อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/4 วันที่ 28 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/4 วันที่ 28 เม.ย.59

“พอหย่าแล้ว คุณนุศจะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าผม บ้านหลังนี้ ไม่ได้มีราคามากพอกับสินสอดที่คุณนุศสมควรจะได้ด้วยซ้ำ”
“ก็เราไม่ได้เป็นฝ่ายอยากแต่งงาน เขามาขอ แม่ไม่เรียกค่าสินสอดแกก็บุญแค่ไหน”
ศตวรรษรู้สึกอับอายที่เสาวรสพูดจาไม่ไว้หน้าใครแบบนั้น อนุศนิยากัดริมฝีปากเจ็บใจที่ถูกมองอย่างไร้ค่าแบบนั้น
นันทพลเข้าใจความรู้สึกของอนุศนิยาจึงพยายามที่จะประนีประนอมตัดปัญหา “เอาอย่างนี้ งั้นผมขอให้ยกบ้านของคุณเป็นเรือนหอของพวกเขาดีกว่าไหม?”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ นุศไม่อยากได้”

อุดมศักดิ์จับตัวโสมมิกาเอาไว้ “เลิกทำตัวน่าสมเพทซักที” โสมมิกาชะงัก “ผู้ชายคนนั้นเค้าไปแล้ว เค้าไม่ใยดีแก เลิกอาลัยอาวรณ์โหยหามันซักที!!”


โสมมิกาได้ยินอย่างนั้นก็ผิดหวังมากที่ศตวรรษไม่แคร์เธอเหมือนก่อนอีกต่อไป ถึงกับทรุดนั่งลงบนเตียง ร้องไห้ด้วยความเจ็บใจ อุดมศักดิ์มองลูกด้วยความเหนื่อยใจ

วันต่อมา ที่คฤหาสน์วรเลิศลักษณ์ ศตวรรษกับเสาวรสมาตกลงเรื่องแต่งงานกับทางอนุศนิยา สองฝ่ายนั่งประจันหน้ากัน มีนันทนานั่งประกบอนุศนิยาฝั่งหนึ่ง เสาวรสประกบศตวรรษฝั่งหนึ่ง นันทพลนั่งอยู่เป็นประธานตรงกลาง ทำท่าเหมือนกำลังเปิดดีลธุรกิจกัน
“ผมตกลงรับข้อเสนอเรื่องการแต่งงานเพื่อแลกกับการผ่อนผันเวลาใช้หนี้ ผมยินดีจะแต่งงานกับคุณนุศเป็นเวลา 3 ปี แล้วจะทยอยใช้หนี้ทุกเดือนจนหมด 60 ล้านครับ”
เสาวรสได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนใจมาก รีบกระซิบเตือนศตวรรษ “แบบนี้ก็เท่ากับแต่งงานฟรีๆ น่ะสิ ตัวก็ต้องเสีย หนี้ก็ต้องใช้”
นันทนาแย้ง “แต่งฟรีที่ไหน ก็ถือว่าชดเชยดอกเบี้ยที่พวกเธอไม่ต้องจ่ายตลอดสามปีนี้ไง”
นันทพลเอ่ย “คุณเสาคิดว่าไม่เป็นธรรมตรงไหนก็บอกออกมาได้”
“แต่งแล้วเลิก วรรษก็ต้องเป็นม่าย ผู้ชายน่ะไม่เท่าไหร่ ดิฉันแค่กลัวทางนี้จะเสียหาย”
อนุศนิยารู้ทันว่าเสาวรสกำลังจะเรียกค่าตัว “อ้อ...เขาคงหมายถึงค่าเสียโอกาสของเขาน่ะค่ะ”
นันทนาเหน็บ “มาแต่ตัว สินสอดก็ไม่ต้องจ่าย มาเป็นเขยบ้านฉัน ก็ได้หน้าไปแทนแล้วไง”
“ใครว่าไม่จ่าย ค่าแหวนฉันก็ออก คุณบอกจะหารก็ไม่เห็นจ่าย”
อนุศนิยากับศตวรรษกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นเสาวรสเขี้ยวทุกเม็ดแบบนั้น
นันทนาอับอายมากเมื่อเสาวรสแสดงธาตุแท้ออกมาต่อหน้านันทพลแบบนั้น “แหม... แหวนเพชรเม็ดเท่าขี้ตา ใจคอเธอจะมาแต่ตัวเลยรึไง”
ศตวรรษหยิบโฉนดบ้านออกมาวาง “เพื่อความสบายใจผมขออนุญาตเอาบ้านของผมที่ท่านคืนให้เป็นสินสอดสำหรับการแต่งงานครั้งนี้” ศตวรรษเลื่อนโฉนดบ้านไปตรงหน้า
เสาวรสมองตาม ใจหาย รีบโวย “เอ๊า... แต่งแค่สามปี หย่าแล้วจะยังไง”
“พอหย่าแล้ว คุณนุศจะเป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าผม บ้านหลังนี้ ไม่ได้มีราคามากพอกับสินสอดที่คุณนุศสมควรจะได้ด้วยซ้ำ”
“ก็เราไม่ได้เป็นฝ่ายอยากแต่งงาน เขามาขอ แม่ไม่เรียกค่าสินสอดแกก็บุญแค่ไหน”
ศตวรรษรู้สึกอับอายที่เสาวรสพูดจาไม่ไว้หน้าใครแบบนั้น อนุศนิยากัดริมฝีปากเจ็บใจที่ถูกมองอย่างไร้ค่าแบบนั้น
นันทพลเข้าใจความรู้สึกของอนุศนิยาจึงพยายามที่จะประนีประนอมตัดปัญหา “เอาอย่างนี้ งั้นผมขอให้ยกบ้านของคุณเป็นเรือนหอของพวกเขาดีกว่าไหม?”
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ นุศไม่อยากได้”
“ก็ถ้าฉันยกบ้านเป็นเรือนหอ งั้นงานแต่งทั้งหมดคุณทางคุณจะรับภาระไปไหม”
นันทนาหมั่นไส้ที่เสาวรสตืดมาก “หูย...นี่ตกลงเธอจะลงทุนอะไรบ้างไหม?”
“ลูกชายฉันลงทุนมาเป็นเจ้าบ่าวให้ในงาน แค่นี้ยังถือว่าไม่พออีกรึไง”
อนุศนิยาเมินหน้าหนีรับไม่ได้ที่เห็นเสาวรสเอาลูกชายมาหากินแบบนี้ ส่วนศตวรรษไม่สบายใจมาก

ชยากรรู้ว่าศตวรรษมาที่บ้านก็รู้สึกไม่ไว้ใจ เขาเข้าไปหาอังกาบที่กำลังเตรียมอาหารให้อนุกรซึ่งเพิ่งตื่นกินอยู่
“พวกนั้นมาทำไมครับ”
“มาสู่ขอนุศ”
“กลัวจะหลุดมือรึไง ไม่ถึงวันก็มากดดันพี่พล”
“ข่าวมันไปไว เขาก็เลยอยากให้ผู้ใหญ่รับรู้ไว้ จะได้สบายใจ”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องมันมาถึงขั้นนี้ได้”
“ทำใจไม่ได้ที่พี่นุศชิ่งล่ะซี่ ยินดีต้อนรับสู่ “หมาหัวเน่าคลับ” อนุกรยื่นมือไปให้จับ
ชยากรไม่พอใจที่อนุกรเยาะเย้ย เขาทำท่าจะตอกกลับ แต่อังกาบจ้องเขม็ง ชยากรจึงยอมเป็นฝ่ายไป

อนุศนิยาเรียกศตวรรษออกมาเคลียร์กันตามลำพังที่นอกบ้าน อนุศนิยายืนกอดอกวางมาดเต็มที่
“มีอะไรอยากตกลงนอกรอบกับผมเหรอครับ”
“ไปบอกแม่คุณอย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนัก”
“หนังเหนียวระดับคุณ แม่ผมทำอะไรไม่ได้หรอกครับ”
“นายศตวรรษ!!!” ศตวรรษนิ่ง “ฉันอยากย้ำกับนายอีกครั้งว่าเราแต่งกันแค่ในนาม!ไม่ต้องมาฝันหวานถึงอะไรที่เป็นไปไม่ได้”
ศตวรรษรู้ว่าอนุศนิยากำลังกระดากปากที่จะพูด “คุณหมายถึงเรื่องบนเตียงนะเหรอ?” อนุศนิยาอายทำหน้าไม่ถูก ศตวรรษขำที่จึงพูดล้อๆ “ตั้งสามปีแน่ใจเหรอว่าอยู่ใกล้ผมแล้วคุณจะอดใจไหว คืนเดียวบนเกาะ ผมยังเกือบเสร็จคุณเลย แล้วผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าทุกคืนที่อยู่กับคุณผมจะอยู่รอดปลอดภัย”
อนุศนิยารู้สึกอับอายมากที่ศตวรรษพูดโจ๋งครึ่มแบบนั้น “ทะลึ่ง“
ศตวรรษแกล้งยั่วให้อนุศนิยาอับอาย “สงสัยผมต้องคิดมัดจำค่าเสียหาย เผื่อวันไหนคุณต้องการ ขึ้นมา หย่าไป มีตำหนิ ผมจะได้ไม่เสียราคา”
“ไม่ต้องมัดจำ ฉันยืนยันคุณจะไม่มีส่วนไหนเสียหาย”
“แล้วถ้ามีเหตุฉุกเฉิน?”
“ฉุกเฉินยังไง?”
ศตวรรษมองไปเห็นชยากรแอบมองพวกเขาคุยกันมาจากในบ้านอยู่นานแล้ว พอศตวรรษเห็นชยากรคอยจับตาก็เลยอยากจะแสดงท่าทางแบบคนรักให้ชยากรเห็น “บางทีผมก็ต้องเป็นไม้กันหมาเพื่อให้พ่อคุณสบายใจ”
ศตวรรษคว้ามือของอนุศนิยาขึ้นมากุมไว้ อนุศนิยาตกใจ หันกลับไปในบ้าน เห็นชยากรกำลังจ้องดูพวกเขาอยู่จริงๆ อนุศนิยาจึงไม่ดึงมือออกจากศตวรรษ ปล่อยให้ศตวรรษกุมมือเธอไว้แบบนั้น
“เห็นรึยังว่างานนี้ผมต้องเปลืองตัวแค่ไหน” ศตวรรษพูดทั้งๆ ที่กุมมือของอนุศนิยาไว้แบบสวีทหวาน อนุศนิยาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศตวรรษจะแสดงละครได้เก่ง เธอเริ่มมองศตวรรษแบบไม่น่าไว้ใจ คิดว่าเขาเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มาก “ถ้าไม่อยากจ่ายมัดจำ งั้นถ้ามีเหตุจำเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะคิดค่าบริการเสริมเป็นครั้งๆ ไป” เขาชี้ที่มือ “ตรงนี้ครั้งละพันห้า” เขาเอามือตบที่บ่าตัวเอง “ซบบ่าผมคิดสองพัน” เขาชี้ไปตามตัว “ในเขตร่มผ้า ผมคิดห้าพัน ถ้าจะกอดจะจูบ ผมอาจจะต้องชาร์จแรงกว่านั้น ถ้าถึงขั้นนั้น ผมมีราคาเหมาจ่ายเป็นวันๆ คุณโอเคไหม?”
อนุศนิยาดึงมือออกจากศตวรรษแบบรับไม่ได้ “หัวหมอ!ทุเรศมาก ขายตัวใช้หนี้อยู่รึไง”
ศตวรรษขำที่อนุศนิยาเห็นเป็นจริงเป็นจังจนโกรธอย่างนั้น ชยากรไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไร แต่เห็นเหมือนศตวรรษขำที่แกล้งอนุศนิยาได้ ทำให้ชยากรรู้สึกทำใจไม่ได้ที่เห็นอนุศนิยาทำท่างอนเหมือนกับเป็นคนรักกันจริงๆ

อนุศนิยากลับเข้าบ้านมาหลังจากที่ศตวรรษกลับไปแล้ว เธอเห็นอาๆ กำลังสุมหัวนินทาเธอลับหลัง
นุดีไม่พอใจ “งกขนาดนั้นก็เอาไปได้ นี่เท่ากับเราขาดทุนยับเลย พี่นันทพลโดนฟันหัวแบะแล้วรู้ตัวไหม”
นนทิยาแขวะ “นังนุชนี่มันเค็มดีนัก สุดท้ายก็ต้องเอาเงินไปซื้อผู้ชาย “
นาวิกาปลง “ก็คิดว่าเคยไปเอาของเขามา ชาติหน้าจะได้หมดเวรหมดกรรมกันไป”
อนุศนิยาแกล้งกระแอมให้ทุกคนรู้ตัว อาๆ พากันชักสีหน้าเมื่อรู้ว่านุศมา “อยากเห็นนุศเป็นฝั่งเป็นฝากันนักไม่ใช่เหรอคะ ไม่ดีใจรึไง... โดยเฉพาะอานัน นุศต้องขอบคุณมากเลยนะคะที่หาสามีเงินผ่อนมาให้ นุศไม่เคยรู้สึกว่าจ่ายอะไรแล้วคุ้มขนาดนี้มาก่อนเลย” อนุศนิยาแดกดันเสร็จเดินออกไป
“ดู๊ดู!! มันจะยังมาแดกดันชั้น! นังหลานทรพี!”
นนทิยาประชด “เจ็บใจมากเพราะยังหาหนทางหาผลประโยชน์จากการแต่งงานครั้งนี้ไม่เจอเลยใช่ไหมค่ะคุณพี่”
นันทนาโกรธ สามสาวเดินสะใจออกไป

โสมมิกาเห็นข่าวการขอแต่งงานของศตวรรษลงอยู่ในหน้าสังคมของหนังสือพิมพ์ ก็ฉีกๆๆๆๆ หนังสือพิมพ์ แล้วก็ปาทิ้ง “อ๊ายยยย!!!! “
เสียงเคาะประตูดังขึ้น โสมมิกาหันขวับ ประตูเปิดออกเห็นลูกแพร์ถือกระเช้าดอกไม้เข้ามา ลูกแพร์ชะงักเพราะซากหนังสือพิมพ์บนพื้น “อุ่ย! “
“เข้ามาทำไม!! “
“เออ กระเช้าจากนิวส์ไลน์ฝากมาเยี่ยมคุณโสมค่ะ” ลูกแพร์เอามาส่งให้โสมมิกา “จะให้เอาวางตรงไหนดีคะ “
“ไว้บนหัวแกไง“ ลูกแพร์เหวอมาก แล้วก็รีบวางบนโต๊ะข้างเตียง โสมมิกาโวย “หมอศตวรรษอยู่ไหน? “
“ไม่ทราบค่ะ”
“ทำไมไม่ทราบ !!! “
“ลูกแพร์ไม่ใช่เมียหมอ ที่หมอจะต้องคอยรายงานว่าจะไปไหนไปทำอะไรไปกับใครไป...” โสมมิกาโมโหสุดๆ หันไปคว้ากระเช้าดอกไม้ปาลงพื้นตรงหน้าลูกแพร์แตกกระจาย ลูกแพร์เผ่นหลบทันแบบฉิวเฉียด “ว๊าย....!!!”
“ออกไป...ออกไป” ลูกแพร์รีบวิ่งออกไป โสมมิกาโกรธจนควันออกหู

ลูกแพร์เดินหน้าสยดสยองมาตามทาง แล้วก็เจอศตวรรษที่กำลังเดินมา
“ลูกแพร์ คุณโสมอาการเป็นไงบ้าง “
“หายดีแล้วล่ะค่ะ ลูกแพร์เพิ่งโดนจัดเต็มมา เพราะหมอนั่นแหละค่ะที่ไม่เข้าไปเยี่ยมเธอ”
“ผมรับปากกับพ่อคุณโสมเอาไว้ ว่าจะไม่ไปให้คุณโสมเห็นหน้าอีก ผมถึงกวนคุณให้ไปช่วยดูแล”
“ลูกแพร์ดูไม่ไหวหรอกค่ะ และลูกแพร์ก็จะไม่มีวันเข้าไปในห้องนั้นอีกเด็ดขาด “ ลูกแพร์พูดจบก็จ้ำเดินออกไป ศตวรรษได้แต่ถอนหายใจ

เสาวรสเดินมาเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สตูดิโอ มีจีน่าเป็นพนักงานขายช่วยดูแลให้ เสาวรสลุกนั่งลองเก้าอี้ต่างๆ
“ตัวนี้เท่าไหร่”
จีน่าเปิดแคตตาล็อกเช็คราคา “เจ็ดหมื่นสามค่ะ”
“มีผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ไหม”
จีน่าทำหน้าเหยียดๆ “สินค้าไม่ได้เข้าร่วมโปรโมชั่นค่ะ”
“วุ้ย... นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ เอากันตรงๆ เลยละกัน มีส่วนลดผู้บริหารไหม? ที่มาเนี่ยก็จะแต่งเรือนหอให้เจ้าของบริษัทเธอนั่นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นต้องมี voucher มาค่ะ “
“เว้าช่ง เว้าเช่อไม่มีหรอกย่ะ เป็นแม่ผัวคุณนุศนี่ยังไม่ใหญ่พอรึไง”
อนุศนิยาเดินผ่านมาได้ยินเสาวรสกำลังเบ่งใส่จีน่าพอดี อนุศนิยารับไม่ได้รีบเข้ามารับหน้าให้แทน จีน่าจึงหลบไป อนุศนิยาประชด “ถ้าสู้ราคาไม่ไหว แนะนำให้ซื้อสินค้าตัวโชว์แทนดีไหมคะ “
“หนูกล้าใช้รึเปล่าล่ะลูก ถ้าหนูกล้า แม่ก็จะซื้อให้”
“ถ้ามันลำบากนัก ไม่ต้องแต่งมันหรอกค่ะเรือนหอ ยังไงนุศก็คงจะไม่ย้ายไป”
“แม่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ บ้านเราคับแคบ หนูคงมาอยู่ไม่ไหว ให้วรรษย้ายเข้าไปอยู่กับหนูเถอะนะ หนูจะได้สบายใจ”
“ค่ะ ให้เขาหิ้วกระเป๋ามาพร้อมอยู่เลยนะคะ จะได้ขายบ้านหลังนั้นทิ้งไป สินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ยิ่งอยู่ยิ่งเสื่อมราคา เก็บไว้ก็รกหูรกตาเปล่าๆ” อนุศนิยาพูดเสร็จสะบัดบ๊อบเดินออก
เสาวรสแอบด่าตามหลังว่าที่ลูกสะใภ้ “เค็ม! เขี้ยว!”
จีน่าเอากาแฟมาเอาใจอนุกรพร้อมกับรีบมาเล่าเรื่องเสาวรสให้อนุกรฟัง ทั้งคู่ยืนคุยกันที่ทางเข้าออฟฟิศ
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่คุณหมอจะงกอะไรขนาดนั้น”
“สมน้ำหน้าพี่นุช เลือกมากนัก สุดท้ายก็หาใครไม่ได้ ต้องมาคว้าลูกหนี้ตัวเอง”
“ที่บ้านคุณเล็กไม่เคร่งเรื่องฐานะ งั้นเขาก็ต้องรับที่คุณเล็กมาคบกับลูกจ้างอย่างจีน่าได้ เมื่อไหร่คุณเล็กจะพาจีน่าไปเปิดตัวกับที่บ้านซะที ที่บ้านเขาน่าจะอยากได้ลูกสะใภ้กันบ้างรึไง”
อนุกรแทบสำลักกาแฟ เขาแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่พร้อมจะจริงจังกับจีน่าเท่าไหร่ “ค่อยๆ ไปทีละขั้นดีไหม เปิดตัวจีน่าเป็นเลขาของผมก่อน อย่างอื่นค่อยเป็นค่อยไป”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/4 วันที่ 28 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ