อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/4 วันที่ 26 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/4 วันที่ 26 เม.ย.59

ที่โกดังสินค้า Casa Studio จีน่าเปิดคลิปสนทนาของชยากรให้อนุกรฟัง สองคนมาหลบมุมสวมหูฟังจากมือถือ
“นี่แปลว่าเป็นอย่างที่คนเขาเม้าท์กันจริงๆ เหรอคะ”
อนุกรรู้สึกสะใจขึ้นมาทันที “สมน้ำหน้า โดนสาวไส้ซะบ้างก็ดี”
“แบบนี้ที่บ้านคุณเล็กจะรับกันได้เหรอคะ”
พอได้ยินอย่างนั้น อนุกรก็คิดว่าจะต้องรีบเอาไปแฉให้ทุกคนฟังโดยด่วน

อนุกรรีบไปเปิดไฟล์เสียงให้บรรดาอาๆ ทันที ทุกคนพากันรับไม่ได้เมื่อได้ยินชยากรบอกออกมาตรงๆ ขนาดนั้น
นนทิยาหนักใจ “แบบนี้เค้าก็รู้กันหมดสิว่าเราตั้งใจจับยายนุศย้อมแมวขาย”


นาวิกาเปรย “ฉาวโฉ่ขนาดนี้ คงไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนเขาอยากแต่งกับนุศแล้วล่ะ”
นุดีโวย “หมดกัน แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลป่นปี้กันหมดคราวนี้”
อนุกรได้ทีรีบเสี้ยม “ขืนปล่อยให้ผู้บริหารมีข่าวฉาวๆ พนักงานก็เลิกนับถือกันพอดี”
นุดีรีบหาพวก “มาถึงขนาดนี้ เราต้องให้คุณพี่จัดการขั้นเด็ดขาด... ถ้าติดที่เราเป็นผู้หญิง ตาเล็กก็กลับมาแล้วนี่ ดันเล็กไปแทนดีไหม”
“ผมรับรองว่าจะไม่ก่อเรื่องอื้อฉาวอย่างพี่นุศแน่” อนุกรกับนุดีมองหน้าอย่างรู้กัน
พี่น้องคนอื่นๆ ทำหน้าเอือมเพราะรู้ดีว่าอนุกรห่วยแค่ไหน
นาวิกาอยากรู้ “พี่นันว่ายังไง? คิดว่าพี่พลจะกล้าปลดสองคนนั้นไหม”
นันทนาไม่ตอบ กำลังใช้ความคิดว่าควรจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ให้ศตวรรษขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยครอบครัวในตอนนี้ ทุกคนพากันแปลกใจที่เห็นหัวโจกอย่างนันทนากลับเงียบไป

อนุศนิยาเดินหอบมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นรถของศตวรรษจอดอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน หญิงสาวคิดว่ามิสเตอร์ทาเคดะแวะมาที่หมู่บ้านนี้แน่ๆ เธอพยายามหา แต่ก็เห็นว่ามีบ้านอยู่หลายหลัง
พอมีเด็กๆ วิ่งเล่นผ่านมา อนุศนิยาก็รีบเรียกไว้ “หนู...เห็นมีคนญี่ปุ่นผ่านมาแถวนี้มั่งมั้ย”
เด็กๆ ส่ายหน้าแล้วไปวิ่งเล่นกันต่อ อนุศนิยาตัดสินใจเดินไปสำรวจดูตามบ้าน แล้วก็เจอว่าที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านยกใต้ถุนสูง มีรองเท้าคู่หนึ่งถอดไว้อยู่ ดูแล้วรู้แน่ว่าไม่ใช่รองเท้าของชาวบ้านที่นั่น อนุศนิยาดีใจ รีบแอบไปสอดส่องดูว่าทาเคดะไปทำอะไรบนนั้น
อนุศนิยาแอบเข้าไปสอดส่องตรงบันได มองไปภายในบ้านเห็นเพียงแต่ด้านหลังของทาเคดะ แล้วเธอก็เห็นเด็กดอยซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโผเข้ามากอดทาเคดะที่นั่งอยู่ ส่วนแม่ของเด็กที่อยู่บนบ้านก็ร้องไห้โฮจนเสียงเล็ดลอดมา
อนุศนิยาแปลกใจมากที่ดีไซน์เนอร์คนดังมาขลุกอยู่กับชาวบ้านแบบนี้ แต่แล้วก็เจอสิ่งที่ช็อคกว่า
“เราคงต้องรีบไปกันตอนนี้แล้วนะ”
อนุศนิยาอึ้งเมื่อได้ยินเสียงเหมือนทาเคดะพูดภาษาไทย ศตวรรษจูงมือลูกสาวบ้านนั้นออมา อนุศนิยาช็อคมากที่เห็นว่าคนที่เธอตามมาทั้งวันคือ ศตวรรษ!! “เอ๊ะ...” อนุศยางงจนลืมตัวว่าอยู่บนบันได เธอตกบันไดพรวดลงไปที่พื้นด้านล่าง
ศตวรรษตกใจเหมือนเห็นอะไรผ่านไปแว๊บๆ อนุศยานั่งโอดโอยอยู่ที่พื้น ศตวรรษรีบลงมาจากบ้านเพื่อมาช่วย แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอนุศนิยา “คุณ!!”
ศตวรรษลงมายืนมองอนุศนิยา งงมากที่เห็นเธอที่นั่น ทั้งคู่ถามออกไปพร้อมกัน “คุณมาได้ไง?”
ไม่มีใครตอบใคร ผู้ใหญ่บ้านกับแม่เด็กและเด็กดอยซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงชาวเขาสัญชาติไทย อายุประมาณ 11 ปี ลงมาจากบ้าน ทุกคนแปลกใจที่เห็นคนแปลกหน้าอยู่ตรงนั้น
“มาหาใครจ๊ะ”
“พอดีตามเขามา” อนุศนิยาชี้ไปที่ศตวรรษ
ศตวรรษงงมาก แต่ก็ไม่อยากจะเสียเวลา “เราต้องรีบไปกันแล้วครับ ถ้าผ่าเอาไตออกมาแล้ว เราต้องเอาไตมาเปลี่ยนให้ทันภายใน 24 ช.ม.” ศตวรรษรีบพาแม่เด็กกับลูกสาวไปที่รถของเขา
อนุศนิยางุนงง รีบเดินตามไปถามผู้ใหญ่บ้าน “มีอะไรกันเหรอคะ”
“เราเพิ่งได้ไตมา หมอจะรีบพาไปเปลี่ยนไต”
อนุศนิยาได้ยินอย่างนั้นก็อดตื่นเต้นด้วยไม่ได้ เธอรีบกระเผลกตามศตวรรษไป “คุณ...คุณ...เดี๋ยวฉันไปด้วย”

นาฬิกาบนหน้าปัดรถบอกเวลา 15.30 น. อนุศนิยานั่งรถมาคู่กับศตวรรษ ในขณะที่แม่เด็กนั่งกอดลูกสาวให้กำลังใจ เพราะเด็กไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องผ่าตัดกะทันหันขนาดนี้
“เราจะไปรอไตที่ทางกรุงเทพส่งไปให้ที่เชียงใหม่ คุณจะลงตรงไหน? ผมไม่มีเวลาไปส่งคุณที่โรงแรมหรอกนะ โรงแรมนั้นมันอยู่คนละทาง”
“คุณรู้ด้วยเหมือนกันเหรอว่าเราอยู่โรงแรมเดียวกัน”
ศตวรรษพยายามตัดบท “ผมจะส่งคุณลงตรงทางขึ้นดอยนี่แล้วกัน”
อนุศนิยาหันไปมองสองแม่ลูกที่กอดกันแน่นแบบนั้นก็รู้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ “ฉันจะไปกับคุณด้วย “
“ได้ยินชัดรึเปล่า ผมบอกว่าผมจะไปเชียงใหม่”
“ฉันอยากรู้ว่าเขาเปลี่ยนไตกันยังไง ขอฉันไปกับคุณเลยก็แล้วกัน”
ศตวรรษไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมอนุศนิยาถึงอยากจะไป เขาหันไปเห็นอนุศนิยาหันไปจ้องสองแม่ลูกเขม็ง ก็เริ่มไม่ไว้ใจ เขาแอบกระซิบกับหญิงสาวแบบให้ได้ยินกันสองคน “คงไม่ได้วางแผนขโมยไตไปให้พ่อคุณอยู่หรอกนะ”
“นี่...ฉันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนะ”
“เลวร้ายยิ่งกว่านี้ผมก็เคยเห็นคุณเป็นมาแล้ว”
อนุศนิยาค้อนใส่ศตวรรษ รถของศตวรรษขับผ่านรถของอนุศนิยาที่ยังจอดเสียไว้อยู่ที่เดิม แต่มีรถคันใหม่ขับขึ้นมารับคนขับรถไป คนขับรถขึ้นรถอีกคันมุ่งหน้าขึ้นดอยไป สวนกันกับอนุศนิยาพอดี

นาฬิกาบนหน้าปัดรถบอกเวลา 17.00 น. ทุกคนกำลังแข่งกับเวลา ศตวรรษขับรถพร้อมกับคุยสายกับทางโรงพยาบาลไปด้วย “ตอนนี้ผมอยู่ระหว่างทางพร้อมกับคนไข้ คิดว่าน่าจะไปถึงไม่เกินสองทุ่ม รู้รึเปล่าว่าไตจะขึ้นเครื่องบินออกมาจากกรุงเทพฯ กี่โมง? ...... ถ้างั้นก็คงต้องผ่าตัดกันหลังเที่ยงคืนคืนนี้ ... โอเค แล้วไว้เจอกันครับ” ศตวรรษวางสายลง อนุศนิยาแอบมองศตวรรษอย่างทึ่งๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ศตวรรษส่งโทรศัพท์ให้กับอนุศนิยา “เพื่อนคุณโทรมา ไม่รู้ว่ามีอะไร ผมเห็นเขาโทรจิกผมตั้งแต่เช้าแล้ว”
อนุศนิยาเอาโทรศัพท์ของศตวรรษมารับสายแทน “มิว่าไง”
มิรันตรีที่โทรมาจากสำนักพิมพ์ มิรันตรีตกใจมากที่ได้ยินเสียงอนุศนิยา “นุศอยู่กับคุณวรรษจริงๆ”
“เจ้าตัวเขากำลังขับรถ มีอะไรจะบอกเขารึเปล่า”
“นุศ....นี่นุศรู้รึเปล่าว่าทำไมเขาถึงไปโผล่ที่นั่น ฟังให้ดีนะ อานันของนุศน่ะพยายามจะจับคู่นุศกับเขา ก็เลยวางแผนให้นุศกับคุณวรรษไปบังเอิญเจอกัน ก็คงคล้ายๆ ที่จับนุศไปดูตัวกับผู้ชายพวกนั้น” อนุศนิยาตกใจที่รู้ว่าที่จริงแล้วทุกอย่างเป็นแผน เธอเหลียวไปมองหน้าศตวรรษทันที แต่ศตวรรษกำลังมีสมาธิกับการทำเวลาจึงทำให้อนุศนิยาไม่อยากทำลายสมาธิเขาตอนนี้ หญิงสาวได้แต่ฟังมิรันตรีพูดไปโดยไม่ตอบโต้อะไร “ตอนนี้กลายเป็นนุศกำลังจะแย่งคุณวรรษมาจากโสมจริงๆ แล้วนะ โสมรู้เรื่องนี้แล้ว แล้วก็ปรี๊ดมากด้วย มิถึงได้มาเตือนนุศให้รู้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคุณวรรษเขารวมหัวกับอานันด้วยไหม”
อนุศนิยาสับสน แต่ยังไม่อยากเก็บมาคิด “เข้าใจละ ไม่ต้องห่วงนะ นุศจะระวังตัว ขอบใจมิมาก”
อนุศนิยาวางสายลง แล้วก็เห็นโสมมิการัวส่งแชทไลน์มาจิกศตวรรษอยู่ตลอด อนุศนิยาเห็นแล้วรู้ตัวว่าคงจะกำลังเกิดเรื่องยุ่งแน่ แต่เมื่อเธอหันไปเห็นทุกคนในรถกำลังอยู่ในนาทีชีวิตก็ทำให้อนุศนิยาไม่อยากจะใส่ใจปัญหาไร้สาระพวกนี้

ชยากรกลับเข้าบ้านมา เจอนันทพลกับอังกาบนั่งรออยู่ พอเห็นสีหน้าของสองคนนั้น ชยากรก็รู้ว่าต้องเป็นเพราะเรื่องคลิปเสียงในรายการวิทยุวันนี้แน่
นันทพลซัก “บอกมาซิว่าไอ้คลิปนั่นมันคืออะไร”
“ผมไม่รู้ว่าเขาไปอัดเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหน”
“ใจคอแกจะทำให้บ้านเราเสื่อมเสียไปถึงไหน?”
อังกาบแทรกขึ้น “ชยา...เมื่อไหร่ลูกถึงจะคิดได้ นุศเขาเป็นหลานลูกนะ”
“แกไม่เคยคิดจะยับยั้งชั่งใจ คิดบัดสีกับนุศอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ได้ยังไง ใจคอแกจะลากนุศลงไปนรกกับแกให้ได้ใช่ไหม”
“ก็ผมรักนุศนี่ครับ รักด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่คิดด้วยว่ามันบาปตรงไหน”
อังกาบเสียใจมาก “ชยา.. ทำไม” อังกาบร้องไห้
ชยากรรู้สึกผิด “ผมขอโทษครับแต่ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้ จะหาว่าผมเลวก็ได้ แต่ผมมั่นใจว่าไม่มีใครรักนุศเท่าผมอีกแล้ว”
“ไอ้ชยา!!แกรู้รึเปล่าว่าแกกำลังทำร้ายลูกสาวฉัน ชื่อเสียงของยายนุศจะต้องพังเพราะแก!!”
“ก็เพราะมัวแต่ห่วงชื่อเสียง พี่พลถึงได้พยายามยัดเยียดนุศไปให้ใครต่อใคร ทั้งๆที่ผู้ชายพวกนั้นไม่ได้รักนุศอย่างที่ผมรัก”
“เลิกอ้างว่าแกรักนุศซะที!! บนโลกนี้มีแต่แกคนเดียวที่รักนุศรึไง? ฉันก็รักลูกฉัน แล้วฉันก็มั่นใจว่าสุดท้ายนุศต้องเลือกพ่อบังเกิดเกล้าอย่างฉันมากกว่าคนเนรคุณอย่างแก”
“พี่พลจะเอานุศออกไปจากชีวิตผมไม่ได้”
“อย่ามาโทษฉัน สิ่งที่แกทำต่างหากที่จะผลักนุศออกมาจากแกเอง”
ชยากรมองนันทพลอย่างผิดหวังที่เห็นนันทพลพยายามจะกีดกันความรักของเขา
ชยากรเข้ามาในห้องนอนอย่างเหนื่อยล้า คิดหาทางว่าจะสู้หน้าอนุศนิยาอย่างไร ถ้าหากว่าอนุศนิยาได้ฟังความรู้สึกของเขาในคลิปพวกนั้นขึ้นมา ชยากรหยิบมือถือออกมากดโทรหาอนุศนิยา ได้ยินแต่เสียงตอบรับว่าไม่มีสัญญาณ ชยากรยิ่งเป็นห่วงอนุศนิยายิ่งขึ้นอีก เสียงมือถือของชยากรดังขึ้น ชยากรตื่นเต้น แต่พอดูหน้าจอแล้วก็เห็นว่าไม่ใช่อนุศนิยา แต่เป็นประภาโทรมาจากออฟฟิศ
“ติดต่อคนรถของคุณนุศได้แล้วนะคะ เขาบอกว่าคุณนุศขึ้นไปที่หมู่บ้านชาวเขา แล้วก็กลับไปกับหมอศตวรรษ ถามจากผู้ใหญ่บ้านที่นั่น ได้ยินว่ากำลังไปเชียงใหม่ด้วยกันค่ะ”
ชยากรนิ่งอึ้ง เมื่อรู้ว่าไม่ว่าเขาจะขวางยังไง อนุศนิยาก็ยังไปอยู่กับศตวรรษได้อยู่ดี “ผมเข้าใจละ” ชยากรวางสายลง คิดหาทางที่จะกำจัดศตวรรษไปให้พ้นทางอนุศนิยาให้ได้

รถพยาบาลของโรงพยาบาลมหาราช เชียงใหม่เข้ามาจอดที่ตึก บุรุษพยาบาลนำส่งกล่องใส่ไตที่ส่งต่อมาจากสภากาชาดที่กรุงเทพฯ พยาบาลนำรถเข็นเข็นกล่องดังกล่าวไปห้องผ่าตัดอย่างรวดเร็ว

ในโรงพยาบาล นาฬิกาบอกเวลา 23.20 น อนุศนิยานั่งรออยู่ที่ม้านั่งหน้าห้องผ่าตัด มือถือของศตวรรษอยู่ที่อนุศนิยา และยังมีสายโทรเข้าจากโสมมิกาไม่หยุด
อนุศนิยาหันไปหาแม่เด็กที่อยู่ข้างๆ แม่เด็กหยิบสร้อยพระที่คอออกมา แล้วยกมือไหว้สวดขอพรให้ลูกปลอดภัย อนุศนิยาเห็นแม่เด็กแล้วเข้าใจหัวอกของเธอมาก “ไตมาถึงแล้ว รับรองต้องปลอดภัย”
“ต้องขอบคุณฟ้าที่ส่งหมอมาที่นี่พอดี ถ้าไม่มีหมอ ไตคงไม่มาถึงเรา”
อนุศนิยามองแม่เด็กแล้วสะท้อนใจ เธอเห็นแล้วว่าไตที่บริจาคสำคัญกับทุกชีวิตจริงๆ และมีไว้ให้กับทุกคนโดยไม่เลือกรวยหรือจน
ศตวรรษในชุดผ่าตัด พร้อมกับทีมหมอยืนปรึกษากันอยู่ที่หน้าห้อง ก่อนที่จะเดินเข้าห้องผ่าตัดไป อนุศนิยาแอบมองไปที่ศตวรรษ เห็นเขากำลังยุ่งกับการเปลี่ยนไต อนุศนิยาเริ่มยอมรับในความทุ่มเทของศตวรรษจริงๆ

อนุศนิยารออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างกระวนกระวาย เสียงมือถือของศตวรรษยังดังขึ้นอีก พอเห็นเป็นสายของโสมมิกา อนุศนิยาก็ตัดสินใจรับเพื่อตัดปัญหา อนุศนิยาเดินเลี่ยงออกไปรับสายเพื่อจะได้ไม่กวนแม่เด็ก เธอยังเดินกระเผลกอยู่นิดๆ จากที่ตกบันไดเมื่อบ่าย “ว่ายังไง”
โสมมิกาตกใจมากเมื่อได้ยินเสียงของอนุศนิยามารับโทรศัพท์ของศตวรรษ “เธอมารับมือถือหมอได้ยังไง นี่ตอนนี้อยู่ด้วยกันใช่ไหม? บอกมานะว่าเธอเอาหมอไปไว้ที่ไหน? นังโรคจิตชอบแย่งแฟนชาวบ้านนักรึไง?”
“ที่โทรมาทั้งวันจะพูดแค่นี้เองใช่ไหม?“
“หมออยู่ไหน? เอาหมอมาพูดกับฉันเดี๋ยวนี้!!”
“วันๆ เธอจะเป็นจะตายก็เพราะเรื่องนี้อย่างเดียวรึไง ขาดผู้ชายซักวันถึงกับอยู่ไม่ได้? ไม่มีหมอเธอไม่ตายหรอกรู้ไว้ เลิกหายใจเข้าหายใจออกเป็นผู้ชายได้แล้ว”
คำพูดของอนุศนิยาทำให้โสมมิกากรี๊ดออกมาเสียงดัง อนุศนิยาถึงกับต้องเอามือถือออกห่างจากหู และโชคดีที่แบตมือถือของศตวรรษหมดพอดี ทำให้เครื่องตัดไปเอง โสมมิการ้อนรนทนไม่ไหว เข้าใจว่าอนุศนิยาฉกศตวรรษของเธอไปแล้ว

ภายในห้องผ่าตัด ศตวรรษสวมหมวกผ่าตัดและมีมาส์กปิดใบหน้าไว้ เขากำลังใช้สมาธิอย่างสูงในการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไตของเด็กกับไตที่ถูกส่งมา
ที่หน้าห้องผ่าตัด เวลาผ่านไปจนถึง 04.00 น. ทั้งอนุศนิยาและแม่เด็กยังคงรอการผ่าตัดอยู่อย่างลุ้นๆ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชยากรนอนไม่หลับ เขานอนก่ายหน้าผาก กลุ้มใจเรื่องคลิปเสียงที่อาจจะทำให้อนุศนิยารับความจริงไม่ได้
ที่คอนโดของมิรันตรี มิรันตรีนั่งอยู่หน้าคอมฯ เห็นข่าวซุบซิบเกี่ยวกับชยากรถูกแพร่ไปทั่วอินเตอร์เน็ท มิรันตรีเครียดแทนชยากรที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหาย
นาฬิกาที่หน้าห้องผ่าตัดเปลี่ยนเป็น 05.45 น. อนุศนิยาเผลอนั่งหลับอยู่ที่ม้านั่ง ข้างๆ ไม่มีแม่เด็กนั่งอยู่แล้ว ศตวรรษเปลี่ยนชุดผ่าตัดออกแล้ว เขาเดินหาอนุศนิยา เห็นเธอนั่งหลับรออยู่ เขาก็จะเข้าไปปลุก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ศตวรรษตัดสินใจนั่งลงข้างๆ แล้วปล่อยให้อนุศนิยาหลับต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น อนุศนิยานั่งหลับพิงอยู่กับแขนของศตวรรษ ศตวรรษเองก็หลับอยู่ข้างๆ กัน อนุศนิยารู้สึกตัวตื่นขึ้น ตกใจที่เห็นว่าเช้าแล้ว ยิ่งพอลืมตามาเห็นศตวรรษหลับอยู่ข้างๆ ก็ตื่นเต้น “คุณๆ“ ศตวรรษรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ยังงัวเงียอยู่มาก “ผ่าตัดเป็นไง?”
“ทุกอย่างเรียบร้อย แต่ต้องรอจนกว่าคนไข้จะฟื้น”
“ไตที่บริจาคสำคัญกับทุกชีวิตจริงๆเลยเนอะ ไม่ว่าจะรวยหรือจน แม้แต่คนที่ด้อยโอกาสอย่างแม่และเด็กคนนี้ ก็ยังมีปาฏิหาริย์ให้หาไตที่เข้ากับน้องเขาได้” ศตวรรษมองไม่นึกว่าอนุศนิยาจะเข้าใจอะไรแบบนี้ด้วย “แล้วน้องเขาจะปลอดภัยใช่ไหม?”
“ผมก็ได้แต่หวังว่าเขาจะตื่นมามีชีวิตใหม่”
“เพิ่งจะรู้ว่าจะเปลี่ยนไตทีมันยากอย่างนี้ แถมเป็นเรื่องของดวงด้วย ถ้าคุณไม่ได้บังเอิญมาที่นี่พอดี เด็กคนนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนไตหรอกใช่ไหม”
“ถ้าไม่บังเอิญมีผู้บริจาคมาจากไป ผมก็คงจะไม่มีโอกาสได้ต่อชีวิตให้ใคร หมออย่างผมก็แค่เมสเซนเจอร์พาไตมาส่งให้ถูกคนแค่นั้น คนที่สำคัญคือคนที่ยอมสละไตให้กับคนที่ไม่รู้จักกันต่างหากละ ผมคงต้องไปดูอาการคนไข้ก่อน คงจะต้องรออยู่นี่จนกว่าหมอตัวจริงเขาจะกลับมา คุณจะกลับไปเชียงรายก่อนก็ได้นะ”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 5/4 วันที่ 26 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ