อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/4 วันที่ 30 เม.ย.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/4 วันที่ 30 เม.ย.59

“โสมมาคิดๆ ดู ที่จริงเราน่าจะร่วมมือกัน ในเมื่อชยาอยากได้นุศ โสมเองก็อยากได้หมอคืนมา ถ้าเราผนึกกำลังกัน ขาเตียงสองคนนั้นสะเทือน 7 ริคเตอร์แน่”
“ถ้าจะมาให้ร่วมหุ้นไถ่หมอ ผมไม่เล่นด้วย กลัวอ้อยจะเข้าปากช้างซะมากกว่า”
“รับรองว่าจะไม่ต้องลงเงินซักบาท ชยาเก็บไปคิดดูแล้วกัน วันนี้โสมจะลงแรงให้ก่อน โสมมั่นใจว่าไม่ต้องรอให้แต่งถึงสามปี อย่างนังนุศสามเดือนก็ร่อแร่แล้ว” ชยากรสะดุดใจที่โสมมิกาก็รู้เรื่องการแต่งงานสามปีเช่นกัน เขาไม่รู้เลยว่าโสมมิกากำลังวางแผนอะไร แต่เขายังไม่ไว้ใจจะร่วมมือกับโสมมิกานัก โสมมิกาพูดจบก็ทำท่าถอดชุดคลุมออก

“งานนี้โสมยอมเดิมพันด้วยอนาคตของโสมเองเลย” โสมมิกาเดินออกไป
ชยากรสงสัยว่าโสมมิกาจะทำอะไร?


มิรันตรีมาทวงสัญญานพชัยเรื่องที่จะย้ายเธอไปทำเว็บข่าวสายการเมือง
“บ.ก.ทางโน้นเขาไม่เชื่อว่าคุณจะมีกึ๋นพอทำข่าวการเมืองได้”
“อ้าว... ก็ไหนตอนนั้น บ.ก. รับปากว่าจะย้ายมิไปทางสายการเมือง”
“เธอคิดว่าการเมืองคืออะไร? ถ้าคิดว่าการเมืองอยู่แต่ในสภาเท่านั้น พี่ว่าเธอรู้จักการเมืองน้อยไป”
“นี่ บก.กำลังจะบอกว่ามิหมดอนาคตกับสายการเมืองงั้นเหรอคะ?”
“พี่กำลังจะบอกเธอว่า การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ !!และการใช้อำนาจก็มีให้เราเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน ข่าวไฮโซกอสซิปสายบันเทิงอย่างเราก็มีประเด็นการเมืองให้คุณทำข่าวได้ตั้งเยอะตั้งแยะ ถ้าคุณมองมันออก”
“มิยืนยันว่ามิอยากเป็นนักข่าวสายการเมืองค่ะ ไม่งั้นมิก็ลาออก!!” สายตามิรันตรีมุ่งมั่น เว้าวอน
นพชัยถอนใจกับความดื้อรั้นของมิรันตรี “เธอนี่มันดื้อเรียกแม่จริงๆ....” นพชัยตัดสินใจโยนหนังสือกอสซิปลงตรงหน้ามิรันตรี “ถ้างั้น!!เธอไปเขียนบทความการเมืองมา พี่จะส่งเสนอโต๊ะการเมืองพิจารณา ถ้าเขายอมเอาบทความของเธอตีพิมพ์ เธฮก็จะได้ย้ายไป”
มิรันตรีหยิบหนังสือขึ้นมาดูเป็นภาพข่าวงานแต่งของอนุศนิยากับศตวรรษ

มิรันตรีถือหนังสือมานั่งอยู่ริมสนามบาส มีเด็กกำลังเล่นบาสกันอยู่ ครุ่นคิดถึงสิ่งที่บ.ก.สั่งมาหนังสือกอสซิปที่ตีภาพข่าวงานแต่งของอนุศนิยากับศตวรรษที่มีโสมมิกาไปป่วน
“ลองเปรียบเทียบเรื่องรักสามเส้าของอนุศนิยา ชยากร หมอศตวรรษ และโสมิกา ว่ามันสะท้อนการเมืองยังไง? ไปเขียนมา ผมจะได้ดูว่าคุณเข้าใจการเมืองแค่ไหน”
มิรันตรีมองโจทย์ที่ได้อย่างมึนตึ้บ “รักสามเส้ามันการเมืองตรงไหน?” มิรันตรีทำหน้าเหมือนอยากตาย ทันใดนั้น ลูกบาสกลิ้งมาตรงที่เธอนั่งอยู่ มิรันตรีมองๆ
“พี่สาวครับ โยนลูกบอลมาให้หน่อยครับ”
มิรันตรีหยิบลูกบอลลุกขึ้นยืน เด็กรอลูกบาส แต่...“พี่ขอเล่นด้วยคนนะ”
พวกเด็กมองหน้ากัน “อีเจ๊นี่ไหวป่ะเนี่ย”
มิรันตรีเท้าเปล่ากำลังเล่นบาส เด็กพยายามจะเข้ามาแย่งลูกบาส แต่มิรันตรีไม่ส่งให้ใคร เล่นอยู่คนเดียว ชู๊ตบาสไปที่ห่วง แต่เด้งออกตลอด มิรันตรีวิ่งไปเก็บลูกมาไว้กับตัว พวกเด็กหยุดเล่น มองหน้ากัน “จะเอายังไงกันดี” มิรันตรีก้มหน้าก้มตาเล่นไม่สนใจใคร

มิรันตรีชู๊ตลูกบาส ลูกเด้งกระเด็นออกไป เข้ามือชยากรในชุดวิ่งที่ผ่านมาพอดี มิรันตรีหันไปมองพอเห็นเป็นชยากรก็ชะงัก “อาชยา...บังเอิญจังเลยนะคะ อามาออกกำลังกายเหรอ”
“อยู่ในชุดนี้ คงไม่ได้มากินข้าวหรอกมั้ง”
มิรันตรีเบ้หน้า ชยากรส่งลูกบาสคืนให้ “นึกไงมาเล่นบาสคนเดียว”
“เล่นคนเดียวที่ไหน??”
มิรันตรีรับลูบาสมาถือ หันไปก็เหวอ ทั้งสนามว่างเปล่า “อ้าว...หายไปไหนกันหมด...” มิรันตรีหันมาทางชยากร
“อยากได้คนเล่นเป็นเพื่อนมั๊ย”
ชยากรกับมิรันตรีเล่นบาสด้วยกัน ชยากรได้บอลตลอด มิรันตรีพยายามเข้าไปแย่ง แต่แย่งมาไม่ได้ ชยากรหมุนตัวหลบได้ตลอดตลอด ชยากรหัวเราะชอบใจ มิรันตรีหงุดหงิดโมโห จังหวะที่แย่งบอลกัน ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก ในที่สุดมิรันตรีแย่งบอลมาได้ ชยากรเข้าไปกัน ทำให้เหมือนกอดมิรันตรีจากข้างหลัง มิรันตรีเขิน ทำให้ชยากรแย่งบอลไปจากมือและชู๊ตลงห่วง
“เยส!! “
“เลิกๆ ไม่เล่นแล้ว“ มิรันตรีเดินไปนั่งที่ริมสนาม
ชยากรเดินมานั่งข้างๆ ก่อนจะขยี้ผมมิรันตรี “แค่นี้ก็หงุดหงิด แพ้ก็ต้องยอมรับสิ “
มิรันตรีจับมือชยากรออก “โอ๊ยยย ผมเสียทรงหมดแล้ว “
ชยากรมองมือมิรันตรีที่จับมือเขา “ผมเสียทรง ก็จัดผมสิมาจับมือฉันทำไม? “ มิรันตรีสะดุ้ง รีบเอามือออก หน้าแดงซ่าน ชยากรอมยิ้ม มิรันตรีถอนหายใจ “กลุ้มใจเรื่องอะไร “
“อารู้ได้ไง “
“ถอนใจขนาดนี้ จะไม่รู้ได้ไง “
“ความฝันที่มิจะได้ไปทำงานสายข่าวการเมืองมันคงไม่มีอีกแล้ว” มิรันตรีจ๋อยมาก
ชยากรมองเห็นใจกำลังจะเอื้อมมือไปลูบหลังปลอบใจ แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นหนังสือกอสซิปที่วางข้างตัวมิรันตรี ชยากรชะงัก...หยิบหนังสือขึ้นมาเห็นหน้าปกเป็นข่าวงานแต่งอนุศนิยากับศตวรรษ ที่มีโสมมิกามาขโมยซีน ก็ปีรี๊ดขึ้นมาทันที
“ฉันรู้ว่าทำไมเธอถึงทำตามความฝันไม่ได้” มิรันตรีหันมามองแปลกใจ/ชยาชูหนังสือขึ้นมา “เพราะเธอหากินกันข่าวเน่าๆพวกนี้ ดีแต่สร้างเรื่องฉาวๆ มัวแต่มอมเมาคนอื่น ชีวิตเธอถึงเป็นได้แค่นี้ไงมิรันตรี” ชยากรปาหนังสือลงบนพื้น ส่ายหน้าดูถูกงานมิรันตรีก่อนจะลุกเดินออกไป
มิรันตรีเหวอมากรู้สึกเสียใจสุดๆหยิบหนังสือขึ้นมาดูแล้วก็ขยำแน่น

ศตวรรษนั่งกินข้าวกับเสาวรส ศตวรรษกินไม่หยุด เสาวรสเห็นอย่างนั้นก็ทำท่ารันทด หันมาปลอบประโลมศตวรรษ มีจันทร์กับชะมวงอยู่ด้วย “นังจันทร์ นังชะมวงดูลูกชายฉันสิ เหมือนไปตายอดตายอยากมาจากไหน หนูนุศเลี้ยงวรรษไม่ดีเลยใช่ไหม ถึงได้หิวโซมาอย่างนี้”
“ผมไม่มีเวลากินเองล่ะครับ”
เสาวรสได้ทีรอจังหวะนี้มานาน “นั่นไง.. แม่รู้ว่าวรรษไม่ค่อยมีเวลาแม่เลยหาตัวช่วยมาให้” เสาวรสหยิบกล่องผลิตภัณฑ์ Baby sure ออกมา เป็นเครื่องมือวัดร่างกายเพื่อช่วยนับวันไข่ตก หน้ากล่องเป็นรูปเด็กอ่อน
ศตวรรษงง “อะไรกันครับ”
“เบบี้ ชัวร์ เครื่องมือวัดร่างกายเพื่อช่วยนับวันไข่ตก... ใช้แล้วลูกติดชัวร์ๆ”
ศตวรรษสำลักข้าวอย่างแรง
“จริงค่ะคุณวรรษ จันทร์คอนเฟิร์ม !! “
ชะมวงถาม “เคยใช้?”
“ครั้งนึง!! จะบ้าเหรอ..ฉันไม่มีผัวจะใช้ทำไม”
“แล้วน้ารู้ได้ไง?”
“ก็หลานสาวมันใช้ มันเรียกว่าแถบสีมหัศจรรย์ สร้างฝันผัวเมียเลยนะจะบอกให้”
“ใช้ยังไงอ่ะน้า”
“ก็นี่ไง แกมีประจำเดือนวันไหน แกก็จดใส่โพยไว้แล้วก็นับไปอีก14 วัน พอถึงปุ๊บแกก็เอาอีแถบนี้จุ๊บปั๊บ ...จุ่มเช้า - จุ่มเย็น...จุ่มเช้า-จุ่มเย็น”
“จุ่มอะไรอ่ะน้า?”
“ฉี่ไง..ฉี่แรกยามเช้าแม่นที่สุด แล้วตอนเย็นก็สักตอน 4-6 โมงเย็น จุ่มแล้วมันก็จะมีแถบสีขึ้น ถ้าสีมันชัดเท่ากับแถบที่เขากำหนดไว้ให้แล้ว ก็วันนั้นเลยพร้อมตึ่งโป๊ะ!! อุ้แว้...อุ้แว้มาแน่”
“โอเค จดใส่โพยเลย พร้อมจุ่ม!”
“เฮ้ยย!!นี่แกยังไงนังชะมวง ไปมีผัวตอนไหน?”
“ตอนน้าเผลอไง.....เฮ้ย!!..ไม่ใช่น้า..จะมีตอนไหนล่ะ...ฉันจดใส่โพยไว้ให้คุณหมอเอาไปใช้ไง”
เสาวรสดุ “พวกแกไม่ต้องแส่ ลูกฉันเป็นหมอ เขารู้ดีกว่าพวกแกเยอะ" ชะมวงกับจันทร์จ๋อย .. คนอุตส่าห์หวังดี “เอาไปใช้นะวรรษ วรรษมีเวลาน้อย เราไม่เน้นต่อยบ่อย แต่ต้องต่อยหนักๆ อย่าไปต่อยเรี่ยราด มันเปลืองแรงและไม่ฉลาด คำนวณวันไข่ตกให้ดี หนูนุศไข่ตกวันไหน ก็ปล่อยหมัดวันนั้น ลูกติดแน่”
ศตวรรษรีบโวย “ใครบอกว่าผมจะมีลูกกับเขาครับแม่”
“แต่แม่อยาก พ่อตาแกก็อยาก วรรษก็จะได้เอาเงินรับขวัญมาไถ่หนี้ ไม่ต้องมานั่งตกระกำลำบากอย่างทุกวันนี้”
“นั่นไง....ผมว่าแล้ว นี่อานันคงมาบิ้วท์แม่ใช่ไหมครับ”
“วรรษก็บิ้วท์ตัวเองหน่อยนะ” เสาวรสยัดกล่องเบบี้ชัวร์ใส่มือ “เอาไปใช้นะลูกนะ แม่รับประกันงานนี้ลูกดกแน่”
เสาวรสยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ศตวรรษกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ทุกคนเล่นมาบีบคั้นเขาแบบนี้

อังกาบยกถาดแอปเปิ้ลมาตรงหน้าอนุศนิยา
“นุศอิ่มแล้วค่ะ”
“ปอกไว้รอหมอกลับมาทานคืนนี้” อังกาบส่งมีดให้ “ทำเป็นไหม?”
อนุศนิยาอึ้งที่อังกาบยังไม่ละความพยายาม อังกาบเลยทำให้ดู “ปอกแบบนี้ หั่นแล้วปอกเปลือก...ไหนลองทำซิ”
“เรื่องอะไรนุศจะต้องไปเอาใจเขาคะ”
“มันเป็นน้ำใจ นุศลองทำดู แล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ลำบากถึงตาย แถมเรายังจะรู้สึกดีอีก”
“แต่มันลำบากใจนุศค่ะ นุศไม่อยากให้เขาได้ใจ และนุศว่าเขาก็คงไม่ได้ซาบซึ้งกับสิ่งที่นุศทำหรอกค่ะ”
“การทำดี อย่าหวังให้ใครมาชื่นชม” อนุศนิยาชะงัก แล้วก็ตัดสินใจปอกแอปเปิ้ล อังกาบยิ้มพอใจ “เดี๋ยวย่าไปเอาน้ำเกลือมาให้แช่ ”
อังกาบเดินไป อนุศนิยาตั้งใจทำมากๆ มีดบาดนิ้ว สะดุ้ง แต่ก็ทำต่อ มีดบาดอีกนิ้ว สะดุ้ง แต่ก็ยังพยายามทำต่อไป ชยากรในชุดอยู่บ้าน เห็นนุศก็แปลกใจ “ทำให้หมอเหรอ? “ อนุศนิยาเห็นชยากรมา ก็ชะงักก่อนจะพยักหน้า อนุศนิยาไม่สนใจชยากร ชยากรหึงที่เห็นอนุศนิยาพยายามเอาใจคนอื่น “นี่มันไม่ใช่นุศเลยนะ อย่าฝืนตัวเองดีกว่า ทำไมต้องทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองด้วย”
“นุศไม่ได้ฝืน แล้วอีกอย่างนี่เป็นหน้าที่ของภรรยาที่ต้องดูแลสามี ทำไมนุศจะทำไม่ได้คะ”
ชยากรหน้าเจื่อนพูดไม่ออก อนุศนิยามุ่งมั่นในการปอกมาก
อังกาบกลับเข้ามาเห็นอนุศนิยาพยายามปอกอยู่ก็ชื่นใจมาก “ตั้งใจแบบนี้ ถ้าหมอมาเห็นรับรองว่าปลื้มตาย”
ชยากรเห็นนุศกับแม่พากันเห่อศตวรรษก็น้อยใจ เดินหนีไป อังกาบหันไปมองชยากรแล้วก็ถอนใจ อนุศนิยาตั้งใจทำต่อไป

อนุศนิยานั่งมองแผลที่นิ้วสองสามนิ้วสีหน้าเหยเกเพราะเจ็บ ไม่นานศตวรรษกลับมาถึงในบ้าน ในมือถือถุงกระดาษที่ใส่เบบี้ชัวร์กลับมาด้วย เห็นอนุศนิยานั่งอยู่ก็ชะงัก จะเดินไป แต่...
“เดี๋ยว..!“ ศตวรรษหยุด อนุศนิยาหยิบกล่องใส่แอปเปิ้ล และลุกขึ้น เดินไปยื่นให้ศตวรรษ ศตวรรษมองๆ “แอปเปิ้ล...เผื่อนายหิวกลางดึก”
“วันนี้ไม่หิวหรอกครับ ผมทานมาอิ่มแล้ว อิ่มจนท้องจะแตก” อนุศนิยาชะงัก รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที เพราะเธออุตส่าห์ทำให้ “คุณเก็บไว้กินเถอะ“
อนุศนิยาเสียงแข็ง “ฉันไม่กิน!! “
ศตวรรษชะงัก อนุศนิยาทิ้งกล้องใส่แอปเปิ้ลลงถังขยะก่อนจะจ้ำเดินออกไป ศตวรรษอึ้ง งง
ไม่นานอังกาบเดินเข้ามา “เพิ่งกลับมาเหรอหมอ”
ศตวรรษหันมา “อ่า..ครับ ”
“ได้ทานแอปเปิ้ลที่ยัยนุศปอกให้เหรอยัง? ”
ศตวรรษชะงัก “แอปเปิ้ลนั่น คุณนุศปอกให้ผมเหรอครับ?”
“จ้ะ...” ศตวรรษตกใจมาก รีบเก็บกล่องแอปเปิ้ลขึ้นมาจากถังขยะ แล้ววิ่งออกไป อังกาบเหวอ “อ้าว แล้วทำไมไปอยู่ในถังขยะ??”

ศตวรรษพรวดเข้ามาในห้อง เห็นอนุศนิยางอนหงิก ศตวรรษรีบทิ้งถุงใส่เบบี้ชัวร์ลงถังขยะ แล้วเดินมาตรงหน้าอนุศนิยาเปิดกล่องหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมากิน เห็นแอปเปิ้ลแหว่งๆไม่ได้ปอกสวย
“นายบ้ารึเปล่า ฉันทิ้งไปแล้วหยิบขึ้นมากินทำไม?”
“ข้างในไม่สกปรกนี่ครับ แอปเปิ้ลอร่อยมาก หวาน หอม..ชื่นใจ”
“แต่คงไม่ทำให้นายอิ่มเท่ากับข้าวที่นายกินมาหรอกมั๊ง “
“วันนี้ผมไปหาแม่ แม่ทำกับข้าวให้ผมกิน ถ้าไม่กิน แม่จะงอน ผมก็เลยต้องกินให้หมดทุกอย่าง”
อนุศนิยาโล่งอก “งั้นก็แล้วไป “
“พูดแบบนี้ นึกว่าผมไปกินข้าวกับโสม? หึง?? “
อนุศนิยาชะงักที่โดนจับได้ “ฉันไม่ได้คิด ฉันไม่ได้หึง แล้วก็อย่ามาพูดชื่อนี้ในห้องของฉัน ฉันไม่ชอบ”
ศตวรรษอมยิ้มเห็นนิ้วที่เป็นแผล จับมือหญิงสาวขึ้นมาดู “อย่าบอกว่าปอกแอปเปิ้ลให้ผมจนโดนมีดบาด “

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 9/4 วันที่ 30 เม.ย.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ