อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/3 วันที่ 29 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/3 วันที่ 29 เม.ย.59

“เขาแค้นที่นุศคอยข่มเขา ก็เลยรอวันที่จะเอาคืนเราแบบนี้ งานคืนนี้จะไม่มี นุศจะไม่ยอมขายหน้ามากไปกว่านี้อีกแล้ว”
นันทพลที่ยังไม่อยากเชื่อตามที่นุศบอกนัก เพราะเขาคิดว่าศตวรรษไม่ใช่คนสับปลับแบบนั้น
นาวิกาเปรย “คนเราไม่ใช่เนื้อคู่ อะไรๆ ก็เลยไม่เป็นใจ งานมงคลก็มีแต่อุปสรรคเห็นไหม”
นนทิยากลุ้ม “โอย.... แล้วเย็นนี้จะทำยังไง แขกเป็นพัน เชิญสื่อมาอีกเป็นกองทัพ”
นุดีวิตก “งานแต่งงาน ไม่มีเจ้าบ่าวก็จบเห่หละสิทีนี้ “
นันทนาอารมณ์เสีย “ทำไมยายนุศมันถึงอาภัพเรื่องคู่นักนะ แผนที่กะจะปัง ตอนนี้มีแต่พังกับพัง... คุณเสาชดใช้มาเลยนะ ที่ลูกคุณทำงานล่มไม่เป็นท่าอย่างนี้”
เสาวรสอึ้ง “อ้าว...”

“หมอผิดสัญญา ถือว่าข้อตกลงทุกอย่างเป็นโมฆะไป นอกจากใช้หนี้แล้วก็จ่ายค่างานคืนมา ที่เตรียมงานไปเป็นสิบล้านนะยะ”
“ไม่นะไม่....ยังไงวรรษก็ต้องมา เชื่อสิ”


นันทพลตัดบท “พอกันได้แล้ว!” ทุกคนชะงัก “รอดูก่อนไม่ได้รึไง ฉันเชื่อว่ายังไงหมอก็เป็นลูกผู้ชายพอที่จะไม่ทิ้งกันแบบนี้”
อนุศนิยาท้วง “จนขนาดนี้พ่อยังไม่เชื่ออีกเหรอคะว่าเขาตั้งใจลองดีกับเรา”
“พ่อเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา พ่อเชื่อในตัวศตวรรษ ขอวัดใจเขาอีกสักครั้ง”
“แต่พ่อคะ”
ชยากรผิดหวังมากที่เห็นพี่ชายยังจะปกป้องคนนอกอย่างศตวรรษ
“ถ้าหากครั้งนี้พ่อดูคนผิดไป พ่อจะรับหน้าทุกอย่างแทนนุศ จะไม่ให้นุศต้องมาเสียหายเพราะเรื่องนี้เลย”
อนุศนิยาอึ้งไปที่เห็นว่านันทพลยังคงดึงดันจะรอศตวรรษอยู่อีก
นุดียอมแพ้ “เอ๊า... รอมาจนป่านนี้ ก็คงไม่มีอะไรจะเสียแล้วละมั้ง อยากจะเสี่ยงวัดใจคนอยู่เหมือนกันจะได้รู้เช่นเห็นชาติกันไป”
นันทนาเสนอ “งั้นไปรอที่โรงแรม ดูซิว่าเจ้าบ่าวจะยอมโผล่มาไหม”
ทุกคนแยกย้ายกันไปลุ้นต่อที่โรงแรม มีแต่อนุศนิยาที่นั่งนิ่งไม่ขยับเพราะคิดว่าจะไม่มีวันให้โอกาสศตวรรษอีกแล้ว มิรันตรีเห็นอาการดื้อดึงของอนุศนิยาก็รู้ว่าทุกอย่างคงหมดหวังแน่

นันทพลขึ้นรถออกจากบ้านไปคันเดียวกับอังกาบ อาๆ ทยอยตามออกมาพร้อมกับเสาวรสซึ่งตอนนี้หน้าจ๋อยสนิท นุดีกับนนทิยาขนาบเสาวรสไว้เหมือนเป็นผู้ต้องหา
อนุกรบ่น “ยังไม่เข็ด ไปเชื่ออะไรกับน้ำหน้าผู้ชายอย่างนั้น”
นุดีย้อน “อย่างน้อยเราก็มีตัวประกัน ลูกกตัญญูอย่างหมอ คงจะไม่ปล่อยให้แม่ถูกเชือดประจานอยู่กลางงานหรอกจริงไหม”
เสาวรสเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ไม่แน่ใจในตัวศตวรรษแล้ว นุดีกับนนทิยาคว้าตัวเสาวรสขึ้นรถไป แล้วญาติๆทุกคนก็ทยอยขึ้นรถกันไป หลังจากที่ขบวนรถทั้งหมดพ้นจากหน้าบ้านไป ศตวรรษก็มาถึง สวนกับทุกคนไปเพียงนิดเดียว

ชยากรกำลังเป็นห่วงอนุศนิยาที่เก็บตัวอยู่บนห้อง ไม่ยอมคิดจะออกไปงาน ศตวรรษรีบร้อนวิ่งเข้าบ้านมา
ชยากรเห็นศตวรรษในสภาพเหงื่อโทรมกายก็ตกใจที่ศตวรรษยอมโผล่มาจริงๆ “ขอแต่งงานออกสื่อ แล้วทิ้งเจ้าสาวไปอยู่กับแฟนเก่า คนเราถ้าไม่หมาจริงทำอย่างนี้ไม่ได้”
“ขอผมเคลียร์กับคุณนุศเองได้ไหม” พูดจบศตวรรษก็จะเดินเข้าไปหาในบ้าน
ชยากรผลักศตวรรษออกไป “เลิกฉุดนุศให้ตกต่ำเพราะแกซะที นุศจะไม่ไปงานคืนนี้”
มิรันตรีเดินคุยโทรศัพท์กับประภา พอเห็นว่าศตวรรษมาถึง มิรันตรีรีบถลามาหา “แค่นี้ก่อนนะคุณประภา คุณหมอ! ไปหานุศกันค่ะ “
“ไปง้อมันทำไม? ไม่เห็นเหรอว่ามันกำลังเล่นตัวเพื่ออัพราคา”
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับค่าตัวทั้งนั้น ผมตั้งใจกลับมาเพื่อแต่งงาน”
มิรันตรีลากศตวรรษขึ้นชั้นบนไป “มาค่ะ ไม่ต้องไปสนใจใคร หมอไปทำให้นุศเปลี่ยนใจให้ได้ก็พอ”
ชยากรรับไม่ได้ที่มิรันตรีคอยเปิดทาง มิรันตรีเหลียวมามองชยากรที่พยายามกีดกันศตวรรษอย่างไม่พอใจ ชยากรหงุดหงิดกลัวว่าศตวรรษจะทำให้อนุศนิยาใจอ่อนอีก

อนุศนิยายืนมองเตียงของตนเองที่ถูกจัดไว้รอการส่งตัวคืนนี้ อนุศนิยาโกรธและอายที่ศตวรรษเล่นเกมส์กับชีวิตเธอ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ใครคะ?”
“มิเอง!!!”
อนุศนิยาตรงไปเปิดประตูห้อง ประตูเปิดออกภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ศตวรรษที่ยืนอยู่ตรงหน้าอนุศนิยา
“คุณนุศ ผม..”
ยังไม่ทันขาดคำ อนุศนิยาตบหน้าศตวรรษ ดังสนั่น! ศตวรรษหน้าหัน มิรันตรีตกใจมาก
“นายกลับมาทำไม!! “
“ผมกลับมาแต่งงานกับคุณ!!”
“ยังหน้าด้านพูดแบบนี้ออกมาได้อีกเหรอ? นายมันเลวที่สุด”
อนุศนิยาเงื้อมือจะตบศตวรรษอีกที ศตวรรษคว้าข้อมือไว้ “คุณกำลังเข้าใจผมผิด!!! เราต้องคุยกัน”
อนุศนิยาสะบัดข้อมือออกก่อนที่จะเดินหนีเข้าไปในห้อง ศตวรรษตาม มิรีนตรีรีบตามเข้าไปด้วย
“ไม่มีอะไรต้องคุยทั้งนั้น เชิญนายไปอยู่กับแฟนของนายได้เลย ที่นี่ ไม่ต้องการนายอีกต่อไป !! จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างเราเกิดขึ้น ไสหัวนายออกไปจากบ้านฉันซะ!!“
“ผมไม่ได้หนีไปกับโสม คนของพ่อโสมจับผมไว้”
“บนหัวฉัน มันไม่ได้มีเขา และฉันไม่มีวันยอมให้ใครมาสวมเขาให้ฉันเป็นควายแค่แต่งกับนายฉันก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วนี่ฉันยังถูกนายทิ้งกลางงานแต่ง ฉันจะไม่โง่ให้นายหลอกฉันอีก”
ศตวรรษมองอนุศนิยาที่มีท่าทางไม่มีวันยอมเชื่อเขา เขาต้องพิสูจน์ความจริง ! / ศตวรรษไม่รอช้า เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกออก แล้วแกะกระดุมของเชิ้ตตัวในออกอย่างแรงจนแทบจะเป็นกระชาก
“นายจะทำบ้าอะไรของนาย ?!”
ศตวรรษถอดเสื้อเชิ้ตตัวในออก เพื่อให้อนุศนิยาเห็นว่าร่างกายเขาเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้แค่ไหน
อนุศนิยาและมิรันตรีมองรอยแผลตามตัวศตวรรษอย่างชะงัก
“นี่คุณหมอโดนทำร้ายมาเหรอคะ ?!! “
ศตวรรษยังจับจ้องอยู่ที่หน้าของอนุศนิยา “ถ้าคุณไม่เชื่อคำพูดผม คุณก็น่าจะเชื่อสายตาตัวเอง” อนุศนิยามองบาดแผลตามตัวศตวรรษอย่างใจหาย “ผมไม่เคยคิดจะหนีงานแต่ง และผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียหน้า” ศตวรรษมองหน้าอนุศนิยาอย่างจริงจัง อนุศนิยาถึงกับต้องหลบสายตา!!
“นุศ...ถ้าเรื่องเป็นแบบนี้แสดงว่าคุณวรรษเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ แถมยังโดนทำร้ายมาอีก เป็นเพราะยัยโสมมิกาตัวแสบคนเดียว”
“ถ้าไม่ไปให้ความหวังเขาไว้ ใครจะกล้าทำขนาดนี้ และไอ้คำขอโทษของนายมันก็กู้หน้าฉันคืนมาไม่ได้ ฉันจะไม่เอาชีวิตฉันไปเสี่ยงเพื่อคนอย่างนายอีก กลับไปซะ!! มันจบแล้ว”
“นุศ!!ใจเย็นๆก่อน”
อนุศนิยาหันหลังให้ศตวรรษ
“มันอยู่ที่คุณว่าคุณอยากให้มันจบแบบไหน...ผมจะไปยืนรอคุณในงานแต่งคืนนี้ ถ้าถึงเวลานั้นไม่มีคุณอยู่ที่นั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมถึงจะยอมรับว่า มันจบจริงๆ!” ศตวรรษพูดจบหยิบเสื้อนอกของเขา แล้วเดินออกไป
อนุศนิยาหันมามองศตวรรษด้วยความรู้สึกสับสน โกรธก็โกรธ อายก็อาย แต่ศตวรรษเองก็มาแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้เธอได้เห็น แล้วเธอจะเลือกทางไหน ชยากรที่หลบอยู่ด้านนอกได้ยินทุกอย่าง

ศตวรรษเดินออกมาที่รถมอเตอร์ไซค์หน้าบ้าน เขารู้สึกเหนื่อยกับทิฐิของอนุศนิยา ไม่นึกเลยว่าปัญหาเรื่องการแต่งงานจะจบลงรวดเร็วแบบนี้

อนุศนิยาที่นั่งอยู่ห้องเจอกับมิรันตรีและชยากรที่รอดูท่าทีของอนุศนิยาอยู่
“แน่ใจเหรอว่าจะล้มงานแต่งคืนนี้ นุศก็เห็นว่าคุณหมอเจ็บจริงๆ เขาไม่ได้หักหลังนุศซะหน่อย”
อนุศนิยากำลังชั่งใจทบทวนเรื่องการแต่งงานเป็นครั้งสุดท้าย เสียงมอเตอร์ไซค์ของศตวรรษก็ดังขึ้นมา
อนุศนิยากับมิรันตรีมองผ่านจากหน้าต่างชั้นสองลงมา เห็นศตวรรษขับรถออกไป
“ดันทุรังแบบนี้ก็มีแต่จะเสียกันทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่เขา แต่จะเป็นครอบครัวของนุศด้วย คิดดีๆนะนุช”
อนุศนิยาคิดถึงคำพูดของพ่อดังกลับมาในหัวของอนุศนิยาอีกครั้ง
“พ่อเชื่อในตัวศตวรรษ ขอวัดใจเขาอีกสักครั้ง ถ้าพ่อดูคนผิดไปพ่อจะรับหน้าทุกอย่าง จะไม่ให้นุศต้องมาเสียหายเพราะเรื่องนี้เด็ดขาด”
อนุศนิยาเสียใจที่ตอนนี้กลับกลายเป็นเธอเองที่กำลังบีบให้พ่อต้องออกไปรับความผิดหวัง
ชยากรเดินเข้ามา “แต่ผมว่านุศทำถูกแล้วที่จบมันซะตั้งแต่ตอนนี้ เชื่อตัวเองแบบนี้ดีที่สุด”
มิรันตรีหงุดหงิดที่ชยากรพยายามกล่อมให้อนุศนิยาไม่ไป พอเห็นชยากรบอกแบบนั้น อนุศนิยาก็สับสนว่ากำลังตัดสินใจถูกแน่รึเปล่า

โสมมิกาเดินกลับเข้าบ้านมา อุดมศักดิ์นั่งรออยู่ พร้อมลูกน้องที่รายงานเรื่องที่โสมมิกาทำ
“ไงหล่ะ!! รักแท้ของแก สุดท้ายก็ต้องเสียโง่ จนได้!! แกเพิ่งจะเอาผู้ชายที่แกอยากได้ใจจะขาดใส่พานให้กับคู่ปรับของแก แทนที่จะปล่อยให้ฉันจัดการมัน”
“แต่ไอ้วิธีที่ป๋าทำ คือ ป๋าจะฆ่าเขา โสมยอมไม่ได้”
“แล้วที่มันทำกับแกอยู่นี่หล่ะ มันไม่ได้ฆ่าแกทั้งเป็นเหรอ!! อย่าโง่ให้มันหลอกซ้ำหลอกซากอยู่เลย เพราะถ้าแกยังโง่แบบนี้ แกไม่มีวันชนะยัยนุศแน่นอน!!!” อุดมศักดิ์เดินออกจากบ้านไปทิ้งระเบิดความแค้นไว้ให้โสมมิกา
โสมมิกายืนนิ่ง หน้าเครียดมาก นึกย้อนกลับไป
“ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าคุณรักผมจริง หรือต้องการเอาชนะใครกันแน่” โสมมิกาอึ้ง พูดไม่ออก “ตอบตัวเองก่อนให้ได้แล้วกัน! “
โสมมิกายิ่งคิดยิ่งแค้น “อย่าหวังว่าแกจะได้แต่งกับหมออย่างมีความสุขเลยนังนุศ!” โสมมิกาทั้งโกรธทั้งเสียใจ

ภายในห้องจัดเลี้ยงที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่ แต่ทั้งงานนั้นมีนันทพลยืนเก็บตัวเงียบอยู่ตามลำพัง นันทพลมองไปที่เวทีที่มีตัวอักษรชื่อของอนุศนิยาและศตวรรษอยู่คู่กัน ศตวรรษเดินเข้ามาในชุดพิธีเย็นที่ทำให้เขาดูเท่ยิ่งกว่าเดิม เขาเดินเข้ามาพบนันทพลที่กำลังรอเขาอยู่
นันทพลหันมา พอเห็นศตวรรษมายืนอยู่ด้านหลัง เขาก็อึ้ง ดีใจปนโล่งใจ “ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันนะหมอ”
ศตวรรษยกมือไหว้ขอโทษ “ผมขอโทษครับที่ทำให้ทุกคนมีปัญหา เป็นเพราะผมไม่เด็ดขาดเรื่องโสมมิกา ทุกอย่างก็เลยบานปลายมาถึงขั้นนี้”
นันทพลเข้าไปตบบ่า “ผมไม่โทษหมอ เพราะผมเองก็มีส่วนผิดที่เป็นคนเริ่มเรื่องนี้”
“คุณนุศคงไม่มาร่วมงาน ผมทำให้ทุกคนเสียหายมามาก ที่เหลือผมจะรับผิดชอบเองคนเดียวครับ”
“อย่าเพิ่งหมดหวัง อาจจะมีปาฏิหาริย์ก็ได้”
“ปาฏิหาริย์อยู่ที่ใจคุณนุศเท่านั้นครับ”
นันทพลฟังแล้วรู้เลยว่าคนดื้ออย่างอนุศนิยาคงจะไม่มีวันทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแน่

ในเวลาเดียวกันนั้นอนุศนิยายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เตียงในห้องหอ ไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวไปไหน
ศตวรรษกำลังนั่งรอเวลาอยู่ที่ห้องพักที่จัดไว้สำหรับเป็นห้องแต่งตัวของบ่าวสาว ชุดเจ้าสาวยังแขวนนิ่งอยู่ในห้องนั้น ศตวรรษเอาแต่จดจ้องชุดนั้น
ตลอดเวลาเสาวรสเอาแต่ฟูมฟายด้วยความผิดหวัง “ทำไมถึงได้ซวยนรกได้อย่างนี้ กำลังจะแฮ้ปปี้เอ็นดิ้งอยู่แล้วเชียว ถ้าอนุศนิยาไม่มาแม่ไม่ต้องมาจ่ายค่างานนี้หมดตัวหรือนี่ วรรษนะวรรษหาเรื่องแท้ๆ ฮือๆ” เสาวรสเอาแต่ฟูมฟาย แต่ศตวรรษดูนิ่งมาก

เมื่อได้เวลางาน แขกและนักข่าวพากันทยอยมาตามเวลาที่เชิญ แต่ที่หน้างานมีแต่เจ้าบ่าวยืนอยู่ ทำเอาแขกงงเป็นไก่ตาแตก แก็งค์สี่ชะนีมายืนซุ่มดูงานอยู่
นาวิกากลุ้ม “เป็นอันจบจริงๆ แล้วใช่ไหม”
นุดียิ่งไม่พอใจ “เมื่อเช้าเผาหลอก ตอนนี้เขาเรียกเผาจริง พี่พลนี่จ่อคิวขึ้นเมรุคนแรกเลย ทำไมพี่พลซื้อผู้ชายแบบนี้มาให้ยัยนุชเนี๊ย”
นันทนาร้อนตัว รีบแก้ตัว “เลือกผู้ชายก็เหมือนเล่นหวยนั่นแหละย่ะ ไม่ควักตังค์ซื้อแล้วจะมีโอกาสถูกแจ็คพ็อตได้ยังไง”
นนทิยาประชด “ถูกหวยแดกกี่ทีแล้วก็ไม่รู้จักเข็ด พี่นันสแกนผู้ชายได้เอน็จอนาถมาก หามาปลวกๆ อย่างนี้เขาเรียกชักศึกเข้าบ้านชัดๆ”
สี่อาถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
ระหว่างนั้นนันทพลเดินมาหาศตวรรษ “หมอ” ศตวรรษหันมา “ผมว่าลูกสาวผมคงจะเบี้ยวแล้วล่ะ” ศตวรรษถอนหายใจ รู้สึกหมดหวังแล้วจริงๆ “ผมจะเข้าไปบอกแขกทุกคนว่ามันเกิดอะไรขึ้น “

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/3 วันที่ 29 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ