อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/5 วันที่ 30 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/5 วันที่ 30 เม.ย.59

อังกาบเสริม “จำวันนี้ไว้เป็นบทเรียนให้ดีว่ากว่าจะลงเอยกันมันยากขนาดไหน วันข้างหน้าถ้าเจออุปสรรคก็อย่าทิ้งกัน ขอให้ฟันฝ่าไปด้วยกันอย่างวันนี้เข้าใจไหม”
อนุศนิยายังตั้งแง่ “บอกคนที่คอยสร้างปัญหาดีกว่าค่ะ”
ทุกคนพากันเหนื่อยใจที่ทั้งคู่ยังงัดข้อกันต่ออีก
“พ่อไม่ได้โชคดีมีชีวิตคู่ที่ยืนยาวอย่างคนอื่นเขา พอไม่มีแม่แล้ว บอกเลยว่าชีวิตไม่ง่ายตอนที่ยังมีกันก็ถนอมน้ำใจกันไว้ แล้วจะรู้เลยว่าชีวิตที่มีคนให้แชร์ทั้งสุข ทั้งทุกข์ มีคนให้คอยทะเลาะมันมีค่าแค่ไหน”
เสาวรสเอ่ย “แม่ยืนยันเพราะแม่ก็เลี้ยงวรรษมาตัวคนเดียวเหมือนกัน
วรรษเป็นคนในครอบครัวคนเดียวของแม่ แต่วันนี้แม่เต็มใจแบ่งเขาให้ แม่ขอให้ครอบครัวของลูกสมบูรณ์ตลอดไป” นันทนาได้ยินแล้วก็กระแอมขัดไม่ให้เสาวรสเว่อร์มาก เสาวรสรีบแก้อย่างเสียไม่ได้ “อย่างน้อยก็...ตลอดสามปีนี้ก็ได้”


“ถึงสัญญาว่าจะแต่งกันแค่สามปี แต่ถ้าในระหว่างสามปีนี้มีโซ่ทองคล้องใจ บอกไว้เลยว่ามีลูกด้วยกันเมื่อไหร่ พ่อจะรับขวัญหลานให้ 30 ล้าน”
ญาติๆ พากันตื่นเต้น เสาวรสตาวาว นั่งนับนิ้วคิดกำไร มีแต่อนุศนิยาที่รับไม่ได้ “นี่เราไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้นี่คะ”
“พ่อก็ให้ข้อเสนอพิเศษอยู่นี่ไง จะมีกี่คนพ่อก็ยินดีจ่าย เพราะอยากอุ้มหลานมาก”
อนุศนิยาท้วง “ใครจะไปมีกับเขาคะ”
นันทพลหันไปล็อบบี้ศตวรรษ “พ่อทุ่มไม่อั้น จัดให้หน่อยนะ “
นันทนาตื่นเต้น “แหม่....ถ้าฟิตๆ หัวปีท้ายปีนี่ ปีเดียวก็ใช้หนี้หมดเลยนา”
นนทิยาคิดสะระตะ “อย่างนี้สามปี เผลอๆ ทำกำไรได้อีกต่างหาก “
นุดีเยาะ “แบบนี้เขาเรียกหื่นมากยิ่งได้มาก”
เสาวรสแซวลูกชาย “ไหวอยู่แล้วใช่มะๆๆ”
ศตวรรษทำหน้าไม่ถูก อนุศนิยาเห็นเสาวรสตาวาวขนาดนั้นก็จ้องศตวรรษด้วยสายตาพิฆาต
นุดีหันไปเม้าท์กับอาๆ “แหม อีตาหมอนี่รู้จักเก็งกำไรนะ แต่งเมียครั้งนี้ตั้งตัวได้เลย”
“หมอก็เดินเครื่องเปิดสายการผลิตเลยล่ะอย่าให้รอนานเดี๋ยวขาดใจ”
ทุกคนเฟครับทำเป็นตื่นเต้นคึกครื้นกับนันทพลอยู่ อนุศนิยาตวัดสายตามองศตวรรษอย่างไม่พอใจ คิดว่าศตวรรษจะต้องฉวยโอกามาฟันกำไรจากการแต่งงานครั้งนี้แน่

เสาวรสมีความหวังดี๊ด๊าออกจากพิธีส่งตัวมา
นันทนารีบประกบเสาวรสทันที “บุญหล่นทับแล้วนะ ลูกเธอออกแรงนิดๆ หน่อยๆ ก็จะได้มาตั้งสามสิบล้าน“
“พ่อพันธุ์ทั้งหล่อ ฉลาด สมาร์ท ฮ็อตแบบมีรางวัลการันตี ต้องเรียกว่าน้ำยาดี เกรดพรีเมี่ยมเชียวล่ะ”
“ย่ะ ขอให้สู้ศึกเถอะนะ“
“อ๊ะ... เรื่องนี้เดี๋ยวรู้”
“อย่าลืมค่าส่วนแบ่งที่ดิฉันอุตสาห์ส่งลูกชายคุณเสาเข้าประกวดด้วยหล่ะ” นันทนาพูดเสร็จเดินออกไป
เสาวรสหมดอารมณ์ “เค็ม! งก!”

ชยากรนั่งหน้าหงิกอยู่หลังจากที่นุศเข้าหอไปแล้ว มิรันตรีผ่านมาเห็นก็ไม่อยากเข้าไปหาให้เสียอารมณ์มิรันตรีเดินจะกลับ แต่อังกาบเดินผ่านมาเห็นจึงร้องทัก “หนูมิเหนื่อยไหมลูก”
ชยากรที่อยู่ในห้องเพิ่งสังเกตว่ามิรันตรียังอยู่
“ไม่ค่ะ ย่ากาบมีอะไรให้มิช่วยอีกไหมคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก หนูมิวุ่นมาทั้งวัน ขอบคุณหนูมิมากที่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้”
มิรันตรีตั้งใจพูดดังๆ ให้ชยากรได้ยิน “ได้เห็นนุศมีความสุข มิก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ”
“แล้วนี่หนูมิจะกลับยังไง?”
“อ้อ...มิทิ้งรถไว้ที่โรงแรม เดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปเอาค่ะ”
“ดึกแล้ว” อังกาบหันไปบอกชยากร “ชยาพาหนูมิไปเอารถที่โรงแรมหน่อยนะ”
มิรันตรีตกใจ “โอ๊ะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ กวนเวลาอาเขานั่งทำมิวสิคเปล่าๆ”
ชยากรหงุดหงิดที่มิรันตรีแอบเหน็บเขาอย่างนั้น

ชยากรมิรันตรีเดินออกมาหน้าบ้าน ชยากรดูไว้ตัวกับมิรันตรีมากขึ้นหลังจากที่รู้ว่ามิรันตรีแอบคิดอะไรกับเขาอยู่
“วันนี้มิตั้งใจสวยเป็นพิเศษ ทำไมทีอย่างนี้ไม่ชมซักคำ”
ชยากรหันมาเหล่มองมิรันตรี เพิ่งสังเกตด้วยซ้ำว่าคืนนี้เธอแต่งตัวเป็นยังไง “ถ้าฉันชม เดี๋ยวเธอก็เก็บไปคิดมาก อ้อ... แล้วที่ฉันจะไปส่งเธอเนี๊ยไม่ต้องเก็บไปมโนล่ะ ฉันทำเพราะแม่สั่ง”
มิรันตรีคิดไว้อยู่แล้วว่าชยากรจะต้องขุดเรื่องนี้มาพูดอีก ชยากรลืมตัวจะเดินไปเปิดประตูรถให้มิรันตรีขึ้นนั่ง แล้วก็คิดได้ว่าเดี๋ยวจะบริการดีไปแล้วมิรันตรีจะคิดว่ามีใจ เลยปิดประตูเข้าไปอย่างเดิมซะอย่างนั้น ชยากรเดินไปขึ้นฝั่งคนขับ ให้มิรันตรีเปิดประตูเอง “ขึ้นรถสิ“
“ที่ทำอึนใส่อยู่นี่เพราะกลัวมิจะหวั่นไหวเหรอคะ”
“ใช่! ฉันไม่อยากให้เธอคิดเพ้อเจ้อ หวั่นไหวไปกับการกระทำตามมารยาทของฉัน”
“ถึงมิจะชอบอา มิก็มีขอบเขตของมิ มิไม่ได้บังคับให้อามาชอบตอบซะหน่อย ทำตัวตามปกติเถอะค่ะ มิจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ ไม่ได้ใจแคบเหมือนคนบางคนที่คอยหวงก้างไม่ให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข”
“อย่าเอาความรู้สึกของเธอมันเทียบกับความรักของฉัน มันเทียบกันไม่ได้”
“ค่ะ เทียบไม่ได้เพราะมิมีสติกว่าอา ยิ่งเห็นอาเป็นพวกคลั่งรักอย่างนี้ มิยิ่งรักไม่ลง เฮ่อ...ไม่รู้ตอนนั้นหน้ามืดคิดไปได้ยังไง”
“นั่นไงเห็นรึยังว่ามันเทียบกันไม่ได้”
มิรันตรีตัดสินใจบอกเพื่อตัดรำคาญ “ค่ะ มิก็ไม่ได้จริงจัง แค่คิดเล่นๆขำๆ จบนะคะ“ ชยากรจะขึ้นรถ ทันใดนั้นเสียงท้องมิรันตรีร้องดัง ชยากรหันขวับ มิรันตรีทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ชยากรนิ่วหน้า เสียงท้องร้องดังขึ้นอีก ชยากรอมยิ้มขำ มิรันตรีอายมาก หันขวับมา “หัวเราะอะไร “
“หิวก็บอกมา เก๊กอยู่ได้“
“ไม่ได้หิว” มิรันตรีท้องร้องอีก
“เหรอออออ“
มิรันตรีจับท้องตัวเองเขินสุดๆ

ที่ร้านข้าวต้มข้างทาง มิรันตรีกินไม่หยุด กินจนข้าวเลอะปากก็ไม่รู้ตัว
ชยากรเหลือบมองแล้วส่ยหัวอย่างแอบระอา “รีบกินจนข้าวติดปากยังไม่รู้ตัว “ มิรันตรีชะงัก เอามือปาดไปที่ปาก แต่ข้าวก็ไม่หลุด ชยากรหยิบทิชชู่แล้วก็ยื่นมือมาเช็ดให้
มิรันตรีตกใจมาก รีบดึงทิชชู่จากมือชยากรมาเช็ดเอง “มิทำเอง “
“เขินฉันเหรอ “
มิรันตรีเขินจริงแต่ทำกลบเกลื่อน ขึ้นเสียงสูง “บ้า!!!! ใครเขิน!! ไม่มี้! มิไม้ได้ชอบอาแล้ว มิจะเขินทำไม“
ชยากรเยาะ “ให้มันจริงเหอะ!”
มิรันตรีฉุน เลยโพล่งออกมา “จริงอยู่แล้ว! มิมันพวกเด็ดขาด ตัดเป็นตัด ไม่ใช่พวกหวังอะไรลมๆแล้ง ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้เหมือนอา..ตอนนี้..ถึงตัวอาจะนั่งอยู่นี่ แต่ใจลอยไปอยู่หน้าห้องหอโน่น.. อยากจะแอบฟังเขาใช่มะ!ว่าป่านนี้ยัยนุศกับหมอวรรษเขาจะทำอะไรกันอยู่ อย่าคิดว่ามิไม่รู้” มิรันตรีปากเสียจนได้เรื่อง ชยากรโดนพูดแทงใจดำ นิ่งไป มิรันตรีรู้ตัวว่าพูดแรงไป “เอ่อ!! มิขอโทษ มิ....”
ไม่ทันจะพูดจบ ชยากรใช้ช้อนตักข้าวยัดปากมิรันตรี “กินเข้าไปจะได้ไม่ต้องพูดมาก”
“โอ้ย..อาข้าวต้มมันร้อน!!”
“ก็อยากปากเสียดีนัก โดนลวกปากซะบ้าง จะได้หยุดพูด!!รีบกินให้เสร็จ ฉันจะไปรอในรถ” ชยากรเดินลุกออกไป
“เดี๋ยว!อา”
ชยากรไม่หันมามอง ชยากรกัดกรามแน่นมองสิ่งที่มิรันตรีพูดคือสิ่งที่เขาคิดจริงๆ
มิรันตรีตบปากตัวเอง “ไม่น่าปากเสียเลยเรา“ มิรันตรีมองตามหลังชยากรที่เดินออกไป อย่างหงุดหงิดตัวเอง

ศตวรรษนั่งอยู่ตรงม้านั่งปลายเตียง อนุศนิยายืนจดๆ จ้องๆ ศตวรรษ ไม่กล้าเฉียดไปใกล้เตียง ทั้งคู่อึดอัดทำอะไรไม่ถูก แล้วก็ตัดสินใจหันมาพร้อมกัน สองคนสบสายตาก็สะดุ้ง
“เออ....” ชะงักที่พูดพร้อมกัน “คุณพูดก่อน // นายพูดก่อน // คุณนั่นแหละพูดก่อน // นายนั่นแหละพูดก่อน โอยยย พูดพร้อมกันตลอด”
ทั้งคู่เงียบ ศตวรรษผายมือให้อนุศนิยาพูด
“ฉัน เออ จะใช้ห้องน้ำก่อน “
“ตามสบายครับ“ อนุศนิยาจะเดิน ศตวรรษจะหลบ แต่กลับไปทางเดียวกันอนุศนิยาจะไปอีกทางศตวรรษก็ไปทางเดียวกับอนุศนิยาอีก “โอเค ผมหลบให้“ ศตวรรษเบี่ยงตัวหลบ อนุศนิยาจะเดินไป แต่ศตวรรษกลับเหยียบชายกระโปรงของอนุศนิยา ทำให้อนุศนิยาจะล้มหน้าคว่ำ
“อ๊ายยยย!“ ศตวรรษตกใจมาก รีบดึงแขนอนุศนิยาเข้ามากอดแน่น อนุศนิยาหันไปเจอศตวรราแนบชิดติดร่างก็ตกใจมาก รีบผลักศตวรรษออกห่าง “ยังไม่ทันไรก็ฉวยโอกาส”
“ถ้าผมไม่ช่วย คุณล้มหน้าแหกไปแล้ว หัดมองผมใช่แง่ดีบ้างจะได้มั๊ย“
“ไม่ได้ ทุกอย่างที่นายทำ ฉันจะถือว่ามีนัยยะแอบแฝง“
“ผมไม่ใช่พวกปากกับใจไม่ตรงกัน ผมคิดอะไรก็จะทำอย่างนั้น“ ศตวรรษถอดเสื้อนอก
อนุศนิยาตกใจมาก “ทำอะไร”
ศตวรรษรู้ว่าอนุศนิยาระแวงเลยแกล้งกวน “ตอนนี้ผมร้อน อยากถอดเสื้อ“
“คนบ้า!!! อย่านึกว่าพ่อเปิดทางให้แล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบนะ“
ศตวรรษแกล้งตอบยั่วให้โมโห “ผมแค่ร้อน ไม่ได้คิดอะไรจะทำอะไร คุณอย่าคิดลึกนักได้มะ?”
“จะไม่มีอะไรระหว่างเรา ทุกอย่างเป็นแค่การแต่งงานหลอกๆ เท่านั้นจำเอาไว้”
“ในละครไทยแต่งงานหลอกๆ ทีไร สุดท้ายก็ได้กันทุกเรื่องนั่นแหละครับ”
อนุศนิยาปรี๊ด “ทุเรศ!อย่ามาคิดรวยทางลัด มันไม่ง่ายอย่างนั้น”
“เรื่องแบบนี้ผู้ชายเขาไม่ชอบให้มาดูถูกกัน อย่าดูถูกเชิงชายแบบนี้นะครับ เขาถือ”
“ถืออะไร?”
“เขาถือว่าท้า...ให้ลองพิสูจน์ครับ” ศตวรรษเหวี่ยงเสื้อที่ถอดลงพื้น อนุศนิยาเห็นแล้วยิ่งตกใจ ศตวรรษแกล้งทำจะถอดเสื้อตัวในต่อ
อนุศนิยาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเผ่นหนีไปที่ห้องน้ำ “นี่...อย่ามาทำรุ่มร่ามแถวนี้นะ อยู่ไกลๆ เลย” อนุศนิยารีบเผ่นเข้าไปที่ห้องแต่งตัว
ศตวรรษนั่งลงแบบล้าๆเขาเหนื่อยและเพลียมากเพราะแทบไม่ได้นอนทั้งคืน

อนุศนิยาอยู่ในห้องน้ำ แกะผมที่เกล้าไว้ออกแล้ว กำลังพยายามจะเอื้อมมือไปรูดซิปถอดชุดแต่งงาน แต่ซิปติดทำให้เธอถอดชุดไม่ได้ อนุศนิยาหงุดหงิดพยายามจะดึงซิปลงจากกลางหลังให้ได้ “โอย.... ติดอะไรเนี่ย” อนุศนิยาจะดึงแต่ดึงไม่ออก ยิ่งทำให้เธอทรมานจนอยากร้องไห้ อนุศนิยานึกถึงศตวรรษที่อยู่ด้านนอก คิดจะให้เขามาช่วย แต่ก็หวงตัว จึงได้ลังเลไม่ยอมออกไป
ศตวรรษซึ่งรออาบน้ำมานานมาก เดินมาเคาะประตู ท่าทางเขาเพลียจนแทบจะหลับ “ทำอะไรอยู่ครับ เร็วหน่อย”
อนุศนิยาสะดุ้ง!ที่ศตวรรษมาป้วนเปี้ยนหน้าห้องน้ำเธอไม่ไว้ใจเขาเลยกลัวเขาจะรวบรัดฉวยโอกาสเพื่อหวังโบนัส
อนุศนิยารีบพยายามกระชากซิป.....

อนุศนิยาเดินออกมาในชุดเจ้าสาว ทำเอาศตวรรษเหวอมาก “อ้าว?? ทำไมยังใส่ชุดเดิมอีกล่ะคุณ “
อนุศนิยาเขินๆ ไม่รู้จะพูดยังไง “เออ คือ ก้อ...แบบ...”
“คือๆก้อๆแบบๆอยู่ได้ มีอะไรก็พูดมา”
“ฉันรูดซิปไม่ถึง นายช่วยฉันที“ ตึงตึงผ่างผ่าง ศตวรรษอึ้ง ตะลึง อนุศนิยาชี้หน้า “อย่ามาคิดลามก นายไม่มีวันได้เห็นของของฉัน“
“ถ้าไม่ให้ผมดู แล้วจะให้ผมช่วยคุณได้ยังไง”
อนุศนิยามองหน้าศตวรรษอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว อนุศนิยาเอาผ้าเช็ดหน้าผูกปิดตาให้ศตวรรษ ก่อนจะผละออกมา

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 8/5 วันที่ 30 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ