อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/5 วันที่ 24 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/5 วันที่ 24 เม.ย.59

โสมมิการ้องไห้โฮออกมา จนอุดมศักดิ์ตกใจแต่ก็ยังดื้อและไม่ยอมเสียหน้า “เข้าใจละว่าทำไมมันถึงหลงผู้ชายอย่างแกนักหนา คงเอาคำพูดสวยหรูพวกนี้กล่อมมันทุกวันสิท่า มันถึงได้เคลิ้มขนาดจะถอนเงินฉันไปปลดหนี้ให้แก”
“ต้องจ่ายผมตั้ง 60 ล้านถึงซื้อผมได้ แต่แค่ “ขอโทษ” คำเดียว คุณก็ซื้อใจลูกสาวคุณได้แล้วครับ” ศตวรรษมองหน้าอุดมศักดิ์อย่างท้าทาย เพื่อจะบีบให้อุดมศักดิ์ยอมขอโทษออกมา
อุดมศักดิ์ถึงกับหน้าชาด่าต่อไม่ถูก โสมมิกาเห็นว่าศตวรรษพูดแทนใจเธอไปหมดขนาดนั้น แต่พ่อยังไม่มีทีท่าจะรู้สึกผิดกับเธอ ทำให้โสมมิกาเสียใจ “คำๆนั้นไม่มีวันออกจากปากป๋าหรอก“ โสมมิกาเดินออกจากบ้านไป

ศตวรรษเห็นแล้วรู้สึกสงสารโสมมิกา ศตวรรษหันมามองหน้าอุดมศักดิ์อย่างผิดหวัง แล้วตัดสินใจตามโสมออกไป



ศตวรรษเดินตามโสมมิกาออกมา เห็นโสมมิกานั่งขดตัวร้องไห้หมดสภาพอยู่ตรงล้อมอเตอร์ไซค์ของเขา
“ฮือๆๆ “ โสมมิกาเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จา
ศตวรรษมองโสมมิกาอย่างสงสาร เข้าใจปมในชีวิตของคาสโนวี่อย่างโสมมิกาเลยทันที เข้าใจแล้วว่าอะไรที่ทำให้โสมมิกาชอบประชดทำตัวแรงๆ ให้โลกสนใจอย่างนี้

ศตวรรษเช็คอินเพื่อพักค้างคืนที่โรงแรมไปก่อน ศตวรรษหันมามองโสมมิกาที่ยังสะอื้นอยู่อย่างเห็นใจ
ศตวรรษนั่งเฝ้าโสมมิกาที่นอนน้ำตานองอยู่ที่เตียง มาสคาร่าไหลอาบหน้า แต่โสมมิกาไม่ห่วงสวยใดๆ อีกแล้ว
“หมอ....หมอรับได้รึเปล่าที่บ้านโสมเป็นอย่างนี้”
“โสมเมามาก คิดอะไรตอนนี้มันจะยิ่งฟุ้งซ่าน นอนพักซะ” ศตวรรษห่มผ้าให้โสมมิกาเข้านอน
โสมมิการีบคว้ามือของศตวรรษไว้ แล้วพุ่งเข้าไปกอด “ถ้าไม่มีหมอ โสมไม่รู้เลยว่าโสมจะอยู่มาถึงตอนนี้ได้ยังไง หมออย่าทิ้งโสมนะ โสมอยู่ไม่ได้โดยไม่มีหมอ” ศตวรรษลำบากใจมากที่โสมมิกามองเขาเป็นที่พึ่ง โสมมิกากอดแน่นกว่าเดิม และเพ้อยิ่งกว่าเดิม “อยู่เป็นเพื่อนโสมนะหมอ นะ...นะ... โสมไม่ให้หมอไป นอนกอดกันเฉยๆก็ได้”
ศตวรรษอึดอัดใจ โสมมิกาหันมามองหน้าศตวรรษทำตาเว้าวอนจะให้ศตวรรษค้างด้วยให้ได้ “โสมรักหมอนะ” โสมมิการั้งตัวศตวรรษลงมา จนศตวรรษล้มลงไปที่เตียง
ศตวรรษตกใจ สองคนสบตากัน โสมมิกายังโอบคอของศตวรรษไว้เปิดโอกาสให้ศตวรรษเต็มที่

เช้าวันถัดมา ศตวรรษในชุดเดิมนอนพลิกตัวอยู่บนเตียง เขาค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น ยังงัวเงียอยู่เล็กน้อย ศตวรรษพรวดลุกขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน ศตวรรษมานอนอยู่ที่เตียงในห้องตรวจของเขาที่โรงพยาบาล
พยาบาลเลื่อนเปิดประตูห้องออกมาเตรียมชาร์จตรวจ พอเห็นศตวรรษนอนอยู่ในนั้นอยู่ก่อนแล้วก็ตกใจมาก “คุณหมอนอนอยู่นี่ทั้งคืนเลยเหรอคะ”
ศตวรรษทำหน้ารู้สึกผิด รีบลุกออกมาจากเตียงเพื่อเตรียมทำงาน “พอดีผมไปทำธุระถึงเกือบเช้า เลยแวะมางีบรอเข้างานที่นี่ฃะเลย”
“โอ้โห...หักโหมขนาดนี้ ระวังร่างกายจะรับไม่ไหวนะคะ”
ศตวรรษลุกมานั่งที่โต๊ะ กดมือถือดูเวลา รู้สึกเป็นห่วงไม่รู้ว่าโสมมิกามีอาการเป็นอย่างไรแล้ว

อนุศนิยาเดินเข้ามาที่บูติคโฮเต็ลแห่งหนึ่งพร้อมกับนาวิกาเพื่อมาดูโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่
“อานาแน่ใจเหรอคะเรื่องที่โรงแรมนี้เขาจะเปิดสาขา”
“แน่สิ ก็อารู้จักกับเจ้าของโรงแรมนี้ดี ไม่งั้นจะชวนนุศมาทำไม”
“แล้วเขารับปากแล้วเหรอคะว่าจะใช้เฟอร์นิเจอร์จากเรา”
“คุณจิตเขาเป็นพวกทำงานไม่แสวงหาผลกำไร จะทำธุรกิจกับใครส่วนมากเขาเลือกจากญาติธรรมเป็นส่วนใหญ่”
นาวิกาพาอนุศนิยามองออกไปเห็นสนามหญ้าเขียวด้านนอก นาวิกาชี้ไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนุ่งขาวห่มขาวกำลังนั่งล้อมอยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง ที่หน้าของเขามี crystal bowl เป็นโถสีขาวขุ่นหลายใบวางเรียงอยู่ ทุกคนกำลังทำสมาธิก่อนจะที่จะเริ่มบำบัดด้วยเสียงดนตรี
อนุศนิยามองไปเห็นกลุ่มคนพวกนั้นอย่างหลอนๆ ระหว่างนั้นนาวิกาก็อธิบายให้ฟังไปด้วย “อารู้จักคุณจิตที่พุทธคยา ผู้ชายอย่างคุณจิตเนี่ยอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนเป็นธารน้ำไหลอาอยากให้นุศได้เจอกับเขาจริงๆ แล้วนุศจะรู้เลยว่าเวลาที่จิตเป็นอิสระ มันดีแค่ไหน”
อนุศนิยารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกหลอกมาดูตัวอีกแล้ว “นี่อย่าบอกนะคะว่าแม้แต่อานาก็บ้าไปกับเขาด้วย เลิกโยนนุศไปให้ผู้ชายคนนู้นคนนี้ซะทีเถอะค่ะ ยิ่งหลอนๆ แบบนี้ นุศไม่ได้ป่วยนะคะอานา”
อนุศนิยาโวยเสียงดังจนทำให้กลุ่มคนที่อยู่ที่สนามหญ้าหันมามองเธอกับนาวิกาเป็นตาเดียว

ไม้ถูกเคาะไปที่อ่างคริสตัลจนมีเสียงก้องกังวานขึ้น เป็นเสียงใสแผ่ว พร้อมกับเสียงทุ้มๆ จากอ่างคริสตัลอีกใบ ทำให้เกิดคลื่นเสียงที่เชื่อว่าจะไปบำบัดความสมดุลในเซลล์ของร่างกาย เสียงคล้ายๆ กับเสียงก้องกังวานในวัด
นาวิกานั่งหลับตาทำสมาธิกลางสนามร่วมอยู่กับคนกลุ่มต่างๆ โดยมีอนุศนิยานั่งหลับตาอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าที่ร้อนรน เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองมานั่งทำอะไรตรงนี้ หนุ่มพลังจิตกำลังเป็นเล่นดนตรีเพื่อบำบัดทุกคนให้เข้าสู่ภาวะดำดิ่งสู่ความสงบ ท่าทางดูขลังเว่อร์ๆ
หนุ่มพลังจิตพูดเนิบๆ ช้าๆ ระหว่างที่บรรเลงเพลงไปด้วย เหมือนกำลังสะกดจิตทุกคนอยู่ “สัมผัสพลังงานบางอย่างที่แล่นวนอยู่ในร่างกาย ปล่อยมันให้ไหลผ่านปลายเท้า..... มาสู่เข่า.... ค่อยๆ ปล่อยให้คลื่นนั้นแล่นผ่านสู่สะดือ... สู่ปอด....และใบหน้า ขึ้นสู่กลางกระหม่อม แล้วเปล่งรัศมีอาบไปทั่วจนเปล่งแสงสีเงินออกมาทั่วร่าง”
อนุศนิยากำลังรู้สึกปั่นป่วนอยู่ในร่างกาย เหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างรบกวนอยู่ มือถือของอนุศนิยาสั่นประสานอยู่พร้อมกับเสียงดนตรี อนุศนิยารู้สึกตัว เห็นเป็นประภาโทรมา อนุศนิยาหันไปเห็นนาวิกาและทุกคนตรงนั้นกำลังหลับนิ่งเคลิ้ม อนุศนิยาตัดสินใจหยิบมือถือแล้วย่องออกจากการบำบัดนั้นไปทันที

อนุศนิยาหลบมุมออกมารับโทรศัพท์ แล้วพูดกระซิบกระซาบ ขณะรับสาย “ว่าไงประภา ... นุศออกมาเจอลูกค้าเดี๋ยวจะแวะไปทำธุระต่อ” อนุศนิยาทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนกำลังหนีคุกออกไป “อาจจะยังไม่ได้ไปเคลียร์เอกสารวันนี้ ฝากคุณภาช่วยเคลียร์งานแทนนุศที”
อนุศนิยาวางสาย แล้วมาจ๊ะเอ๋เข้าให้กับโสมมิกาที่เดินปิดหน้าปิดตามาพอดี
“อุ๊ย...” โสมมิกาตกใจเพราะยังไม่อยากให้ใครเห็นเธออยู่ในชุดเดิมเท่าไหร่นัก แต่พอเห็นว่าเป็นอนุศนิยา โสมมิกาก็รีบทำท่าเชิดทันที
อนุศนิยาสังเกตเห็นว่าโสมมิกายังอยู่ในชุดเก่าก็รู้ในทันทีว่าเธอคงจะค้างที่นี่แน่ “ชุดเมื่อคืน? นี่เมาจนกลับไม่ถึงบ้านเลยเหรอ“
โสมมิการีบคุยทับทันที “คนเขารักกัน ก็ต้องอยากอยู่ด้วยกันสิ หมอเขาบอกว่าเขาขาดฉันไม่ได้ซักวัน “
อนุศนิยาทำหน้ารับไม่ได้ “อวดขนาดนี้ ไม่กลัวฉันอยากแย่งขึ้นมารึไง”
“หมอเขารักเดียวใจเดียว มั่นคง ยังไงเขาก็ไม่ไปหาเธอแน่นอน “
พนักงานวิ่งตามถือบิลห้องพักมาหาโสมมิกา “คุณผู้หญิงค่ะ! นี่ใบเสร็จรับเงินค่ะ พอดีคุณผู้ชายลืมไว้ตอนเคลียร์ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ตอนออกไปค่ะ” พนักงานออกไป
อนุศนิยาก็ยิ้มเยาะโสมมิกาทันที “ยังดีที่ยังมีแก่ใจออกค่าห้องให้ นี่ก็คงเป็นบริการหลังการขายของผู้ชายเธอสินะ”
อนุศนิยาเดินไป โสมมิกาโกรธ อีนี่ช่างดูถูกซะเหลือเกินนน
บุรุษพยาบาลเข็นนันทพลมา หลังจากเพิ่งออกจากห้องตรวจ นันทนาอังกาบเดินตามประกบมา อนุศนิยารีบมาหานันทพล “เรียบร้อยแล้วเหรอคะ แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”
“หมอบอกว่าก็ปกติดี เห็นไหมล่ะ พ่อบอกแล้วว่าไม่ต้องมา”
“โอย...ให้มาเถอะค่ะ เอานุศมาเจอหมอเขาเอง เกิดหมอวินิจฉัยอะไรมาก็จะเข้าใจ” นันทนามองไปที่อังกาบ “ไม่ใช่พวกหัวช้า ฟังอะไรก็เอ่ออ่า..เอ่ออ่า... ใช้ได้ที่ไหน”
อังกาบรีบขอตัว “เดี๋ยวดิฉันไปเอาใบสั่งยามาให้นะคะ”
นันทนาเห็นอังกาบจะกลับไปเจอศตวรรษรีบเบรกทันที “นี่...ไม่ต้อง นุศไปรับใบสั่งยาที่หมอที เผื่อหมออธิบายอะไรเพิ่มเติม”
“งั้นรอนุศเดี๋ยวนะคะพ่อ” อนุศนิยาเดินเข้าไปที่แผนก
นันทนายิ้มพอใจที่เปิดทางให้สองคนมาเจอกันได้ นันทนารีบถือโอกาสชงให้นันทพลทันที “หมอวรรษเนี่ยเขาเก่งนะคะคุณพี่ ทำงานก็ดี แถมยังอนาคตไกล ใครได้เป็นแฟนโชคดีตาย”
“ก็เห็นว่าคบกับโสมมิกาอยู่ไม่ใช่เหรอ”
นันทนาตกใจที่นันทพลรู้ “วุ้ย...นั่นมันข่าวเก่า เอ้าท์แล้วค่ะ หมอเขาไม่ได้จริงจังอะไรด้วยเลย มีแต่ยายโสมมิกาที่มโนอยากได้หมอจนตัวซี้ดตัวสั่น อย่างหมอต้องได้ผู้หญิงฉลาดๆ ที่จริงคุณเสาเขาก็บอกว่ายายนุศนั่นแหละสเป็คหมอเขา เพียงแต่เขาก็เจียมตัว คิดไปว่าเรารังเกียจที่เขาเป็นหนี้เรา”
“เหลวไหล ใครเขาจะเอาเรื่องเงินไปเหยียดคนกัน”
“ก็ยายนุศมันไปท่ามากใส่เขาแบบนั้น หมอเขาก็คิดว่าเราไม่คู่ควรกับเขาสิคะคุณพี่”
นันทพลรู้สึกลำบากใจที่ทำให้ศตวรรษคิดอย่างนั้น อังกาบดูออกว่านันทนากำลังพยายามเป่าหูเพื่อยกศตวรรษมาเป็นเขยอย่างออกนอกหน้า นันทนายิ้มกริ่มที่สามารถบิ้วท์นันทพลได้ทีละน้อย

อนุศนิยาเดินมาถึงห้องตรวจ หยุดอยู่ตรงประตู เห็นพยาบาลกำลังเอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังมาเสิร์ฟให้ศตวรรษ
“หมอดูเพลียจัง อดนอนทั้งคืน ดื่มนี่เอาแรงหน่อยนะคะ เดี๋ยวจะล้มพับไปก่อน”
“ขอบคุณนะ สมองผมนี่เริ่มเบลอไปหมดแล้ว”
อนุศนิยามองศตวรรษอย่างรังเกียจเพราะเข้าใจไปว่าศตวรรษเพลียเพราะไปอยู่กับโสมมิกามาทั้งคืน พยาบาลเดินออกมา เห็นอนุศนิยามารออยู่ก็ยิ้มให้ ศตวรรษเห็นอนุศนิยามาก็รีบส่งเอกสารแผ่นหนึ่งให้กับอนุศนิยา “ใบสั่งยาผมส่งไปที่ห้องยาแล้ว แต่นี่เป็นใบสั่งน้ำยาและอุปกรณ์สำหรับล้างไต ผมกำหนดปริมาณน้ำยาแล้วสั่งตรงไปกับบริษัทให้ไปจัดส่งที่บ้านคุณ” อนุศนิยาพยักหน้าเข้าใจ ทำท่าจะเดินออกไป “เดี๋ยวครับ... “ ศตวรรษส่งซองจดหมายให้อนุศนิยา
อนุศนิยางง “อะไร?”
“ของชอบคุณไง...“ อนุศนิยาเปิดซองดูอย่างไม่ไว้ใจเท่าไหร่ แล้วก็เห็นเช็คอยู่ในนั้นเป็นจำนวน 2 ล้าน อนุศนิยาแปลกใจมาก “หนี้งวดแรกของผม ผมจะทยอยจ่ายให้คุณเป็นรายเดือน คุณจะได้มั่นใจว่าผมไม่ชักดาบแน่”
“จะเด้งรึเปล่าก็ยังไม่รู้”
ศตวรรษหาว “ผมอุตส่าห์อดหลับอดนอนหาเงินมาคืนคุณ นี่มันค่าเหนื่อยทั้งเดือนของผมเลยนะ”
อนุศนิยาเห็นท่าทางเปลี้ยของศตวรรษ ก็ทำให้นึกถึงสิ่งที่โสมมิกาเพิ่งบอกมาเมื่อตอนสาย
“คนเขารักกัน ก็ต้องอยากอยู่ด้วยกันสิ หมอเขาบอกว่าเขาขาดฉันไม่ได้ซักวัน”
อนุศนิยาทำหน้าขยะแขยงทันที คิดว่ารายได้ของศตวรรษส่วนหนึ่งคงมาจากการไปนอนกับโสมมิกาแลกเงินมาด้วย “ค่าแรงคุ้มดีนี่... ขยันทำโอทีขนาดนี้ มิน่ายายโสมถึงได้คลั่ง แต่ระวังจะน็อคเอาก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมอึด มีแรงใช้หนี้คุณหมดแน่นอน”
ศตวรรษตอบไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่ทำให้อนุศนิยายิ่งคิดลึกไปไกลแล้วยิ่งรู้สึกว่าศตวรรษเป็นผู้ชายแย่ยิ่งกว่าเดิม

อนุศนิยาเข็นรถเข็นพานันทพลกลับ มีอังกาบและนันทนาเดินมาด้วย ระหว่างทางนันทพลมองไปเห็นศตวรรษเข็นรถเข็นให้คนแก่อยู่ในโรงพยาบาลในระยะไกล นันทพลเห็นแล้วประทับใจกับภาพของศตวรรษที่ดูอ่อนโยน
“ช่วยหาของขวัญไปฝากหมอเขาซักหน่อยสิ พ่ออยากขอบคุณที่เขาดูแลเราอย่างดี”
อนุศนิยาไม่เห็นด้วย “มันก็เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้วนี่คะ”
อังกาบเล่า “คุณหมอโทรให้คำปรึกษาย่าตลอดเลยนะ”
นันทพลย้ำ “เขาดูแลเราเกินกว่าหน้าที่ด้วยซ้ำ”
“จริงด้วยค่ะ หมอวรรษเขาทุ่มเทเพื่อคุณพี่มากเลยนะ...” นันทนารีบทันที “นุศรีบหาของขวัญไปให้หมอเขาเลย”
“ให้นุศยกหนี้ให้เขาซักงวดเลยดีไหมคะ เขาจะต้องซาบซึ้งมากแน่ๆ ค่ะ“
นันทพลปราม “ยายนุช!..จะลำเลิกบุญคุณอะไรกันนักหนา หนี้ก็ส่วนหนี้ น้ำใจก็ส่วนน้ำใจ นุศควรจะเริ่มมองหมอเขาใหม่ได้แล้ว”
อนุศนิยาหน้าบึ้งเมื่อคิดว่าทุกคนยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับศตวรรษดีพอ นันทนายิ้มชอบใจเมื่อเห็นนันทพลให้ท้ายศตวรรษอย่างออกหน้า นันทนาเก็บความดีใจไว้ไม่ไหว ปล่อยให้อนุศนิยาพานันทพลเดินไปแล้วหยิบมือถือออกมา “ทางสะดวกแล้วนะคะคุณเสา คุณพี่ชูป้ายไฟเชียร์หมอวรรษเต็มที่...ทีนี้ก็เหลือแต่เจ้าตัวสองคนนี่แหละว่าจะหันมามองกันเองเมื่อไหร่... “ นันทนาเล็งไปที่ศตวรรษที่อยู่กับคนไข้ ในหัวมุ่งมั่นมากว่าจะต้องรวบหัวรวบหางมาให้อนุศนิยาให้ได้

ศตวรรษเดินเข้ามาในร้านหนังสือขนาดใหญ่ พร้อมกับคุยสายกับเสาวรสไปด้วย “ผมมาถึงสาขาที่แม่บอกแล้วนะครับ ... เดี๋ยวผมให้พนักงานหยิบมาให้ แม่นึกยังไงครับถึงได้รีบร้อนอยากอ่านขนาดนี้” เขาส่งโพยที่จดมาให้กับพนักงาน “ที่ร้านยังมีสต็อกหนังสือพวกนี้ใช่ไหมครับ รบกวนช่วยหยิบให้ผมด้วยนะครับ”
“ซักครู่นะคะ” พนักงานหันไปคีย์ข้อมูลให้กับศตวรรษ
“งั้นเท่านี้ก่อนนะครับแม่ แล้วเดี๋ยวค่อยเจอกัน” ศตวรรษวางสายแล้วยืนรอพนักงานอยู่ตรงเคาน์เตอร์
ในระหว่างนั้นอนุศนิยาเดินหาหนังสืออยู่ในร้าน แต่ศตวรษไม่ทันสังเกตเห็น จึงไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกหลอกให้มาเจออนุศนิยาอีกแล้ว

เวลาผ่านไป ศตวรรษกำลังยืนอ่านหนังสือระหว่างที่รอให้พนักงานหยิบหนังสือมาให้ อนุศนิยาเดินมาที่เคาน์เตอร์ พนักงานส่งกองหนังสือแต่งบ้านให้หลายเล่ม “นี่นะคะหนังสือที่สั่งไว้ทั้งหมดค่ะ”
ศตวรรษหันกลับมาที่เคาน์เตอร์ เจออนุศนิยาเข้าพอดีก็แปลกใจ ศตวรรษรีบเข้าไปทัก “เจอกันอีกแล้ว”
“อย่าบอกนะว่ามารอรับโสมมิกาแถวนี้ “
“แปลกดีจัง ทำไมหมู่นี้โลกกลม ไปไหนก็เจอคุณทุกที่ “
“ก็ไม่รู้ว่าเป็นกรรมหรือเวร”
“หนังสือของคุณผู้ชายได้ครบแล้วนะคะ แล้วนี่ของคุณผู้หญิงค่ะ” พนักงานเลื่อนถุงหนังสือขนาดใหญ่สองถุงมาให้ทั้งคู่
อนุศนิยาจะหยิบถุง แต่ศตวรรษคว้ามาไว้ให้ “ผมช่วย “
“ไม่เป็นไร”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 4/5 วันที่ 24 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ