อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/3 วันที่ 25 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/3 วันที่ 25 เม.ย.59

“ได้ยินคำตอบแบบนี้ สาวๆ คงใจชื้นขึ้นมาหน่อย เดี๋ยวพักกันซักครู่แล้วกลับมาดูว่าหนุ่มโสดในฝันคนนี้บริหารชีวิตยังไงถึงได้ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขนาดนี้”

มิรันตรีสยองทันทีเมื่อได้ยินคิวปิดเบรค ยิ่งเมื่อมองไปบนเวทีแล้วเห็นชยากรมองมาที่เธอ มิรันตรีก็รีบรัวกดโทรอีก
มือถือของศตวรรษที่วางไว้เบาะข้างๆ ที่หน้าจอเห็นเป็นชื่อมิรันตรีโทรมา แต่เพราะศตวรรษปิดเสียงไว้จึงไม่ได้ยิน
ศตวรรษกำลังขับรถมาในหุบเขาที่ค่อนข้างร่มรื่น โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังมีรถของอนุศนิยาขับตามมา
ในรถของอนุศนิยา หญิงสาวนั่งอยู่เบาะหลังแล้วจับตามองไปที่รถของศตวรรษ “ตามไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะจอด”

ระหว่างพักเบรกจากการถ่ายทำ ชยากรออกจากฉากมากดดันมิรันตรี “รู้รึยังว่าไอ้หมอคนนั้นมันพักที่เดียวกับนุศรึเปล่า”
“คุณวรรษยังไม่รับสายมิเลย”


“ก็หาวิธีอื่นสิ เป็นนักข่าวประสาอะไร เรื่องแค่นี้ก็ไม่มีปัญญาสืบ”
มิรันตรีสะดุ้งที่ถูกชยากรวีนใส่ แต่พอมีทีมงานผ่านมา ชยากรก็เก๊กหน้าได้เนี้ยบมาก มิรันตรีเอือมระอาที่ชยากรเอาแต่อารมณ์ร้ายใส่เธอคนเดียว

ศตวรรษจอดรถแล้วเดินเข้าไปในอาคารพร้อมกับอาจารย์ที่มารับ รถของอนุศนิยาเพิ่งขับตามมาจอดตอนที่เห็นหลังศตวรรษเดินเข้าไปไวๆ อนุศนิยารีบลงมาจากรถ “มิสเตอร์ทาเคดะมาทำอะไรที่นี่”

ชยากรถ่ายรายการจบแล้วก็ออกมาที่ห้องแต่งตัว เขาพยายามกระชากเนคไทออกด้วยความหงุดหงิด “จนป่านนี้ยังไม่ได้เรื่อง ถ้าไม่ต้องมาถ่ายรายการบ้านี่ ป่านนี้ฉันตามนุศไปถึงเชียงรายนู่นแล้ว”
มิรันตรีพยายามจะเอาใจชยากรให้อารมณ์เย็นลง เลยช่วยเข้าไปถอดเนคไทให้ “ใจเย็นๆ ก็ได้ ทำยังกะนุศถูกพรากผู้เยาว์ ต่อให้เขาสองคนไปเจอกันก็ไม่เห็นเป็นไร”
“ผู้ชายคนนั้นมันตั้งใจจับนุศถึงได้ตามนุศไป ชัดเจนขนาดนี้แล้ว เธอว่ามันจะปล่อยนุศให้หลุดมือไปอีกเหรอ”
“หมอเขาก็เป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่จับนุศปล้ำหรอกน่า แล้วนุศก็ไม่ได้หงิมขนาดจะเสร็จใครง่ายๆ ด้วย”
“ในเมื่อรู้เจตนา เราก็ไม่ควรเปิดโอกาสให้มันได้ไปอยู่ใกล้ๆ นุศ”
“นี่ตกลงอาจะหึงไปถึงไหน อาคิดว่าจะลงเอยกับหลานตัวเองได้จริงๆ เหรอ”
“ถึงฉันไม่มีสิทธิ์สมหวัง ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นจะมีสิทธิ์แย่งนุศไป”
“ถามจริงๆ ว่านุศเขาเล่นด้วยกับอารึเปล่าเหอะ มิไม่เห็นว่าเขาจะแสดงออกว่ามีใจให้อาตรงไหน”
แต่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าไมค์ wireless ที่ยังเปิดอยู่ จนทำให้บทสนทนาที่เถียงกันอยู่นี้ได้ยินไปถึงฝ่ายเสียงในสตูดิโอถ่ายรายการ พอทีมงานกำลังได้ยินสิ่งที่ชยากรพูดทั้งหมดก็พากันตื่นเต้นจึงได้กวักมือชวนคนอื่นๆ มาฟัง
“ถึงนุศไม่พูดออกมาตรงๆ แต่เราก็รู้ว่าเรารักกัน”
“แล้วแน่ใจเหรอที่บ้านอาเขารับได้ที่เห็นอากับหลานรักกันแบบนี้”
ทีมงานยิ่งฟังยิ่งสะพรึง จึงพากันลุ้นหวังจะได้ยินอะไรที่ชวนระทึกไปกว่านี้
ใบหน้าของชยากรอ้ำอึ้งกับสิ่งที่มิรันตรีถาม “ก็เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เราถึงได้ไม่บอกใคร แล้วก็ทำหลอกตัวเองว่าเป็นแค่อากับหลานเพื่อถนอมน้ำใจใครต่อใครที่ไม่เคยเห็นใจเราสองคนเลย”
“มิว่ามันจะไปกันใหญ่ อาตั้งสติ แล้วคิดถึงความถูกต้องก่อนดีไหม นุศจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปยังไง ไม่มีใครรับได้หรอกค่ะกับเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้”
ชยากรลำบากใจที่จะบอกเรื่องที่ตนเองอาจไม่ใช่อาแท้ๆ ของอนุศยา “มันอาจจะไม่ได้ผิดศีลธรรมก็ได้...ถ้า....”
มิรันตรีเอ่ย “...ถ้าความจริงแล้วอาไม่ได้เป็นอาแท้ๆ ของนุศ” ชยากรนิ่งเพราะรู้อยู่แก่ใจดี เพียงแต่ไม่กล้าที่จะบอกให้คนนอกอย่างมิรันตรีรับรู้ “แต่เราก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นมิว่าอาทำตัวให้อยู่ในขอบเขตเถอะค่ะ เพราะไม่งั้นคนที่จะทุกข์ที่สุดจะไม่ได้มีแค่อา แต่บาปจะไปตกที่นุศแล้วก็ทุกคนในวงศ์ตระกูลของอาด้วย”
ชยากรรู้สึกอึดอัดใจ

ชยากรกับมิรันตรีเดินออกมาที่หน้าตึกที่มีรถตู้มาจอดรอรับอยู่ ทีมงานที่เดินผ่านมาต่างพากันมองทั้งคู่ด้วยสายตาแปลกๆ แต่ทั้งชยากรและมิรันตรีไม่ทันสังเกตเห็นปฏิกิริยาของคนพวกนั้น
มิรันตรีเดินตรงมาที่รถตู้แต่ชยากรเดินแยกออกไปอีกทาง มิรันตรีรีบเรียกไว้ “จะไปไหน ยังไม่หมดคิวโปรโมทของวันนี้เลยนะ”
ชยากรทำหน้าเอือมระอา ไม่อยากจะไปต่อแล้ว “ฉันไม่เห็นว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดตรงไหน ทำไมฉันยังจะต้องรักษาสัญญากับเธอด้วย”
“กลับขึ้นรถเลย มิรับปากว่ามิจะช่วยแยกหมอกับนุศให้” ชยากรตกใจที่มิรันตรีเปลี่ยนใจมาช่วย มิรันตรีเห็นประกายตาของชยากรแล้วก็รีบออกตัว “ที่ช่วยนี่ไม่ได้เพราะเห็นแก่ความรักของอา แต่ช่วยเพราะห่วง กลัวนุศจะถูกยายโสมแหกอกเอา” มิรันตรีเดินกลับไปที่รถ
ชยากรยอมเดินตามมาที่รถด้วย
ศตวรรษเดินออกมาจากตึกหลังจากเลคเช่อร์เสร็จ
อาจารย์คนเดิมรีบวิ่งตามศตวรรษออกมา “อาจารย์ครับ.... มีผู้ป่วยสมองตายที่สกลนคร ทางศูนย์เลยโทรมาเช็คความพร้อม เด็กที่แม่สลองมีโอกาสจะเปลี่ยนไตคืนนี้ แต่ทีมหมอที่โรงพยาบาลอยู่ไม่ครบ พอทางนั้นรู้ว่าอาจารย์มาอยู่ที่นี่ เลย....”
ศตวรรษรีบตอบทันทีโดยไม่ลังเล “ตกลงครับ ผมจะดูเคสนี้ให้ ตอบกลับไปว่าเราขอรับสิทธิ์บริจาคไตให้คนไข้ได้เลย”
อาจารย์ทำหน้าตื้นตันมากเมื่อรู้ว่าศตวรรษพร้อมที่จะช่วยให้เต็มที่ จากนั้นศตวรรษและอาจารย์คนนั้นก็เดินไปที่รถด้วยกัน
อนุศนิยากำลังรออยู่ที่สนามหญ้าอีกด้าน คนขับรถรีบมาตามเมื่อเห็นว่ามีคนกลับมาที่รถ “นั่นเขาออกมาแล้วครับ”
อนุศนิยาเห็นศตวรรษกำลังจะออกรถไปโดยมีอาจารย์ยืนส่งอยู่ เธอเสียดายที่ไปดักไม่ทัน “งั้นก็ตามเขาไปก่อน”
อนุศนิยารีบกลับไปที่รถพร้อมกับคนขับ เพื่อที่จะขับตามรถของศตวรรษออกไปโดยยังไม่เฉลียวใจเลยว่าไม่ใช่มิสเตอร์ทาเคดะอย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้

ศตวรรษรีบขับรถตาม GPS ขึ้นเขาไปบนดอยเพื่อจะมุ่งหน้าไปรับผู้ป่วยที่จะไปรับการเปลี่ยนไต
ในรถอีกคันรถของอนุศนิยาก็ขับตามมาด้วย อนุศนิยาเริ่มแปลกใจเมื่อเห็นว่ารถกำลังมุ่งขึ้นดอย “จะไปไหนของเขา”
รถของอนุศนิยาเริ่มไม่มีกำลัง ขับขึ้นไปไม่ไหว จนในที่สุดเครื่องก็ดับลงดื้อๆ “อ้าว... “
คนขับรถพยายามที่จะสตาร์ทรถใหม่แต่ก็สตาร์ทไม่ติด อนุศนิยามองรถของศตวรรษขับพ้นสายตาไปอย่างเสียดาย

โสมมิกาวีนแตกอยู่อยู่หน้าจอมอนิเตอร์ของกองถ่าย “เรื่องอะไรมาถามหาผู้ชายของฉัน จะมาสอดแนมให้ฝั่งโน้นเหรอยะ”
ปลายสายอีกฝั่ง เห็นมิรันตรียืนรอคำตอบอยู่กับชยากรที่หน้าสถานีวิทยุ “ฉันรู้นะว่าหมอไปเชียงราย แต่แค่จะถามว่าอยู่โรงแรมไหน คุณติดต่อหมอได้บ้างรึเปล่า”
“ตอนโทรไปโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ฉันยังไม่ได้คุยกับเขา“
“แล้วบอกได้รึเปล่าล่ะว่าคุณวรรษเขาพักอยู่ที่ไหน”
ชยากรเห็นโสมมิกายึกยักไม่ยอมบอก ก็ตัดสินใจคว้ามือถือจากมิรันตรีมาขู่โสมมิกาเอง “ที่ถามเนี่ยไม่ใช่อะไร เพราะเรากำลังสงสัยว่าแฟนโสมแอบตามนุศไป”
โสมมิกาตกใจมาก นั่งไม่ติดทันที “อะไรนะ!! อนุศนิยาอยู่กับวรรษงั้นเหรอ?”
“ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ด้วยกันรึเปล่า เป็นแฟนกันซะเปล่า โดนเขาหลอกก็ยังไม่รู้”
โสมมิกาหน้าซีดเผือด รับไม่ได้เมื่อรู้ว่าศตวรรษตั้งใจหลอกเธอ
อนุศนิยาออกมายืนรอคนขับพยายามซ่อมรถที่จอดอยู่ คนขับรถเงยหน้าขึ้นมาจากตัวเครื่อง แล้วบอกาหน้าจ๋อยๆ “สงสัยจะไปต่อไม่ไหวแล้วครับ”
“งั้นฉันจะเดินขึ้นไปรอบนนั้น คุณก็จัดการเรื่องรถให้เรียบร้อย แล้วตามขึ้นไปรับฉันที่นั่น” อนุศนิยาพูดจบก็รีบเดินขึ้นต่อไป ปล่อยคนขับรถไว้ที่เดิมตรงนั้น
ที่เบาะหลังของรถ อนุศนิยาลืมมือถือไว้ มือถือนิ่งสนิทเพราะไม่มีสัญญาณแต่อย่างใด

ชยากรเข้าไปนั่งอยู่กับดีเจสาวแตกสองคนในรายการเพื่อโปรโมทโครงการแชริตี้หนุ่มโสด มิรันตรียืนอยู่กับโคโปรแกรมอีกฟากหนึ่งของกระจก
“แหม...วันนี้โชคดี มีหนุ่มหล่อขั้นเทพมาเยี่ยมถึงรายการ”
“แถมยังติดอันดับหนุ่มโสดแซ่บประจำปีของเว็บบางกอกเซเลบด้วย หนุ่มแต่ละคนที่เขาเลือกมานี่แซ่บจริงอะไรจริง เดี๊ยนรับประกัน“
“แต่เอ๊ะ...จะโสดจริงไหมนั้น อันนี้ต้องถามคุณชยากรด้วยนะคะว่าโสดสนิทแน่รึเปล่าคะ”
“เท่าที่รู้ผมก็โสดอยู่นะครับ”
“แหม่... อย่ามา... ข่าวเม้าท์สดๆ ร้อนๆ เขาว่ากันว่าคุณเป็นพวก “แอบ” ใช่ไหมล่ะ”
“เอ่อ”
“แอบไม่แอบก็มาฟังคลิปแซ่บเอาแล้วกัน“
โคโปรแกรมเปิดคลิปเสียงออกมาให้ทุกคนฟัง เป็นเสียงที่อัดไว้จากในสตูดิโอเมื่อเช้านี้
“นี่ตกลงอาจะหึงนุศไปถึงไหน อาคิดว่าจะลงเอยกับหลานตัวเองได้จริงๆ เหรอ”
“ถึงฉันไม่มีสิทธิ์สมหวัง ก็ไม่ได้แปลว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นจะมีสิทธิ์แย่งนุศไป”
“ถามจริงๆ ว่านุศเขาเล่นด้วยกับอารึเปล่าเหอะ มิไม่เห็นว่าเขาจะแสดงออกว่ามีใจให้อาตรงไหน”
มิรันตรีตกใจทันทีที่ได้ยินว่ามีคนเอาสิ่งที่เธอกับชยากรทะเลาะกันเมื่อครู่มาเผยแพร่ ชยากรช็อคมาก มิรันตรีรีบพยายามสั่งห้ามโคโปรแกรมให้หยุดเสียงไว้ทันที

อังกาบกำลังเปิดรายการวิทยุคลื่นนั้นให้นันทพลฟังหลังจากที่รู้ว่าชยากรจะไปให้สัมภาษณ์วันนี้ ทั้งคู่ยังได้ยินคลิปเสียงอยู่
“ถึงนุศไม่พูดออกมาตรงๆ แต่เราก็รู้ว่าเรารักกัน”
“แล้วแน่ใจเหรอที่บ้านอาเขารับได้ที่เห็นอากับหลานรักกันแบบนี้”
สีหน้าของนันทพลช็อคมากที่ได้ยินชยากรพูดประจานตัวเองออกมาแบบนี้
“ก็เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เราถึงได้ไม่บอกใคร แล้วก็ทำหลอกตัวเองว่าเป็นแค่อากับหลานเพื่อถนอมน้ำใจใครต่อใครที่ไม่เคยเห็นใจเราสองคนเลย”
อังกาบรู้สึกผิดมากจึงรีบปิดเสียงวิทยุทันที
มิรันตรีจัดการหยุดเสียงคลิปนั้นไว้ได้ ดีเจทั้งสองคนฟังแล้วคันปากอยากเม้าท์ทันที
“หลักฐานมัดตัวชัดๆ ว่าคุณแอบรักหลานตัวเองจริงๆ“
“เอ...ว่าแต่เสียงในคลิปนั่น ใช่คุณชยาจริงรึเปล่าน๊า”
“คุณผู้ฟังลองหลับตาแล้วพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันนะคะว่าเสียงในคลิปนั้นใช่เสียงคุณชยาจริงๆไหม? “ ดีเจหันไปถามชยากร “ตกลงว่าไงคะอาขา? “
ชยากรตัดสินใจไม่ตอบ ไม่พูดอะไรออกไปอีก ลุกขึ้นแล้วถอดหูฟัง มิรันตรีเห็นแล้วสงสารชยากรมากที่กำลังโดนเอาประจานกลางอากาศแบบนั้น
“อ้าว...ตายๆ คุณอาเกิดเป็นใบ้กะทันหัน”
“เห็นไหมล่ะฉันว่าแล้วว่าความโสดไม่มีอยู่จริง “
ชยากรลุกออกจากห้องมา ดีเจสองคนพากันแตกตื่นต้องช่วยกันรีบแก้ปัญหา
“ระหว่างที่คุณชยาพักไปกลั้วคอ ไหนๆ มาดูทวีตที่ทางบ้านส่งมาเม้าท์กันหน่อยซิ”
“ไอ้อาโรคจิต อย่าให้เจอ...อุ๊ยตาย...ตาย..ตาย พวกโลกสวยเจ้าค่ะ สงสัยมูลนิธิเพื่อนหญิงส่งมา....”

ชยากรกับมิรันตรีออกมาวีนโคโปรแกรมที่หน้าห้องจนเสียงดัง “คุณเอาคลิปเสียงนั่นมาจากไหน ใครอนุญาตให้คุณเอามาเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมมีสิทธิ์ฟ้องคุณด้วยนะ เตรียมตัวเอาไว้เลย”
“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะอา” มิรันตรีรีบลากชยากรออกมาก่อนที่ชยากรจะแสดงอาการประจานตัวเองหนักกว่าเก่า มิรันตรีพาชยากรมาสงบอารมณ์ที่มุมหนึ่ง “ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นเสียงเรา อาชยาอย่าเพิ่งร้อนไปตามเกมเขา”
“แต่นั่น...มันทำฉันเสียหาย พวกเขาได้ยินที่เราคุยกันได้ยังไง...เพราะเธอ...มิรันตรี เพราะเธอคนเดียว ทุกอย่างถึงเป็นอย่างนี้!!” ชยากรโกรธมากเดินหนีไป
ทิ้งให้มิรันตรีรู้สึกผิดที่ทำให้เรื่องทุกอย่างบานปลายมาขนาดนี้ “โอย ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้ ฮึ่ย!!”

ที่โกดังสินค้า Casa Studio จีน่าเปิดคลิปสนทนาของชยากรให้อนุกรฟัง สองคนมาหลบมุมสวมหูฟังจากมือถือ
“นี่แปลว่าเป็นอย่างที่คนเขาเม้าท์กันจริงๆ เหรอคะ”
อนุกรรู้สึกสะใจขึ้นมาทันที “สมน้ำหน้า โดนสาวไส้ซะบ้างก็ดี”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/3 วันที่ 25 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ