อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/2 วันที่ 28 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/2 วันที่ 28 เม.ย.59

มิรันตรีกำลังมาพาบรรดาหนุ่มโสดที่อยู่ในชุดขาวเตรียมออกไปที่เวที
โสมมิกาบุกเข้ามาถึงด้านหลังเวที เพื่อมาดักศตวรรษที่เพิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวเป็นคนสุดท้าย“พอดังแล้วก็ลืมโสมเลยนะ”
ศตวรรษถอนหายใจรู้ว่าโสมต้องการมาหาเรื่อง “ผมไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนี้เลยนะ คุณต่างหากที่ฉุดผมมาทำเรื่องหลุดโลกนี่ ผมถึงต้องมาต่อมันให้จบ”
“แล้วยังไง? ถ้าชนะโหวตขึ้นมา ดังแล้วยายนุศมันจะอัพราคาค่าตัวให้หมอด้วยไหม”

มิรันตรีออกจาหลังเวทีมาตามหาศตวรรษเพราะไม่เห็นศตวรรษเดินออกไป พอเห็นโสมมิกามาดักศตวรรษไว้ก็รีบมาช่วย “ถึงคิวเปิดตัวแล้ว คุณวรรษต้องออกไปแล้ว”


“นี่ก็คงจะช่วยฉกหมอไปให้ยายนุศด้วยอีกคน เข้าใจทำงานกันเป็นทีมนี่ มันมางานนี้ด้วยรึเปล่า ฉันจะไปเล่นมันเอง”
“โสม...ผมขอร้องจบได้แล้ว”
“หมอออกไปเถอะค่ะ มิจัดการให้เอง” ศตวรรษเดินไป แล้วมิรันตรีก็สกัดโสมมิกาไว้ “นี่มันงานหนุ่มโสดนะยะ อย่ามาประกาศความเป็นเจ้าของแถวนี้ ถ้าป่วนงานฉันละก็นะ ได้มีเรื่องกันแน่”
โสมมิกาพยายามจะตามศตวรรษออกไปแต่มิรันตรีก็คอยดักหน้าไว้ โสมมิการำคาญมากที่มิรันตรีกันท่า

หนุ่มโสดทยอยเดินออกมากลางสนามเหมือนว่าเพิ่งเข้ามาสู่ใจกลางป่า แขกในงานที่เป็นสาวๆ สวมมงกุฎเถาวัลย์ยืนมองหนุ่มๆ พวกนั้น โดยมีพิธีกรคอยกล่าวดำเนินงานต่อไป
“แล้วก็ถึงเวลาที่เราทุกคนจะได้ปล่อยใจ กติกาของงานคืนนี้ก็คือ รักแรกพบ ทุกคนจะอยู่ตกในมนต์สะกดที่จะดลให้เราตกหลุมรักใครก็ได้ ขอเพียงเราทุกคนจะหลับใหล ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาก็จะได้ตกหลุมรักคนที่อยู่ตรงหน้า ไม่แน่ว่าหนุ่มโสดในฝันคืนนี้อาจจะคนรักข้ามคืนของคุณ”
ระหว่างที่พิธีกรกำลังอธิบายกติกาในงานก็มีทีมงานออกมาเอาผ้าผูกตาหนุ่มโสดไว้ ส่วนผู้หญิงที่เป็นแขกในงานก็จะมีทีมงานเข้ามาเอาผ้าคาดตาที่ตกแต่งด้วยขนนกมาปิดตาเอาไว้ ชยากรเอาแต่มองหาอนุศนิยา เขาดีใจที่เห็นอนุศนิยาอยู่ที่นั่นด้วย เขาก็พยายามเล็งไว้ว่าอนุศนิยายืนอยู่ตรงไหน
เสาวรสซึ่งอยู่รอบนอกไม่ได้เข้ามาเล่นด้วย รีบโบกไม้โบกมือบอกศตวรรษแล้วชี้ตำแหน่งให้เห็นว่าอนุศนิยายืนอยู่ตรงไหน พร้อมทั้งทำท่าใส่แหวนให้ดู ศตวรรษมองตามแล้วก็รู้ว่าแม่อยากให้เขาถือโอกาสนี้ขออนุศนิยาแต่งงาน ขณะที่ศตวรรษกำลังถอนใจก็มีทีมงานเอาผ้ามาผูกปิดตาเขาไว้
อนุศนิยายืนดูงานอยู่รอบนอกก็มีทีมงานเข้ามาเอาขนนกคาดปิดตาให้ แล้วพาอนุศนิยาจูงไปกลางวง เช่นเดียวกับประภาที่ก็รีบปิดตาเข้าไปเล่นกับเขาด้วย โสมมิกาเพิ่งออกมาจากหลังเวทีพร้อมกับมิรันตรี เห็นว่าทุกคนกำลังทำกิจกรรมกันอยู่ โสมมิกามองไปเห็นศตวรรษถูกปิดตาอยู่กลางวง
“ขอให้ทุกคนปล่อยตัวเองไปกับมนต์สะกด ไม่ต้องตกอกตกใจนะครับ ระหว่างที่อยู่ในอำนาจของเวทย์มนต์นี้ ขอให้ทุกคนปล่อยตัวไปตามสัญชาตญาณ พอลืมตาขึ้นมาแล้วคุณอาจจะได้พบรักอย่างไม่คาดฝันก็ได้”
หลังจากที่เห็นว่าทุกคนปิดตาแล้ว ดนตรีก็บรรเลงเพลงขึ้น พร้อมแสงที่เปลี่ยน ทุกคนพากันเดินวนๆ อยู่ในวงล้อม โดยไม่มีใครมองเห็นกัน จนกว่าจะจบเพลงทุกคนจึงจะเปิดตาออกเพื่อหาคนที่จะได้สบตากันเป็นครั้งแรก
อนุศนิยางงมากได้แต่ยืนนิ่งๆ ส่วนชยากรก็พยายามเต็มที่ที่จะเดินหาอนุศนิยาทั้งๆที่มองไม่เห็น เขาคว้ามือของใครก็ตามที่เห็นแล้วร้องทัก “นุศ...” พอจับมือแล้วรู้ว่าไม่ใช่ชยากรก็ผละออกไปหาคนใหม่
ศตวรรษเดินไหลไปตามผู้คนโดยไม่มีจุดหมาย โสมมิกาไม่ยอมสวมผ้าคาดตา เธอจงใจแหวกไปหาศตวรรษเพื่อจะให้ศตวรรษสบตาเธอเป็นคนแรกและหลงรักเธออีกครั้ง
บ.ก.เห็นโสมมิกาดิ่งตรงไปหาศตวรรษก็รีบสะกิดมิรันตรีให้ดูโสมมิกา “แบบนั้นมันกันท่ากันนี่นา”
มิรันตรีเห็นท่าว่าโสมมิกาจะต้องป่วนงานแน่ มิรันตรีจึงหันไปที่คอนโทรลบอร์ดแล้วตัดสินใจสับสวิตช์ดับไฟงานเสียเพื่อไม่ให้โสมมิกาโกงได้ เสียงสาวๆ ฮือฮาที่จู่ๆ แสงก็ดับมืดลงทั้งงาน แต่ดนตรียังคงบรรเลงต่อไป ทำให้บรรยากาศยิ่งชวนตื่นเต้นว่าสาวคนไหนจะได้เป็นคู่เต้นรำของชายหนุ่มบ้าง พอเพลงค่อยๆ จบลงทุกคนก็หยุดยืนนิ่งท่ามกลางความมืด
“ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะได้มาตกหลุมรักกัน ค่อยๆ เปิดตาออก แล้วดูว่าคืนนี้ใครจะได้เป็นคู่รักของหนุ่มโสดของเราบ้าง”
ไฟค่อยๆ สว่างขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงหวานโรแมนติคทุกคนในงานค่อยๆ ถอดผ้าปิดตาออกเพื่อจะลืมตามองคนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น ศตวรรษ ชยากร โสมมิกาและอนุศนิยาดึงผ้าออกจากตาอย่างลุ้นๆ
“พอลืมตาแล้วขอให้เพ่งมองไปที่คนตรงหน้า สำหรับสาวๆ ที่ลืมตาขึ้นมาได้เจอหนุ่มโสดของเรา คืนนี้ให้ถือว่าเขาเป็นคนรักของคุณ ขอเตือนไว้ก่อนว่าอาจจะเกิดรักสามเส้า...สี่เส้าบ้าง แต่ก็หวังว่าทุกคนจะได้ปล่อยใจกันไปสุดตัวนะครับ”
หนุ่มสาวทุกคนเปิดตาออกมามองคนตรงหน้า บางคู่ก็จะยืนมองกันและกัน บางคู่ก็มองเห็นคนที่กำลังสบตามองไปทางอื่น
ศตวรรษลืมตาขึ้นมา อนุศนิยากำลังยืนอยู่อีกมุม ส่วนโสมมิกากำลังสอดส่ายสายตามองหาศตวรรษเห็นศตวรรษกำลังยืนหันให้และสายตามองไปอีกทาง โสมมิการีบเดินเข้าไปคว้าตัวศตวรรษไว้
โสมมิกาไปถึงตัวศตวรรษ เธอเห็นศตวรรษกำลังยืนมองอนุศนิยาอยู่ แต่ว่าอนุศนิยานั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าชยากร ทั้งคู่ยืนสบตากันและกัน
โสมมิการีบคว้าตัวศตวรรษให้หันมาสบเธอ “หมอต้องเป็นของโสม” ศตวรรษตกใจที่จู่ๆ โสมมิกาก็คว้าตัวเขาให้หันไปหาเธอ “เรากลับมารักกันเหมือนเดิมเถอะนะ โสมไม่มีสายตาไปมองใครอีกแล้วนอกจากหมอ”
ศตวรรษมองโสมมิกาที่อยู่ตรงหน้าอย่างลำบากใจ เสาวรสเดินตามหาพอเห็นว่าศตวรรษคู่กับโสมมิกาก็ฝันสลาย
ชยากรดีใจมากที่ลืมตาขึ้นมาเห็นอนุศนิยาเป็นคนแรก เขารีบเดินเข้ามาหาอนุศนิยา ผิดกับอนุศนิยาที่ออกจะช็อคเมื่อเห็นว่าเธอลืมตาขึ้นมาเจอชยากร
“อารู้ว่ายังไงเราต้องคู่กัน”
มิรันตรีหันมามองเห็นอนุศนิยาอยู่กับชยากรก็ตกใจ เธอแอบอึ้งไปเหมือนกัน ไม่นึกเลยว่าสองคนจะหากันเจออย่างปาฏิหาริย์ มิรันตรีแอบห่วงกลัวว่าชยากรอาจจะยิ่งเพ้อไปหนักก็ได้
ใบเฟิร์นกับประภาซึ่งลืมตามาเจอคู่เป็นผู้หญิงก็เชิดใส่ พอทั้งคู่เห็นชยากรคู่กับอนุศนิยาก็กลัวจะเป็นข่าวอีก
“ตายแล้ว...เดี๋ยวก็เป็นข่าวกันอีกพอดี”
ในขณะที่หนุ่มโสดที่จับคู่กับคนอื่นๆ พากันเต้นไปกับคู่ของตน อนุศนิยากับชยากรกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“อย่าโกรธอาอีกเลยนะ อาขอโทษที่ปิดบังความรู้สึกกับนุศ อาจะพิสูจน์ว่าอาเป็นอาของนุศจริงไหม เราสองคนจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป”
อนุศนิยาตกใจมากที่ชยากรยังเชื่อมั่นและยังไม่คิดจะตัดใจจากเธอ ในขณะที่คู่อื่นๆ กำลังมีความสุข แต่สองคู่นี้กลับยืนหยุดนิ่งอยู่กลางวง ท่ามกลางการลุ้นของมิรันตรี รวมถึงใครอีกหลายๆ คนที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนสองคู่จะสลับกันอย่างนี้

อนุศนิยารับไม่ได้ที่ชยากรยังคงพยายามตื้อเธอ อนุศนิยาเดินหนีชยากรฝ่ากลุ่มของหนุ่มสาวที่กำลังเต้นกันอยู่ออกมา
ชยากรรีบเดินตามออกมาโดยไม่แคร์สายตาใคร “นุศ....นุศ “
ใบเฟิร์นกับประภาที่กำลังลุ้นสุดขีดกลัวว่าทั้งคู่จะเป็นจุดสนใจของใครในงาน เช่นเดียวกับมิรันตรีที่ตกใจมากเมื่อดูทีท่าแล้วชยากรจะยังไม่ตัดใจจากอนุศนิยา มิรันตรีมองตามเป็นกังวล ศตวรรษมองตามอนุศนิยากับชยากรที่เดินออกไปจากงาน ศตวรรษเป็นห่วง จะตามไป
โสมมิการีบขวาง “หมอจะไปไหนไม่ได้ เราต้องคุยกันก่อน “
ศตวรรษไม่สนใจ แต่โสมมิกาเข้ามาดึงแขนศตวรรษให้หันมาและตั้งท่าเต้นรำทันที ศตวรรษชะงัก

ชยากรรีบตามมาทันอนุศนิยา ชยากรยื่นมือไปโอบเอวอนุศนิยาแล้วดึงเข้ามากอดในท่าเต้นรำเช่นกัน
อนุศนิยาผงะ “อาชยา ปล่อยนุศ! “
“ถ้านุศอยากเป็นจุดสนใจ อยากจะเป็นข่าวอีก ก็เชิญด่าทอตบตีอาตอนนี้ได้เลย“ ชยากรทำหน้าจริงจัง อนุศนิยาหันไปมองรอบๆเห็นทุกคนกำลังเต้นรำอย่างไม่สนใจใคร ก็เลยต้องเต้นรำกับชยากรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน
เสาวรสเห็นผิดฝาผิดตัวก็ร้อนใจมาก “ให้มันได้อย่างนี้สิ!!! “
มิรันตรีเองก็อึ้งกับภาพที่เห็น รวมถึงประภากับใบเฟิร์นเห็นเช่นกัน
ประภาบ่น “โอล่ะพ่อล่ะสิงานนี้ จะรุ่งหรือจะร่วงฟะ เฮ้อ...”
ประภากับใบเฟิร์นถอนใจออกมาพร้อมกัน ศตวรรษจำต้องเต้นรำกับโสมมิกา แต่ศตวรรษไม่มองหน้าโสมมิกาเลย
“มองหน้าโสม” ศตวรรษยังไม่มอง “ถ้าไม่มอง โสมจะอาละวาดให้งานแตกเดี๋ยวนี้!!“
ศตวรรษหันไปมองโสมมิกาว่าจะเอายังไง
อีกด้าน ชยากรเต้นรำกับอนุศนิยา “นุศ...ได้โปรดพูดกับอา อย่าเอาแต่เงียบ “
อนุศนิยาหันมาสีหน้าไม่พอใจ “นุศจะพูด ก็ต่อเมื่ออาชยาจะเข้าใจว่า “นุศไม่ได้คิดอะไรกับอา”
ชยากรถอนใจ “อาไม่เข้าใจ“
“งั้นก็ไม่ต้องคุยกัน”
อนุศนิยาจะผละไป แต่ชยากรดึงเธอเข้ามาใกล้ และรีบพูด “ต้องให้อาทำยังไง นุศถึงจะยกโทษให้ เพื่อที่เราจะได้กลับมาดีต่อกันเหมือนเดิม”
ทางด้านศตวรรษถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ตรงหน้าโสมมิกา “เราไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก”
โสมมิกาแววตาแค้น “เพราะนังนุศใช่มั้ย!!! “
“ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น ผมขอยอมรับความผิดครั้งนี้ทั้งหมดไว้คนเดียว ผมผิดที่ปล่อยให้คุณเข้าใจว่าผมมีใจ ผิดที่ทำให้คุณเปิดโอกาสให้กับผม ผมผิดทุกอย่าง ผมขอโทษ...”
ทางด้านอนุศนิยามองหน้าชยากรตาแข็งกร้าว “มันสายไปแล้วสำหรับคำขอโทษในสิ่งที่อาทำลงไป อาทำให้ชีวิตนุศพัง จากที่นุศเคยมองเห็นอนาคตของตัวเอง แต่ตอนนี้ มัน ไม่ มี! เพราะนุศถูกคนประนามว่ามั่วไม่เลือก แม้กระทั่งกับอาแท้ๆของตัวเอง แค่คำขอโทษ คงชดใช้อะไรไม่ได้หรอกมั้งคะ”
ชยากรเจ็บปวดมาก อนุศนิยาผละออกจากชยากรและเดินออกไปทันที ชยากรได้แต่ยืนคอตก รู้สึกผิดและโกรธตัวเอง
โสมมิกาน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความเสียใจ “แต่โสมรักหมอนะคะ รักมาก รักจนไม่อยากที่จะรักใครอีกแล้ว “
“อย่าหาว่าผมใจร้ายเลยนะโสม ผมรู้ว่าคนอย่างคุณ ไม่มีทางรักใครมากกว่ารักตัวเอง”
ตึง!! โสมมิกาจากเสียใจเปลี่ยนเป็นโกรธ “ต้องให้โสมตายให้ดูก่อน หมอถึงจะเชื่อว่าโสมรักหมอจริงใช่มั๊ย”
“คุณไม่มีทางทำร้ายตัวเองได้หรอกโสมมิกา” ศตวรรษกับโสมมิกาหยุดเต้น ศตวรรษไม่พูดอะไรออกมาอีก นอกจากส่ายหัวเอือมๆ แล้วก็เดินออกไป
โสมมิกาได้แต่ยืนนิ่งงัน หันไปก็เห็นชยากรยืนอยู่ไม่ไกลออกไป ชยากรหันมาสบสายตาโสมมิกาพอดี ทั้งคู่ตกอยู่ในสภาวะเดียวกัน

ศตวรรษเดินหน้าเครียดออกมา เจอเสาวรสตามมาติดๆ แล้วก็โวยใส่ด้วยความหงุดหงิด “ตาวรรษ” ศตวรรษหันไป “บอกให้มาขอหนูนุศแต่งงาน แล้วมัวมาเสียเวลาไปเต้นรำกับยัยโสมมิกาทำไม โอกาสดีๆ หลุดไปแล้วเห็นไหม” ศตวรรษเงียบ... “คู่อาหลานนั่นก็อีก ...เกิดเคลิ้มกันจนกู่ไม่กลับก็เท่ากับทุกอย่างสูญเปล่า” ศตวรรษได้แต่ถอนหายใจ “เอ้ามัวแต่ยืนถอนใจอยู่นั่นแหละ กลับเข้าไปในงานกับแม่!!“ เสาวรสจับแขนศตวรรษพาเข้าไปในงาน

อนุศนิยาสีหน้ากลัดกลุ้มใจมาก พลันมีมือมาแตะที่ไหล่ อนุศนิยาสะดุ้ง หันไปเห็นเป็นมิรันตรีก็โล่งอก
“สะดุ้งขนาดนี้คิดว่าเป็นอาชยาล่ะสิ” อนุศนิยาพยักหน้า “รายนั้น ฉันเห็นยืนคอตกอยู่กับที่ ท่าทางแกคงจะพูดแรงมาก”
“ถ้าพูดไม่แรง อาชยาก็คงไม่ตัดใจจากฉันซักที “
“มันก็จริง แต่ฉันว่าตอนนี้แกควรรีบกลับเข้าไปในงาน พิธีการใกล้จะเริ่มแล้ว”
อนุศนิยามองหน้ามิรันตรีแล้วก็พยักหน้า
ผ่านเวลามาจนถึงช่วงประกาศผลรางวัล พิธีกรกำลังยืนอยู่ท่ามกลางหนุ่มโสดที่เข้าประกวดทั้งหมด โดยที่มีแขกในงานและสื่อมวลชนมาร่วมลุ้นผลอยู่พร้อมๆ กัน
“แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย ผลโหวตหนุ่มโสดในฝันอยู่ในมือของผมแล้ว” เสียงดนตรีจากวงบรรเลงขึ้นด้วยท่วงทำนองระทึกใจ “หนุ่มโสดชวนฝันของเราประจำปีนี้ ได้แก่ ....” ทุกคนลุ้นกับผลโหวต “น.พ.ศตวรรษ วินวิวัฒน์ คือ ผู้ที่สาวๆ เทใจให้มากที่สุด ทำให้ยอดเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำเข้าไปสนับสนุนในโครงการศูนย์แพทย์กลางทะเลของคุณหมอครับ”
เสียงปรบมือดังขึ้น ศตวรรษอึ้งมาก
เสาวรสดีใจสุดๆ รีบหันมาปรบมือให้ศตวรรษที่ยืนข้างๆ “เก่งที่สุดลูกชายแม่” ศตวรรษเดินออกมาเพื่อรับรางวัลจากนพชัยซึ่งเป็นเจ้าภาพงานอย่างงุนงง เสาวรสหันไปพูดกับคนข้างๆ “ลูกชายฉันเองค่ะ ทั้งหล่อทั้งเลิศเลยเห็นมั๊ยคะ”
ภาพบนจอด้านหลังขนาดใหญ่นำภาพ VTR ที่ศตวรรษแนะนำโครงการของตนเองนำขึ้นมาฉายด้านหลัง
“และนอกจากรายได้จากการโหวตแล้ว ยังมีผู้สนับสนุนที่อยากจะร่วมสร้างฝันกับคุณหมออีกท่าน ขอเชิญคุณอนุศนิยา วรเลิศลักษณ์ตัวแทนจากคาซ่า ลีฟวิ่ง มอลล์ขึ้นมามอบเงินบริจาค 1 ล้านบาทให้กับโครงการของคุณหมอศตวรรษด้วยครับ”
ศตวรรษตกใจมากที่เห็นอนุศนิยาจะร่วมบริจาคให้เขา อนุศนิยานึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะต้องมามอบเงินให้กับศตวรรษ เสาวรสตื่นเต้นมาก ชยากรยืนมองตรงมุมหนึ่ง เห็นอนุศนิยากำลังขึ้นไปบนเวที โสมมิกายืนมองอนุศนิยาแววตาอาฆาต มีพนักงานเดินถือถาดวางไวน์เดินผ่านมา โสมมิกาคว้าแก้วไวน์มาดื่มอึกๆจนหมดแก้ว หันไปมองบริเวณคอนโทรลที่ควบคุมเสียงบนเวที หน้าตาเหมือนจะทำอะไรชั่วๆ อนุศนิยาขึ้นไปมอบรางวัลให้กับศตวรรษบนเวที ต่างฝ่ายต่างเก็บอาการ ยิ้มให้กันแบบสุภาพต่อหน้านักข่าวที่พากันถ่ายรูปคู่ของสองคนไว้ โสมมิกาไม่พอใจที่เห็นอนุศนิยาได้หน้าเคียงคู่กับศตวรรษ
“ผมขอให้คุณอนุศนิยาให้เกียรติเป็นตัวแทนสาวๆ ทั่วประเทศบอกเราทีได้ไหมครับว่าคุณสมบัติอะไรที่ทำให้คุณหมอศตวรรษคู่ควรที่จะเป็นชายในฝันของผู้หญิงทุกคน?”
พิธีกรยื่นไมค์มาตรงหน้าอนุศนิยา อนุศนิยาถึงกับอึ้งที่โดนต้อนให้อวยศตวรรษต่อหน้าแบบนั้น ศตวรรษรู้ในทันทีว่าอนุศนิยากำลังกระอักกระอ่วนใจมาก กลายเป็นช่วงเวลาวัดใจให้อนุศนิยาต้องพยายามเสแสร้งควบคุมอารมณ์เอาไว้
อนุศนิยากัดฟันชมออกไป “คงเพราะสงสารมั้งคะ! “ ศตตวรรษหน้าตึง ทุกคนทำหน้างง ตกลงกำลังชมหรือแอบหลอกด่า “ฉันหมายถึง ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนไหว คุณหมอคงจะเรียกคะแนนสงสารได้ดีก็เลยจับใจคนได้ง่าย”
“อ่อ..แล้วเหตุผลที่ทางคาซ่า ลีฟวิ่ง มอลล์ ทุ่มเงินล้านให้กับโครงการของคุณหมอล่ะครับ”
ศตวรรษหันไปมองว่าอนุศนิยาจะตอบว่าอะไร แต่ยังไม่ทันตอบ เสียงโสมมิกาดังขึ้น “จะเหตุผลอะไร้...!!! “ ทุกคนหันขวับไปเห็นโสมมิกายืนถือไมค์อยู่ตรงหน้าคอนโทรล ศตวรรษ อนุศนิยา ชยากร มิรันตรี เสาวรส ประภา ใบเฟิร์น มองระแวงว่าโสมมิกาจะมาไม้ไหน โสมมิกาเดินมาที่เวทีและพูดไปด้วย แขกในงานต้องแหวกทางให้เธอเดิน “ก็ใช้ความหน้าด้านอยากให้ผู้ชายเขาสนใจไง กลัวเขาจะไม่เล่นด้วย เลยใช้เงินซื้อเขาทุกทาง”
ทุกคนในงานหันไปมองโสมมิกาเป็นตาเดียว และเริ่มซุบซิบ อนุศนิยาช็อคมาก ไม่นึกว่าโสมมิกาจะกล้าหักหน้าเธอซึ่งๆ หน้าแบบนี้ ศตวรรษรู้ในทันทีว่าโสมมิกากำลังหึงหน้ามืดเพราะเขา โสมมิกาเดินขึ้นมาบนเวที ยืนอยู่ระหว่างสองคน ขโมยซีนสุดๆ
“ให้ฉันตอบแทนเธอไหมว่าหมอมีอะไรที่มัดใจ เธอถึงอยากได้เขานัก...ก็เพราะหมอเขามีเจ้าของแล้วไงล่ะ เธอถึงคันอยากได้เขาจนตัวสั่น ยายโรคจิต”
พิธีกรรีบแก้สถานการณ์เชิญอนุศนิยาลงจากเวที “เอ่อ... เอาเป็นว่าต้องขอบคุณทางคาซ่า ลีฟวิ่ง มอลล์เป็นอย่างยิ่งนะครับที่มาร่วมทำฝันให้เป็นจริงกับเราวันนี้”
โสมมิกาไม่สนใจ พูดต่อไป “จะอายอะไร ฝันที่จะได้เอาเงินฟาดหัวผู้ชายของเธอสำเร็จแล้วนี่ ยินดีด้วยนะอนุศนิยา ไม่ป่าวประกาศบอกไปล่ะว่าที่เธอจ่ายให้หมอน่ะไม่ใช่แค่ล้านเดียว”
ทุกคนส่งเสียงอยากรู้ // เสาวรสหน้าเสีย อยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น // ประภากับใบเฟิร์นแย่ มิรันตรีครุ่นคิด แล้วก็นึกออก รีบเดินไปหาประภากับใบเฟิร์น “ฉันจะรีบไปบอกสตาฟให้ตัดเสียงไมค์คุณโสม คุณสองคนขึ้นไปพาคุณโสมลงมาจากเวที”
ใบเฟิร์นกับประภาพยักหน้าและรีบเดินไปบนเวที มิรันตรีแยกตัวไปอีกทาง
ประภาท้วง “คุณโสม!! เกินไปแล้วนะคะ”
โสมมิกาหันขวับ “อย่ายุ่ง!!“
ประภากับใบเฟิร์นสะดุ้ง “ค่ะค่ะ ไม่ยุ่งแล้วค่ะ”
“ที่มันแย่งแฟนฉันไป มันไม่เกินไปรึไง มันกำลังตอแหล สร้างภาพแหกตาทุกคนอยู่ดูไม่รู้รึไง” อนุศนิยาอึ้งมาก ไม่นึกว่าโสมมิกาจะกล้าทำขนาดนี้ ชยากรสงสารอนุศนิยามากขยับตัวจะเดินไปที่เวที โสมมิกาหันไปทางอนุศนิยา “ในเมื่อเธอไม่พูด งั้นฉันก็จะบอกทุกคนว่าความจริงเป็นยังไง หมอศตวรรษคนนี้ “ โสมมิกาหันไปทางแขก กำลังจะพูดพร้อมกับมีเสียงเพลงดังขึ้น และไมค์ก็ไม่มีเสียงออกมา “เป็นหนี้อนุศนิยา 60 ล้าน..” ทุกคนไม่ได้ยินที่โสมมิกาพูด โสมมิกาชะงัก มองไปที่เห็นมิรันตรียืนอยู่ที่คอนโทรล โสมมิกาโกรธแค้นมาก ปาไมค์ลงพื้น ตรงเข้าไปจะตบหน้าอนุศนิยา แต่ศตวรรษเข้ามาขวาง ทำให้โดนตบอย่างแรง!! เพี๊ยะ!! ชยากร มิรันตรี คนทั้งงานอึ้ง ตะลึง เสียงเพลงเงียบ โสมมิกากับอนุศนิยาตกใจมาก “หมอ..โสม...โสมไม่ได้ตั้งใจ”
ศตวรรษไม่พูดกับโสมมิกา เดินไปเอาไมค์จากพิธีกรและหันไปทางแขกในงาน พร้อมกับเดินมายืนข้างอนุศนิยา

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/2 วันที่ 28 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ