อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/3 วันที่ 28 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/3 วันที่ 28 เม.ย.59

โสมมิกาหันไปทางแขก กำลังจะพูดพร้อมกับมีเสียงเพลงดังขึ้น และไมค์ก็ไม่มีเสียงออกมา “เป็นหนี้อนุศนิยา 60 ล้าน..” ทุกคนไม่ได้ยินที่โสมมิกาพูด โสมมิกาชะงัก มองไปที่เห็นมิรันตรียืนอยู่ที่คอนโทรล โสมมิกาโกรธแค้นมาก ปาไมค์ลงพื้น ตรงเข้าไปจะตบหน้าอนุศนิยา แต่ศตวรรษเข้ามาขวาง ทำให้โดนตบอย่างแรง!! เพี๊ยะ!! ชยากร มิรันตรี คนทั้งงานอึ้ง ตะลึง เสียงเพลงเงียบ โสมมิกากับอนุศนิยาตกใจมาก “หมอ..โสม...โสมไม่ได้ตั้งใจ”
ศตวรรษไม่พูดกับโสมมิกา เดินไปเอาไมค์จากพิธีกรและหันไปทางแขกในงาน พร้อมกับเดินมายืนข้างอนุศนิยา

“ผมยอมรับครับว่าผมกับคุณนุศ...เราสองคนสร้างภาพกันจริง“ อนุศนิยาชะงัก เธอหยุดหันมายืนมองดูว่าศตวรรษกำลังจะพูดอะไร อนุศนิยากลัวใจศตวรรษมากว่าจะทำอะไรหักหน้าเธอด้วยรึเปล่า โสมมิกา ชยากรมองไม่เข้าใจ


“และผมมีเรื่องจะต้องสารภาพกับทุกคน ผมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้ตำแหน่งหนุ่มโสดชวนฝัน เพราะผมว่าจะเลิกเป็นโสดแล้วครับ” ทุกคนยังคงไม่เข้าใจ “ในเมื่อคุณช่วยสานฝันเรื่องศูนย์แพทย์ของผมให้เป็นจริงแล้ว ช่วยทำฝันของผมอีกเรื่องให้เป็นจริงด้วยได้ไหม?” อนุศนิยาอึ้ง เช่นเดียวกับโสมมิกาและชยากรที่พากันผงะ ศตวรรษหยิบแหวนออกมา อนุศนิยามองศตวรรษอย่างไม่เชื่อสายตา ทันทีที่เห็นแหวนโสมมิการู้ทันที “แต่งงานกับผมนะครับ”
ชยากรแทบทรุดไปตรงนั้น มิรันตรีหน้าเหวอ แขกในงานพากันส่งเสียงวี๊ดวิ๊ว
ใบเฟิร์น ประภาโล่งอก แล้วก็ปรบมือ “ปรบมือค่าทุกคน ปรบมือ “
“โรแมนติกสุดๆ ปรบมือค่า”
แขกพากันปรบมือ เสาวรสปรบมือ ยิ้มร่า หน้าตาเบิกบานมาก หันไปทางคนข้างๆ “ลูกชายฉันค่ะ ลูกชายฉัน”
“ว่าไงครับคุณนุศ เราแต่งงานกันนะครับ” ศตวรรษรอฟังคำตอบ ทั้งงานพากันนิ่งอึ้ง รอคำตอบของอนุศนิยาอยู่คนเดียว แต่อนุศนิยายังคงนิ่งงัน ศตวรรษลุ้นมาก ตัดสินใจเข้าไปกอดอนุศนิยาและกระซิบข้างหู “ผมยอมลดศักดิ์ศรีขอคุณแต่งงาน คุณก็ควรจะลดศักดิ์ศรีของคุณตกลงแต่งงานกับผม ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะแย่ลงไปมากกว่านี้ เพราะพ่อของคุณคงจะรับเรื่องอะไรอีกไม่ไหวแน่”
อนุศนิยาฟังแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ผละออกมาจากศตวรรษ ชยากรสุดทน จะเดินขึ้นไป แต่มิรันตรีรีบตามมาจับแขน ชยากรหันไป มิรันตรีส่ายหัว จังหวะนั้นอนุศนิยายื่นมือไปตรงหน้าศตวรรษ มิรันตรีเห็นก็ชะงัก ชยากรหันไปมองตาม
“ตกลง ฉันจะแต่งงานกับคุณ “
เสาวรสร่าเริงสุดขีด ทุกคนปรบมือ ศตวรรษยิ้มโล่งใจบรรจงเอาแหวนสวมเข้าที่นิ้วนางซ้ายของอนุศนิยา เสียงเฮดังลั่นไปทั้งงาน นักข่าวพากันถ่ายรูปช่วงวินาทีนั้นเอาไว้ ชยากรทำใจไม่ได้ เช่นเดียวกับโสมมิกาที่แพ้ภัย ทนดูภาพนั้นไม่ได้จนต้องเดินหนีออกไป

นันทนาได้รับสายตรงฮ็อตไลน์มาจากเสาวรส เธอรีบวิ่งเข้ามาในห้องตอนที่อังกาบกำลังเตรียมจะเปิดเครื่องฟอกไตให้กับนันทพล นันทนาทำท่าดีใจเหมือนถูกรางวัลชิงโชคฝาชาเขียวยี่ห้อดัง นันทนาน้ำเสียงตื่นเต้น “คุณพี่....คุณพี่....สำเร็จแล้วค่ะ” อังกาบกับนันทพลงงที่จู่ๆ นันทนาก็พรวดพราดเข้ามา “ยายนุศตกลงแต่งงานกับหมอแล้วค่ะคุณพี่” นันทนารีบส่งหน้าจอโทรศัพท์ที่เสาวรสวิดีโอคอลล์ให้นันทพลกับอังกาบดู

ที่งานเห็นเสาวรสกำลังใช้มือถือถ่ายภาพเหตุการณ์ให้นันทนาดู ในขณะนั้นคนในงานกำลังรุมล้อมร่วมแสดงความยินดีกับศตวรรษและอนุศนิยาในบรรยากาศชื่นมื่น
“แฮ้ปปี้เอ็นดิ้งซะที” เสาวรสรีบเอากล้องโทรศัพท์ถ่ายให้ทางบ้านนันทนาได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์
ข้างๆ กัน ใบเฟิร์นกับประภาก็กำลังมองเหตุการณ์แล้วหันมากอดกันซาบซึ้ง “โห......ซึ้งมากอะ”
“รอดตายแล้ว ทอล์คออฟเดอะทาวน์แน่ข่าวนี้”
“ว่าแต่...เขาไปรักกันตั้งแต่ตอนไหน? “
“เออ..จริงด้วย…!!”
ประภากับใบเฟิร์นนึกแล้วก็พากันเหวอใส่กัน
ระหว่างที่ศตวรรษกับอนุศนิยากำลังยืนคู่ให้นักข่าวถ่ายรูป ทุกคนร่วมแสดงความยินดีนั้น ชยากรทนเห็นภาพบาดตานั้นไม่ได้ เขาตัดสินใจเดินออกไป ศตวรรษกับอนุศนิยาเห็นปฏิกิริยาของชยากร สองคนแอบมองหน้ากันโล่งใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่ากำลังญาติดีกัน อนุศนิยาก็รีบเก๊ก แล้วทำมึนตึงใส่ศตวรรษ
อนุศนิยามองสำรวจแหวนที่นิ้วแก้เขิน “ของจริงรึเปล่า?”
ศตวรรษอึ้งที่อนุศนิยากัดเจ็บขนาดนั้นเลยแกล้งตอกกลับเน้นๆ “เฟคทุกอย่างครับ”
อนุศนิยาแอบวืดไปเบาๆ เพราะเมื่อกี๊แอบหลวมตัวเคลิ้มไปเหมือนกัน พอเห็นศตวรรษตอบมาตรงๆ แบบนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเสียฟอร์มที่ตามแผนของศตวรรษไม่ทัน “คงไม่ได้ถึงกับจัดฉากให้โสมมาหลอกด่าฉันด้วยหรอกนะ”
“โสมเขาต้องเป็นนางเอกในเรื่องของเขา เขาไม่ยอมมาเข้าฉากเป็นตัวประกอบให้ใครหรอกครับ” อนุศนิยารู้สึกหมั่นไส้กับความกวนของศตวรรษ จึงโมโหทำท่าจะถอดแหวนออก ศตวรรษเห็นรีบห้ามไว้ “ไม่ต้องคืนครับ เดี๋ยวผมทำเบิกย้อนหลัง”
อนุศนิยาเจ็บจี๊ดอีกดอกเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเป็นการเล่นละครตบตาของศตวรรษ ไม่มีใครรู้ว่าศตวรรษแกล้งทำฟอร์มปากเสียเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของเขาเช่นกัน

มิรันตรีลากอนุศนิยาเข้ามาในห้องแต่งตัวอย่างตื่นเต้น เห็นว่าไม่มีคนก็รีบพูด “ไหนว่าไม่แต่ง...เคลิ้มจนหลวมตัวรับปากเขาเลยเหรอ”
“ไม่ใช่ ฉันมีเหตุผลของฉัน “
“เหตุผลอะไร? “
ยังไม่ทันพูด เสาวรสกับศตวรรษก็เข้ามาด้วยกัน ทั้งหมดชะงักมองหน้ากัน “อ้าวหนูนุศ มาอยู่นี่เอง” เสาวรสเดินมาจับมือ “แม่ดีใจ๊ดีใจนะจ๊ะ ที่จะได้หนูเป็นลูกสาวอีกคน”
“เหรอคะ แต่ฉันไม่ดีใจซักนิด” ป่อย แป่ว เสาวรสหน้าแหก อนุศนิยาเดินมาตรงหน้าศตวรรษ “อย่าเพิ่งได้ใจคิดว่าที่ฉันตกลงแต่งงานเป็นเพราะพิศวาสในตัวนาย ที่ฉันยอมแต่งเพราะฉันต้องการให้อาชยาตัดใจจากฉัน”
ศตวรรษทำหน้ากวน “เหรอครับ ผมนึกว่าที่คุณตกลงแต่งงานกับผมเพื่อหลอกคนอื่นว่าไม่ได้มีอะไรกับอาตัวเอง แต่ลับหลังก็แอบไปหากัน”
เสาวรสกับมิรันตรีผงะ “เอาแล้ว!!!”
อนุศนิยากำมือแน่น “นายศตวรรษ!!! ปากดีมากเกินไปแล้ว ตกลงฉันคิดถูกแล้วใช่มั้ยที่แต่งงานกับนาย”
“คิดถูกสิครับ งานนี้เราวินวินกันทั้งคู่ ไม่มีใครเสียเปรียบใคร แถมคุณยังได้ผมเป็นตัวประกัน...การันตีว่าผมจะใช้หนี้ 60 ล้านให้คุณจนหมด ไม่เบี้ยว ไม่หนี”
เสาวรสได้ยินก็ตกใจมาก
“มิ...เธอเป็นพยานด้วยนะว่าเค้าบอกจะใช้หนี้ 60 ล้านให้ฉัน โดยไม่หนี” มิรันตรีพยักหน้าหงึกๆๆๆ แล้วทั้งสองคนก็เดินมาประจันหน้า อนุศนิยาย้ำ “ดี!การแต่งงานครั้งนี้ ค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย”
อนุศนิยากับศตวรรษมองหน้ากันอย่างท้าทาย
อนุศนิยาเดินออกมาขึ้นรถที่คนขับรถวนมาจอดรอรับตรงหน้างาน ชยากรรีบตามออกมาแล้วมาดักหญิงสาวไว้ก่อนขึ้นรถ มิรันตรีตามออกมาเห็นชยากรพยายามจะยื้ออนุศนิยาไว้ มิรันตรีได้แต่หยุดยืนมองดูห่างๆ
“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน นุศไม่จำเป็นต้องแต่งกับมันก็ได้”
“แค่นี้ไม่ทำให้นุศเปลี่ยนใจหรอกค่ะ” อนุศนิยาเดินหนีชยากรไปที่รถ
“เรื่องอะไรต้องมาทนให้มันหลอกหากินกับเรา มันตั้งใจมาเกาะนุศกินรู้ตัวรึเปล่า”
“ก็เพราะอานั่นแหละค่ะ นุศถึงต้องมาเจอกับเรื่องบ้าๆ นี่” อนุศนิยารีบขึ้นรถไปเพื่อจะเลี่ยงไม่ต้องเผชิญหน้ากันอีก
“แต่เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันได้นี่นุศ....นุศ”
รถของอนุศนิยาขับออกไป ชยากรไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้อนุศนิยาต้องทิฐิขนาดนั้น
มิรันตรีเดินตามมาหาชยากร “ตัดใจซะเถอะค่ะ ยิ่งยื้อ นุศจะยิ่งเตลิดก็เพราะอา “
ชยากรหันมาตะคอกใส่มิรันตรี “สะใจเธอแล้วสิ ที่ลากฉันมาเจอกับเรื่องนี้ สุดท้ายเธอมันก็เอาแต่ได้ไม่ต่างจากพวกเห็บนั่นหรอก” ชยากรเดินหัวเสียไป
มิรันตรีอยากจะปลอบแต่ก็เข้าหน้าชยากรไม่ติดแล้ว

โสมมิกานั่งนิ่งมือกำพวงมาลัยแน่น คิดถึงคำพูดที่ศตวรรษตัดเยื่อใย คิดถึงตอนที่ศตวรรษขออนุศนิยาแต่งงาน ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ยิ่งเสียใจ และนึกย้อนกลับไปตรงที่บอกว่า
“ต้องให้โสมตายให้ดูก่อน หมอถึงจะเชื่อว่าโสมรักหมอจริงใช่มั๊ย”
“คุณไม่มีทางทำร้ายตัวเองได้หรอกโสม”
โสมมิกาน้ำตาไหล แล้วก็ชะงัก เพราะเห็นศตวรรษกับเสาวรสเดินมาด้วยกัน โสมมิกากดปุ่มสตาร์ทรถ จ้องไปที่ศตวรรษตาแข็งกร้าว

ศตวรรษกำลังขับรถของแม่ออกมาจากลานจอดรถเพื่อพาแม่กลับบ้าน
เสาวรสสีหน้ากังวลใจ “ไปบอกเค้าแบบนั้นได้ยังไง เรื่องใช้หนี้ ตั้ง 60 ล้าน ไม่ได้หาง่ายๆ “
“ผมต้องพูด เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำ “
“เฮ้อ ลูกหนอลูก ช่างแสนดีอะไรแบบนี้” เสาวรสคิด “แต่แม่ก็ยังไม่อยากไว้ใจอนุศนิยา ใครๆก็รู้ว่ายัยนี่มีแต่กำไรขาดทุนอยู่ในหัว กลัวจะเบี้ยวขึ้นมา แต่ลองรับปากแต่งงานออกสื่อไปแล้ว คงไม่กล้าเปลี่ยนใจหรอกมั้ง โอย..แม่ว่าพรุ่งนี้แม่รีบไปตกลงกับทางคุณนันเขาเลยดีกว่า เกิดเฉไฉขึ้นมา เราจะซวย”
ศตวรรษพึมพำกับตัวเอง “ถ้าเขาเปลี่ยนใจก็ดี เรื่องจะได้จบๆ แค่วันนี้”
ศตวรรษขึ้นรถ เสาวรสขึ้นรถตาม รถของศตวรรษขับผ่านหน้ารถของโสมมิกาที่จอดอยู่ในซอง ทันใดนั้นโสมมิกาออกรถพุ่งมาชนรถของศตวรรษทันที โครม....รถของโสมมิกาชนเข้ากับตอนท้ายของรถศตวรรษอย่างแรง ศตวรรษกับแม่ช็อคที่จู่ๆ รถก็ถูกชนเข้ากลางลำ
“กรี๊ดดด.....”
ศตวรรษเอาตัวเข้าไปกอดปกป้องเสาวรสไว้โดยสัญชาตญาณ พอรถของเขาหยุดนิ่งไปต่อไม่ได้ ศตวรรษก็ได้สติรู้ว่าเขากับแม่ปลอดภัย ศตวรรษหันไปมองท้ายรถ ตกใจเมื่อเห็นว่ารถคันที่ชนเขาก็คือรถของโสมมิกา “โสม....”
เสาวรสได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ รีบหันไปมอง พอรู้ว่าเป็นโสมมิกาจริงๆ ก็ช็อค“นี่จะฆ่ากันเลยเหรอ” ศตวรรษเป็นห่วงโสมมิกา เขาจึงรีบลงจากรถไป เห็นว่ากระจกหน้ารถของโสมมิกาแตก และโสมมิกาก็มีแผลเลือดออกที่หน้าผาก ศตวรรษรีบเข้าไปช่วยโสมมิกาด้วยความเป็นห่วง ไม่สนเสาวรสที่ตะโกนโหวกเหวกห้าม “วรรษ....วรรษ... ระวังนะลูก”
ศตวรรษเปิดประตูคนขับแล้วช่วยโสมมิกาออกมา โสมมิกาอยู่ในสภาพร้องไห้แบบเสียสติ “โสม...คุณทำอะไรของคุณ!! “
“หมอเห็นแล้วใช่มั้ยว่าโสมกล้าทำร้ายตัวเองเพื่อหมอ โสมกล้าตายเพื่อหมอ หมอจะได้รู้ว่าถ้าไม่มีหมอ โสมก็อยู่ไม่ได้”
ศตวรรษตกใจมากที่เห็นโสมมิกาพูดแบบไม่มีสติแบบนั้น

โรงพยาบาลเอกชนที่ศตวรรษทำงาน ศตวรรษรอฟังผลอยู่หน้าแผนก
อุดมศักดิ์เดินเข้ามา “คิดจะแต่งงานกับคนอื่นแล้วมายุ่งกับโสมทำไม กะจะคบโสมไว้เผื่อเลือกแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะครับ ผมกับคุณโสม เราไม่เคยเป็นอะไรกัน “
อุดมศักดิ์โมโห กระชากคอเสื้อศตวรรษเข้ามา “พูดจาหมาๆ ถ้าไม่เป็นแล้วโสมมันจะจริงจังกับแกขนาดนี้ได้ยังไง”
“ผมยอมรับผิด ที่บางครั้งการกระทำของผมทำให้คุณโสมคิดไปเอง แต่ผมไม่เคยฉวยโอกาสกับคุณโสมซักครั้ง ผมเห็นคุณโสมเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น ถ้าคุณไม่เชื่อ...คุณอยากจะฆ่าผมตรงนี้ก็ได้ ผมจะไม่หนี และจะไม่สู้”
ศตวรรษมองตาอุดมศักดิ์ไม่กลัว ทำให้อุดมศักดิ์ปล่อยมือจากศตวรรษ
“คุณพูดเองว่าไม่คิดอะไรกับลูกสาวผม เพราะฉะนั้น หลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อย่ามาให้ยัยโสมเห็นหน้าคุณอีก ผมต้องการให้ลูกของผมตัดใจจากคุณโดยเร็วที่สุด ก่อนที่มันจะกลายเป็นหมาบ้ามากไปกว่านี้ ถ้าคุณไม่รับปาก เราจะได้เห็นดีกัน!”

โสมมิกาทำแผลที่หน้าผากแล้วนั่งอยู่บนเตียง อุดมศักดิ์เปิดประตูเข้ามา โสมมิกาชะงัก ผิดหวังที่เป็นพ่อ “หมอศตวรรษล่ะคะ “
“เค้ากลับไปแล้ว “
“ไม่จริง พ่อไปพูดอะไรกับเค้าใช่มั้ย!!“
“ฉันไม่ได้พูด เค้าต่างหากที่พูดว่า ไม่ได้คิดอะไรกับแกตั้งแต่แรก แต่แกมันบ้าคิดไปเองคนเดียว”
“ไม่จริง หมอไม่มีทางพูดแบบนั้น” โสมมิกาจะลงจากเตียง “โสมจะไปหาหมอ”
อุดมศักดิ์จับตัวโสมมิกาเอาไว้ “เลิกทำตัวน่าสมเพทซักที” โสมมิกาชะงัก “ผู้ชายคนนั้นเค้าไปแล้ว เค้าไม่ใยดีแก เลิกอาลัยอาวรณ์โหยหามันซักที!!”
โสมมิกาได้ยินอย่างนั้นก็ผิดหวังมากที่ศตวรรษไม่แคร์เธอเหมือนก่อนอีกต่อไป ถึงกับทรุดนั่งลงบนเตียง ร้องไห้ด้วยความเจ็บใจ อุดมศักดิ์มองลูกด้วยความเหนื่อยใจ

วันต่อมา ที่คฤหาสน์วรเลิศลักษณ์ ศตวรรษกับเสาวรสมาตกลงเรื่องแต่งงานกับทางอนุศนิยา สองฝ่ายนั่งประจันหน้ากัน มีนันทนานั่งประกบอนุศนิยาฝั่งหนึ่ง เสาวรสประกบศตวรรษฝั่งหนึ่ง นันทพลนั่งอยู่เป็นประธานตรงกลาง ทำท่าเหมือนกำลังเปิดดีลธุรกิจกัน
“ผมตกลงรับข้อเสนอเรื่องการแต่งงานเพื่อแลกกับการผ่อนผันเวลาใช้หนี้ ผมยินดีจะแต่งงานกับคุณนุศเป็นเวลา 3 ปี แล้วจะทยอยใช้หนี้ทุกเดือนจนหมด 60 ล้านครับ”
เสาวรสได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนใจมาก รีบกระซิบเตือนศตวรรษ “แบบนี้ก็เท่ากับแต่งงานฟรีๆ น่ะสิ ตัวก็ต้องเสีย หนี้ก็ต้องใช้”
นันทนาแย้ง “แต่งฟรีที่ไหน ก็ถือว่าชดเชยดอกเบี้ยที่พวกเธอไม่ต้องจ่ายตลอดสามปีนี้ไง”
นันทพลเอ่ย “คุณเสาคิดว่าไม่เป็นธรรมตรงไหนก็บอกออกมาได้”
“แต่งแล้วเลิก วรรษก็ต้องเป็นม่าย ผู้ชายน่ะไม่เท่าไหร่ ดิฉันแค่กลัวทางนี้จะเสียหาย”
อนุศนิยารู้ทันว่าเสาวรสกำลังจะเรียกค่าตัว “อ้อ...เขาคงหมายถึงค่าเสียโอกาสของเขาน่ะค่ะ”
นันทนาเหน็บ “มาแต่ตัว สินสอดก็ไม่ต้องจ่าย มาเป็นเขยบ้านฉัน ก็ได้หน้าไปแทนแล้วไง”
“ใครว่าไม่จ่าย ค่าแหวนฉันก็ออก คุณบอกจะหารก็ไม่เห็นจ่าย”
อนุศนิยากับศตวรรษกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นเสาวรสเขี้ยวทุกเม็ดแบบนั้น
นันทนาอับอายมากเมื่อเสาวรสแสดงธาตุแท้ออกมาต่อหน้านันทพลแบบนั้น “แหม... แหวนเพชรเม็ดเท่าขี้ตา ใจคอเธอจะมาแต่ตัวเลยรึไง”
ศตวรรษหยิบโฉนดบ้านออกมาวาง “เพื่อความสบายใจผมขออนุญาตเอาบ้านของผมที่ท่านคืนให้เป็นสินสอดสำหรับการแต่งงานครั้งนี้” ศตวรรษเลื่อนโฉนดบ้านไปตรงหน้า
เสาวรสมองตาม ใจหาย รีบโวย “เอ๊า... แต่งแค่สามปี หย่าแล้วจะยังไง”
“พอหย่าแล้ว คุณนุศจะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าผม บ้านหลังนี้ ไม่ได้มีราคามากพอกับสินสอดที่คุณนุศสมควรจะได้ด้วยซ้ำ”
“ก็เราไม่ได้เป็นฝ่ายอยากแต่งงาน เขามาขอ แม่ไม่เรียกค่าสินสอดแกก็บุญแค่ไหน”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/3 วันที่ 28 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ