อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/3 วันที่ 30 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/3 วันที่ 30 เม.ย.59

“ผมไม่หน้าด้านพอที่จะโกหกหมอหรอกนะ ในเมื่อหมอก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนุศกับเจ้าชยา ผมก็จะบอกตรงๆ นั่นล่ะว่าผมต้องการหาคนมาล้างคาวให้ลูกสาวผม เงิน 60 ล้านคงพอที่หมอจะยอมทนรับกับเรื่องนี้ได้”
“ผมคิดว่าผมคงรับข้อเสนอนี้ไม่ได้”
“ผมรู้ว่ามันคงทำให้คนดีๆอย่างหมอต้องลำบากใจ แต่ได้โปรดอย่าเข้าใจว่านี่เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของหมอ ผมแค่คิดว่าหมอเป็นผู้ชายไม่กี่คนที่เป็นสุภาพบุรุษและใจกว้างพอที่จะฉุดลูกสาวผมขึ้นมาจากนรกได้ ลองเก็บไปคิดอีกครั้ง แล้วค่อยให้คำตอบผมได้ไหม”

ศตวรรษยังคงอาบน้ำต่อไป แต่หัวใจยังเจ็บปวด เสียงคำพูดของโสมมิกาดังเข้ามาซ้ำเติมเขาอีกครั้ง
“แล้วนุศมันดีกว่าโสมตรงไหน ทำยังกะธาตุแท้นังนุศมันดีตาย มันมั่วกับอา หมอก็ยังจะโง่ไปแต่งงานกลบข่าวให้มันอยู่ได้ จะไปทนให้เขาหลอกใช้ทำไม “


สีหน้าของศตวรรษที่เจ็บปวดเมื่อรู้ว่าจะต้องปกป้องศักดิ์ศรีของอนุศนิยาด้วยการแลกกับศักดิ์ศรีของตัวเอง

ศตวรรษเปิดโน๊ตบุคนั่งทำงานบนฟูกที่ปูบนพื้น อนุศนิยาเปิดไอแพดทำงานบนเตียง ต่างคนต่างทำงาน แต่อนุศนิยาเหล่มองศตวรรษที่เอาแต่ก้มหน้า ก็แบะปาก ย่นจมูก ทำปากขมุบขมิบด่า ศตวรรษหันมาเห็นพอดี อนุศนิยาตกใจรีบทำเป็นหาว..ศตวรรษมองๆ อนุศนิยาปิดไอแพดวางไว้ข้างตัว
“ง่วงแล้ว..นอนดีกว่า“ อนุศนิยาลุกเดินไปปิดไฟ ก่อนจะเดินกลับมานอนบนเตียง ไม่ทันถึงสามวินาที ไฟในห้องเปิดอีกครั้ง อนุศนิยาลุกขึ้น หันไปเห็นศตวรรษเป็นคนเดินไปเปิดไฟ “ไม่มีมารยาท! คนกำลังจะนอนไม่เห็นเหรอ เปิดไฟทำไม”
“ผมยังทำงานไม่เสร็จ ไม่เห็นเหรอ แล้วการทำงานขณะปิดไฟ จะทำให้ตาเสีย”
“ตานาย ไม่ใช่ตาฉัน!“ อนุศนิยาลุกเดินไปปิดไฟ
ศตวรรษไม่พอใจ อนุศนิยากำลังจะเดินมาที่เตียง ศตวรรษเดินไปเปิดไฟ อนุศนิยาหยุดกึก หันขวับ ศตวรรษยักคิ้วกวนประสาท อนุศนิยาจ้ำเดินกลับไปเปิดไฟ ศตวรรษปิดไฟ อนุศนิยาเปิดไฟ ศตวรรษปิดไฟ อนุศนิยาเปิดไฟ ศตวรรษกำลังจะปิด อนุศนิยารีบเอาตัวเข้าไปบังปลั๊กไฟ ศตวรรษยั้งมือไม่ทัน นิ้วจิ้มเข้าตาอนุศนิยาเต็มๆ ศตวรรษชะงัก
“โอ๊ย!! นายแกล้งฉัน! “
“ผมเปล่า คุณอยากมาขวางทางเองทำไม “
“ถ้าอยากทำงานก็ไปทำข้างนอกเลยไป! ที่นี่มันเป็นห้องนอนของฉัน ไม่ใช่ห้องนอนของนาย!”อนุศนิยาจ้องหน้าศตวรรษเอาจริง
ศตวรรษเซ็งมาก หมดทางสู้ เดินไปคว้าโน๊ตบุ๊คและเดินออกไป อนุศนิยาหงุดหงิดสุดๆ

ศตวรรษนั่งทำงานที่โต๊ะอาหาร ระหว่างนั้นอังกาบเดินผ่านมาเห็น
“คุณหมอ”ศตวรรษหันไป “ยังไม่นอนอีกเหรอคะ “
“ผมยังเตรียมการสอนไม่เสร็จน่ะครับ แล้วคุณย่าล่ะครับ ดึกแล้วทำไมยังไม่นอน”
“ย่าเพิ่งขึ้นไปดูคุณพลมาน่ะค่ะ นี่ก็ว่าจะไปนอนแล้ว “
“ผมเดินไปส่งที่บ้านมั๊ยครับ” ศตวรรษลุกขึ้นยืน
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ย่ากลับเองได้ สบายมาก “
ศตวรรษยิ้ม พลันเสียงท้องร้องของศตวรรษดังขึ้น อังกาบชะงัก ศตวรรษยิ้มอายๆ

อังกาบยื่นถ้วยซุปให้ศตวรรษ ศตวรรษรับมาทาน
อังกาบรีบพูด “ระวังร้อนนะคะ “
ศตวรรษรีบตักเข้าปาก แล้วก็สะดุ้ง “ไม่ทันแล้วล่ะครับ ซุปของคุณย่าอร่อยมาก ขอบคุณนะครับ”
“ไม่ได้ทานข้าวมาตั้งแต่กี่โมงคะเนี่ย “
“ตั้งแต่เช้าแล้วครับ “
อังกาบตกใจ “ระวังจะเป็นโรคกระเพาะนะคะ เป็นคุณหมอก็ต้องรักษาตัว ไม่ใช่เอาแต่รักษาคนอื่นจนลืมตัวเอง”
“มันชินแล้วล่ะครับ เป็นแบบนี้ทุกวัน บางวันก็ได้ทานแค่ขนมปังชิ้นเดียว ผมไม่มีเวลาครับ”
“ที่ทำงานหนักขนาดนี้ เพราะอยากรีบหาเงินมาใช้หนี้ใช่มั้ยคะ”
ศตวรรษนิ่งไปพัก “ใช่ครับ การที่ผมได้แต่งงานกับคุณนุศ คนนอกที่มองเข้ามาเขาก็บอกว่าผมน่าอิจฉา แต่สำหรับผม มันคือความน่าอาย ไม่ใช่เพราะเจ้าสาวผมคือคุณนุศนะครับ แต่ผมอายตัวเอง มันเป็นอย่างที่คุณนุศพูด..ที่ว่าผมขายตัวใช้หนี้ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ศักดิ์ศรีของผมแทบไม่มีเหลือ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือ รีบปลดหนี้ ทำให้ตัวเองเป็นอิสระโดยเร็วที่สุด”
ศตวรรษถอนใจแล้วก็ก้มหน้าทานต่อ อังกาบมองศตวรรษสีหน้าเห็นใจ

อนุศนิยานอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานั่ง หันไปมองเวลาตีสอง “หายไปเป็นชาติ...หรือว่างอน งอนก็งอนไปสิ ช่วยไม่ได้” หญิงสาวล้มตัวลงนอน ลุกขึ้นมานั่งอีก “จะห่วงเขาทำไมห๊ะ!! นอนนอน...” เธอล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พลิกตัวหันไปมองตรงที่นอนศตวรรษ เห็นมือถือศตวรรษวางอยู่ อนุศนิยาครุ่นคิด หันไปมองที่ประตู หันมามองที่มือถือ ตัดสินใจ...ลงจากเตียง หยิบมือถือขึ้นมากดเปิดไลน์ ไล่หาชื่อโสมมิกาจนเจอ...อนุศนิยากดเปิด เห็นโสมมิกาส่งสติ๊กเกอร์มาเพียบ
“กู๊ดมอร์นิ่ง..มิสยู กินข้าวยัง ดูแลตัวเอง รักนะ” อนุศนิยาโมโหหึง “ทำตัวเหมือนเป็นแฟนกัน ทุเรศที่สุด”
ทันใดนั้นเสียงศตวรรษดังขึ้นจากข้างหลัง “ทำอะไร!!! “
อนุศนิยาตกใจมาก รีบวางมือถือ รีบลุก ทำให้สะดุด จะล้ม..ศตวรรษรีบคว้าเอวเอาไว้ข้างหลัง อนุศนิยาหน้าถอดสี
ศตวรรษเห็นมือถือวางผิดที่ กระซิบข้างหูอนุศนิยา “แอบดูมือถือผมเหรอ!!! “
อนุศนิยาหันไปเจอหน้าศตวรรษใกล้ๆก็ตกใจ รีบแกะมือศตวรรษแล้วผละออกมายืน “ไม่ได้แอบ มือถือนายเป็นไรไม่รู้ เสียงดังอยู่ได้ ฉันหนวกหูจนนอนไม่หลับก็เลยต้องลุกเดินมาปิด“ อนุศนิยาทำเป็นฮึดฮัด แล้วก็เดินกลับไปที่เตียง
ศตวรรษมองๆ ก่อนจะหันมาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู “ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” เขาหันไปมองอนุศนิยาที่ขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง แล้วก็อมยิ้มอย่างรู้ทัน

เข้าวันต่อมา ที่บ้านวรเลิศลักษณ์ทุกคนกำลังทานข้าวเช้าพร้อมกัน นันทพลนั่งหัวโต๊ะ อังกาบ ชยากร นั่งอีกฝั่ง ตรงข้ามเป็น อนุศนิยา ศตวรรษ และอนุกร
นันทพลอยากรู้ “อาหารเช้าวันนี้ ฝีมือหมออีกรึเปล่า”
“ครับ“
ชยากรชะงักรวบช้อนทันที ทุกคนหันไปมอง อนุกรจับตามองผู้ชายสองคนอย่างตั้งใจ
อังกาบถาม “ยังไม่ทันได้ทานอะไร ก็อิ่มแล้วเหรอ “
“ครับ รสชาติไม่ถูกปาก มันแปร่งๆ แปลกๆ เหม็นๆ ยังไงชอบกล” ชยากรหันไปมองหน้าศตวรรษ “ผมกลัวว่าถ้าทานเข้าไปแล้วมันจะไม่ดีกับสุขภาพน่ะครับ”
ศตวรรษรู้ว่าชยากรแขวะ คนบนโต๊ะเห็นว่าบรรยากาศกำลังจะมาคุ
นันทพลรีบช่วยพูด “แกก็พูดเกินไปชยา ฉันว่ามันก็อร่อยดี”
“ทุกคนอาจจะชอบ แต่ผมไม่ชอบ ออกจะเกลียดรสชาติแบบนี้ด้วยซ้ำ” ศตวรรษนิ่งไม่ตอบโต้ ชยากรหันไปทางอนุศนิยาเห็นกาแฟหมดแก้ว “นุศเอากาแฟเพิ่มมั๊ย อาเทให้”
“ไม่ต้องรบกวนคุณอาหรอกครับ ลืมไปรึเปล่าว่าคุณนุศ เป็น “ภรรยา” ของผม “สามี” อย่างผมต้องเป็นคนดูแล มันหมดเวลาของคุณอาแล้วล่ะครับ” ชยากรหน้าตึง ศตวรรษหันไปทางอนุศนิยา “ผมว่าที่รัก อย่าดื่มกาแฟอีกเลยนะจ๊ะมันมีคาเฟอีน ดื่มมากไม่ดีกับสุขภาพ ชาเขียวร้อนดีกว่าจะได้ละลายไขมัน”
ชยากรมองศตวรรษกกับอนุศนิยา อนุศนิยาเหล่มองชยากรที่กำลังมองก็เลยต้องเล่นละคร จับแขนศตวรรษแล้วยิ้ม “ได้ค่ะ...สามีว่าไง ภรรยาก็ว่าตามนั้น “
ชยากรไม่พอใจมากที่สองคนทำสวีทต่อหน้า ศตวรรษลุกเดินไปหยิบเหยือกชาร้อนที่วางอยู่บนชั้นข้างหลังที่นั่งชยากร ชยากรแกล้งเลื่อนเก้าอี้ เกือบชนศตวรรษที่ถือเหยือกชาร้อนอยู่ โชคดีที่ศตวรรษทรงตัวได้ทัน ชยากรยืดตัวขึ้นมายืน และหันไป “ขอโทษ...” ชยากรมองหน้าศตวรรษแล้วก็เดินออกไป
ศตวรรษหันไปมองตามชยากรไม่ค่อยพอใจ นันทพล อังกาบมองหน้ากันไม่สบายใจ อนุศนิยาได้แต่ถอนหายใจ ส่วนอนุกรแอบจับสังเกตได้ว่าสองหนุ่มแสดงทีท่าหึงหวงอนุศนิยากัน

ศตวรรษเดินมาเจอกับชยากรที่ดักรออยู่ ศตวรรษหยุดเดิน
“ถ้าคิดจะทำดีให้นุศหวั่นไหว สามปีคงไม่พอ เพราะนุศไม่ได้ใจง่ายอย่างโสม”
“เห็นคุณหวงก้างขนาดนี้ ผมยิ่งสงสัยว่าคุณรักของคุณประสาอะไร ความรักของคุณถึงได้ทำให้คุณนุศอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครเขา”
“เรื่องของเรามันลึกซึ้งกว่าที่นายเข้าใจ “
“ผมไม่คิดจะทำความเข้าใจหรอกนะไอ้ความรักผิดทำนองคลองธรรมอย่างนั้น”
ชยากรเดินเข้ามาบอกศตวรรษให้ได้ยินกันสองคน “มันไม่ผิด เพราะเราสองคนอาจไม่ใช่อาหลานแท้ๆ “
ศตวรรษถึงกับอึ้งเมื่อได้มารู้ความจริงอย่างนี้ “ต่อให้ความจริงเป็นยังไง ใครๆ เขาก็รู้แค่ว่าคุณเป็นอาและผมเป็นสามีคุณนุศเพราะฉะนั้นตราบใดที่ผมยังเป็นสามีคุณนุศอยู่ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเขา ถ้ามีเรื่องอย่างเมื่อคืนอีก ผมจะพาคุณนุศย้ายออกไปอยู่ที่อื่น”
“นายไม่กล้าหรอก!! “
“อย่าประเมินผมต่ำขนาดนั้นสิครับคุณอา ผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อไม่ให้คุณนุศเสียชื่อเสียงมากไปกว่านี้” ศตวรรษสีหน้าเอาจริง ก่อนจะเดินออกไป
ชยากรกัดกรามแน่นด้วยความโกรธ ไม่นานอนุกรเดินปรบมือออกมา ชยากรหันขวับไปมอง “ซีนเมื่อกี้ ถ้าเป็นในละคร ต้องบอกว่าเป็นซีนที่น่าประทับใจ อาแท้ๆกับผัวจริงๆ เกือบจะ ต่อยกัน โอ้โฮ...น่าติดตามอย่างมากว่าสุดท้ายแล้วใครกันน้าที่จะได้พี่สาวของผมไปครอง” อนุกรยิ้มเยาะๆ กวนประสาท ก่อนจะเดินออกไป ชยากรเจ็บใจสุดๆ
อังกาบกับอนุศนิยายืนคุยกันอยู่สองคน
“คุณย่าจะให้นุศช่วยดูแลนายศตวรรษ!!! ทำไมนุศต้องดูแลเขาด้วยคะ มันไม่ใช่หน้าที่”
“มันเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ดี “
“แต่คุณย่าก็ทราบว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร มันไม่ได้เกิดจากความรัก”
“แต่ถึงอย่างนั้น นุศก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา ฉะนั้นนุศควรจะทำหน้าที่นี้ระหว่างที่แต่งงานกับหมอวรรษ”
“ไม่จำเป็นค่ะ แค่อนุญาตให้เขามาอยู่มากินในบ้านเรา ก็มากเกินพอแล้ว หนูตกถังข้าวสารอย่างเขาไม่ต้องไปทำดีด้วยก็ได้ เปลืองแรงเปล่าๆ”
อังกาบถอนใจ “นุศอาจจะคิดว่าหมอวรรษดีใจที่ได้แต่งงานกับนุศ แต่นุศกำลังคิดผิด เมื่อคืนย่ามีโอกาสคุยกับเขา ทำให้ย่ารู้ว่าเขาทำงานจนแทบไม่มีเวลาทานข้าว ไม่มีเวลาพัก เพราะต้องการรีบหาเงินมาคืนนุศให้เร็วที่สุด เขาต้องการเป็นอิสระจากนุศ”
อนุศนิยาแอบใจหาย แต่ก็ทำไม่เชื่อ “คุณย่าเชื่อได้ไงว่าเขาพูดจริง เขาอาจจะสร้างภาพอยู่ก็ได้”
“ย่ามั่นใจว่าย่ามองคนไม่ผิด หมอวรรษเป็นคนดี เป็นคนอ่อนโยน ย่าว่านุศควรจะเลิกคิดได้แล้วว่านุศแต่งงานกับเขาเพราะอะไร เพราะสิ่งนี้มันคือกำแพงที่ทำให้นุศไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของหมอวรรษ ย่ารู้ว่านุศเป็นคนรุ่นใหม่ ที่คิดว่าชายหญิงเท่าเทียมกันไม่ต้องไปดูแล แต่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าภรรยามี 7 แบบ นุศอยากให้คนอื่นเขาชื่นชมหรือนินทา นุศก็แยกแยะเอานะว่าจะเป็นเมียแบบไหน”
อังกาบเปิดเลคเช่อร์ อนุศนิยาหน้าจ๋อยต้องทนรับฟัง

อนุศนิยามาถึงที่ทำงานในหัวยังหลอนถึงสิ่งที่อังกาบอบรมมา เธอยังเดินกระเผลกอยู่เล็กน้อยจากที่เจ็บก้นเมื่อวาน
“ถ้าไม่อยากเป็นทาส ก็ยังมีภรรยาที่เป็นเพื่อน เป็นน้องสาว หรือเป็นแม่ ภรรยาสามแบบนี้จะคอยเป็นคู่คิด เป็นมิตร เป็นคนทำให้สามีอุ่นใจ”
อนุศนิยาเดินมาเจอลูกค้าสามีภรรยากำลังช่วยกันเลือกแบบห้อง สองคนช่วยกันคิด ช่วยกันออกความเห็นอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย สองคนดูมีความสุขออกมาจากใจ เป็นภรรยาในแบบที่น่าชื่นชม อนุศนิยาถึงกับยิ้มออกมา....เสียงอังกาบดังเข้ามาในความคิด
“ถ้าทำในสามแบบนี้ได้ ใครเห็นก็จะชื่นชม แต่ถ้าหากจะเป็นอีก 3 แบบก็คือ ภรรยาเยี่ยงโจร เยี่ยงเพชฌฆาต เยี่ยงนาย เมียสามแบบนี้จะเป็นพวกชอบข่ม ชอบรีดไถชอบรังแกสามีทั้งร่างกายและจิตใจ”
อนุศนิยาก็หันไปเห็นนุดีอยู่ด้านนอกตึก ประสงค์ถือของตามนุดีมาตามทาง นุดีกำลังเม้งแตก ต่อหน้าพนักงานแถวนั้น “เดินให้ไว้หน่อยได้มั๊ยคุณประสงค์ ชักช้าไม่ได้ใจ” ประสงค์ทำของหล่น “เอ้าเอ้า มือไม้อ่อนจริงๆ ของฉันราคาแพงนะจะบอกให้ ถ้าเกิดพังเสียหาย คุณจะมีปัญญาซื้อให้ฉันใหม่ได้มั้ย ห๊ะ เงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น...อยู่กับคุณแล้วอารมณ์เสียตลอดตลอด โอ๊ย!!! “นุดีด่าประสงค์ไฟแลบ ก่อนจะจ้ำเดินเข้ามา ประสงค์รีบตามมาติดๆ
พวกพนักงานพากันเม้าท์ “ถ้าฉันจะมีเมีย ไม่ขอมีเมียแบบคุณนุดีเด็ดขาด ปากนี่เอาไปตัดกระดาษได้เลย”
อนุศนิยาได้ยินพนักงานเม้าท์แล้วก็คิดตาม นึกถึงที่อังกาบสอน
“ใครเห็น เขาไม่ได้ตำหนิที่สามี แต่เขาจะโทษที่ผู้หญิง สิ่งที่นุศทำกับหมอก็เหมือนกัน นุศอยากเป็นนางฟ้าหรือนางมารร้ายในสายตาคนอื่น นุศก็คิดเอา”
อนุศนิยายืนชั่งใจเปรียบเทียบสามีภรรยาสองคู่อย่างปลงๆ เธอเผลอจับแหวนแต่งงานที่อยู่บนนิ้วแล้วครุ่นคิด เริ่มกลัวใจว่าตัวเองจะร้ายกับศตวรรษเหมือนที่นุดีทำกับประสงค์อยู่รึเปล่า

อนุศนิยาเดินนมาที่ห้องทำงาน ถอนหายใจด้วยความกลุ้มก่อนจะนั่งลง ไม่นานประภากับใบเฟิร์นหอบอัลบั๊มรูปแต่งงานเป็นตั้งๆเข้ามาวางบนโต๊ะอนุศนิยา บังหน้าอนุศนิยาจนมิด
“อะไร??“
ประภากับใบเฟิร์นยิ้มแบบ PROUDLY PRESENT ประภาภูมิใจ “รูปแต่งงานของคุณนุศกับหมอศตวรรษค่ะ “
อนุศนิยาเจื่อน
ใบเฟิร์นตื่นเต้น “เป็นพันรูปเลยนะคะ เรียกได้ว่าดูสามวันก็ไม่หมด “
“คุณนุศดูให้หนำใจฉ่ำปอดไปเลยค่ะ ถ้าดูเสร็จ ประภากับใบเฟิร์นจะขอยืมดูต่อ..”
“อยากดูมากนักใช่มะ“ ประภากับใบเฟิร์พยักหน้าหงึกๆๆๆ “งั้นเอาไปดูตอนนี้เลย” สองคนเหวอ “เอาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่ในห้องฉันแม้แต่เล่มเดียว!” สองคนมองหน้ากันเหรอหรา “เอาออกไปสิ!!!”
“ค่ะค่ะค่ะค่ะ” ทั้งสองคนรีบลนลานหอบอัลบั๊มรูปออกไปด้วยความทุลักทุเล
“ตามมาหลอกมาหลอนอยู่ได้” อนุศนิยาทิ้งตัวนั่งลง

ชยากรมาหาโสมมิกาสตูดิโอตามที่โสมมิกานัด ในห้องนั้นกำลังเตรียมถ่ายแบบโฟโต้บุ้คส่วนตัว โสมมิกาในชุดคลุมกำลังยืนคุยกับชยากรในระหว่างรอถ่าย
“นัดผมมา มีอะไร?”
“โสมมาคิดๆ ดู ที่จริงเราน่าจะร่วมมือกัน ในเมื่อชยาอยากได้นุศ โสมเองก็อยากได้หมอคืนมา ถ้าเราผนึกกำลังกัน ขาเตียงสองคนนั้นสะเทือน 7 ริคเตอร์แน่”
“ถ้าจะมาให้ร่วมหุ้นไถ่หมอ ผมไม่เล่นด้วย กลัวอ้อยจะเข้าปากช้างซะมากกว่า”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/3 วันที่ 30 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ