อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 5 วันที่ 13 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 5 วันที่ 13 เม.ย.59

“แฟนเก่าไอ้ป้องครับ ชื่อซุ่ย ยัยคนนี้ไม่ใช่แค่ไม่มีมารยาทนะครับ แต่ยังงี่เง่า เหยาะแหยะ ห่วยแตก พินาศ พังยับคือแย่จนไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไรดี เพราะอะไรที่คิดว่าแย่ที่สุดแล้ว ยัยซุ่ยแย่ยิ่งกว่า แย่ยิ่งกว่า เชื้อโรค...”

ซุ่ยถูกคมน์วิจารณ์ตนอย่างไม่มีชิ้นดี ทนฟังไม่ได้ ผลักคมน์อย่างแรง

“ฮึ่ย!! แกสิเชื้อโรค! เหยาะแหยะ ห่วยแตก พินาศ พังยับ” ซุ่ยเดินปึงปังแยกไปอีกทางหัวเสีย พึมพำแค้นสุดๆ “หน็อย คิดอย่างนี้กับฉันเหรอนายคมน์ คอยดู๊...ชาตินี้ อย่าหวังว่าแวนด้าจะรักคนปากเสียอย่างนายเลย!!”



พอดีเจ๊ซ่ามาตาม บอกว่าทีมงานทุกคนไม่เร่ง เขามีเวลานั่งเล่นกันขำๆ ถึงพรุ่งนี้เช้าเลย ซุ่ยชักสีหน้ารู้ว่าโดนประชด

ooooooo

เสี่ยกับคมน์เปิดศึกหน้านาง ต่างทำคะแนนแข่งกัน แต่เสี่ยมีภาษีกว่าเพราะเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จ้างทั้งคมน์และซุ่ยมาเป็นแบบโฆษณา เพราะมีเจตนาแอบแฝง แม้การแคสของซุ่ยจะจืดชืดก็บอกให้ผ่าน การโพสโฆษณาแข็งเป็นท่อนไม้ก็ให้ผ่าน

ซุ่ยเหลิงคิดว่าความสวยของตนทำได้ทุกอย่าง แม้ทำผิดทำถูกก็ได้รับการยกยอปอปั้น ยิ่งได้รับการเอาอกเอาใจเท่าไร ซุ่ยก็ยิ่งแค้นใจคมน์เท่านั้นที่วิพากษ์ วิจารณ์ตนจนไม่มีชิ้นดี

เมื่อถ่ายโฆษณาเสร็จ ทั้งที่ผู้กำกับบอกว่ายังต้องถ่ายซ่อม แต่เสี่ยบอกว่าใช้ได้แล้วเพราะทนดูคมน์กอดจูบลูบคลำซุ่ยไม่ไหว สั่งพอ แต่คมน์ให้ไปพบกันที่หลังบ้าน เสี่ยเดินหน้าถมึงทึงไป ซุ่ยวิ่งตามทวงค่าตัว

เสี่ยยื่นเช็คให้ ซุ่ยเห็นตัวเลขสามแสนก็ตาโต แต่ขัดใจกับเจ๊ซ่าที่จะเอาเช็คไปเข้าบัญชีแล้วจะโอนคืนมาให้สองแสนหักเปอร์เซ็นต์หนึ่งแสน ซุ่ยไม่รู้หลักเกณฑ์การแบ่งปัน เกิดงกบอกว่าเจ๊ไม่เห็นได้ทำอะไร ให้เจ๊แค่หมื่นเดียวพอ

“หมื่นเดียว! จะโกงเจ๊หรือ เดี๋ยวตบให้กลิ้งไปดาวอังคาร เลย” เจ๊แย่งเช็คไปบอกว่า “เดี๋ยวเย็นนี้จะโอนให้สองแสน”

“โคตรเอาเปรียบคนทำงานเลย”

ซุ่ยไม่พอใจ หันไปเห็นป้องปกมองยิ้มเยาะแล้วทำงานต่อ ซุ่ยก็ยิ่งอารมณ์เสียพาลหาเรื่องว่ามองตนอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร ป้องปกไม่แยแส ยกกระถางต้นไม้ไป กิ่งไม้ระถูกซุ่ยก็โวยวายหาว่าเขาแกล้ง โต้เถียงกัน ซุ่ยดูถูกว่าแค่คนทำสวนอย่ามาว่าตน ก็ถูกป้องปกว่าย้อนเอาอย่างเจ็บแสบว่า

“ครับคนสวน ทำงานบนดิน มันไม่มีเกียรติเหมือนสุภาพสตรีที่ทำงานบนเตียงหรอก”

ซุ่ยฉุนขาดเรียกปราม “นายป้องปก” ถูกเขาจ้องหน้า ก็ตวาดถามว่า “จ้องหน้าฉันทำไม”

“กำลังดูอยู่ว่า นี่คุณโกรธจริงหรือแอ็กติ้ง”

“เฮียป้อง!!!” ซุ่ยโกรธจนเผลอเรียกอย่างเคยปาก เงื้อมือจะทุบ แต่ถูกป้องปกจับมือไว้ มองอย่างประเมิน

“ไม่ต้องเรียกผมซะสนิทสนมก็ได้ ผมไม่อยากสนิทกับคุณ” ป้องปกปล่อยมือ อุทาน “อ้าว...เลอะเลย โทษทีนะ มือเพิ่งโกยปุ๋ยคอกมา รู้จักไหม ขี้วัวน่ะ”

ซุ่ยฮึดฮัดเดินแยกไป ป้องปกทำงานต่ออย่างไม่สนใจ

กลับถึงบ้าน ซุ่ยนอนคิดแค้นป้องปก พึมพำอาฆาต

“จำไว้เลยนะเฮียป้อง ฉันจะจดจำทุกคำที่เฮียด่าฉัน แล้วสักวัน ฉันจะเอาคืนให้สมสาเลย!” แต่พอมองไปรอบๆ เห็นดอกไม้ลอตใหม่ประดับไว้อย่างสวยงามก็หายขุ่นมัว คิดว่ามีผู้ชายจัดมาให้อีกแล้ว เพ้อว่าพระเอกคนไหนนะ ณเดชน์ มาริโอ้ หรือเจมส์จิ เกลือกกลิ้งบนเตียงกับความเพ้อฝันของตน แล้วถ่ายคลิปตัวเองทักทายแฟนคลับ

อยู่ๆก็มีแมสเสจจากเจ๊ซ่าว่า “โอนเงินให้แล้วนะยะ สองแสน”

“โอนเงินมาแล้วสองแสน...สองแสน!! เป็นคนสวยนี่มันช่างหาเงินง่ายจังวุ้ย”

ooooooo

ได้เงินมาสองแสน ซุ่ยเปิดคอมคลิกเข้าเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ต่างๆ ตั้งแต่ค่ำจนสว่าง รุ่งขึ้นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง น้ำหอมและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็วางเป็นกองๆบนเตียง

ซุ่ยลองเสื้อผ้าเครื่องสำอางพลางกินพิซซ่าไปอย่างมีความสุขที่สุดในโลก

“ไม่สวย ไม่รวย ทำไม่ได้อย่างนี้นะเนี่ยยย... ฮะๆๆ”

พลันก็มีเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น เป็นไลน์กลุ่มของออฟฟิศ ซุ่ยจึงนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ออกจากกลุ่ม รีบเปิดดู

“ข่าวด่วน วันนี้คุณรังสิตลาป่วย...” ซุ่ยตกใจทะลึ่งพรวดขึ้นนั่ง “ฮ้า!! คุณรังสิตไม่เคยป่วยนี่ เขาเป็นอะไร?”

แก๊งเม้าท์ประจำออฟฟิศก็เป็นห่วงร้อนใจกันประสาพวกแอบรักคนหล่อ สมบูรณ์ทำทีเอางานไปให้ชฎาเพื่อจะถามว่ารู้ไหมว่ารังสิตป่วย ชฎาตอบเสียงขุ่นว่าตนไม่ใช่เมียรังสิตจะได้รู้ดี พอดีโรสเข้ามา สมบูรณ์ถามชฎาว่าโรสจะรู้ไหม ชฎาชะงักเพราะตัวเองก็อยากรู้เหมือนกัน พอสมบูรณ์ถาม โรสบอกว่าปกติรังสิตไม่เคยป่วย คงนอนพักที่บ้านมากกว่า ชฎามองหน้าขวับ ถามว่าทำไมรู้ มีอะไรกันมากกว่านั้นหรือเปล่า?

ซุ่ยเป็นห่วงรังสิตจนว้าวุ่น วิ่งมาที่รถจะไปเยี่ยมแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่รู้จักบ้านเขา เลยไลน์กรุ๊ปไปว่า

“คุณรังสิตเป็นอะไร มีใครไปเยี่ยมหรือยัง แวนด้าว่างงาน เป็นตัวแทนไปเยี่ยมให้ได้นะ” ไลน์แล้วไม่เห็นมีใครตอบก็ไลน์ต่อ “แต่เราไม่รู้จักที่อยู่บ้านคุณรังสิต ใครบอกเราทีสิ”

“ใครจะโง่ เอาเนื้อไปฝากเสือ เสือหิวด้วย” ชฎาโพล่งอย่างหมั่นไส้ สมบูรณ์เลยไลน์ตอบไปว่า

“เธอลาออกไปแล้ว ก็เหมือนได้ตายจากเราไปแล้ว อย่ามาหลอกหลอนเราอีกเลย” กดส่งแล้วพูดกับพรรคพวกว่า “แล้วจากนั้นก็เตะมันออกจากกลุ่ม ฮ่าๆๆ”

“นี่ลบฉันออกจากกลุ่มเลยหรือ ไอ้!!! เอาไงดี จะถามใครดี” ซุ่ยคิดหนัก

ซุ่ยขับรถพลางโทร.ถามแวนด้าในร่างซุ่ยว่ารู้จักบ้านรังสิตไหม ดักคอว่าเขารู้จักบ้านเธอ เธอก็น่าจะรู้จักบ้านเขา รอฟังคำตอบเห็นเงียบ ถามว่าฟังอยู่หรือเปล่า

“ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะเลิกยุ่งกับซุ่ย” เสียงป้องปกถามมาอย่างไม่พอใจ ซุ่ยตกใจชะงัก ป้องปกพูดฉุนๆว่า “ผมขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะคุณแวนด้า อย่ามายุ่งกับซุ่ยอีก อย่าเอานิสัยและพฤติกรรมแบบคุณมาเปรอะเปื้อนซุ่ย และถ้าครั้งนี้คุณยังไม่เข้าใจ คุณได้เจอผมแน่” พูดแล้ววางสายเลย

ซุ่ยเสียหน้ามากที่ถูกวางสายใส่ พึมพำแค้นว่ารังเกียจตนมากใช่ไหม จะไปอาละวาดที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย แต่กลับเบรกรถเอี๊ยด! ซุ่ยนิ่งไปพักหนึ่งแล้วก็งงตัวเองว่าเบรกทำไม??

ปรากฏว่ารถจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซุ่ยมองไปรอบๆอย่างสำรวจ รู้สึกคุ้นตามาก

“บ้านใคร...เราจะไปบ้านเรา แล้วมาจอดที่นี่ทำไม... เราขับรถมาเองตามสัญชาตญาณของเรา...ไม่ใช่ๆๆ สัญชาตญาณของแวนด้าต่างหาก แล้วนี่บ้านใคร... ฮ้า...หรือว่า...บ้านคุณรังสิต!”

ooooooo

ซุ่ยกดกริ่งหน้าบ้านสองสามครั้ง เห็นคนที่โผล่มาดูคือรังสิต เขาอยู่ในชุดสบายๆ หน้าตายังมีรอยฟกช้ำและบาดแผลอยู่ ซุ่ยดีใจมากเรียกให้เปิดประตู แต่พอรังสิตเห็นแวนด้ามาเขาถามอย่างหงุดหงิดว่ามาทำไมแล้วปิดประตูปิดม่านหมดเลย

รังสิตปิดประตูเงียบ ซุ่ยเป็นห่วงว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่า ถอดรองเท้าโยนข้ามรั้วแล้วปีนเข้าไป ปรากฏว่าประตูบ้านล็อก ก็ยังอุตส่าห์เดินเลาะไปรอบบ้าน เจอหน้าต่างระบายอากาศที่ห้องครัวเปิดอยู่เลยปีนเข้าไป ร้องเรียกรังสิตอย่างตื่นเต้นดีใจ

รังสิตได้ยินเสียงซุ่ยร้องเรียกตนก็ทำหน้าอยากตาย คว้าหมอนอิงมาปิดหน้าตัวเองแน่น

ซุ่ยเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการดูแลรังสิต จัดโน่นทำนี่ราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขา รังสิตไล่ให้กลับไปไม่ต้องมายุ่งกับตนก็ยังตื๊ออยู่ จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น รังสิตมองไปเห็นโรสอยู่หน้าประตู

“คุณโรส” รังสิตตื่นเต้นดีใจ หันมาไล่ซุ่ยให้ออกไปเดี๋ยวนี้ ซุ่ยเองก็ตกใจกลัวประสาคนลักกินขโมยกิน อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงโรสไขกุญแจบ้านเข้ามา ซุ่ยหนีไม่ทันเห็นบันไดเลยไต่บันไดขึ้นไปหลบชั้นบน รังสิตก็แกล้งทำเป็นหกล้มเบนความสนใจของโรส

รังสิตถามโรสว่าทำไมอยู่ๆถึงมาเยี่ยมตน โรสวางฟอร์มบอกว่าพอดีมีประชุมผ่านมาเลยแวะเยี่ยม ของฝากนี่ก็ซื้อจากป้าแก่ๆข้างถนน เพราะสงสาร ทั้งที่อาหารที่ซื้อมาล้วนของดีจากภัตตาคารทั้งสิ้น อ้างว่าทั้งหมดนี้ตนทำเพื่อมนุษยธรรม

“อยู่กินด้วยกันกับผมนะ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้มีประชุมที่ไหนหรอก คุณตั้งใจมาเยี่ยมผม เพราะห่วงผมใช่ไหม”

รังสิตพูดไม่ทันขาดคำเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ซุ่ยแอบดูเห็นเป็นน้ำหวานยืนอยู่ข้างหน้าและแก๊งเม้าท์ชะเง้อกันหน้าสลอนอยู่ข้างหลัง

รังสิตอยากจะเปิดเผยให้ทุกคนรู้ความสัมพันธ์ของตนกับโรส แต่โรสห้ามทันที บอกว่าให้รู้ไม่ได้ เพราะตนบอกที่ออฟฟิศว่าจะไปประชุมลูกค้า ทันใดนั้นน้ำหวานก็ส่งเสียงหวานเข้ามา โรสบอกว่าตนขึ้นไปหลบข้างบนดีกว่า

“หา! ไม่ได้ ชั้นบนไม่ได้” รังสิตตกใจเพราะซุ่ยหลบอยู่ข้างบนแล้ว

โรสไม่ฟังเสียงขึ้นไปชั้นบนอย่างเร็ว ซุ่ยเห็นโรสขึ้นมาก็รีบมุดเข้าใต้เตียง โรสหันรีหันขวางแล้วตัดสินใจโดดขึ้นเตียงชักผ้าคลุมโปงทันที

น้ำหวานกับแก๊งเม้าท์เข้ามาตัดพ้อต่อว่ารังสิตที่ปล่อยให้กดกริ่งอยู่ตั้งนาน สมบูรณ์บอกว่าพวกตนสกัดทางเข้าออกบ้านไว้หมดแล้ว รังสิตบอกตนอยากพักผ่อนให้กลับไปกันเสีย สมบูรณ์บอกให้เขาพักผ่อนเสีย พวกตนจะช่วยจัดการงานในบ้านให้ เบลล่าอาสาปอกผลไม้ให้ ยาย่าจะไปรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน ส่วนน้ำหวานจะไปเอาหมอนข้างบนมาให้เขาหนุน พลางเดินขึ้นบันได

“น้ำหวาน...ไม่ต้อง!!” รังสิตลุก แต่ถูกสมบูรณ์ล็อกตัวไว้กับโซฟา

น้ำหวานขึ้นไปที่ห้องนอนรังสิตกวาดตามองทั่วห้อง ซุ่ยตกใจเห็นโรสคลุมโปงไม่มิด ปลายเท้าโผล่มากลัวว่าถ้าน้ำหวานจับโรสได้ ตนจะซวยไปด้วย เลยค่อยๆ แอบดึงผ้าคลุมไว้มิดชิด

น้ำหวานหันขวับมา เหมือนเห็นสิ่งผิดปกติ ซุ่ยรีบฟุบนิ่งกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ

เบลล่ากับยาย่ากลับเข้ามาบอกสมบูรณ์ว่าไม่เห็นมีใครเลย รังสิตทั้งกลัวถูกจับได้ทั้งโมโหไม่รู้จะทำอย่างไรเลยขู่ว่าถ้าไม่ปล่อยตนพรุ่งนี้จะบอกชฎาว่าพวกสมบูรณ์มาก่อกวนจนไม่ได้พักผ่อนทำให้งานเสีย พูดขึงขังว่า

“ฉันสาบานว่าจะทำทุกอย่างให้คุณชฎาไล่พวกนายออกอย่างเร็วที่สุด!”

ได้ผลชะงัด! สมบูรณ์ปล่อยทันที เบลล่ากับยาย่าบอกว่าหมดเวลาพักเที่ยงพอดี พากันยกมือไหว้ลากลับ

พอแก๊งเม้าท์กลับไป รังสิตเป็นห่วงโรส ตะโกนเรียกน้ำหวานจะให้ลงมา น้ำหวานไม่อยากให้รังสิตขึ้นมารีบล็อกประตูไว้ รังสิตได้แต่เคาะประตูตะโกนเรียกอยู่หน้าห้อง

น้ำหวานมองหาที่ใต้เตียง ถูกซุ่ยถีบหน้าเข้าเต็มๆ ขณะน้ำหวานตกใจงุนงงอยู่นั้น โรสเอาผ้าห่มที่คลุมตัวเองตวัดคลุมหัวน้ำหวานแล้ววิ่งออกไป น้ำหวานสะบัดผ้าห่มออกคาดคั้นรังสิตว่าคนที่วิ่งออกไปคือใคร ถูกรังสิตขวางไว้ปรามว่า

“พอได้แล้วน้ำหวาน ที่นี่บ้านผม จะมีใครอยู่หรือไม่มี มันก็เรื่องของผม เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” น้ำหวานบอกว่ามันถีบหน้าตน รังสิตคาดว่าอาจเป็นกุมารหรือผีเรือนก็ได้ บอกน้ำหวานว่าตนต้องการพักผ่อน แล้วปิดประตู ถอนใจโล่งอก

พอน้ำหวานไป รังสิตหันกลับมาเปิดประตูบานเลื่อนที่โรสเข้าไปซ่อน พอดีซุ่ยเดินลงมา รังสิตแอบส่งสัญญาณให้ซุ่ยกลับขึ้นไปก่อน โรสถามว่าใครอยู่บนห้องนอนเขา รังสิตทำหน้าตายถามว่าน้ำหวานเหรอ?

โรสจับผิดว่าตนได้กลิ่นน้ำหอมชาแนลนัมเบอร์ 5 ที่ไม่ใช่ของน้ำหวานและไม่ใช่ของเขา ถามว่าที่เขาถูกซ้อมมันเกี่ยวข้องกับยัยชาแนลนัมเบอร์ 5 คนนี้ใช่ไหม รังสิตไม่ตอบ กลับถามว่าเธอหึงตนหรือ?

เจอมุกนี้ของรังสิต โรสหมดอารมณ์ เสียฟอร์ม ประกาศอย่างทิฐิว่าต่อไปนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ต้องติดต่อกัน ต่างคนต่างอยู่ เป็นแค่เพื่อนร่วมโลกที่ไม่มีความสำคัญใดๆต่อกันอีก รังสิตกอดอ้อน ถูกโรสผลักออกไป บ่นตัวเองว่าบ้างานเบี้ยวนัดแค่จะไปกินข้าวแล้วถ่ายรูปลงไอจีกับเขาตนก็ยังไม่ยอมให้ทำ โรสรับว่า

“คุณเซ็งมากแค่ไหนฉันรู้ เพราะฉันก็เซ็งตัวเองเหมือนกัน แต่ความเซ็งมันคนละเรื่องกับความซื่อสัตย์ ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ คุณก็พูดคำว่ารักไม่ได้”

“ผมยืนยันได้ว่าผมรักคุณคนเดียวจริงๆนะ

โรส” รังสิตอ้อน ถูกโรสมองอย่างสมเพชแล้วเดินเชิดออกไปเลย

ซุ่ยที่หลบอยู่ข้างบนคิดว่านี่เป็นโอกาสทองของตนที่จะอ่อยจับรังสิตให้ได้ แต่ยิ่งอ่อยยิ่งเอาใจ รังสิตก็ยิ่งรำคาญจนไล่ซุ่ยกลับไปจนได้

ooooooo

ขณะซุ่ยในร่างแวนด้าขับรถกลับบ้านนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ๊ซ่าว่าให้รีบกลับเพราะพ่อมารอที่บ้านนานแล้ว

“พ่อแวนด้าหรือ?” ซุ่ยงงๆ พอไปถึงหน้าบ้านก็ทึ่งเมื่อเห็นรถหรูจอดอยู่ที่บ้านและมีบอดี้การ์ดดูแลความเรียบร้อยอยู่ พอดีเจ๊ซ่าเร่งยิกๆให้รีบมา ซ้ำก่อนเข้าบ้านยังสำรวจความงามของซุ่ยด้วย

ซุ่ยเข้าไปเจอพ่อนั่งรออยู่ ซุ่ยทักทายแบบลูกทักพ่อทั้งๆที่ไม่รู้จัก แต่พ่อมองและทักซุ่ยอย่างสำรวจว่ามีอะไรสึกหรอหรือเปล่า เจ๊ซ่าพาซุ่ยเข้าไปแล้วก็ขอตัวอ้างว่าต้องไปคุยงานใหม่ที่จะให้ซุ่ยแคส

พอเจ๊ซ่าไป พ่อก็แสดงความรักความคิดถึงแวนด้าอย่างมากทั้งกอดจับต้องเนื้อตัวบอกว่าคิดถึงมากถึงได้ส่งดอกไม้มาเปลี่ยนให้ที่บ้านทุกวัน วันนี้ก็ซื้อชุดนักเรียนญี่ปุ่นมาให้บอกว่าอยากให้ใส่ชุดนี้มานานแล้ว ดูสวยน่ารักทำให้พ่อมีชีวิตชีวา พลางดึงเข้าไปบอกว่าพ่อรักลูกนะแล้วจู่โจมจูบปากทันที!
บอดี้การ์ดเข้ามาขัดจังหวะถามว่า “คุณผู้หญิงโทร.มา ท่านจะรับไหมครับ” ซุ่ยแอบได้ยินดีใจคว้าโทรศัพท์ไปบอกว่าจะคุยกับแม่ ถูกพ่อแย่งโทรศัพท์คืน เหวี่ยงซุ่ยออกไปทันที ดุว่า

“ไหนลูกบอกว่าจะไม่ทำให้พ่อเดือดร้อนไงจ๊ะ อยู่เฉยๆดีกว่านะ” แล้วพ่อก็เดินไปคุยโทรศัพท์นอกห้อง ซุ่ยมองตามงงๆสงสัยว่า...อะไรวะพ่อ?? แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่า พ่อคงคิดถึงแวนด้ามาก ถ้าพ่อตนอยู่ก็คงรักซุ่ยมากเหมือนกัน อิจฉาแวนด้าจัง แต่ก็ฉุกคิดว่าพ่อคิดถึงขนาดจูบปากเลยเหรอ?

เมื่อพ่อกลับเข้ามา ซุ่ยชงนมชมพูให้บอกว่าเห็นพ่อว่าอยากดื่ม พ่อชมว่าน่ารักอย่างนี้พ่อคงต้องให้รางวัล อยากได้อะไรให้บอกมา ซุ่ยหูผึ่งถามว่าพ่อมีงบเท่าไร

“งบเท่าไหร่? อืมมม ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย ก็คงแค่บ้านหลังนี้กับรถคันที่ใช้ขับอยู่ล่ะมั้ง มากพอไหม? เอางี้แล้วกัน” พ่อหยิบสมุดเช็คออกมา “หอมละหมื่น อยากได้กี่หมื่นก็หอมพ่อมา”

ซุ่ยทำฟอร์มว่าตนไม่อยากได้เงินมากมายหรอก แต่ก็ระดมหอมๆๆ พอดีลูกน้องพ่อเข้ามาขัดจังหวะทำให้ต้องหยุด พอลูกน้องพ่อออกไป ซุ่ยก็ขอหอมต่อ พ่อปล่อยให้หอม บอกว่าคืนนี้คงไม่ค้างที่นี่ ซุ่ยเลยขอหอมอีกสิบนาที

พอซุ่ยหยุดหอม พ่อเซ็นเช็คให้สามแสน ซุ่ยเห็นตัวเลขดีใจจนกรี๊ดว่า “หนูรวยแล้ว รวยแล้ว!” ซุ่ยกรี๊ดไม่หยุด

เมื่อมาส่งพ่อที่รถ ซุ่ยปะเหลาะว่า “พ่อแวนด้าใจดีที่สุด หล่อ สมาร์ท สปอร์ต ใจดี เริ่ดที่สุด”

ที่มุมลับตาหน้าบ้านนั่นเอง มีใครบางคนซุ่มดูอยู่อย่างประสงค์ร้าย!

ซุ่ยในร่างแวนด้ากำลังดีใจมากกับเงินสามแสนที่ได้จากพ่อ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ๊ซ่าทวงค่าเปอร์เซ็นต์ ซุ่ยบอกว่าเจ๊กินเปอร์เซ็นต์จากการหางานก็พอแล้วนี่เป็นเงินส่วนตัวที่พ่อให้ ตนไม่ยอมแบ่ง พูดแล้ววางสายเลย

“นังแวนด้า หน็อย! นังนี่ปีกกล้าขาแข็ง เดี๋ยว สวยแน่”

ooooooo

ซุ่ยเดินออกมาจะเอาเช็คไปเข้าบัญชี ก็ได้รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ เป็นสายจากเมียหลวงที่โทร.มาด่าซุ่ยที่ปอกลอกผัวตน รู้กระทั่งเช็คสามแสนที่เพิ่งได้จากพ่อ ซุ่ยแปลกใจ แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นชายฉรรจ์สี่คนเดินกร่างเข้ามา

ชายทั้งสี่ตรงเข้าจับซุ่ยอย่างหื่น ซุ่ยตกใจหนีขึ้นชั้นบนหมายโทรศัพท์ให้พ่อช่วย แต่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นมาทุบประตู ซุ่ยเห็นท่าไม่ดีปีนระเบียงหนี พอมันเข้าห้องไม่เห็นซุ่ยมันบอกกันว่าหนีไปแล้ว พอดีเห็นซุ่ยกระโดดลงไปจากระเบียง มันพากันวิ่งไล่ซุ่ยไปทันที

ซุ่ยขับรถหนี ถูกมันขี่มอเตอร์ไซค์ตาม ซุ่ยขับรถหนีไปที่บ้านตนเจอป้องปกขับรถกระบะสวนออกมาจนเกือบชนกัน กลุ่มชายฉกรรจ์จะไปลากตัวซุ่ยออกมา ถูกป้องปกเข้าขวาง เขาถูกมันที่มีคนมากกว่ารุม แต่โชคดีที่คมน์ในชุดตำรวจถือปืนเข้ามา พวกชายฉกรรจ์จึงพากันหนีไป

ซุ่ยรู้สึกเหมือนรอดตาย ลงจากรถจะไปหาป้องปกแต่ถูกคมน์ตัดหน้าปลอบโยนเรียกขวัญ ป้องปกได้แต่ยืนมองห่างๆเมื่อซุ่ยหายตระหนกแล้ว ป้องปกถามว่าเธอไปทำอะไรถึงถูกพวกนั้นตามล่า ซุ่ยเล่าว่ามันหาว่าตนแย่งสามีคนอื่น เล่าเรื่องพ่อและเงินที่ได้จากพ่อให้ฟัง

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 5 วันที่ 13 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ