อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/5 วันที่ 29 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/5 วันที่ 29 เม.ย.59

อนุกรแทบสำลักกาแฟ เขาแบ่งรับแบ่งสู้เพราะยังไม่พร้อมจะจริงจังกับจีน่าเท่าไหร่ “ค่อยๆ ไปทีละขั้นดีไหม เปิดตัวจีน่าเป็นเลขาของผมก่อน อย่างอื่นค่อยเป็นค่อยไป”
“หึ...คุณเล็กจะหวงตำแหน่งเมียเอาไว้ให้สาวที่ไหน”
“เล็กแค่อยากโฟกัสเรื่องงานให้ที่บ้านเห็นก่อน”
อนุศนิยาออกจากลิฟต์มา เจออนุกรคุยกับจีน่าอยู่พอดี อนุศนิยาไม่พอใจที่เห็นทั้งคู่อู้งาน “ว่างงานนัก กลับลงไปเช็คสต็อกข้างล่างโน่นดีไหม?”
“เราคุยเรื่องงานกันอยู่ นี่จีน่าเลขาของเล็ก”

“มีเลขาส่วนตัว มีปัญญาจ่ายค่าจ้างรึไง เอาตัวเองให้พ้นโปรก่อนดีไหม” อนุศนิยามองอนุกรเหยียดๆ
จีน่าไม่ชอบใจที่เห็นอนุกรไม่มีอำนาจใดๆ ในบ้านอย่างที่หวัง พออนุศนิยาไปแล้ว จีน่าเริ่มหวั่นๆ ใจว่าที่ลงทุนจับผู้ชายอย่างอนุกรนั้นจะได้เรื่องแน่ไหม



อนุศนิยาตั้งหน้าตั้งตาอ่านเอกสารบนโต๊ะจนหน้านิ่วคิ้วขมวด
ประภาถือหนังสือพิมพ์เข้าห้องมา ทำท่าคันปากเหมือนมีเรื่องจะฟ้อง “ช่วงนี้คุณวรรษยุ่งเหรอคะ ไม่เห็นมาเตรียมงานแต่งด้วยเลย คุณนุศรู้ไหมคะว่าคุณวรรษมัวไปทำอะไร” ประภาเน้น “กับใคร?”
“คุณภารู้อะไรก็ว่ามา”
ประภาหยิบหนังสือพิมพ์ออกมาอ่านข่าวกอสซิป 'นับจากโดนแฟนเก่าขอหญิงอื่นแต่งงานต่อหน้า คาสโนวี่ตัวแม่ก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยความตรอมใจ ไม่รู้ว่าโคม่าหรือไปนอนอ้อนหมอที่โรงพยาบาลกันแน่ คงต้องดูว่ารักแท้จะแพ้ถ่านไฟเก่าหรือไม่'
อนุศนิยาได้ยินแล้วก็แอบสงสัยว่าศตวรรษอาจจะไปขลุกอยู่กับโสมมิกาแต่อนุศนิยาก็ทำหน้านิ่งมากจนประภาเดาไม่ถูก “คุณนุชไม่หึง? ไม่หวงคุณหมอเลยเหรอค่ะ?”
“เดี๋ยวเอาเอกสารนี้ให้ฝ่ายโรงงานตรวจสอบอีกทีด้วยนะ” อนุศนิยาส่งแฟ้มให้ประภา
ประภาเงิบ “ค่ะ” ประภารับเอกสารแล้วเดินออกจากห้องไป
อนุศนิยาหันมาดูงานในคอมพิวเตอร์ต่อแต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า จนต้องหันไปดูมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ
อนุศนิยาคว้ามือถือมา กดโทรไปที่ชื่อศตวรรษเพื่อเคลียร์ข้อสงสัยในข่าว แต่พอจะกดโทรจริงๆ ก็ลังเล “เขาจะคิดว่าเราหึงรึเปล่า” พอคิดได้อย่างนั้น อนุศนิยาก็รีบปล่อยมือถือวางที่เดิมทันที
ที่หน้าประตูห้องทำงาน เห็นประภาแอบแง้มประตูเข้ามายิ้ม เห็นว่าที่จริงอนุศนิยาก็งุ่นง่านเพราะข่าวอยู่เหมือนกัน “แหมม!!..ทำเป็นฟอร์มเยอะ!!!”
เย็นนั้น ชยากรมาวิ่งออกกำลังที่สวนสาธารณะ แต่วันนี้วิ่งแล้วคอยสอดส่ายสายตาหามิรันตรีไปด้วย ชยากรหงุดหงิดที่ไม่เห็นมิรันตรีมาวิ่งอย่างเคย

มิรันตรีกำลังยุ่งอยู่กับการเลือกชุดแต่งงานแทนอนุศนิยาที่ไม่ใส่ใจเรื่องการแต่งงานครั้งนี้เลย “แบบนี้นี่แหละค่ะน่าจะเหมาะกับนุศที่สุด” เสียงมือถือดังขึ้น มิรันตรียุ่งๆ เลยกดรับแบบไม่ได้ดูหน้าจอ
“อยู่ไหน?”
มิรันตรีตกใจเมื่อได้ยินชยากรเป็นฝ่ายโทรหาเธอก่อน ไม่กล้าบอกว่ากำลังเตรียมการแต่งงานให้อนุศนิยา “ทำธุระอยู่ อาโทรมามีอะไรคะ”
“พอฉันหมดประโยชน์ก็หายหัวไปเลยนะ ทีเมื่อก่อนล่ะเช้า-เย็นต้องเสนอหน้ามา”
“เอ๊า... ก็มิเห็นอารำคาญทุกทีที่เจอ ไม่นึกว่าจะคิดถึงกันนี่คะ”
ชยากรรีบแก้ทันที “ไม่ได้คิดถึง แค่สงสัย”
มิรันตรียิ้ม รู้ว่าชยากรแค่เก๊กฟอร์มจัด “อานั่นแหละอยู่ไหน? ให้มิไปหาไหม” ชยากรเดินผ่านวงของคนเต้นแอโรบิคทำให้เสียงเพลงแอโรบิคดังเข้ามา มิรันตรีได้ยินก็รู้คำตอบในทันที “ฮั่นแน่ ... ไปดักรอเค้าที่สวนแล้วรอเก้อใช่ไหมล่ะ”
ชยากรอายที่ถูกจับได้ว่าเป็นฝ่ายมาดักรอเจอมิรันตรี “เปล่ารอ แค่บังเอิญผ่านมา”
“งั้นอาวิ่งอีกซักสองรอบ แล้วเดี๋ยวมิไปให้อาเลี้ยงข้าวแก้คิดถึงน๊า” พูดจบมิรันตรีก็รีบวางสายด้วยความปลาบปลื้ม
ชยากรได้ยินอย่างนั้นก็รีบวางสาย สบายใจ แล้วออกวิ่งตามที่มิรันตรีบอกทันที แต่พอวิ่งแล้วก็นึกขึ้นได้ “ทำไมเราต้องทำตามเขาสั่งด้วย“ ชยากรทำท่าจะเลิกวิ่ง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ สุดท้ายลังเลไปมาก็ตัดสินใจวิ่งต่อไปอยู่ดี

ชยากรนั่งรอมิรันตรีที่ร้านนานมากจนเขาสั่งอาหารมาแล้ว สาวๆ โต๊ะข้างพากันมองหนุ่มหล่อเนี้ยบอย่างชยากรที่มานั่งรอใครอยู่คนเดียว
มิรันตรีกระหืดกระหอบแบกของมาที่โต๊ะด้วยท่าทางเพิ้งมาก “โอย...ขอโทษ รถติดมากกกก นี่มิต้องบึ่งมอไซค์มา หิวค่อด” มิรันตรีหยิบส้อมขึ้นตักอาหารของชยากรมาจิ้มกินแบบไม่เกรงใจ สาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันมองแบบผิดคาดไม่นึกว่าชยากรจะมานั่งรอสาวห้าวแบบนี้ มิรันตรีเคี้ยวไปพูดไป “หือออ.... หร่อย อานี่รู้ใจสั่งของชอบมิด้วย เริ่ดอะ”
ชยากรรู้สึกอายที่มิรันตรีทำท่าตะกละหิวโซแบบนั้น ชยากรกินไม่ลงเมื่อเห็นมิรันตรีมากินของเขาแบบนั้น แถมยังไม่รู้ตัวว่ามีผักติดฟันอีกต่างหาก ชยากรรับไม่ได้ “ไปตายอดตายอยากจากไหนมา”
“แหม แค่นี้ก็ต้องหวง วันนี้มิไปมาหลายที่ ไม่มีเวลากินข้าวเลยล่ะ” มิรันตรียิ้มแฉ่ง แล้วรีบยกมือเรียกบ๋อยเสียงดัง “น้อง!!!!“
ชยากรเห็นมิรันตรีเรียกคนอื่นก็อายแทนเลยรีบฉุดห้ามไว้ “เดี๋ยว...”
มิรันตรีเซเพราะแรงฉุดของชยากรจนทำกระเป๋าถือของตัวเองหล่นพื้น “อุ๊ย...”
มิรันตรีก้มลงไปเก็บ ชยากรลงไปช่วยจึงเห็นตัวอย่างการ์ดแต่งงานจากโรงพิมพ์กระจายเต็มพื้น ชยากรตกใจเมื่อเห็นว่ามิรันตรีเป็นคนช่วยจัดการเรื่องแต่งงานให้อนุศนิยา เขาดึงการ์ดขึ้นมาดูหนึ่งใบ มิรันตรีรู้เลยว่าชยากรยังทำใจไม่ได้
“ธุระที่ว่ายุ่งๆ ก็คือเรื่องนุศเองเหรอ” ชื่อในการ์ดเป็นเชื่อของอนุศนิยากับศตวรรษ ชยากรมองอย่างช้ำใจ “นุศพูดเรื่องแต่งงานยังไง เขาเอาจริงแน่ใช่ไหม”
“เขาก็ไม่มีเวลามาใส่ใจนักหรอกค่ะ แต่ก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงอะไรนี่นา อาควรทำใจได้แล้วนะ น่าจะลองมองคนอื่นดูบ้าง”
“จะให้มองใคร? อย่างเธอนี่ก็ไม่ไหว” ชยากรมองผักที่ติดฟันของมิรันตรีอย่างปลงๆ
มิรันตรีอึ้ง ไม่พอใจ “ทำไมบ้านๆ อย่างมิเสียหายตรงไหน”
“ช่วยดูสภาพตัวเองก่อนดีไหม”
“ทำไมหนังหน้ามิมันเป็นยังไง” มิรันตรีเสียเซลฟ์ เอามือเสยๆ ปัดๆ ผมให้เข้าที่เพราะเข้าใจว่าวันนี้ตัวเองคงเยินมาก ยังไม่รู้ตัวว่ามีผักติดฟันอยู่
ชยากรรู้สึกกลุ้มใจกับความซกมกของมิรันตรีมาก “ไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะ เป็นใครก็คงรับไม่ได้”
มิรันตรีน้อยใจมาก “ถ้าอาเอานุศเป็นมาตรฐาน ให้ตายยังไงมิก็คงไม่ดีพอ”
ชยากรงง “จะดราม่าไปไหน ทำหน้ายังกะอกหัก” ชยากรพูดจบก็นึกขึ้นได้ เขาสตั้นท์ไปสามวิ “เธอคงไม่ได้คิดอะไรกับฉันใช่ไหมเนี่ย?”
มิรันตรีตกใจที่เห็นชยากรทำหน้าแบบรับไม่ได้ “จะหาว่าไม่เจียมใช่ไหมล่ะ”
ชยากรช็อคที่มิรันตรีสารภาพออกมาโต้งๆ “รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา “
“รู้แล้วล่ะน่าว่ารับไม่ได้ “
ชยากรพยายามรักษาน้ำใจมิรันตรี “โอเค ฉันผิดเองที่เป็นฝ่ายโทรหาเธอก่อน เธอก็เลยอาจจะคิดมาก เธอมันพวกจินตนาการสูงอยู่แล้วด้วย ฉันควรจะระวังกว่านี้ มันไม่ผิดหรอกที่เธอจะเข้าใจผิดแบบนี้”
“ถ้าอารู้สึกสมเพชมิขึ้นมา ให้จำความรู้สึกนี้ไว้นะ แล้วอาจะเข้าใจว่านุศเขาอึดอัดใจแค่ไหนกับความรู้สึกที่อาพยายามยัดเยียดให้เขา”
ชยากรได้ยินมิรันตรีพูดแบบนั้นแล้วก็ไปต่อไม่ถูก ชยากรรู้ว่ายิ่งเขาลำบากใจเรื่องมิรันตรีแค่ไหน อนุศนิยาก็คงจะรู้สึกกับเขาไม่ต่างกัน

ศตวรรษกลับบ้านท่าทางเหน็ดเหนื่อย มาเจอเสาวรสยืนหน้าหงิกรออยู่ เสาวรสยื่นกระดาษรายชื่อแขกให้ศตวรรษ
“โควต้าแขกฝ่ายเรา เขาอนุญาตให้เชิญแค่ร้อยเดียว” ศตวรรษรับมามองกระดาษแล้วคืนกลับไป แล้วขยับเดินเข้าห้อง “ใจจริงมันคงอยากได้ตัววรรษไปคนเดียว เมียแกนี่มันเขี้ยวเกินไปแล้วรู้ไหมว่าวันนี้เขาขู่จะขายบ้านหลังนี้ด้วยนะ”
“ก็แม่อยากไปโขกค่าสินสอดเขาก่อนทำไมละครับ”
“ไม่ทันไรเถียงแม่แทนเมียแล้วนะ!?”
“เอ๊า... ก็แม่คือคนที่อยากได้เขามาเป็นสะใภ้เองนะครับ”
“ถ้าจะต้องเสียบ้านหลังนี้ไปให้เขาฟรีๆล่ะก็นะ สามปีนี้แกเก็บเสื้อผ้าไปเสวยสุขอยู่กับเขาให้คุ้มเลย แล้วไปบอกเขาด้วยว่าไม่ต้องหอบผ้าผ่อนมา ที่นี่ไม่ต้อนรับ”
เสาวรสเดินขึ้นบ้านไป ทิ้งศตวรรษให้กลุ้มว่าอาจจะต้องเผชิญปัญหาหนักกว่าเดิม ศตวรรษคว้าโทรศัพท์ออกมา กะจะโทรหาอนุศนิยาเพื่อบอกเรื่องเรือนหอ แต่พอจะกดโทร ศตวรรษก็รู้สึกหนักใจ ไม่อยากเอาปัญหาไปให้ เลยตัดสินใจที่จะไม่โทร

หนึ่งเดือนต่อมา อนุศนิยานั่งอ่านเอกสารอยู่ที่ตรงคาเฟ่ เสียงมือถือที่วางอยู่ดังเตือนขึ้นมา อนุศนิยาหยิบมาดูเห็นเป็นโปรแกรมปฏิทินที่ดังเตือน "Wedding Day" ขึ้นมา อนุศนิยานึกไม่ถึงเลยว่างานแต่งงานจะมาถึงในวันพรุ่งนี้แล้ว
ระหว่างนั้นมิรันตรีเปิดประตูเดินเข้ามา อนุศนิยาเงยหน้ามอง มิรันตรีไม่พูดพล่ามทำเพลง เดินมาปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ และจับมืออนุศนิยาฉุดให้ลุกขึ้นยืน “ไปกับฉันเดี๋ยวนี้!”
“จะพาฉันไปไหน?”
“พรุ่งนี้จะแต่งงานแล้ว ชุดแต่งงานยังไม่ได้ลอง เกิดใส่ไม่ได้ขึ้นมาจะทำไง”
“ใส่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องใส่“
“เลิกทำตัวขวางโลกซักทีได้ป่ะ แกรับปากแต่งงานกับหมอวรรษเอง เพราะฉะนั้นช่วยรับผิดชอบคำพูดของตัวเองด้วย แกต้องไป”
“แกก็เห็นว่างานกองท่วมโต๊ะ ฉันต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จภายในวันนี้ แล้วอีกอย่าง ฉันให้ไซส์กับทางร้านไปแล้ว ยังไงก็ไม่มีพลาด”
“ไซส์เมื่อเดือนที่แล้วกับวันนี้ มันคนละไซส์” อนุศนิยากำลังจะถาม “สงสัยว่าฉันรู้ได้ไง” เธอจับข้อมือเพื่อนขึ้นมา “นี่ไง ข้อมือแกเหลือเล็กนิดเดียว แสดงว่าผอมลงไปมาก เจ้าสาวไม่สวยในวันแต่งงานได้ยังไงจริงมั๊ย...ไป..อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง”
มิรันตรีสีหน้าจริงจัง อนุศนิยาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ชยากรยืนตรงหน้าประภาที่นั่งโต๊ะ “นุศไม่อยู่...? “
“ค่ะ วันนี้คุณนุศไปลองชุดแต่งงาน คุณชยามีอะไรด่วนมั้ยคะ”
“ก็มี สำคัญซะด้วยสิ คุณรู้รึเปล่าว่านุศไปลองชุดที่ไหน”
อนุศนิยาในชุดเจ้าสาวเดินออกมา มิรันตรีดีใจมากที่อนุศนิยาใส่ออกมาได้เป๊ะสุดๆ “เป๊ะเว่อร์ว่ะนุศ คุณวรรษเห็นคงจะแอบกรี๊ดในใจแน่ๆ ไหนออกมาดูตรงนี้ซิ”
มิรันตรีลากอนุศนิยาออกมาที่หน้ากระจก พอดีกับที่ชยากรเดินเข้ามาพอดี พอชยากรเห็นอนุศนิยาในชุดเจ้าสาวก็ถึงกับตะลึงในความสวย
อนุศนิยาและมิรันตรีตกใจที่เห็นชยากรมา “มินัดเขามาเหรอ”
“เปล่านะ”
“อาถามจากประภา พอดีมีเอกสารอยากให้นุศช่วยดู“
มิรัตรีแขวะ “แหม เรื่องแค่นี้ ส่งไลน์มาก็ได้ป่ะคะ“
ชยากรค้อนมิรันตรีที่รู้ทันที จึงไม่อยากเถียง และเดินมายืนข้างอนุศนิยาที่หน้ากระจก “นุศสวยมาก แต่ยังไงอาอยากให้นุชตัดสินใจดีๆ อาเป็นห่วง”
มิรันตรีเอือม อนุศนิยาพูดไม่ออก

ศตวรรษเดินเข้ามาในร้าน พนักงานรีบมาต้อนรับทันที “มารับชุดเหรอคะ คุณเจ้าสาวกำลังลองอยู่พอดีเลยคะ”
ศตวรรษแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะมาเจออนุศนิยาที่นี่

ชยากรยังยืนข้างอนุศนิยา อนุศนิยาหันไปทางชยากร “เลิกพูดแบบนี้ซักทีเถอะนะคะ นุศไม่อยากฟังอีกแล้ว”
ชยากรเจ็บปวด มิรันตรีมองชยากรถอนใจที่ชยากรดื้อ อนุศนิยากำลังจะเดินผ่านชยากร แต่กลับสะดุดชายกระโปรงจะล้ม ชยากรรีบคว้าตัวอนุศนิยาเอาไว้ ทั้งคู่แนบชิดกัน มิรันตรีตกใจ
ศตวรรษเดินเข้ามาเห็นพอดี ก็ผงะแอบไม่พอใจ “ผมนึกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องมาลองชุดด้วยกัน” ทุกคนหันไปทางศตวรรษ อนุศนิยารีบผละออกห่างจากชยากร “ที่ไหนได้มีคนใจดีมาทำแทนให้ด้วย”
ชยากรไม่ค่อยพอใจที่ศตวรรษแสดงท่าทางเป็นเจ้าของอนุศนิยา
มิรันตรีรีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณวรรษมาลองชุดเหรอคะ”
“ครับ แล้วก็ว่าจะมารับชุดให้กับว่าที่เจ้าสาวของผมด้วย” ศตวรรษไปจูงมืออนุศนิยามา ตั้งใจถามอย่างเอาใจให้ชยากรรู้สึกเป็นส่วนเกิน “ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม? ตื่นเต้นจัง นี่ขนาดยังไม่ถึงวันแต่ง คุณยังสวยขนาดนี้ แล้วพรุ่งนี้คุณนุศจะสวยมากแค่ไหน” อนุศนิยารู้ดีว่าจงใจสวีทต่อหน้าชยากร เธอจึงแกล้งยิ้มรับมุกไปด้วย “ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมเข้าไปลองชุดเจ้าบ่าว แล้วเราออกไปมาถ่ายรูปคู่กันหน่อยดีมั๊ย”
“ดีมากๆค่ะ” มิรันตรีรีบตอบแทน
ชยากรมองมิรันตรีไม่ชอบใจ ศตวรรษหันไปยิ้มให้อนุศนิยา อนุศนิยายิ้มแหย

ศตวรรษกับอนุศนิยาในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนเคียงข้างกัน โดยมีมิรันตรีเอามือถือออกมาถ่ายรูป ชยากรยืนห่างออกไป กอดอกมองตาเขียว หึงจนแทบระเบิดออกมา
มิรันตรีเอ่ยขึ้น “ถ่ายรูปแต่งงานนะคะ ไม่ใช่ถ่ายบัตรประชาชน เจ้าบ่าวโอบเจ้าสาวหน่อยสิคะ”
ชยากรเหล่มิรันตรีประมาณว่าช่างยุจริงๆ ศตวรรษไม่ได้แต่โอบ แต่กอดอนุศนิยาจากข้างหลัง ยื่นหน้ามาข้างๆแก้มแทบจะชนกัน // ชยากรกำมือแน่น // อนุศนิยาหันไป จมูกเกือบแตะแก้มศตวรรษ ศตวรรษยิ้มทะเล้น
มิรันตรีชอบใจกดแชะๆๆๆไม่หยุด “น่ารักมาก ฟุดๆ เอาหัวชนกันหน่อยค่า”
อนุศนิยาหันไปทำตาขวางใส่มิรันตรี มิรันตรีทำลอยหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ศตวรรษจัดการจับหน้าอนุศนิยาให้หันมาแล้วเอาหน้าผากแตะกับหน้าผากอนุศนิยา
อนุศนิยายิ้ม กัดฟันพูด “อย่าให้มันเกินไปนัก”
“เกินไปตรงไหน เรากำลังทำตัวเป็นคู่รักงุงิให้อาคุณเห็นอยู่นะครับ คุณบอกเองว่าที่แต่งงานกับผมเพราะต้องการให้อาคุณตัดใจ นี่เป็นช่วงเวลานาทีทองนะครับที่รัก”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 7/5 วันที่ 29 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ