาด้วย ซุ่ยไม่รู้ว่า “เขา” คือใคร แต่ฟอร์มบอกให้เจ๊ต่อสายให้ เจ๊จะกดแต่ชะงักบอกว่าอย่าโทร.เลยเอาคลิปให้ดูเลยดีกว่า บอกให้ซุ่ยขอบคุณผู้ชายใจดีด้วย แต่ไม่ต้องใส่ชื่อจะได้ดูลึกลับน่าค้นหา คนอื่น
จะได้อยากรู้ว่าใครกันนะที่ส่งคลิปมา

“คนอื่นนี่ ใครหรือ”

“ก็ฟอลโล่หลักหมื่นของเธอไง ถ่ายเลย เดี๋ยวฉันช่วยคิดแคปชั่นให้ คราวนี้แฮชแท็กอะไรดีน้า...” เจ๊ทำท่าคิด ซุ่ยมึนกับความช่างพูดของเจ๊ แต่ก็กดเข้าไปในอินสตาแกรมเพื่อดูรูปเก่าๆ เห็นรูปแวนด้าโพสท่าหลากหลายทั้งในรถ ที่ทำงาน บนที่นอนที่ใส่ชุดนอนเซ็กซี่ บางรูปก็นอนบนหาดทราย บางรูปเริงร่าที่ชายหาด

ซุ่ยสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง หน้าเครียดแต่ไม่พูด เอ่ยชมว่า “หุ่นดีมากนะ”

“ชมตัวเองหรือยะ มั่นเนอะ นี่ก็มุมกล้องช่วยทั้งนั้นแหละ ที่ฉันสอนเธอไปไง อยากใหญ่ให้ถ่ายช้อน อยากมีร่องต้องบีบแน่นๆ แต่พูดไปก็เหมือนสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ เธอเชี่ยวชาญเรื่องนี้กว่าฉันอีก คืนนี้ก็อย่าลืมโพสต์กู๊ดไนท์แฟนคลับก่อนเข้านอนล่ะ เอายอดไลค์หลักหมื่นเลยนะ โอเค ฉันไปล่ะ มีนัดกะน้องหนุ่ย”

เจ๊ซ่าดี๊ด๊าเดินบิดออกไป พอประตูปิด ซุ่ยก็เอามือถือมาถ่ายรูป เก๊กท่าแบบที่เจ๊ซ่าสอนสองสามท่า ชมตัวเองอย่างพอใจว่าท่าไหนก็สวย จากนั้นถือกล้องมุมสูงเปิดโหมดวีดิโอ เอ่ยทักทาย

“ฮาโหล เอฟรี่วัน วันนี้แคสติ้งมาล่ะ เหนื่อยมากเลย ต้องทำตัวเซ็กซี่ด้วยสิ ไอ้เรามันก็ไม่เซ็กซี่เหมือนคนอื่นเขาด้วย แต่ก็ต้องสู้ๆ จริงไหม ทุกคนเป็นกำลังให้แวนด้าด้วยนะ กู๊ดไนท์ทุกคนนะคะ”

ซุ่ยหมุนตัวรอบๆกองดอกไม้ พึมพำอย่างมีความสุข

“เป็นแวนด้านี่ดีอะไรอย่างนี้ ขอให้ฉันเป็นแวนด้าไปเลยนะ”

ooooooo

รุ่งขึ้นซุ่ยในร่างแวนด้าก้าวฉับๆเข้ามาในออฟฟิศ พนักงานที่เดินผ่านไปมาต่างมองตะลึง เพราะวันนี้แวนด้าแต่งตัวเปรี้ยว เซ็กซี่กว่าปกติ ซุ่ยเดินเชิดมาพลางคิด

“ตอนนี้คุณรังสิตก็โสด เพราะเลิกกับโรสแล้ว คุณรังสิตจะว่ายังไงบ้างนะ ถ้าเห็นฉันสวยขนาดนี้”

แต่พอเข้าออฟฟิศก็แปลกใจ เห็นทุกคนกำลังทำงานกันวุ่นวายมาก ถามกอหญ้า กอหญ้าบอกว่าโรสกำลังปฏิรูปอะไรบางอย่าง พลันซุ่ยก็ได้ยินเสียงชฎาดังขึ้น

“โรส!! ยูอาร์วันเดอร์ฟูล ยูอาร์เดอะเกรท! ไอ ค้านท์บีลิฟว์อิท!! ไม่อยากเชื่อเลยยยยย”

โรสสั่งงานจนพนักงานปั่นกันหัวหมุน ซุ่ยเห็นแล้ว พูดอย่างโล่งใจว่า

“โรสตัวจริงกลับมาแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยที่ชีวิตเขาไม่ได้เสียหายอะไรจนเกินไปเพราะเรา”

คนที่พอใจมากคือชฎา ถามโรสว่าวิญญาณกลับมาแล้วหรือ มีพลัง มีไฟ ไม่เหมือนสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา

“โรสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือน... เหมือนโรสหลับไป แล้วระหว่างที่หลับก็มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะที่ทำให้พอตื่นมาแล้วงงไปหมด”

“ฮ่ะๆๆ เข้าใจเปรียบเทียบนะคะ ฟังแล้วนึกออกเลย ไอเก็ทอิท พี่เข้าใจ คนเราก็มีช่วงเบลอๆ เพ้อฝัน ที่เขาเรียกว่า ‘ความรักทำให้เสียสติ’ ไงคะ ซึ่งพี่ดีใจมากที่น้องโรสเลิกกับชายคนนั้น เปรียบได้กับการตื่นจากฝันในที่สุด”

“เลิกจากชายคนนั้น...จริงเหรอคะ”

“ช่างมันเถอะค่ะ พี่ดีใจนะ ที่โรสกลับมาเป็นโรสคนเก่งคนเดิม ไม่งั้น...พี่อาจต้องไล่น้องโรสออก”

โรสฟังแล้วงงไปหมด แต่ชฎาไม่พูดต่อ โรสเข้าไปในห้องทำงาน เห็นโต๊ะตั้งอยู่ในห้องก็ถามว่าโต๊ะใคร ชฎาบอกว่าโต๊ะซุ่ยจอมชุ่ยที่โรสรับมาทำงาน ทำหน้าระอาเล่าว่า

“ตั้งแต่น้องโรสรับชีมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ชีวิตน้องโรสก็ป่วยมาก ดังนั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้า พี่แนะนำว่าน้องโรสควร get rid of ชีออกไปซะ”

ซุ่ยตกใจบอกว่าไม่ได้! ชฎาถามว่า “อะไรของเธอ ยัยแวนด้า”

ซุ่ยในร่างแวนด้าเป็นห่วงว่าไล่ออกแล้วเขาจะทำอะไร เขามีครอบครัวมีม่ามีแม่มีน้องต้องดูแล ขอร้องโรสอย่าไล่ซุ่ยออกเลย ชฎาตัดบทว่าเธอไม่เกี่ยว ซุ่ยบอกว่าเกี่ยว เพราะเป็นเพื่อนร่วมงานของตน

“แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วล่ะ แต่ยังไงก็ขอบใจนะ ว่าขนาดในวันที่เธอมาเพื่อเก็บของที่โต๊ะ ก็ยังมีน้ำใจมาช่วยงานเล็กๆน้อยๆ ส่วนใบลาออกของเธอ ฉันเซ็นอนุมัติแล้วนะ ไปเอาที่ฝ่ายบุคคลได้เลย”

“หะ! ลาออก!!” ซุ่ยผงะ ซุ่ยในร่างแวนด้าออกตามหาแวนด้าในร่างตนบ่นงึมงำว่าป่านนี้ทำไมยังไม่มาทำงาน

ระหว่างเดินหาแวนด้า ซุ่ยเห็นรังสิตเดินไปยังมุมลับตาก็ตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงรู้ว่ารังสิตมาหาโรส

โรสที่เพิ่งกลับมาเป็นตัวเอง เวลาช่วงที่ขาดหายไปจากชีวิตโรสไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงปฏิบัติต่อรังสิตเหมือนเดิม รังสิตที่ถูกโรสในร่างซุ่ยบอกเลิกเพราะแค้นที่มีน้ำหวานมาซ้อนตน มองว่าโรสเล่นเกมกับตน ทั้งสองพูดกันไม่รู้เรื่อง ซุ่ยในร่างแวนด้าเข้าแทรกบอกว่าตนจะพูดกับโรสเอง แล้วแฉรังสิตอย่างแค้นใจว่า

“คุณรังสิตนอกใจคุณโรส เขามีผู้หญิงอื่นตอนที่คุณโรสไปฝรั่งเศส เขาอ้างว่าคุณโรสไม่มีเวลาให้ เลยต้องไปกับผู้หญิงอื่น จะทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ จะมีอีกกี่คนก็ไม่รู้ ผู้ชายคนนี้โกหกหน้าตาย ไว้ใจไม่ได้ เหยียบย่ำศักดิ์ศรีและความรู้สึกของลูกผู้หญิงอย่างเลือดเย็น เขาทำเหมือนคุณโรสโง่เง่าเต่าตุ่นไม่มี
สมอง ไม่มีหัวใจ ให้อภัยไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะเขาพร้อมจะทรยศอีกทุกเมื่อ ไอ้คนใจร้าย!”

ซุ่ยใส่อารมณ์เต็มที่จนโรสขอบคุณที่โกรธแทนตน ถามรังสิตว่าจริงไหม รังสิตย้อนถามว่ารู้อยู่แล้วจะถามทำไมอีก

“นั่นแปลว่าใช่สินะ งั้นก็ดี”

โรสพูดเหมือนไม่มีอะไร จนซุ่ยแปลกใจถามว่าทำไมไม่ฟูมฟายไม่ร้องไห้ โรสเชิดหน้าอย่างไม่ยี่หระถามว่า

“ร้องทำไม คนที่ทำร้ายเรา ไม่คู่ควรกับน้ำตาของเราหรอก”

“คุณเก่งมากโรส คุณทำให้ผมรู้สึกต่ำต้อยได้ตลอดเวลา ทำให้ผมรู้สึกไม่มีค่าอะไรเลย...ถ้าไม่ใช่คุณ คงไม่มีใครทำได้แน่ ผมยอมแพ้ล่ะ”

ซุ่ยรู้สึกผิดที่ทำให้รังสิตเสียใจ แต่โรสหางตาใส่รังสิตนิดหนึ่งแล้วเดินเชิดไปเลย แต่พอไปถึงห้องทำงานโรสก็น้ำตาทะลัก เธอรีบเช็ดน้ำตาจนแห้ง โรสฮึด จะไม่ยอมให้ใครเห็นความอ่อนแอของตนด็ดขาด

ooooooo

ซุ่ยเดินมาหน้าลิฟต์ อดคิดไม่ได้เมื่อเห็นรังสิตเสียใจแต่กลับเห็นโรสเย็นชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนไม่ได้รักรังสิตเลย พลันก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงกอหญ้าร้องขอความช่วยเหลือจากห้องเก็บของอย่างตระหนก

ไปถึงห้องเก็บของ กอหญ้าบอกซุ่ยว่าแวนด้าเป็นอะไรก็ไม่รู้ อยู่ๆก็ล้มไป เรียกเท่าไรก็ไม่ตื่น ซุ่ยบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาล สมบูรณ์กับซุ่ยช่วยหิ้วปีกแวนด้าออกไป พอถึงประตูโรสผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็สั่งทันที

“แวนด้า สมบูรณ์ พาซุ่ยไปที่รถฉัน กอหญ้าเก็บกระเป๋าซุ่ยไปด้วย”

ป้องปก แม่ ม่า และหลิวรีบไปที่โรงพยาบาล ต่างถามหมอว่าซุ่ยเป็นอะไร ร้ายแรงไหม

“หมอได้ตรวจคนไข้อย่างละเอียดแล้ว พบว่าคนไข้... เอ้อ...” ทุกคนจ้องหมอตาเป๋ง หน้าเสีย พอดีพยาบาลแข็นเตียงซุ่ยออกมา ซุ่ยถูกเช็ดคิ้วที่เขียนเหมือนตูกตาเสียกบาลออกหมดแล้ว นอนหลับสนิท มีเสียงกรนเบาๆ ทุกคนมองหน้ากันโล่งใจ หมอจึงบอกว่า “คุณซุ่ยแค่หลับไปน่ะครับ หลับลึกอย่างสบาย เหมือนได้พักผ่อนหลังจากทำอะไรเหนื่อยๆมามาก”

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 4 วันที่ 9 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ