อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/5 วันที่ 27 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/5 วันที่ 27 เม.ย.59

“เอ๊า แล้วนี่อยู่ในอารมณ์ไหนไม่ทราบ”
“อารมณ์อยากเตะคน” ชยากรลุกขึ้นวอร์มร่างกายด้วยการเตะขาสูงเพื่อยืดเส้นยืดสายและกะจะไล่มิรันตรีด้วย
“อ่ะ งั้นมิเป็นคู่ซ้อมให้อา” มิรันตรีถอดกระเป๋าวางตรงม้านั่งแล้วตรงไปที่กลางสนามซ้อม ทำท่าเหมือนพร้อมจะเป็นคู่ซ้อมให้ “มาเลย...มา... เข้ามาเลยใส่มาเลยค่ะ”
“เล่นไม่เป็นก็หลบไป”
“มิน่ะ นักกีฬาเก่า ไม่อยากจะคุย”
“โอเค งั้นก็อย่ามาหาว่ารังแกผู้หญิงก็แล้วกัน”

มิรันตรีกับชยากรจดๆจ้องๆ เตรียมจะเข้าต่อสู้กัน มิรันตรีทำออกหมัดล่อแต่ก็ไม่เข้าใกล้ ได้แต่แย๊บๆ ลองเชิง ชยากรเห็นแล้วรำคาญคิดว่ามิรันตรีคงดีแต่ปากจึงได้หมุนตัวเหวี่ยงขาเตะไป


พลั่ก....ปลายเท้าของชยากรเหวี่ยงฟาดเข้าหน้าของมิรันตรีจังๆ มิรันตรีถึงกับร่วงลงกับพื้นทันที “โอ๊ะ”
ชยากรตกใจมาก “มิๆๆ” มิรันตรีเอามือกุมจมูกตัวเองร้องโอดโอยเจ็บปวด “ทำไมไม่หลบ ยืนทื่ออยู่ทำไม”
“ก็เห็นอาอยากระบายอารมณ์ มิก็อยากช่วยอาน่ะสิ ฮือๆๆๆ”
คำพูดของมิรันตรีสะกิดใจของชยากรเพราะมันทำให้เขานึกถึงตอนที่ตัวเขาก็เคยบอกกับอนุศนิยาแบบนั้น

อนุศนิยาตวัดขาเตะใส่ ชยากรไม่แม้แต่จะป้องกันตัวใดๆ จึงได้โดนลูกเตะของอนุศนิยาเข้าไปอย่างแรง ชยากรร่วงล้มลง
อนุศนิยาเข้าไปดูอาการของชยากรที่นอนแผ่อยู่ “ทำไมไม่หลบล่ะคะ”
“ก็ถ้านุศมีเรื่องกลุ้มเพราะอา อาปล่อยให้นุศระบายกับอามาตรงๆ เลยดีกว่า นุศจะได้ไม่ต้องกลุ้มแบบนั้น”
แทนที่ชยากรจะเข้าไปกอดโอ๋มิรันตรีที่นอนเดี้ยงอยู่นั้น เขากลับนอนแผ่ทิ้งตัวลงบนสนามซ้อมอย่างหมดอาลัยตายอยาก ที่เหมือนเห็นตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้น เพียงแต่วันนี้ไม่มีอนุศนิยาอีกแล้ว

ชยากรพามิรันตรีมาล้างเลือดกำเดา เขาเอาผ้าประคบน้ำแข็งช่วยประคบให้มิรันตรีที่ร้องครวญครางไม่หยุด “โอ๊ะ... อ๊ะ....อ๊ะ....อร๊าาางงง”
คนผ่านไปผ่านมาได้ยินเสียงร้องของมิรันตรีก็พากันชะโงกมองสองคนที่ส่งเสียงเซ็กซี่อยู่ในห้องน้ำจนชยากรอายรีบเอามือปิดปากมิรันตรี “นี่เลิกครางซะที คนเขามองกันใหญ่”
“หืมม... ตอนนี้เริ่มมีอารมณ์หื่นแทนแล้วใช่ม๊า”
ชยากรตกใจมากที่มิรันตรีแซวแบบติดเรทอย่างนั้น เขารีบถอยตัวออกไปห่างๆ ทำเหมือนมิรันตรีเป็นผู้หญิงอันตราย “แค่คลิปเสียงยังพากันซวยไม่พอรึไง”
“นั่นสินี่ถ้ามีคลิปเสียวออกไปคงจะสนั่นวงการกว่าเดิม”
ชยากรถึงกับทำหน้าไม่ถูกที่มิรันตรีพูดจาส่อๆ ออกมาไม่อาย กลับกลายเป็นเขาที่ปั่นป่วนใจที่ต้องมาได้ยินอะไรแบบนี้ “ทะลึ่ง พูดจาอะไรระวังคำพูดบ้าง”
“แหม แค่นี้ก็รับไม่ได้ ทีกับนุศเห็นอาคิดลึกไปไหนต่อไหน” ชยากรไม่พอใจเมื่อเห็นมิรันตรีพูดพาดพิงอนุศนิยาขึ้นมา มิรันตรีรู้ตัวว่าล้อเล่นแรงไป “ขอโทษค่ะ มิไม่ได้ตั้งใจ”
“ช่างเถอะเธอก็พูดถูก ฉันมันคิดเหลวไหลไปเองคนเดียวทั้งนั้น”
“แต่ตอนนี้อาก็รู้แล้วใช่ไหมว่านุศไม่ได้คิดอะไร อาต้องตัดใจแล้วกลับไปเป็นอาคนเดิมให้ได้ มิมั่นใจว่านุศไม่ได้เกลียดอา” มิรันตรีส่งการ์ดเชิญไปงานประกาศผลให้ การ์ดเป็นรูปใบไม้ “ไปเจอนุศที่งานประกาศรางวัลนะคะ แล้วทำให้นุศกลับมาเป็นของอาอีกครั้ง”
ชยากรรับการ์ดไว้แบบไม่แน่ใจเลยว่าจะเรียกความเชื่อใจกลับคืนมาจากอนุศนิยาได้แน่รึเปล่า

หลายวันต่อมา ที่ห้องฟอกไต บ้านวรเลิศลักษณ์ อังกาบกำลังสั่งงานให้เด็กรับใช้มาคอยดูแลนันทพลแทนตัวเอง “น้ำยาล้างไตวางไว้ในตู้ตรงนี้ ต้องคอยปิดอย่าให้แดดส่องถึง ก่อนทำแผลให้ท่านต้องล้างมือให้สะอาด ระวังเรื่องติดเชื้อให้มาก” นันทพลเดินเข้ามาเห็นอังกาบกำลังจ้ำจี้จำไชเด็กรับใช้ก็รู้ว่าเธอคิดจะย้ายออกไป “ต้องคอยกำชับให้ท่านชั่งน้ำหนัก จะได้สังเกตเรื่องการขับถ่ายน้ำออกจากร่างกาย แล้วก็ต้องวัดปรอทท่านทุกวัน อย่างน้อยวันละครั้งเข้าใจไหม”
เด็กรับใช้หันไปมองเห็นนันทพลมา นันทพลพยักหน้าให้เด็กออกไป
“ผมรู้ว่าคุณกาบกับเจ้าชยาคิดจะทำอะไร ห้ามคิดจะย้ายออกไปไหนทั้งนั้น เราต้องผ่านปัญหาครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้มันถึงจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ “
อังกาบตกใจที่นันทพลดักคอเธอแบบนั้น ทำให้เธอรู้ว่าคงจะออกจากที่นี่ไปไม่ได้อีกแล้ว
หลายวันต่อมา ที่ห้องตรวจ โรงพยาบาล นันทพลมาพบศตวรรษอีกครั้งเพื่อหวังจะตื้อให้เขาเปลี่ยนใจ “หมอช่วยทบทวนเรื่องแต่งงานอีกครั้งได้ไหม”
ศตวรรษอึ้ง “ผมคิดว่าท่านเห็นอาการของคุณนุศวันนั้นแล้วน่าจะเข้าใจ”
“หมอก็รู้สุขภาพของผมเป็นยังไง ผมคงอยู่ได้อีกไม่นาน จะให้ผมทิ้งนุศไว้กับไอ้ชยาได้ยังไง ต้องให้นุศเจอผู้ชายที่ดี พอถึงวันนั้น ผมถึงจะตายตาหลับได้”
ศตวรรษระอาและเหนื่อยใจมาก “คุณนุศเขารังเกียจผมยิ่งกว่าอะไร คนอย่างเขาคงลดตัวมาแต่งกับผมไม่ได้”
“ถ้าผมยอมจ่าย....”
“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาครับท่าน เอาจริงๆ ที่ท่านยืดเวลาให้สามปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยผมก็เห็นว่าเป็นความกรุณามาก ถ้าท่านจะให้แต่งงานเพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณอนุศนิยา ผมจะยอมแต่งเพื่อชดใช้แทนดอกเบี้ยที่ท่านยกให้ก็ได้ แต่....”
“แต่อะไร?”
“แต่ผมจะแต่งเพื่อรักษาหน้าคุณนุศให้แค่สามปี เมื่อผมใช้หนี้ 60 ล้านหมดแล้ว ผมก็จะออกไปทำโครงการศูนย์แพทย์ของผมซึ่งผมคงจะพาใครไปลำบากด้วยไม่ได้”
นันทพลโล่งใจ เริ่มมีความหวัง “ผมเข้าใจ.... สามปีก็ได้”
“ที่สำคัญ...ผมจะยอมแต่งกับอนุศนิยาก็ต่อเมื่อเขายอมแต่งงานกับผมด้วย “ความเต็มใจ” ถ้าเขายอมทิ้งศักดิ์ศรีได้ ผมถึงจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของผมเหมือนกัน”
นันทพลยิ้มๆ อยู่ก็เริ่มหน้าเครียดไปทันที ศตวรรษรู้ในทันทีว่านี่เป็นไม้ตายที่จะทำให้นันทพลต้องยอมแพ้ในที่สุด

นันทนามุ่งมั่นมากหลังจากที่รู้จากนันทพลว่าศตวรรษตั้งเงื่อนไขอะไร
นุดีโวยวาย “ยายนุศคงยอมหรอกค่ะ ให้แมวออกลูกเป็นหมายังง่ายกว่า”
นนทิยาเสริม “หาสามีใหม่ให้พี่นันยังง่ายกว่าเป็นไหนๆ “
นาวิกาชม “หมอเขาฉลาดนะ พลิกไปเป็นคนคุมเกมซะอย่างนั้น”
นันทพลปลง “สงสัยเราคงต้องถอดใจ“
“ให้นันจัดการเถอะค่ะ นันคิดว่านันทำให้ยายนุศมันเต็มใจยอมแต่งงานได้”
ทุกคนแปลกใจที่นันทนายังอุตส่าห์จะยังมีความหวังอยู่อีก

หลายวันต่อมา โสมมิกาเดินผ่านหน้าร้านเพชรหรูแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเสาวรสยืนอยู่ข้างใน โสมมิการีบเดินเข้าไปจึงได้เห็นว่าเสาวรสกำลังเลือกแหวนและกำลังคุยโทรศัพท์ไปด้วย “ที่ตกลงกันไม่ได้บอกนะว่าจะให้ตาวรรษออกค่าแหวนแต่งงานให้ ยังไงถือว่าออกคนละครึ่งแล้วกันนะ เรื่องอะไรมาให้ฉันรับภาระคนเดียว งบมีเท่าไหร่บอกมา.... งั้นก็เท่านี้แหละ เดี๋ยวฉันจะส่งใบเสร็จไป”
โสมมิกาได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนใจที่รู้ว่าเสาวรสกำลังมาเลือกแหวนแต่งงาน
“วงนี้จะเหมาะกับลูกสะใภ้คุณผู้หญิงไหมคะ”
โสมมิการีบเดินไปคว้าแหวนเพชรวงนั้นมาดู “นี่มันอะไรกันคะ !”
เสาวรสตกใจ “แหวนเพชรจ๊ะ!!”
“โสมรู้ แต่คุณแม่จะเอาแหวนไปทำไม!”
เสาวรสได้ที “ก็เอาไปให้ตาวรรษ ไปขอหนูนุศแต่งงาน “
โสมมิกาช๊อค อึ้ง!! “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!”
“เป็นไปแล้วจ๊ะ!! แล้วอีกอย่าง แม่มีเรื่องอยากจะขอร้องหนูโสม คือ แม่ขอให้หนูโสมเลิกตามตื๊อตาวรรษได้แล้ว เพราะตาวรรษกำลังจะสร้างครอบครัวกับหนูนุศ แม่ไม่อยากให้หนูนุศเข้าใจตาวรรษผิด หัวอกลูกผู้หญิง แม่เข้าใจ ไม่มีใครอยากเห็นว่าที่สามีตัวเอง มีผู้หญิงอื่นมาพันแข้งพันขาหรอก ตามนี้นะจ๊ะ หนูโสม ถือซะว่า คุณแม่ขอร้อง “
โสมมิกากำแหวนนั้น ปรอทใกล้แตกเต็มที่ โสมมิกาแทบกรี้ด!! โสมมิกาเงื้อมือจะปาแหวนทิ้ง ทำเอาเสาวรสและพนักงานใจหาย
เสาวรสรีบขู่ “อย่านะ...วางลงเดี๋ยวนี้”
โสมมิกาวางแหวนกระแทกลงบนตู้อย่างเจ็บใจ เกือบจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ศตวรรษขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในลานจอด โรงพยาบาล โสมมิกาตั้งใจขับรถไปดัก รถของโสมมิกาขับพุ่งตรงมาที่รถของศตวรรษ แต่ศตวรรษเบี่ยงตัวเบรคไว้ได้ทัน โสมมิกาลงจากรถมาอย่างเจ็บใจมาก ศตวรรษถอดหมวกกันน็อคออกแล้วก็ตกใจที่โสมมิกาตรงเข้ามากระชากตัวเขาทั้งทุบตีศตวรรษ พร้อมกับร้องไห้ไปด้วย
“หมอทำแบบนี้ได้ยังไง หมอไปแต่งกับมันได้ยังไง ไหนบอกว่าไม่พร้อมจะเริ่มต้นใคร แล้วไปแต่งงานกับมันทำไม”
ศตวรรษพยายามจับมือโสมมิกาเอาไว้ “โสม...ใจเย็นก่อน”
“ทำเป็นพอเพียง สุดท้ายก็ขายตัวใช้หนี้เขาจนได้หมอกลายเป็นคนแบบนี้ได้ยังไง”
“ใครบอกคุณว่าผมจะแต่งงาน”
“คิดจะปิดจนให้โสมเป็นคนสุดท้ายที่รู้ใช่ไหม คิดว่าโสมโง่รึไง บอกมานะมันจ่ายหมอเท่าไหร่ ตังค์โสมก็มี มัดจำวันนี้ให้ล้านนึงเลยก็ได้” โสมมิกาถอดนาฬิกาหรูออกให้ “เอาไปไถ่ตัวคืนมา แล้วไม่ต้องไปขัดดอกให้พวกมันอีกนะ”
“ก็ถ้าผมมันเลวขนาดที่ว่ามา แล้วโสมยังจะเสียดายผมอีกทำไม”
“หมอก็พูดได้ เพราะหมอไม่รักโสมอย่างที่โสมรักหมอไง มาหลอกให้รัก แล้วทำแบบนี้กับโสมได้ยังไง นุศมันรักหมอที่ไหน มันก็แค่จะเอาหมอมาแก้แค้นโสมก็แค่นั้น หมอกลับมาเถอะนะ....กลับมา...นะ...นะ”
ศตวรรษหนักใจมากที่เห็นโสมมิการ้องไห้จนขาดสติ
อังกาบกำลังมาจัดโต๊ะเตรียมอาหารค่ำให้ทุกคน
ชยากรเข้ามาดูอังกาบจัดโต๊ะไปด้วย “ตกลงแม่ไม่ย้ายออกแล้วเหรอครับ”
“คงไม่แล้วล่ะ ยังไงแม่ก็อยากอยู่ช่วยงานทางนี้ก่อน”
“งานอะไรครับ? “
อังกาบตัดสินใจบอกออกไปตรงๆ เพื่อจะให้ชยากรตัดใจเสียที “งานแต่งของนุศ แม่อยากอยู่ดูนุศเป็นฝั่งเป็นฝา”
ชยากรช็อค “แม่ว่าอะไรนะครับ!!”

อนุศนิยาเพิ่งกลับจากทำงาน พอลงจากรถกำลังจะเดินเข้าบ้านก็เจอชยากรมาดักรอ “นี่นุศจะแต่งงานศตวรรษเหรอ?” อนุศนิยาไม่รู้ว่าชยากรมาอารมณ์ไหน เธอรีบเดินเข้าบ้าน ชยากรยังจี้ตามมาและตะโกนตามอนุศนิยา “นุศกำลังโดนมันหลอก ไม่รู้ตัวรึไง มันไม่ได้รักนุศเลย นุศจะโง่ไปแต่งกับมันไม่ได้นะ”
“ไม่มีใครทำให้นุศรู้สึกโง่ได้เท่าอาแล้วล่ะค่ะ คนที่หลอกและแหกตานุศมาตลอดก็คืออา เลิกมาทำเป็นหวังดีกับนุศซักทีเถอะค่ะ “
“นุศก็เลยจะประชดอา ด้วยการแต่งงานกับไอ้ลูกหนี้คนนั้น”
อังกาบได้ยินเสียงดังเลยตามออกมาดู
“อย่างน้อยเขาก็ไม่เสแสร้งแกล้งตีสองหน้า เห็นแก่เงินก็แสดงออกมาซึ่งๆ หน้า” อนุศนิยาพูดเหมือนเธอเห็นว่าศตวรรษดีกว่าชยากร ทำให้ชยากรอึ้งไป
“นุศเห็นมันดีกว่าอาได้ยังไง”
“ก็อานั่นแหละที่หักหลังนุศ จนนุศไม่รู้แล้วว่าอายังใช่อาคนเดียวกับที่นุศรู้จักไหม” อนุศนิยามองชยากรด้วยสายตาผิดหวัง
ชยากรรับไม่ได้ที่เห็นสายตาของอนุศนิยาแบบนั้น

เสาวรสยื่นกล่องแหวนแต่งงานให้ศตวรรษ “ไปขออนุศนิยาแต่งงานซะ”
ศตวรรษเมินใส่ไม่รับแหวนมา “ขอทำไมครับ? ผมไม่ได้เป็นคนที่อยากแต่งกับเขา”
“ผู้หญิงเนี่ยนะ ถึงจะเก่งแค่ไหน ยังไงก็อยากมีความรัก ที่เขาฮึดฮัดไม่ยอมแต่งก็เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนสินค้า แต่ถ้าวรรษยอมคุกเข่าขอแต่งงานตรงหน้า หยิ่งแค่ไหนก็ต้องใจละลาย....เชื่อแม่”
“ถ้าเขาจะรัก เขารักผมมานานแล้วครับ ตอนนี้มันเลยจุดนั้นมานานเกินกว่าที่เขาจะหวั่นไหวกับผมแล้วครับแม่”
“แค่คุกเข่า แล้วบอก 5 คำ “แต่ง-งาน-กับ-ผม-นะ” มันไม่เห็นเสียหายตรงไหน”
“ก็ให้เขามาพูด 5 คำนั้นกับผมสิครับ ผมอาจจะใจอ่อนก็ได้”
“โธ่...วรรษ พูด 5 คำ กับเงิน 60 ล้าน มันยากอะไร”
“นั่นไงครับ ผมรู้นะครับว่าแม่ลงทุนซื้อแหวนมาทำไม ถ้าแต่งงานใช้หนี้ก็เท่ากับผมยอมขายตัวจริงๆ แล้วเขาเองก็คงไม่โง่ทำอะไรประจานตัวเองแบบนั้น”
“โอย...เล่นตัวเข้าศักดิ์ศรีมันกินเข้าไปได้ที่ไหนกัน แค่แต่งงานแม่ไม่เห็นว่ามันขายหน้าตรงไหน”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 6/5 วันที่ 27 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ