อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/4 วันที่ 27 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/4 วันที่ 27 เม.ย.59

นันทนารีบแก้แทนทันที “หมอเขาเลิกกับยายโสมมนั่นนานแล้ว แต่เพราะหมอเขาดีจริงไง ยายโสมถึงได้เที่ยวระรานหวงก้างหมอเขาไปทุกที่แบบนี้ ไหนๆ เขาก็ติดหนี้เราอยู่ จะขอให้เขามาช่วยแต่งงานกู้หน้านุศก็คงเต็มใจ”
“นี่นุศทำอะไรให้เสื่อมเสียถึงขนาดที่ทุกคนรับไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ เห็นนุศเป็นตัวอะไรกันคะถึงได้ต้องเที่ยวเอานุศไปเร่ขายให้คนนู้นคนนี้”
“ก็คิดดูแล้วกันขนาด on sale ขนาดนี้ก็ยังไม่มีใครเอา จนขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าแกเลวร้ายตรงไหน”
“นุศก็เป็นของนุศอย่างนี้แหละค่ะ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครมาสนใจ”

“อ้อ หรือว่าจะประชดชีวิตเพราะแต่งกับชยาไม่ได้?”
“อานันฟังไม่เข้าใจรึไง ถึงไม่มีใคร นุศก็จะไม่จำเป็นต้องลดตัวไปหาผู้ชายอย่างศตวรรษ”


“โอ๊ย นี่แกยังคิดว่าแกสวยเลือกได้อยู่อีกเหรอยะ”
นันทพลห้าม “ไม่ต้องเถียงกันหรอกนะ ศตวรรษเขาปฏิเสธฉันมาแล้ว”
ทั้งอนุศนิยา นันทนา อังกาบพากันอึ้ง
“อะไรนะคะ นี่อย่าบอกนะว่าพ่อไปคุยเรื่องแต่งงานกับเขามา”
“พ่อไปทาบทามถามความสมัครใจว่าเขาจะยอมมาแต่งงานเพื่อรักษาหน้านุศได้ไหม?”
อนุศนิยาอึ้ง ช็อกรับไม่ได้ “พ่อคะ!!!”
นันทนาซ้ำเติม “แล้วเป็นไงล่ะ ขนาดคนที่แกเหยียดเขานักหนา เขาก็เอาแกไม่ลงเหมือนกัน”
“พ่อให้เขาเก็บไปคิด พรุ่งนี้จะขอคำตอบเขาอีกครั้ง”
“เขามีสิทธิ์อะไรมาเลือกว่าจะเอาหรือไม่เอานุศคะ นี่พ่ออยากให้เขาหัวเราะเยาะนุศหรือไงคะ ถึงได้คิดจะยกนุศให้คนแบบนั้น”
“พรุ่งนี้ไปฟังคำตอบด้วยกัน แล้วไปดูเอาแล้วกันว่าเขาเลวร้ายอย่างที่นุศคิดจริงไหม”
อนุศนิยาฟังแล้วยิ่งหงุดหงิดใจที่ดูเหมือนนันทพลจะถูกศตวรรษล้างสมองเสียแล้ว

วันต่อมา ในร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรู นันทพลนัดศตวรรษมาพบในห้องส่วนตัว ที่ทำให้บรรยากาศดูเงียบสงบ มิดชิด ล้อมรอบไปด้วยบานประตูกระดาษแบบญี่ปุ่น
ศตวรรษรู้สึกเกร็งไปทันทีที่มีอนุศนิยามานั่งอยู่ด้วย “ยังไงคำตอบของผมก็ยังคงเหมือนเดิม ผมคงแต่งงานกับคูณอนุศนิยาไม่ได้”
อนุศนิยาแขวะ “คิดถูกแล้วที่ไม่ขายตัวแลกเงิน”
ศตวรรษตั้งใจประชดตอกกลับให้อนุศนิยาเจ็บใจ “อ้อ ไม่ใช่ไม่ขายตัวครับ แต่ไม่คิดจะขายให้คนอย่างคุณแค่นั้น”
“พ่อเห็นรึยังคะ เขาไม่ได้ดีเด่มาจากไหน อาจจะติดที่ 60 ล้านมันถูกไป คงจะโก่งราคาให้พ่อสู้อยู่มั้งคะ”
ศตวรรษตั้งใจจะดูถูกอนุศนิยากลับบ้าง “ก็คงเข้าทำนองที่เขาว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่นั่นแหละครับ ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณผ่านอะไรมา แต่งกับคุณผมก็คงโดนคนหัวเราะเยาะว่าเป็นไอ้หน้าโง่บ้าง เป็นของเล่นไฮโซบ้าง 60 ล้านกับการเป็นผู้ชายโง่ๆ ไม่คุ้มกันหรอกครับ”
นันทพลหัวเราะหึๆ ในลำคอที่เห็นศตวรรษตอบโต้อนุศนิยาได้อย่างเจ็บแสบ
“อ้อ หรือนี่คือค่าปิดปากที่คุณจะเรียกฉันใช่ไหม? คนอะไรไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย”
“จะแต่งหรือไม่แต่ง ผมก็ไม่เคยมีศักดิ์ศรีในสายตาคุณอยู่แล้ว เอาเป็นว่าเราจบทุกอย่างกันตรงนี้นะครับ เวลาผมเป็นเงินเป็นทอง เดี๋ยวจะหาเงินมาผ่อนหนี้เดือนนี้ไม่ทัน....เผอิญเจ้าหนี้ของผมหน้าเลือดมาก ผมลานะครับท่าน”
ศตวรรษยกมือไหว้ลานันทพล แล้วรีบร้อนออกไป
พอศตวรรษไปแล้ว นันทพลสังเกตเห็นว่าอนุศนิยาก็ยังอารมณ์เดือดปุดๆ “ตกลงว่าดีใจ หรือเจ็บใจที่ถูกปฏิเสธกันแน่”
“เขาจะต้องเอาเรื่องนี้ไปหัวเราะเยาะเราลับหลังแน่ จะเอาไปป่าวประกาศรึเปล่าก็ไม่รู้” อนุศนิยาคิดได้อย่างนั้นก็รีบออกจากห้องไปเพื่อไปย้ำให้เขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ
พออนุศนิยารีบร้อนตามศตวรรษออกไปนันทพลก็ยิ่งมั่นใจว่าไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่จะทำให้อนุศนิยารู้สึกเสียหน้าขนาดนี้มาก่อน

ศตวรรษเดินออกมาจากร้าน ผ่านส่วนที่เป็นสวนญี่ปุ่น อนุศนิยารีบตามออกมา “เดี๋ยว... อย่าเพิ่งไป” ศตวรรษหันมามองอนุศนิยาอย่างเหนื่อยใจที่ยังตามมาหาเรื่องอีก “ห้ามเอาเรื่องแต่งงานไปบอกใคร มันเป็นเรื่องสิ้นคิดที่ฉันไม่เคยเห็นด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
“บอกไปใครเขาจะเชื่อว่าคนงกอย่างคุณจะควักเงินซื้อสามีได้”
“คนที่ควรอายคือผู้ชายที่ใครๆ เขาก็คิดว่าใช้เงินซื้อได้ต่างหาก”
“ผมกลับไม่คิดอย่างนั้นนะ งานนี้คนเดียวที่อับอายคือพ่อคุณต่างหาก คุณคิดว่ามีพ่อที่ไหนเขาจะยอมออกปากมาสู่ขอผู้ชาย แถมยังยอมจ่ายค่าสินสอดไม่อั้นอย่างนี้แทนที่คุณจะโทษทุกคนที่ทำให้คุณเสียหน้า ทำไมไม่ลองคิดบ้างว่าคุณไปทำอะไรให้พ่อคุณต้องยอมเสียศักดิ์ศรีขนาดนั้น”
คำพูดของศตวรรษอนุศนิยาอึ้งไปเหมือนกัน เพราะในขณะที่เธอคิดถึงแต่อารมณ์ตัวเองเป็นสำคัญ เธอกลับไม่เคยคิดเลยว่าพ่อเองก็คงเสียใจเหมือนกันที่ต้องบีบคั้นตัวเองให้ทำอะไรอย่างนี้
ศตวรรษเห็นอนุศนิยามีสีหน้าสลดไปก็คิดแล้วว่าเธอน่าจะคิดได้ “ก่อนจะทำอะไร คุณควรคิดถึงจิตใจของท่านให้มากกว่านี้” ศตวรรษเดินออกไปจากร้าน
อนุศนิยายืนสลดนิ่งอยู่ พนักงานร้านเลื่อนบานประตูห้องอาหารออกทำให้เห็นว่าห้องที่นันทพลนั่งอยู่นั้นก็เป็นมุมหนึ่งของสวน อนุศนิยาตกใจเมื่อคิดว่าพ่ออาจจะได้ยินที่ศตวรรษพูดทั้งหมดแล้ว

อนุศนิยากลับเข้ามาคุยกับนันทพลในบรรยากาศสงบ เพื่อให้สองคนได้มีโอกาสเปิดใจกันจริงๆ
“พ่อไม่ได้เสียสละอะไรอย่างที่หมอเขาบอกหรอก พ่อเห็นแก่ตัวด้วยซ้ำ” อนุศนิยายิ่งรู้สึกผิดที่พ่อกลับโทษตัวเองอย่างนั้นทั้งๆที่ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากเธอ “ที่พ่ออยากให้นุศแต่งงานก็เพื่อรักษาหน้า แล้วก็รักษาชื่อเสียงบริษัท พ่อไม่ได้ปกป้องนุศอย่างที่พ่อคนหนึ่งควรจะทำ พ่อควรจะใจแข็ง ตั๊นหน้าไอ้ชยา หรือตัดหางปล่อยวัดมัน แต่พ่อก็ทำไม่ได้เพราะยังไงมันก็เป็นน้องของพ่อเหมือนกัน”
“พ่อคะ นุศเข้าใจความรู้สึกพ่อดีค่ะ นุศก็ไม่ได้อยากจะเอาผิดอาชยานะคะ”
“ขอโทษที่ทำให้ลูกต้องลำบากใจ พ่อแค่กลัวว่าในอนาคตถ้านุศจะต้องมาเป็นหัวหน้าครอบครัว นุศจะเผชิญปัญหากับญาติพี่น้องตามลำพังไม่ไหว พ่อแค่ไม่อยากสร้างภาระทางใจทิ้งเอาไว้ให้ เลยคิดว่าถ้านุศแต่งงานอาจจะทำให้เจ้าชยามันตัดใจ”
“นุศรู้ตัวแล้วค่ะว่านุศสร้างปัญหาให้พ่อยังไง ต่อไปนุศจะหัดคิดถึงคนอื่นให้มากกว่านี้ค่ะพ่อ” อนุศนิยานั่งซบนันทพลแล้วน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้เลยว่าปัญหาเรื่องเธอกับชยากรนั้นสร้างภาระทางใจให้กับพ่อที่กำลังป่วยอยู่แค่ไหน
นันทพลโอบปลอบอนุศนิยาเพื่อให้กำลังใจ

อังกาบเก็บตัวนั่งอยู่ในห้อง ท่าทางของอังกาบรู้สึกผิดมากจนไม่กล้าออกไปเจอหน้าคนในบ้าน
ชยากรเปิดประตูเข้ามาดู “เด็กบอกว่าแม่ไม่ออกไปทานข้าว ทำไมล่ะครับ”
“แม่คิดว่าแม่ออกไปจะทำให้คนอื่นเขากินไม่ลงกันซะเปล่าๆ “
“ผมผิดเองครับแม่ ผมไม่น่าทำเรื่องโง่ๆ ลงไปคืนนั้น ผมคิดว่าพี่พลกับนุศคงไม่มีวันยกโทษให้”
“อย่าแม้แต่จะออกปากขอให้เขายกโทษดีกว่า ถ้ารู้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่น่าให้อภัย”
ชยากรฟังแล้วรู้เลยว่าแม่ผิดหวังในตัวเขาแค่ไหน ชยากรก้มลงกราบเท้าอังกาบ “ผมขอโทษครับที่ทำให้ทุกคนว่าแม่ได้ แม่เลี้ยงผมมาดีแล้วแท้ๆ มีแต่ผมที่มันไม่เอาไหน ผมเป็นอย่างที่พี่ๆ ว่าผมทุกอย่าง ผมไม่โทษใคร”
“เราย้ายออกจากที่นี่ อย่าอยู่ที่นี่ให้เขาลำบากใจเลยดีกว่าไหม”ชยากรอึ้งที่แม่ตัดสินใจเลือกตัดปัญหาแบบนี้ “แม่ยังไม่เห็นว่าเราจะชดใช้ความผิดเรื่องนี้ให้กับคุณพลเขาได้ยังไง แถมอยู่ต่อไปทุกอย่างอาจเลวร้ายลงเรื่อยๆ ถ้าเราเข้าหน้ากับเขาไม่ติดอีกแล้ว”
ชยากรคิดหนัก รู้สึกมืดแปดด้าน ไม่คิดว่าปัญหาของเขาจะสร้างความลำบากใจให้กับแม่ถึงขนาดนี้

โสมมิกามาจอดรถที่หน้าบ้านศตวรรษ ร้องเรียกเสียงดัง “ไปเรียกหมอมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้”
ชะมวงรีบบอก “คุณวรรษยังไม่กลับค่ะ“
“แล้วคุณแม่ล่ะ!”
สายตาจันทร์เหลือบไปในบ้าน เห็นเสาวรสแอบดูอยู่ตรงผ้าม่านแวบๆ แต่โสมมิกาไม่เห็น ชะมวงรีบจับหัวจันทร์ให้หมุนกลับมา
โสมมิกาไล่บี้ “คุณแม่ อยู่ในบ้านใช่มั้ย? “
ชะมวงแก้ตัว “ไม่ใช่ค่ะ..ไม่มีใครอยู่เลย..เพื่อนคุณนายมารับคุณนายไปวัดค่า”
โสมมิกาจิกตามอง ชะมวงกับจันทร์ “คุณแม่เนี้ยนะเข้าวัด!!”
จันทร์ย้ำ “ใช่ค่ะ..นุ่งขาว ห่วขาว เข้าวัดไปเมื่อตะกี้เนี้ยค่ะ”
“ถ้างั้นก็บอกหมอด้วยว่าฉันมาหา ให้โทรกลับหาฉันด้วย อ้อ...แล้วอย่าให้ฉันรู้ว่าแกโกหก ฉันนะ ไม่งั้น..พวกแกแกไม่ได้แก่ตายแน่!!”
ทั้งชะมวงและจันทร์ ตกสะดุ้ง กับสายตาเอาจริงของโสมมิกา โสมมิกาขึ้นรถ รถพุ่งออกไปอย่างกับพายุ
เสาวรสรีบเดินออกมาหาชะมวงและจันทร์ “หนูโสมเขาไม่ได้สงสัยอะไรใช่มั้ย พวกแกมีพิรุธรึเปล่า”
“คุณนายคะ!! ชะมวงกับจันทร์ จะไม่โดนคุณโสมฆ่าใช่มั้ยคะ”
“แต่ถ้าแกไม่ทำแบบนี้ แกก็โดนฉันฆ่าเหมือนกัน เลือกเอา อยากตายเร็วหรือตายช้า!!” เสาวรสยิ้มร่า เดินออกไป ทิ้งให้ชะมวงกับจันทร์กลัวตายกันอยู่ 2 คน

ชยากรเดินออกมาจากห้องของแม่ด้วยความรู้สึกหนักอก ชยากรเดินผ่านมาเห็นอนุศนิยาอยู่ในชุดนอนกำลังนั่งคิดหนักเรื่องข้อเสนอของพ่ออยู่เช่นกัน พออนุศนิยาเห็นชยากรมายืนมองอยู่ก็ตกใจมาก
ชยากรเสียใจที่เห็นอนุศนิยามีท่าทางหวาดผวาเมื่อเห็นเขา อนุศนิยารีบลุกขึ้น “นุศ...”
อนุศนิยารีบเดินหนีกลับเข้าบ้านไป ชยากรเสียใจที่อนุศนิยาเกลียดเขาไปแล้ว
ชยากรกลับเข้ามาอยู่ในห้อง เขาเห็นรูปภาพที่หัวเตียงซึ่งเป็นรูปของเขากับอนุศนิยาที่ถ่ายในวัยรับปริญญาของเขา รูปนั้นเป็นรูปที่อนุศนิยากอดเขาเอาไว้ ชยากรหยิบกรอบรูปมาดู ชยากรทิ้งตัวนั่งอยู่ที่ปลายเตียง ก้มหน้า ทิ้งดิ่งจมอยู่ในความคิด ภาพรอยยิ้มของอนุศนิยาและสายตาแห่งความรักจากในรูปที่มองชยากร กับสายตาหวาดกลัวที่อนุศนิยามองเขา ในมือชยากรกำกรอบรูปไว้แน่น “อาจะไม่ยอมเสียนุศไป อาจะต้องทำให้เรากลับมาเหมือนเดิมให้ได้” แต่ในขณะที่พูด ความรู้สึกกลับสวนทาง น้ำตาชยากรหยดลงไปบนรูป เนื้อตัวของเขาค่อยๆสั่นเทา ชยากรก้มหน้าร้องไห้อยู่ภายในห้องตามลำพัง เขารู้ว่าเขาได้สูญเสียความรู้สึกและวันเวลาที่มีความสุขระหว่างเขาและอนุศนิยาไปแล้ว

อนุศนิยาแอบเปิดประตูเข้ามาดูนันทพลกำลังนอนฟอกไตกับเครื่องระหว่างที่นอนหลับอยู่ในห้อง อนุศนิยาเห็นพ่อในสภาพนั้นแล้วก็คิดถึงคำพูดที่ศตวรรษตอกหน้าเธอวันนี้
“แทนที่คุณจะโทษทุกคนที่ทำให้คุณเสียหน้า ทำไมไม่ลองคิดบ้างว่าคุณไปทำอะไรให้พ่อคุณต้องยอมเสียศักดิ์ศรีขนาดนั้น”
อนุศนิยารู้สึกผิดกับนันทพลที่ยอมเสียหน้าเพื่อเธอ อนุศนิยาเดินออกจากห้องมาด้วยสีหน้าสับสน

ที่ห้องซ้อมเต้น บ้านโสมมิกา หญิงสาวกำลังนั่งดื่มไวน์ มีอาการกึ่มๆ และคิดถึงภาพที่ชยากรบอกเลิกตัวเองเพราะอนุศนิยา และ ภาพความเกี่ยวข้องของหมอศตวรรษกับอนุศนิยา “นังนุศ..ทำไม!! แกต้องเป็นมารความสุขของฉัน ทำไมแกจะต้องมายุ่งกับผู้ชายของฉันด้วย”
ที่ห้องด้านนอก อุดมศักดิ์เดินผ่านมา เสียง "เพล้ง" ดังออกมาจากในห้อง โสมมิกาปาขวดไวน์ไปที่ผนังห้องซ้อม ไวน์ไหลนองลงมาที่พื้น โสมมิกากำลังคลุ้มคลั่งคว้าเก้าอี้มาทำท่าจะฟาดลงไปที่ผนังอีก
“ทำบ้าอะไรของแก”
โสมมิกายั้งมือที่ถือเก้าอี้ไว้ตอนที่อุดมศักดิ์เปิดห้องเข้ามา อุดมศักดิ์เห็นไวน์ที่นองพื้นอยู่ก็ตกใจนึกว่าเลือดจึงไปคว้าตัวของโสมมิกามาดู พอเห็นว่าไม่ใช่เลือดก็โล่งใจ
โสมมิกาเห็นอาการของพ่อที่ผิดหวังเมื่อเห็นว่าไม่ใช่เลือด “เสียใจเหรอคะพ่อที่โสมยังไม่ตาย คนอย่างโสมมันไม่ตายง่ายๆ”
“ฉันรู้ว่าคนอย่างแกตายยาก แต่โดนหลอกง่าย! อาการแบบนี้ถูกพวกนั้นหลอกมาล่ะสิ”
“โสมไม่ได้ถูกหลอก !! หมอไม่เคยหลอกอะไรโสม หมอเป็นคนดี และโสม ก็รักเขา พ่อได้ยินมั้ย?ว่า โสม รัก เขา”
“ฉันว่าที่แกเป็นบ้าอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะ "รัก" แต่เพราะแกอยาก "เอาชนะ" แกแค่อยากกู้หน้าที่แกเสียไอ้ชยาไปให้ยัยนุศ แกเลยยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไอ้หมอคนนั้นมา”
“ไม่จริง!! โสมไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อพูด พ่อไม่เคยรู้จักโสมเลยต่างหาก”
“ฉันรู้จักแกดีที่สุด..ฉันจะคอยดูว่ารักของแกจะกลายเป็นแค้นเมื่อไหร่? เพราะคนอย่างแกไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง “
สีหน้าของโสมมิกาบ่งบอกว่าไม่ยอมรับความจริงในเรื่องนี้
หลายวันต่อมา ที่ห้องทำงานนันทพล บ้านวรเลิศลักษณ์ ขยากรยื่นซองจดหมายลาออกให้กับนันทพล “ผมขอลาออกครับพี่พล”
นันทพลยังมึนตึงกับชยากรอยู่ แต่ก็ไม่รับซองนั้นมา “คิดว่าทำแบบนี้จะแก้ปัญหารึไง” นันทพลมองหน้าแต่ชยากรไม่กล้าสู้สายตา “แกแก้ปัญหาไม่ถูกจุด ทำแบบนี้เท่ากับว่าแกไม่คิดจะตัดใจจากนุศใช่ไหมไปจัดการความรู้สึกตัวเองซะ แล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ทีฉันยังไม่เคยคิดจะตัดพี่ตัดน้องกับแก ทำไมแกไม่ลอง “สละ” ความรู้สึกตัวเองเพื่อความรู้สึกของคนอื่นดู”
ชยากรได้ยินอย่างนั้นก็รู้ว่านันทพลสั่งให้เขาตัดใจจากอนุศนิยาซึ่งชยากรรู้ดีว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด

คืนวันนั้น ที่ยิมฝึก MMA ชยากรมานั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อหวังจะเจออนุศนิยาที่นี่อีกสักครั้ง
มิรันตรีแอบโผล่มามองหาชยากร “เจอจนได้ ทำไมไม่รับโทรศัพท์มิเลย มิจะมาบอกเรื่องกำหนดการงานประกาศผลโหวต อาจะต้องไปร่วมงาน แล้วปีนี้เรามีธีมงานด้วย มิต้องมาแจ้งอาไว้ก่อน” เธอหยิบเอกสารที่สรุปธีมงานมาส่งให้
ชยากรลุกหนี “ยังไม่มีอารมณ์จะฟัง”
“เอ๊า แล้วนี่อยู่ในอารมณ์ไหนไม่ทราบ”
“อารมณ์อยากเตะคน” ชยากรลุกขึ้นวอร์มร่างกายด้วยการเตะขาสูงเพื่อยืดเส้นยืดสายและกะจะไล่มิรันตรีด้วย

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/4 วันที่ 27 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ