อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 9 วันที่ 23 เม.ย.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 9 วันที่ 23 เม.ย.59

ซุ่ยในร่างกอหญ้าไปถึงออฟฟิศก็ถูกแก๊งเม้าท์รอให้ชงกาแฟให้ สามคนสามแบบ แต่กอหญ้าวันนี้ไม่ใช่กอหญ้าคนเดิม นอกจากไม่ชงกาแฟให้แล้วยังสั่งสอนว่า

“คนเราพึ่งพาคนอื่นไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะคะ หัดทำเองบ้างค่ะ แล้วจะได้รู้ว่าความภาคภูมิใจเป็นยังไง”

แก๊งเม้าท์พากันเหวอ นอกจากไม่ได้กินกาแฟแล้วยังถูกกอหญ้าอบรมสั่งสอนอีก ซุ่ยเดินหัวเสียไปที่โต๊ะทำงานบ่นงึมงำ “โดนสั่งแค่ที่บ้านก็พอแล้ว ยังจะมาเจอที่ออฟฟิศอีก กอหญ้า...เธอนี่เกิดมาเป็นเบ๊ของชาวโลกหรือไง” แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นคำคมที่กอหญ้าเขียนใส่โพสต์อิทแปะไว้ที่คอมพิวเตอร์หลายสีหลายแผ่น ซุ่ยลองอ่าน



“จงเป็นกอหญ้าตามลม โอนอ่อนผ่อนปรนตามพายุ”... “เอาชนะคนใจร้ายด้วยความดี เอาชนะคนตระหนี่ด้วยการแบ่งปัน”... “ยิ้มเยอะๆ มีความสุขให้มากอย่าให้เรื่องเล็กน้อยมากวนใจ”... “ชีวิตของเราสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาไปโกรธหรือหงุดหงิดใคร”

อ่านคำคมที่กอหญ้าติดไว้แล้ว ซุ่ยบอกตัวเองว่า “เอาวะ ลองดู เป็นสาวใสโลกสวยมันคงไม่ยากหรอก ยิ้มเข้าไว้สู้ๆ” แล้วซุ่ยก็ฉีกยิ้มพยายามมีความสุขเต็มที่

ซุ่ยจำคำคมที่กอหญ้าเขียนไว้ เตือนใจและนำไปใช้เมื่อเจอกับแรงกดดันและความจุกจิกจู้จี้ของชฎา จนชฎาแปลกใจ

เมื่อโรสรู้ความจริงว่าน้ำหวานไม่ได้เป็นชู้กับรังสิต เธอรู้สึกผิดเมื่อชฎาให้หามาร์เกตติ้งคนใหม่ เธอจึงพา น้ำหวานกลับมาทำงาน ประกาศแก่ทุกคนในออฟฟิศว่า

“น้ำหวานเคลียร์ตัวเองจนพ้นทุกข้อกล่าวหา ดังนั้นจะไม่มีการเชิญออกใดๆทั้งสิ้น น้ำหวานยังเป็นมาร์เกตติ้งขององ เฟลอร์-ไทยแลนด์เหมือนเดิม” และเมื่อเห็นรังสิตเดินเข้ามาก็ประกาศอีกว่า “ต่อไปนี้จะไม่มีการทะเลาะ อิจฉา เสียเวลากับเรื่องไร้สาระอีก เรามาตั้งใจทำงานที่เรารักกันนะน้ำหวาน”

น้ำหวานขอบใจโรสที่ทำให้ตนได้กลับมาทำงาน และชฎาก็พอใจกับบรรยากาศที่ทุกคนจะมาสู้กันด้วยผลงาน สามัคคีกันประชันฝีมือ แล้วจัดทีมงานเตรียมเปิดตัวเซรั่มกันแดดสูตรใหม่

ชฎาจัดให้แก๊งเม้าท์ช่วยน้ำหวานไปทำแบบสอบถามลูกค้า ให้โรสสำรวจตลาดโดยมีกอหญ้าเป็นลูกทีม รังสิตบอกโรสเบาๆว่าเธอจะให้ตนอยู่ในฐานะไหนก็ยอม โรสบอกว่าเขาอยากได้ข้อมูลอะไรให้ประสานกับกอหญ้าเลย

แต่รังสิตก็ยังตามง้อโรส เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงโรสยังไม่ไปก็เข้ามาถามอย่างเป็นห่วงและเอาน้ำส้มคั้นที่เคยทำให้โรสมาเตือนความจำ โรสรับไว้เพราะไม่รับเขาก็จะไม่ออกไป แต่โรสรับแล้วเอาไปให้ซุ่ยบอกว่าถ้าไม่อยากกินก็ทิ้งไปเลย รังสิตคว้าแขนโรสถามตัดพ้อว่า “ต้องทำขนาดนี้เลยใช่ไหม”

โรสตอบอย่างไม่แยแสว่า “คนอย่างฉัน งานคือสิ่งสูงสุด ผู้ชายคือสิ่งต่ำสุด” บอกซุ่ยในร่างกอหญ้าว่า “ผู้ชายดีๆมันเหมือนผี อาจจะมีจริง แต่ฉันกลับไม่เคยเห็น” แต่ในความคิดของโรสกลับคิดถึงป้องปกที่เธอได้สัมผัสขณะถูกเปลี่ยนร่างกับซุ่ยและไปอยู่ที่บ้านซุ่ย พูดเหมือนระลึกถึงว่า “แต่ความจริง ฉันดูเหมือนก็เคยรู้จักผู้ชายดีๆ กับเขาคนนึงเหมือนกัน เขาคือ...” รังสิตหูผึ่งถามว่าใคร โรสหันบอกหน้าตึงว่าไม่เกี่ยวกับคุณ แต่ก็สงสัยตัวเองว่า “ทำไมคิดถึงคุณป้องปกอีกแล้ว...”

ซุ่ยในร่างกอหญ้าเห็นใจที่รังสิตถูกโรสปฏิเสธ ปลอบใจเขาว่า “ยามทุกข์เราต้องอดทน ยามสับสนเราต้องใช้สติ” รังสิตขอบใจซุ่ยและขอให้เธอเป็นสื่อรักให้โรสอภัยให้ตนด้วย

แก๊งเม้าท์ต่างเตือนซุ่ยว่าโลกสวยไม่ดูกาลเทศะ และถ้าขืนยุ่งกับรังสิตระวังจะโดนแบนอีกคน

ooooooo

กอหญ้าในร่างซุ่ยขยันขันแข็งและโอบอ้อมอารีย์โลกสวยกับทุกคน แต่สุขภาพอ่อนแอลงทุกที ทุกคน ในบ้านพยายามพาไปหาหมอ หมอก็หาสาเหตุไม่เจอผลการตรวจทุกครั้งก็บอกว่าไม่เป็นอะไร

วันนี้ม่าตัดสินใจพาซุ่ยไปหา “หมอทางเลือก” เป็นบ้านมีร่มไม้ครึ้ม ทีมงานให้นั่งรออยู่ข้างนอกเดี๋ยวหมอว่างจะให้คนมาเรียก ซุ่ยได้ข่าวกอหญ้าไปหาหมอ จึงโทร.ถามป้องปกว่าหมอที่ไหนตนจะตามไปดูด้วย

พอดีทีมงานของหมอออกมาเรียกซุ่ยเข้าไป ซุ่ยตะลึงเมื่อเห็นหมอแต่งตัวแบบล้านนา ใส่แหวนเพชรส่งแสงวูบวาบ สวมสร้อยคอเส้นใหญ่ ดูน่าเชื่อถือ

แม่ หลิว และป้องปกตะลึงเมื่อรู้ว่าหมอทางเลือกของม่าคือหมอดูฉีกกระดาษ!

ระหว่างนั้น หมอดูยังดูคนอื่นอยู่ ซุ่ยได้ยินความทุกข์ของคนเหล่านั้นแล้วก็เข้าไปพูดปลอบใจ ชี้ทางออกประสาคนโลกสวย หมอดูเหล่ซุ่ยขวางๆ ซุ่ยปลอบใจลูกค้าของหมอดูพลางหยิบกระดาษมาพับเหมือนไม่ได้ตั้งใจแต่พับได้เองโดยอัตโนมัติ พลางพูดให้กำลังใจไปเรื่อย ลูกค้าคนนั้นพูดกับป้องปกว่าพอฟังหนูคนนี้พูดแล้วสบายใจขึ้น

“หนูคนนี้มีพลังงานบางอย่าง” หมอเขม่นมองอย่างสนใจ

ซุ่ยพูดปลอบหญิงคนหนึ่งที่คร่ำครวญเรื่องผัวไปติดพริตตี้ ซุ่ยปลอยให้ใจเย็นๆ ผู้ชายไปได้ก็กลับได้พลางหยิบ กระดาษที่ตนพับไว้เป็นรูปผู้ชายให้ หมอดูเห็นกระดาษที่ซุ่ยพับก็อุทาน

“นี่มันตุ๊กตาผัวรักนี่นา ใครสอนให้เธอพับ ยัยนี่จะมาแย่งอาชีพฉันหรือ”

ป้องปกเห็นท่าไม่ดีบอกซุ่ยว่าพอเถอะ ซุ่ยบอกว่าตนแค่ให้กำลังใจทุกคน

“นี่มันทางของหมอดู อย่ามาหากินทับทางกันสิ ฉันหมอดูฉีกกระดาษ แกจะมาเป็นหมอดูพับกระดาษเหรอ เดี๋ยวตบ เล่นงานมันเลย มันมาหยามฉันถึงถิ่น”

หมอดูสั่งทีมงานดุดัน บรรดาทีมงานกรูกันเข้าหาซุ่ย แม่ ม่า และหลิวเข้าไปห้ามปรามช่วยซุ่ยกันวุ่นวาย

ooooooo

เมื่อหนีออกจากบ้านหมอดูได้แล้ว หลิวมองทุกคนบ่นเซ็งๆว่าไม่ได้เรื่องตามเคย

กลับถึงบ้านทุกคนเงียบจนซุ่ยทักว่าทำไมทุกคนดูเงียบๆเศร้าๆกันจัง หลิวทำท่าจะบ่นซุ่ย ถูกแม่ปิดปากไว้บอกว่าไม่มีอะไรหรอก

“หมอดูคนนั้น เขาหากินบนความทุกข์ของผู้คน ซุ่ยแค่อยากเตือนทุกคนเท่านั้นเอง” ซุ่ยไม่พอใจ

ม่าไม่อยากให้คุยเรื่องนี้อีก ตัดบทให้ซุ่ยไปเอาน้ำมาให้พวกเราดีกว่า ม่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ ซุ่ยอาสาไปจะเอามาให้ทุกคนป้องปกเลยไปช่วยเพราะถือคนเดียวไม่หมดแน่

ซุ่ยในร่างกอหญ้ารีดผ้าให้คุณหยกเสร็จ นึกห่วงกอหญ้าที่ไปอยู่บ้านตนเตรียมจะไปหา สวนกับแม่ที่ไปหิ้วถุงผ้าใส่ผักมา แม่บอกให้มาช่วยล้างผัก หันไปดูปรากฏว่าซุ่ยหายไปแล้ว

ซุ่ยรีบไปที่บ้านถามว่าตกลงหมอบอกว่าซุ่ยเป็นอะไร แม่ ม่า หลิวมองหน้ากัน ถอนใจ พูดไม่ออก

ทันใดนั้น คมน์แต่งตัวหล่อก็เดินเข้ามาทักทุกคนอย่างร่าเริง บอกว่าวันนี้จะแนะนำคนที่จะมาเป็นแม่ของลูกตน แล้วผายมือไปยังแวนด้าที่ตามหลังมา ทุกคนตกใจ

แวนด้ามองทุกคนบอกว่ารู้สึกคุ้นมาก สงสัยเพราะคมน์เล่าให้ฟังว่าทุกคนที่นี่ดีมาก เลยรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน หลิวทักว่าพูดแปลก เหมือนไม่เคยอยู่ที่นี่ แวนด้าแย้งว่าตนเคยอยู่ที่นี่เสียเมื่อไหร่ ส่วนซุ่ยมองแวนด้าอย่างพินิจ พิจารณาดักคอว่า

“หวังว่าแฟนคนนี้ คงเป็นรักแท้ของเธอจริงๆนะแวนด้า”

คมน์ไม่พอใจถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง แวนด้ากลบเกลื่อนว่าเพื่อนคงพูดเพราะเป็นห่วงตน

พอดีป้องปกกับกอหญ้าช่วยกันยกน้ำออกมา เห็นแขกมาบ้านเยอะจะไปเอาน้ำมาเพิ่มอีก คมน์มองกอหญ้าในร่างซุ่ยอย่างแปลกใจทักว่าปกติเห็นมีแต่นั่งเป็นคุณนายแต่วันนี้บริการคนอื่น ส่วนแวนด้ามองป้องปกตะลึงจำได้ว่าเคยเห็นและเขาดีกับตนมาก แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน

“มองอะไรแวนด้า” ซุ่ยถามหน้าบึ้งพลางขยับตัวมาบังสายตาแวนด้าไว้

พอดีคมน์ได้รับโทรศัพท์ตามให้ไปสัมภาษณ์ออกวิทยุ แวนด้าเร่งให้รีบไป ส่วนตัวเองเดินตามป้องปกไปในครัว ซุ่ยมองตาขวางพึมพำไม่พอใจ

“มีแฟนแล้วยังมาสอยเฮียป้องอีก ฉันไม่ยอมหรอก แวนด้า!!”

แวนด้าตามไปอ้อนป้องปกให้พาไปดูต้นไม้ ป้องปก หันบอกซุ่ยว่าเดี๋ยวมา แล้วออกไปกับแวนด้า

“คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธออ่อยเฮียป้องเหรอ ไม่มีทาง” ซุ่ยจิกตามองตามคิดอะไรขึ้นมาได้เลยแยกไปอีกทาง

แวนด้าอ่อยป้องปก เมื่อเขาไม่สนใจก็แกล้งทำเป็นสะดุดล้มเดินไม่ไหว ป้องปกจึงประคองไว้ ดูเผินๆเหมือนสองคนกำลังกอดกัน

ซุ่ยแก้เผ็ดไปตามคมน์มาดู คมน์พุ่งเข้าชกป้องปกทันที เพื่อนรักเลยกลายเป็นเพื่อนแค้นขัดใจกันเพราะแวนด้า

ซุ่ยต่อว่าป้องปกที่ปล่อยให้คมน์ชกฝ่ายเดียว แต่ป้องปกบอกว่าดีที่คมน์เข้ามา เพราะวันนี้ดูแวนด้าทำตัว แปลกๆ ตนรับมือไม่ถูกเหมือนกัน

“รับมือไม่ถูกอะไร เห็นกอดแน่นเชียว” ซุ่ยเหน็บด้วยอารมณ์หึงไม่รู้ตัว พอดีกอหญ้ามาตามไปทานผลไม้

ซุ่ยมองกอหญ้าอย่างสังเกตเห็นว่าใกล้ชิดกับป้องปกมาก ก็รู้สึกกระวนกระวายใจพิกล ถามตัวเองว่า

“ทำไมถึงรู้สึก...ใจหายนะ เป็นอะไรไปเนี่ยเรา”

คมน์พาแวนด้ากลับบ้าน แวนด้านัวเนียอ้อนอย่าโกรธป้องปกเลยเพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น คมน์ในอารมณ์หึงหวงบอกแวนด้าว่าไม่โกรธก็ได้ แต่ต่อไปห้ามพูด ห้ามคุย ห้ามมองผู้ชายอื่น ต้องอยู่ใกล้ๆตนแบบนี้เท่านั้น

แวนด้ายั่วจนคมน์ทนไม่ได้ กอดเธอไว้แน่น

แวนด้าหัวเราะระริกยั่วยวน...ครู่เดียวเสียงหัวเราะก็เงียบไป...

ฝ่ายป้องปกนั่งที่ม้าหินในสวน ให้กอหญ้าในร่างซุ่ยประคบรอยฟกช้ำให้บอกว่าพรุ่งนี้จะได้ไม่บวม

“ซุ่ยไม่เคยดูแลเฮียอย่างนี้เลยนะ” ป้องปกมองกอหญ้าเอ่ยอย่างพอใจปนสงสัย กอหญ้าถามว่าไม่เคยเลยหรือ ตำหนิตัวเองว่าทำไมละเลยเฮียอย่างนี้ เอ่ยขอโทษและต่อไปจะปรับปรุงตัวเอง “ไม่...พี่ไม่ได้ว่าซุ่ยนะ แค่พูดออกมาเพราะรู้สึก...ไม่รู้สิ...ไม่ชินมั้ง ซุ่ยเป็นแบบนี้ก็ดี แต่

ซุ่ยเป็นซุ่ยแบบเดิมก็ได้ ไม่ต้องปรับต้องเปลี่ยนอะไรมากนักหรอก มันแปลกๆน่ะ”

กอหญ้าถามว่าตนอยากดูแลเขาเหมือนเขาดูแลตน มันแปลกตรงไหน เราอยู่ด้วยกันก็ต้องดูแลกันไม่ใช่หรือ ถามว่า

“เฮียป้องดีกับซุ่ย ซุ่ยก็ต้องดีกับเฮียป้องบ้างสิ”

ความอ่อนโยนดูแลป้องปกอย่างดีและใกล้ชิดของกอหญ้าในร่างซุ่ย ทำให้ป้องปกผ่อนคลายและเคลิ้ม แต่เตือนตัวเองว่า “ไอ้ป้อง...อย่า...นายต้องให้เกียรติซุ่ยสิวะ” ป้องปกพยายามห้ามใจตัวเอง บอกซุ่ยว่าดึกแล้วไปนอนเถอะ พอหันมองจึงรู้ว่าซุ่ยหลับไปแล้ว เขามองอย่างเป็นห่วง บอกตัวเองว่า “พี่จะทำให้ซุ่ยหายให้ได้” แล้วอุ้มซุ่ยเข้าไปในบ้าน

ฝ่ายซุ่ยในร่างกอหญ้าสะดุ้งตื่นจากฝันที่เห็นกอหญ้าใกล้ชิดกับป้องปก ลุกพรวดขึ้นมาแล้วบ่นตัวเอง...

“ฝันว่าเฮียป้องสวีตกับกอหญ้าได้ไงเนี่ย เพ้อเจ้อจริงๆ เอ...หรือว่าจริง!!” แต่แล้วก็ปลอบใจตัวเองว่า “เฮียป้อง ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”

แต่ใจไม่สงบ ซุ่ยสะบัดผ้าห่มลุกขึ้นจะไปดูให้รู้แน่ แต่พอดูนาฬิกาเพิ่งตีสี่ครึ่ง นาฬิกาปลุกพอดีซุ่ยตกใจแทบขว้างนาฬิกาทิ้ง รีบปิดเสียงปลุกก็พอดีแม่แก้วเข้ามาบอกให้เตรียมตัวไปตลาดกัน ซุ่ยถามว่าตีสี่ครึ่งเนี่ยนะ?!

“ใช่สิ เราต้องช่วยกันเตรียมอาหาร เย็นนี้คุณหยกจะมีแขกมาบ้านเป็นสิบเลย” แม่แก้วเร่งให้ไปอาบน้ำเดี๋ยวตลาดจะวายเสียก่อนพูดแล้วออกไปเลย ซุ่ยมองนาฬิกาเซ็งๆ...

ระหว่างไปตลาด แม่แก้วซื้อหมู ซื้อปลา ซื้อกุ้ง

ซุ่ยทำหน้าแหยเมื่อต้องช่วยแม่เลือกของสดเหล่านั้น ซ้ำยังต้องหิ้วผักอีกหลายถุง นึกเปรียบเทียบในใจว่าทำงานหนักกว่าตอนเป็นโรสเสียอีก

ซุ่ยคิดกังวลว่า ป่านนี้กอหญ้ากับเฮียป้องจะเป็นอย่างไรบ้างแล้ว จะแอบหนีไปดู ก็พอดีนายชุ่มที่มาซื้อกับข้าว เหมือนกันเร่งให้เอาของไปไว้ที่รถ ซุ่ยเดินบ่นเซ็งๆ “แล้วเมื่อไหร่จะได้ไปเนี่ย...”

ooooooo

เช้านี้...รังสิตที่ถูกโรสสะบั้นรักและถูกน้ำหวานปฏิเสธ เซ็งกับชีวิตที่ผิดหวัง ถือโน้ตบุ๊กเข้าไปนั่งดื่มกาแฟในร้าน

ขณะนั้นเอง ป้องปกขับรถกระบะมาจอด ขนต้นไม้ลงจากรถกับลูกน้องเอาจริงเอาจัง รังสิตในชุดทำงานเท่ เนี้ยบไปยืนเผชิญหน้าป้องปกที่ใส่ชุดทำสวนหน้ามันเลื่อมเหงื่อไหลย้อย รังสิตมองป้องปกเหมือนจะประเมินว่าเขาดีกว่าตนตรงไหน

แล้วจู่ๆรังสิตก็ถอดนาฬิกา ถอดสูทพาดไว้ที่รถ ถลกแขนเสื้อ บอกป้องปกว่า “ตอนนี้เราเท่ากันแล้วนะ” แล้วลงมือช่วยขนต้นไม้เข้าไปในร้าน ป้องปกมองงงๆว่ารังสิตทำอะไร ฝ่ายรังสิตก็ตั้งหน้าตั้งตาขนต้นไม้ไม่พูดไม่จา จนหมดแล้วชวนป้องปกเข้าร้านกาแฟบอกว่าตนเลี้ยงเอง ป้องปกบอกว่าเขาช่วยขนต้นไม้จนเหงื่อท่วมตนจ่ายดีกว่า

“งั้นผมไม่เกี่ยงล่ะ ผมสั่งเลยนะ ลาเต้เย็น น้ำเชื่อมเฮเซลนัทครับ”

“ผมขอชาเขียวปั่นไม่หวาน”

รังสิตจิกนิดๆว่าดูเขาชอบอะไรกรีนๆ เขียวๆ ดูรักธรรมชาติและดูแลสุขภาพจริงๆ ป้องปกบอกว่าที่จริงชาก็มีคาเฟอีนไม่น้อยกว่ากาแฟ

“ผมว่าคนดื่มชา ดูเจ้าเล่ห์กว่าคนดื่มกาแฟ” รังสิตจิกอีก ป้องปกได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบ

จากการสนทนา รังสิตรู้ว่าป้องปกเรียนที่เกษตรแต่คณะเศรษฐศาสตร์ เขาถามว่าทำไมจึงมามีอาชีพขายต้นไม้ จัดสวน

ป้องปกบอกว่าไม่ต้องเรียนก็ทำได้ นี่เป็นงานรอง ทำในสิ่งที่ชอบ พอดีมีนักศึกษาคนหนึ่งมาส่งงาน ป้องปกให้เอาไปเข้าเล่มทำปกให้เรียบร้อยก่อน ดีที่ส่งทันเวลาถ้าช้ากว่านี้โดน!

“คุณเป็นอาจารย์?”

“ครับ อาชีพหลักคือรับราชการเป็นครู”

รังสิตถามว่าเรียนเศรษฐศาสตร์มีอาชีพอีกมากมายที่ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองได้ ป้องปกถามว่าแล้วตนไม่เจริญรุ่งเรืองตรงไหน รังสิตถามว่าเพราะเงินเดือนข้าราชการมันน้อยหรือเปล่า เขาถึงต้องขายต้นไม้เป็นอาชีพเสริม

ป้องปกมองรังสิตขำๆ ถามว่าเชื่อไหมตนไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินเลย พูดช้าๆอย่างจงใจให้รู้ว่า

“ผมสอน เพราะผมชอบงานสอน ผมชอบปั้นคน สร้างคน ผมทำงานขายต้นไม้ เพราะผมชอบปลูกต้นไม้ มันมีส่วนช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน” เขาหยุดหัวเราะเบาๆ พูดออกตัวติดตลกว่า ฟังดูหล่อ พระเอกมากใช่ไหม แต่ตนชอบทุกอย่างที่ทำจริงๆ เล่าอย่างภูมิใจว่า “บ้านผมไม่ได้รวยมาแต่บรรพบุรุษ พ่อแม่ผมก็เป็นครู แต่บ้านผมมีความสุข ผมมีใช้ มีเก็บ ไม่ได้ลำบากยากจนอะไร ไม่มีหนี้สิน เพียงแต่ผมไม่ได้ใช้ของแพงๆ แต่คุณจะเชื่อผมไหมก็ไม่รู้ ถ้าคนมีรสนิยมดีนะ ไม่ต้องใช้เงินเข้าแลกก็อยู่อย่างเท่ๆได้”

รังสิตมองป้องปก หน้าค่อยๆเครียดขึ้น เมื่อนึกบอกตัวเองว่า

“ทำไมรู้สึกแพ้ทั้งๆที่ยังไม่ได้แข่งเลยวะ ใครจะไปเอาชนะคนที่ชอบชีวิตตัวเองขนาดนี้ได้...ผู้ชายแบบนี้เหรอ ที่โรสชอบ” รังสิตยกกาแฟขึ้นจิบ แต่ตายังมองป้องปกอย่างทึ่ง แกมอัศจรรย์ใจ

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน แม่ก็รีบเข้าครัว ซุ่ยเอาผ้ากันเปื้อนคาด แล้วหยิบเมนูอาหารที่ต้องทำอ่าน พอเห็นอาหารตั้งเกือบสิบอย่างก็โวยว่าเยอะขนาดนี้สั่งจากร้านไม่ดีกว่าเหรอ แม่แก้วถามว่าถ้าจะสั่งจากร้านแล้วจะจ้างเราไว้ทำไมล่ะ?

แม่แก้วดูเมนูบอกว่าต้องทำขาหมูพะโล้ก่อนเพราะต้องเคี่ยวนาน แล้วสั่งซุ่ยให้หมักซี่โครงหมูไว้ก่อนเลย แล้วค่อยเตรียมเครื่องแกง ซุ่ยเซ็งบ่นงึมงำ “ชาตินี้จะได้ไปหากอหญ้ากับเฮียป้องไหมเนี่ย?”

บ่นไม่ทันขาดคำ คุณหยกก็เข้ามาบอกแม่แก้วให้ไปรับเสื้อที่สั่งตัดไว้และเลยไปเอาดอกไม้จากร้านประจำให้ด้วย ให้นายชุ่มขับรถไปจะได้เร็ว แม่แก้วเลยหันบอกซุ่ยให้จัดการงานครัวที่เหลือต่อด้วย ซุ่ยโวยวายว่ากับข้าวตั้งเกือบสิบอย่างตนทำไม่เป็นสักอย่าง ไม่เคยทำด้วย

คุณหยกและแม่แก้วตกใจ ซุ่ยรู้สึกตัวเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน หัวเราะแหะๆ แก้ตัวว่า

“กอหญ้าล้อเล่นค่ะ โอ๊ย...ทำคนเดียวสบาย กอหญ้าจัดการได้หายห่วง” แต่พอคุณหยกกับแม่แก้วออกไป ซุ่ยก็มองไปรอบครัวบ่นหนักใจ “จะรอดไหมเนี่ย?”

แต่ซุ่ยซะอย่าง เมื่อไม่เคยทำ ทำไม่เป็น ก็เปิดมือถือเข้าไปดูวิธีทำอาหารในเว็บไซต์ ดูไปทำไป แม้จะเงอะงะแต่ก็ทำได้สำเร็จทุกอย่าง ดูอาหารหน้าตาจืดชืดทั้งหมดแล้ว พูดให้กำลังใจตัวเองว่า

“กอหญ้าเก่งเรื่องนี้อยู่แล้ว ยังไงก็ต้องอร่อยแหละ”

เหลือบมองนาฬิกาเห็นบ่ายสี่แล้วก็เริ่มลำเลียงอาหารไปตั้งโต๊ะแล้วเตรียมตัวจะไป คุณหยกเข้ามาเห็นอาหารเต็มโต๊ะก็โวยว่าทำไมรีบเอามาวาง แขกยังไม่มาเดี๋ยวก็เย็นหมด พลางชิมอาหาร พออาหารเข้าปากก็บ้วนทิ้งแทบไม่ทัน เข้าไปดูในครัว เห็นทั้งรกทั้งสกปรกราวกับกองขยะ คุณหยกแทบเป็นลม โวยลั่น

“กอหญ้า!! นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”

ooooooo

กอหญ้าในร่างซุ่ยได้ยินแม่บ่นเรื่องของแพง ผักชีกำละตั้ง 15-20 บาท เลยคิดปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง ป้องปกกลับมาเห็นบอกกอหญ้าว่าเฮียบอกแล้วว่าอย่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะนัก มันแปลก

กอหญ้าถามว่าแปลกยังไง

“ก็เมื่อก่อนเจ๊ซุ่ยมีแต่สิ้นเปลืองน่ะสิ” หลิวตอบแทน กอหญ้าถามว่าจริงหรือ ป้องปกตัดบทถามว่าปลูกอะไรบ้าง กอหญ้าบอกว่าสะระแหน่ โหระพา พริก ผักชี ต้นหอม กะเพรา ป้องปกชมว่าทำได้หลายเมนูเลยนะเนี่ย แต่ปลูกแบบนี้ไม่ขึ้นหรอก ป้องปกสอนตั้งแต่การเตรียมดิน จนเลือกเมล็ดและกิ่งพันธุ์ หลิวเห็นป้องปกกับกอหญ้าช่วยกันเตรียมดินอย่างใกล้ชิดก็ค่อยๆเลี่ยงออกไป

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 9 วันที่ 23 เม.ย.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ