อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/4 วันที่ 24 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/4 วันที่ 24 เม.ย.59

ชาติฉกาจแยกมายืนคุยกับอนุศนิยาท่าทางดูกรึ่มๆ เขาเรียกเด็กเสิร์ฟให้มารินไวน์ให้เขาและอนุศนิยา “เชื่อไหมผมสะสมไวน์มาตั้งแต่อายุ 15 ไวน์ขวดแรกที่ผมลงทุนซื้อไว้ ทุกวันนี้ผมยังเก็บเอาไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นรักแท้ของผม จนไวน์ขวดนั้นแพงขึ้นมาเป็น 20 เท่า แต่ผมก็ยังไม่เห็นจะมีผู้หญิงคนไหนคุ้มค่าจะมาเป็นเจ้าของไวน์ขวดนั้นของผมเลย”

อนุศนิยาพยายามยิ้มรับฟังแบบมีมารยาท เพราะรู้สึกเหมือนชาติฉกาจจะเป็นพวกหลงตัวเองแต่ก็พยายามเก็บความรู้สึก “เอาผู้หญิงมาตีราคาแบบนี้ การแต่งงานหมดความโรแมนติคหมดสิคะ”


ชาติฉกาจเริ่มเมา “อย่าว่าแต่ผมเลย เวิร์คกิ้งวูแมนอย่างคุณก็ตัวดี ที่ปากบอกว่าจะอยู่โสดๆ เนี่ย แต่ที่จริง คุณก็แค่ยังเฟ้นหาผู้ชายที่คู่ควรกับคุณไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละน่า ก็คุณเกิดมารวยขนาดนี้ ลงทุนไปเรียนเสียไปตั้งเท่าไหร่ ไหนจะค่าทำหน้า คอร์สสปา โยคะ ฟิตเนสที่ทำให้สวยเลอค่าแบบนี้ไง สุดท้ายคุณก็กะฟันกำไรจากค่าสินสอดเหมือนกันนั่นแหละ”
อนุศนินาพยายามสะกดจิตตัวเอง “ท่องไว้!มันเป็นลูกค้า มันเป็นลูกค้า!…” อนุศนิยารังเกียจผู้ชายตรงหน้ามากพยายามรักษาอาการ จึงใช้วิธีดื่มไวน์เพื่อตัดบทแทน
มิรันตรีเข้ามาในงานพยายามมองหา พอเห็นอนุศนิยาอยู่กับชาติฉกาจสีหน้าด้วยสีหน้าซังกะตายก็รู้แล้วว่าอนุศนิยาต้องกำลังต้องการตัวช่วยอยู่แน่

ระหว่างนั้น ชาติฉกาจกับอนุศนิยาก็ชิมไวน์ไปด้วย ไวน์แต่ละแก้วถูกเสิร์ฟพร้อมกับชาติฉกาจที่เมากรึ่มและคึกขึ้นเรื่อยๆ แก้วไวน์แก้วใหม่ถูกเสิร์ฟมาให้ชิมต่อหน้าชาติฉกาจ “ในฐานะที่ผมชิมไวน์มานาน ผมจะบอกให้ไหมว่าคุณเป็นไวน์แบบไหน” เขายกไวน์ซดหมดแก้ว หันมาบอกอนุศนิยา “คุณเป็นไวน์ขวดโคตรแพงที่บ่มมานานเกินไป”
อนุศนิยาหน้าเสีย ชาติฉกาจวางแก้วไวน์เปล่าๆ ลง มิรันตรีที่แอบมายืนอยู่โต๊ะใกล้ๆ กันถึงกับหันมาสบตากับอนุศนิยา อนุศนิยาส่งไวน์ของเธอให้มิรันตรี มิรันตรีดื่มแทนแล้วเอาแก้วมาคืนให้อนุศนิยาวางไว้ตบตาชาติฉกาจ

ไวน์แก้วใหม่ถูกเสิร์ฟ ชาติฉกาจยิ่งคึกกว่าเดิม นุดียืนลุ้นมาจากระยะไกล “รสชาติของคุณไม่มีบาลานซ์ ไม่หวาน มีแต่ฝาด ไม่มีกลิ่นผลไม้ สัมผัสไม่ได้ว่าตัวตนของคุณจริงๆ เป็นองุ่นพันธุ์ไหน “
อนุศนิยาอึดอัดกว่าเดิมแต่ชาติฉกาจไม่รู้ตัว ระหว่างนั้นโสมมิกาเดินเข้ามาเป็นเซเลบในงาน พอโสมมิกาเข้ามาคนก็รุมถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ โสมมิกาอึ้งเมื่อเห็นอนุศนิยายืนจิบไวน์อยู่กับเจ้าของงาน
ชาติฉกาจวางแก้วเปล่าลง หลังจากเพิ่งชิมไวน์แก้วล่าสุด“ไม่มีความซับซ้อนของกลิ่นรส ชิมแล้วผมได้แต่กลิ่นเงินโชยมา รู้ว่าแพงแต่มันเต็มไปด้วยความพยายาม ผมไม่ได้กลิ่นสายลม แสงแดด มวลอากาศจากไร่ ได้แต่กลิ่นเงินลงทุนของเจ้าของที่ทุ่มลงไป”
สีหน้าของอนุศนิยาเริ่มจะหมดความอดทน มิรันตรีเริ่มเมาหลังจากที่ต้องคอยดื่มแทนอนุศนิยาแก้วแล้วแก้วเล่า
ชาติฉกาจชิมไวน์แก้วสุดท้ายจนหมด เริ่มเซนิดๆ มองหน้าอนุศนิยาระยะใกล้ “สรุปผมว่าคุณเป็นไวน์ที่ตายแล้วอนุศนิยา ดื่มแล้วไร้คุณค่าให้จดจำ คุณทิ้งนามบัตรเอาไว้กับเลขาผมนะ แล้วถ้าผมสนใจร่วมลงทุนกับคาซ่าผมจะติดต่อไป”ชาติฉกาจเดินไป ทิ้งให้อนุศนิยายืนอึ้งอยู่
มิรันตรีที่แทบไม่มีสติ แต่ก็ยังรีบเข้ามาหาอนุศนิยาทันที “เฮ่ย นุศ ไหวรึเปล่า ยืนให้เขาด่าเอาๆ อยู่ได้”
อนุศนิยาเจ็บใจแต่ก็พยายามข่มอารมณ์เต็มที่
โสมมิกากำลังยืนดื่มกับแขกในงาน พอเห็นอนุศนิยาประคองมิรันตรีที่เมาผ่านมา โสมมิกาก็รีบออกมาดักหน้าทันที ท่าทางของโสมมิกาดูเมาๆ แล้วเหมือนกัน “ไปสนิทกันตอนไหน อย่าบอกนะว่าคบไปเพื่อปั่นผลโหวตน่ะ”
“มิรันตรีเป็นเพื่อนสมัยเรียนของเรา เธอคงไม่เคยใส่ใจใครเลยสินะ”
มิรันตรีเข้าไปตบบ่าโสมมิกาแบบสนิทสนม “สวัสดีเพื่อนโสม”
โสมมิกามองมิรันตรีเหยียดๆ แล้วหันไปกัดอนุศนิยาต่อ “ฉันใส่ใจแต่เธอนั่นแหละอนุศนิยา จะมาจับผู้ชายรายใหม่ ก็อย่าลืมเอามาให้ฉันเจิมก่อนล่ะ ชอบสอยของเหลือจากฉันนี่นา ผู้ชายไม่ผ่านฉันมา ไม่ถูกปากเธอหรอก จริงไหม!”
ชยากรเพิ่งมาถึงงาน พอเห็นอนุศนิยาอยู่กับโสมมิกาก็รีบเข้ามาหา “นุช..” เขามองโสมิกาแบบระแวง “มีอะไรกันรึเปล่า”
“สงสัยยายนุศมันคงเบื่อชยาแล้วล่ะ เมื่อกี๊เห็นไปอ่อยเจ้าของงานด้วยนะ นี่จะหาเหยื่อเอามาไว้คบบังหน้าจะได้ตบตาไม่ให้ใครรู้ว่ากินกันเองสิท่า”
“รู้สึกเรื่องผู้ชายของฉัน มันจะจี้ต่อมเผือกเธอตลอดเลยนะ สงสัยต้องลองของข้างทางอย่างหมอของเธอดูบ้างแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจะไม่โรคจิตสมใจเธอ “
มิรันตรีหัวเราะร่วน “คิคิ...ของข้างทาง” เธอยกนิ้วชมอนุศนิยาที่ตอกกลับโสมมิกาได้ดี
“หมอวรรษเขาดูผู้หญิงแอ๊บตัวแม่อย่างเธอออกนานแล้วย่ะ ต่อให้เอาเงินมาล่อ ก็ไม่ได้แอ้มเขาหรอก รู้เอาไว้ด้วย!”
อนุศนิยายิ้มเหยียด “งั้นฉันจะลองจ้างให้เขาเลิกกับเธอ แล้วดูว่าเขาจะยอมเลือกเธอหรือจะยอมเป็นหนี้ฉันต่อไป “
ชยากรปราม “ไม่เอาน่านุศ จะไปท้าเขาทำไม”
“60 ล้าน..ฉันว่ามันก็คุ้มนะที่ได้เห็นเธออกแตกตาย!!”
“อนุศนิยา!!”
“เริ่มไม่มั่นใจในตัวแฟนเธอแล้วใช่ไหมล่ะ ก็ไหนว่าดีนักหนา แล้วจะกลัวอะไร”
ชยากรเห็นท่าของโสมมิกาเริ่มจะปรี๊ดแตก เขาก็กลัวว่าสองสาวจะมีเรื่องกันกลางงานจึงรีบพาอนุศนิยากับมิรันตรีออกไป “ไปเถอะนุศ”
อนุศนิยาเดินคอแข็งออกไป มิรันตรีเห็นหน้าโสมมิกาเหวี่ยงขนาดนั้นก็รีบควักกล้องมือถือมาถ่าย “อุ๊ย...ดูสิ...ฟึดฟัดใหญ่แล้ว ฮ่าๆๆ”
แฟลชรัวสาดใส่หน้าของโสมมิกา ทำให้โสมมิกาไม่พอใจ กรี๊ดออกมากลางงานจนแขกในงานทุกคนต้องหันมา “อ๊าย!!!...นังบ้านี่!!”
ชยากรอับอายมากรีบไปลากมิรันตรีออกจากงานไป โสมมิกาทำท่าจะร้องไห้เมื่อเห็นทุกคนมองเธอเป็นตัวตลก

อนุศนิยาพามิรันตรีแยกมานั่งพักให้สร่างเมาที่นอกงาน
“เดี๋ยวนุศกลับเอง อาชยาไปส่งมิเถอะค่ะ สภาพแบบนี้ปล่อยกลับเองไม่ไหวหรอก”
“ตะกละ เห็นงานเขากินฟรี เลยกินไม่ยั้งน่ะสิ”
“มิเขาช่วยดื่มแทนนุศต่างหากล่ะคะ “
“ช่ายยยย... มาช่วยกันท่าให้ตามสั่งไงล่ะ ก็บอกให้เค้ามาป่วนไม่ใช่เหรอออออ....”
ชยากรตกใจมาที่เห็นมิรันตรีหลุดปากออกมารีบเอามือปิดปากมิรันตรีไว้ “สงสัยจะเมามาก งั้นอาพาไปส่งเอง” ชยากรประคองมิรันตรีลุกจากม้านั่ง
มิรันตรียังพล่ามไม่หยุด “นี่มิมาเป็นก้างตามที่อาขอทุกอย่างเลยนะ ไม่ชมกันซักคำรึไงฮะ”
ชยากรรีบลากมิรันตรีให้ออกมาให้ห่างอนุศนิยาที่สุด อนุศนิยามองแปลกใจ

ศตวรรษมารับโสมมิกาที่กำลังเมา เขากำลังแบกโสมมิกาออกมาพอดี “ทำไมถึงต้องดื่มขนาดนี้ด้วย”
“ไม่เมาจะได้เห็นหมอห่วงโสมขนาดนี้เหรอ หมอน่ารักที่สุดเลย โทรปุ๊บก็มาปั๊บห่วงโสมมากใช่ไหมล้า” โสมมิกายิ้มอ้อน
“นี่..อย่ามาเข้าข้างตัวเอง ผมได้ยินเสียงคุณก็รู้แล้วว่าต้องเมามาก ผมถึงมา”
อนุศนิยาที่กำลังจะกลับชะงักเมื่อเห็นทั้งคู่ออกจากงานมาด้วยกัน ศตวรรษกับอนุศนิยามองกัน ไม่คิดจะทักกัน แต่โสมมิกายิ้มทันทีเพราะตั้งใจโทรเรียกให้ศตวรรษมาเย้ยอนุศนิยาอยู่แล้ว “อย่างฉันไม่ต้องใช้เงินฟาดหัว ผู้ชายก็มาด้วยใจ ผู้หญิงอย่างเธอ แถมเงินเป็นพันล้านให้ก็ยังไม่มีใครเอา”
ศตวรรษเห็นโสมมิกาไปหาเรื่องอนุศนิยาก็รีบห้าม “โสม.. ตกลงจะกลับหรือไม่กลับ”
โสมมิการีบกลับไปง้อศตวรรษ “โอ๋ๆ กลับค่ะกลับ คืนนี้จะพาโสมไปแอดมิทที่ไหนดีคะหมอขา”
อนุศนิยาหมั่นไส้ที่เห็นโสมมิกาจงใจจิ๊จ๊ะกับศตวรรษต่อหน้า อนุศนิยารีบเดินแซงทั้งคู่ไป ไม่แม้แต่จะมองด้วยหางตา

ระหว่างทางกลับบ้าน ศตวรรษขี่มอเตอร์ไซค์พาโสมมิกาไปส่งบ้าน โสมมิกามีความสุขที่ศตวรรษมาเทคแคร์เธอแบบนี้
อีกทางหนึ่ง อนุศนิยานั่งเหงาๆ อยู่ที่เบาะหลังของรถ กำลังคิดถึงสิ่งที่โสมมิกาเย้ยเธอไว้
“อย่างฉันไม่ต้องใช้เงินฟาดหัว ผู้ชายก็มาด้วยใจ ผู้หญิงอย่างเธอ แถมเงินเป็นพันล้านให้ก็ยังไม่มีใครเอา”
โสมมิกากอดศตวรรษไว้แน่น พร้อมเอาหน้าแนบซบไปที่หลังของเขา ศตวรรษกลัวโสมมิกาจะเอาไม่ได้สติจึงเอามือข้างหนึ่งมาจับล็อคมือของโสมมิกาที่กอดเอวเขาไว้ ยิ่งทำให้โสมมิกาเคลิ้มไปใหญ่
ในขณะที่โสมมิกากำลังอินเลิฟอยู่นั้น อนุศนิยาคิดถึงสิ่งที่ชาติฉกาจแดกดันเธอเอาไว้ แล้วเปรียบเทียบกับความรักของโสมมิกากับศตวรรษ
“คุณเป็นไวน์ขวดโคตรแพงที่บ่มมานานเกินไป รสชาติของคุณไม่มีบาลานซ์ ไม่หวาน มีแต่ฝาด ไม่มีกลิ่นผลไม้ สัมผัสไม่ได้ว่าตัวตนของคุณจริงๆ เป็นองุ่นพันธุ์ไหน ....ได้แต่กลิ่นเงินลงทุนของเจ้าของที่ทุ่มลงไป…..สรุปผมว่าคุณเป็นไวน์ที่ตายแล้วอนุศนิยา”
อนุศนิยาเริ่มสูญเสียความมั่นใจเมื่อรู้ว่าแท้จริงแล้วในสายตาผู้ชายทั่วไปมองเธอไร้ค่าขนาดไหน อนุศนิยาหงุดหงิดที่ปล่อยให้คำพูดพวกนั้นมารกสมอง

ในเวลาเดียวกันนั้นชยากรขับรถคันหรูของเขาไปส่งมิรันตรี ชยากรซิ่งจัดเพราะอยากรีบไปรีบกลับ
มิรันตรีเริ่มปั่นป่วน เวียนหัวกับการขับรถแย่ๆ ของชยากร “จะรีบไปไหน ช้าๆ ก็ได้”
“ใครใช้ให้คอนโดเธออยู่ซะไกลขนาดนี้” ชยากรขับปาดอีก จนตัวมิรันตรีกลิ้งแทบตกเบาะ
“ใช่ซี่ เป็นมิ อะไรก็ผิดไปหมด ใครมันจะดีอย่างนุศเล่า” ชยากรรีบหักแซงกลับเข้าทางเดิมอีก มิรันตรีเวียนหัวมาก “อาชยา...จอดก่อน...มิไม่ไหว เออะ...” มิรันตรีทำท่าผะอืดผะอมจะอ้วก
ชยากรตกใจ “จะทำอะไร” มิรันตรีตอบไม่ไหว เพราะกำลังจะอ้วกออกมา “เฮ้ย! คุณ!!อย่ามาอ้วกในรถผมนะ!!” ชยากรรีบปาดออกไปจะจอดเข้าไหล่ทาง แต่ไม่ทันซะแล้วมิรันตรีอ้วกพุ่งออกมาซะก่อน ชยากรทำหน้ารับไม่ได้
ชยากรแวะเอารถมาล้างทันที ทั้งคู่นั่งรออยู่ด้วยกันที่ร้านล้างรถ ชยากรยังบ่นไม่หยุด ในขณะที่มิรันตรีนั่งตาลอย
“ซกมกที่สุด อั้นเอาไว้มันจะจุกคอตายรึไง” ชยากรทำจมูกฟุดฟิดอย่างรังเกียจเมื่อยังได้กลิ่นอ้วกอยู่ เขาหันไปเห็นว่าเป็นเพราะเนื้อตัวของมิรันตรียังเลอะเทอะอยู่ “แล้วอย่าได้คิดจะเอาตัวเธอมุดกลับเข้าไปในรถผมใหม่”
มิรันตรีก้มลงมองตัวเอง เห็นสภาพตัวเองแล้วเข้าใจว่าชยากรคงจะไล่ให้เธอกลับเอง มิรันตรีจึงพยายามลุกออกไปโบกแท็กซี่กลับเอง ชยากรงงที่เห็นมิรันตรีเดินไปไม่พูดไม่จา “จะไปไหน”
มิรันตรีเดินเซๆ ไป ทำท่าจะโบกแท็กซี่ซึ่งยังไม่มีมา “แท็กกกกซี่!!!”
ชยากรเห็นแล้วอนาถ รีบไปลากมิรันตรีกลับมา “สติสตังไม่มีแล้วยังจะทำเก่งอีก” ชยากรลากมิรันตรีไปนั่งที่เดิม แล้วเอาสายยางแถวๆ นั้น มาเปิดล้างเนื้อตัวให้กับมิรันตรีอย่างจำใจ ทำไปก็บ่นไป “เหม็นขนาดนี้ จับล้างไปพร้อมรถดีกว่าไหม “ ชยากรเช็ดเนื้อตัวให้มิรันตรี
มิรันตรีเห็นชยากรมาดูแลเธอก็ทึ่งมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างชยากรจะมาดูแลเธอ “คุณกับนุศรักกันจริงๆ เหรอ”
ชยากรชะงัก แต่ก็ทำกลบเกลื่อนด้วยการดึงสายยางมาตรงหน้ามิรันตรี “บ้วนปากเธอซะ กลิ่นงี้หึ่งมาเชียว”
มิรันตรีจ๋อย ไม่กล้าเปิดปากพูดอะไรอีก ชยากรยื่นหน้าเข้ามาดมสำรวจกลิ่นของมิรันตรีอีกครั้ง มิรันตรีตกใจมากที่เห็นชยากรเข้ามาใกล้
“แล้วอย่ามาปล่อยกลิ่นอะไรในรถอีกล่ะ” ชยากรปิดสายยาง
มิรันตรีพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านเวลาอยู่ใกล้ชยากรอีก

ศตวรรษขับรถเข้ามาในบ้านของโสมมิกา ศตวรรษจอดรถ พร้อมกับประคองโสมมิกาลงมา
“หมออ่ะ...โสมยังไม่อยากกลับบ้านซะหน่อย”
“ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ผมมีงานแต่เช้า คุณก็ควรกลับไปพักได้แล้ว”
โสมมิกาเอามือคล้องคอ ทำเป็นเสียการทรงตัว แล้วพิงตัวไปที่ศตวรรษไม่ยอมเดินเข้าบ้าน “งั้นหมอไปส่งโสมเข้านอน ได้ป่าวว “
บอดี้การ์ดออกมาจากในบ้านของโสมมิกา พอเห็นโสมมิกาเมาขนาดนั้นก็จะเข้ามาช่วยประคอง “คุณหนู...ไหวไหมครับ”
โสมมิกาตวาด “ไม่ต้องมายุ่ง!! เกรงใจแฟนฉันมั่ง“ ศตวรรษเหนื่อยใจที่เห็นโสมมิกาเอาแต่ใจ “มันจะแต๊ะอั๋งโสม หมอพาโสมไปส่งข้างบนนะ” ศตวรรษยังนิ่ง โสมิกานั่งลงบนพื้นเลย “ไม่งั้นโสมจะนอนมันอยู่นี่แหละ”
“นี่คุณ!“ ศตวรรษจะรีบตัดปัญหา เลยตัดสินใจช้อนตัวอุ้มโสมมิกาเข้าไปส่งในบ้าน
โสมมิกาถูกใจมาก บอดี้การ์ดมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าจะต้องเกิดเรื่องแน่!!!!

ศตวรรษอุ้มโสมมิกาเข้ามาในบ้าน บอดี้การ์ดรีบตามเข้ามาคุมทุกฝีก้าว
อุดมศักดิ์ในเสื้อคลุมชุดนอนลงมาพร้อมกับสาวรุ่น พอเห็นศตวรรษอุ้มโสมมิกาเข้ามาในบ้านก็รับไม่ได้ “เดี๋ยวนี้แกกล้าขนาดพาผู้ชายมานอนในบ้านเลยเหรอ?”
“คุณโสมเมามากครับ ผมแค่จะเข้ามาส่ง”
โสมมิกาต้องการยั่วโมโหอุดมศักดิ์ “ค้างด้วยกันเลยก็ได้นะหมอ โสมไม่ถือ”
อุดมศักดิ์มองศตวรรษเหยียดๆ“ยอมมาเซอร์วิสถึงที่ คงกะจะจับให้อยู่เลยล่ะสิ”
ศตวรรษวางตัวเธอลง โสมมิกามายืนต่อหน้าอุดมศักดิ์อย่างเมาๆ “โสมบอกกี่ครั้งแล้วว่าหมอไม่ได้คิดจะจับ โสมนี่แหละที่พยายามจับเขาเอง”
“ก็เพราะทำตัวเสื่อมๆ อย่างนี้ ผู้ชายดีๆ เขาถึงไม่เอา สุดท้ายคว้าก็ได้แต่เหลือบไรที่จะมาเกาะแกกิน”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดอย่างนี้จะออกจากคนเป็นพ่อได้เลยนะครับ”
“ถึงฉันไม่พูด มันก็เป็นขี้ปากของคนทั้งบ้านทั้งเมือง “
“งั้นคุณก็ควรเป็นคนแรกที่ปกป้องโสม และเป็นคนสุดท้ายในโลกที่จะซ้ำเติมเขา คุณเคยบอกโสมซักคำรึเปล่าว่าคุณไม่เชื่อว่าเขาเป็นอย่างนั้น”
อุดมศักดิ์อึ้งไปนิด แต่กลับยิ่งโมโหที่โดนศตวรรษมาตอกกลับแบบนั้น “ก็มันมั่วออกอย่างนั้น ใครจะไปโง่เชื่อ“
“เขาทำก็เพื่อประชดคุณไงครับ คำพูดของคุณเป็นตัวไล่ให้โสมเขาไปทำแบบนั้น” โสมมิกาได้ยินศตวรรษปกป้องเธอด้วยการตอกกลับอุดมศักดิ์ให้ โสมมิกาน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว “คุณเป็นพ่อก็ต้องปกป้องโสมสิครับ ถึงคนทั้งโลกจะว่ายังไง ก็ไม่ใช่คนที่คุณต้องแคร์ แต่นี่เพราะคุณไม่รักเขา พอเขาออกไปหาความสุข คุณก็รับไม่ได้ ทั้งๆที่คุณเป็นคนผลักให้โสมออกไป ตอนนี้คุณเลยกลายเป็นคนๆ เดียวที่ไม่อยากเห็นเขามีความสุข”
โสมมิการ้องไห้โฮออกมา จนอุดมศักดิ์ตกใจแต่ก็ยังดื้อและไม่ยอมเสียหน้า “เข้าใจละว่าทำไมมันถึงหลงผู้ชายอย่างแกนักหนา คงเอาคำพูดสวยหรูพวกนี้กล่อมมันทุกวันสิท่า มันถึงได้เคลิ้มขนาดจะถอนเงินฉันไปปลดหนี้ให้แก”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/4 วันที่ 24 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ