อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 1 วันที่ 1 มิ.ย..59

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 1 วันที่ 1 มิ.ย..59

แก้วเก็บสายยางหันมองตามรถ ตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นที่เบาะหลังมีดาวเวียงนั่งไปด้วย! ดาวเวียงหันขวับจ้องแก้วแววตาดุดัน แก้วขยี้ตามองอีกครั้ง ก็ไม่เห็นใครที่หลังรถแล้ว!

ที่หอสมุดมหาวิทยาลัยกำลังมีการถ่ายหนังสั้นอยู่ โดยมีนัยน์เนตรดาวมหาวิทยาลัยที่เป็นญาติห่างๆ กับวรินทร์รับแสดงเป็นนางเอกหนังสั้นให้ ที่ประตูทางเข้าหอสมุดมีป้ายแจ้ง ปิดบริการ

ละครเปิดฉากที่นัยน์เนตรกำลังเก็บหนังสือ ได้ยิน เสียงฝีเท้าดัง เธอหันมองเห็นเงาดำของใครทาบบนพื้นเดินเลี้ยวไปทางชั้นวางหนังสือ เธอร้องบอกว่า



“คุณคะ หอสมุดปิดแล้วค่ะ” แต่เงาดำยังเดินไม่หยุด เธอรีบตามไปบอกว่าหอสมุดปิดบริการแล้ว แต่ตามไปถึงสุดทางเดินก็ไม่เห็นใครสักคน ขณะยืนงงก็ได้ยินเสียงประตูเหล็กดังขึ้น เหลียวมองเห็นประตูตู้ล็อกเกอร์เปิดอยู่จึงเดินไปปิด แต่พอหันหลังก็ได้ยินเสียงเคาะประตูปังๆ จากตู้ล็อกเกอร์ แล้วประตูตู้เก็บเอกสารก็ถูกเขย่าอย่างแรงจากข้างในจนประตูก็เปิดผลัวะออก ทันใดนั้นมีมือสีดำเมื่อมยื่นมาดึงประตูตู้ปิดเข้าไปตามเดิม ปัง!!

นัยน์เนตรผงะถอยไปชนชั้นหนังสือ มือสีดำหลายคู่ยื่นจากข้างหลังมาคว้าแขนทั้งสองข้างไว้ เธอร้องสุดเสียง

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!!”

“ไม่ต้องกลัว ตามผมมา” เบียร์ที่แสดงเป็นพระเอกร้องบอก แต่แล้วเบียร์กลับล้มลงนอนดิ้นกุมแขนตัวเองอย่างเจ็บปวด เบียร์มองแผลที่ถูกกัด มองที่พื้นเห็นตะขาบเดินหายไปในใต้ชั้นหนังสือ

“คัต!!!” ดุ๊ก ผู้กำกับสั่ง แล้วทั้งดุ๊กและวรินทร์ต่างวิ่งไปดูเบียร์ ถามว่าเป็นอะไร กอหญ้าเพื่อนสนิทวรินทร์กับเพื่อนอีกหลายคนทุกคนทามือสีดำเมื่อมโผล่ออกมาจากหลังชั้นหนังสือ เบียร์ตัวเกร็ง หน้าซีดเผือด บอกว่า

“ตะขาบ! ตะขาบ!! โอ๊ย...”

วรินทร์ถามว่าตะขาบกัดหรือกัดตรงไหน ไม่เห็นมีแผลเลยนี่ ถามว่าโดนกัดที่แขนนี่นะ เบียร์บอกว่าใช่พลางยกแขนให้ดู แต่ไม่มีรอยอะไรเลยและไม่รู้สึกเจ็บปวดด้วย เบียร์งงว่าหายไปได้ไง ไม่ปวดแล้วด้วย ดุ๊กไม่พอใจถามว่าเล่นอะไร เบียร์ยืนยันว่าไม่ได้เล่นเมื่อกี๊โดนตะขาบกัดจริงๆ

นัยน์เนตรดูอยู่ห่างๆชักสีหน้าไม่พอใจบอกว่าตนไม่สนุกด้วยนะ เพราะตนยุ่งมาก มีกิจกรรมเยอะแยะที่ต้องทำ

วรินทร์ขอโทษนัยน์เนตรบอกว่าคงจะเข้าใจผิดกันนิดหน่อยรับรองว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก นัยน์เนตรบอกว่าถ้ามีอีกครั้งตนกลับแน่ วรินทร์เห็นเพื่อนๆ จะเข้าไปด่าเบียร์ที่เล่นจนเสียงานก็รีบห้ามบอกให้เสร็จงานก่อนค่อยเคลียร์กัน ดุ๊กจึงตะโกนให้ทุกคนแยกย้ายกันทำงาน ขออีกเทก
ขณะกำลังจะเริ่มถ่ายใหม่ วรินทร์เห็นเงาตะขาบยักษ์ผ่านไปแว่บหนึ่ง แต่พอหันขวับมองก็ไม่เห็นอะไร

แต่พอนัยน์เนตรเริ่มแสดง เบียร์กลับยืนทื่อ พอวรินทร์เตือนก็จะออกวิ่งเข้าฉาก แต่กลับชะงักสีหน้าหวาดกลัว เพราะมีควันสีดำรวมกลุ่มเป็นเป็นรางดาวเวียง ยืนจ้องเขม็งชี้หน้าเบียร์อยู่

เบียร์ปากคอสั่นบอกว่ามีผู้หญิงมายืนชี้หน้าตนอยู่ ทุกคนไม่เชื่อหาว่าเบียร์เล่นไม่เลิก แต่เบียร์กลัวจนหลอนบอกว่าไม่เล่นแล้วจะกลับบ้าน แล้วเดินหนีไปเลย

“ฉันจะกลับบ้าน” นัยน์เนตรโพล่งขึ้น วรินทร์ ขอโทษอ้อนวอนอย่าเพิ่งโกรธเลย “ฉันไม่ได้โกรธ แค่เสียดายเวลา ฉันไม่น่าคิดผิดมาร่วมงานกับมือสมัครเล่น อย่างพวกเธอเลย เชิญไปหานางเอกคนใหม่เถอะ” แล้วสะบัดไปเลย

วรินทร์วิ่งตามไปกอหญ้าสะกิดให้ดุ๊กไปช่วยพูดอีกคน ทั้งสามช่วยกันชี้แจงและอ้อนวอนจนนัยน์เนตรใจอ่อน แต่ติดที่ไม่มีพระเอกเพราะเบียร์เลิกเล่นแล้ว วรินทร์บอกว่าจะแก้บทใหม่ เราหาพระเอกใหม่ก็ได้

ขณะนั้นเองทีมรักบี้หนุ่มๆคณะวิศวะวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านมาพอดี มีสนทรรศน์เป็นกัปตันทีม นำลูกทีมร้องเพลงเชียร์อย่างคึกคัก แข็งขัน นัยน์เนตรยิ้มปลื้มโบกมือให้สนทรรศน์ เขาโบกตอบอย่างร่าเริงเพราะรู้จักกันดี

นัยน์เนตรบอกวรินทร์ว่าเห็นแก่ความเป็นญาติกันถ้าเธอทำให้สนทรรศน์มาเล่นเป็นพระเอกได้ตนก็จะยอมถ่ายต่อจนจบ แต่มีเวลาให้แก้ปัญหาชั่วโมงเดียว

วรินทร์ไม่รู้จักสนทรรศน์ กอหญ้าบอกว่าเขาเป็นคู่จิ้นกับนัยน์เนตร คนหนึ่งเป็นดาวอีกคนเป็นเดือนมหา– วิทยาลัยใครๆก็รู้ว่าหยิ่งจะตาย ดุ๊กถามว่าอย่างนี้เขาจะยอมมาเล่นหรือ

“ก็ต้องลองดู กอหญ้าแกกลับไปรับหน้าพี่เนตรไว้ ไอ้ดุ๊กแกไปเตรียมเซตพร้อมถ่าย ฉันจะไปเอาพระเอกมาให้พวกแกเอง” วรินทร์วิ่งตามทีมรักบี้ไปอย่างมุ่งมั่น สู้ตาย

วรินทร์ไปอ้อนวอนขอให้สนทรรศน์ช่วยเล่นหนังสั้นให้แล้วเขาจะให้ตนทำอะไรตนยอมทุกอย่าง ถูกเขาแกล้งให้เธอเชียร์และเต้นขณะทีมรักบี้ซ้อม เธอ
ยอมทำทั้งที่อายมาก

แต่พอซ้อมเสร็จสนทรรศน์ทำหน้าตายว่าตนแค่บอกว่าขาดกองเชียร์ไม่ได้รับคำอะไร วรินทร์โมโหมากด่าเปิง

“ถ้าไม่คิดจะช่วยตั้งแต่แรกก็บอกสิ ทำไมต้องเห็นคนอื่นเป็นตัวตลก นี่เหรอเดือนมหาวิทยาลัย เดือนดับน่ะสิ” แล้วเตะลูกรักบี้ข้ามประตูคานไปเลย สนทรรศน์อึ้ง เพื่อนๆติงว่าเขาทำกับน้องแรงไปหรือเปล่า

วรินทร์กลับมาบอกว่าตนพาสนทรรศน์มาเล่นหนังไม่ได้คงต้องยอมรับความจริง สั่งเลิกกอง กลับบ้านใครบ้านมัน

แต่ยังไม่ทันแยกย้าย สนทรรศน์ก็เดินเข้ามา เจอนัยน์เนตรถามว่ามาเล่นหนังสั้นของน้องเหมือนกันหรือ

วรินทร์ดีใจมากรีบเข้าไปไหว้ขอบคุณและขอโทษที่ตนแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับเขา สนทรรศน์ไม่ได้รับไหว้เพราะมัวมองวรินทร์อย่างสนใจความจริงใจใสซื่อไม่เสแสร้งของเธอ

ooooooo

การถ่ายหนังสั้นเริ่มใหม่ โดยมีสนทรรศน์เป็นพระเอก นัยน์เนตรร้องขอความช่วยเหลือตามบท สนทรรศน์วิ่งเข้ามาเห็นนัยน์เนตรกำลังถูกปีศาจ
เล่นงาน เขาวิ่งเข้าไปช่วยปลอบว่าไม่ต้องกลัวตนมีวิธีกำจัดพวกมัน

สนทรรศน์กระชากมือปีศาจออก ดึงนัยน์เนตรให้ออกห่างจากชั้นหนังสือ จุดไฟแช็กโยนใส่ชั้นหนังสือไฟลุกท่วมกองหนังสือ ปีศาจทั้งหลายกรีดร้องโหยหวนแล้วสลายไปทันที นัยน์เนตรโผกอดสนทรรศน์ เขาปลอบว่า

“ผมสัญญาว่าจะไม่มีใครทำอันตรายคุณได้อีก” สนทรรศน์กอดนัยน์เนตรไว้แนบอก แต่ใบหน้านัยน์เนตรที่กอดสนทรรศน์อยู่นั้น กลายเป็นหน้าผี ยิ้มสยอง!

นัยน์เนตรกอดสนทรรศน์ไม่ปล่อย หน่องผู้กำกับ ภาพมองนัยน์เนตรอย่างแปลกใจ ก้มมองใหม่ พริบตานั้น ใบหน้านัยน์เนตรกลับกลายเป็นหน้าดาวเวียงเน่าเฟอะ หันมามองหน่องแล้ววิ่งเข้าหากล้อง หน่องผงะล้มจ้ำเบ้า วรินทร์วิ่งมาถาม

“หน่องเกิดอะไรขึ้น ตกใจอะไร”

“ผี! ผีหลอก!! อย่าเข้ามากลัวแล้ว...กลัวแล้ว!!”

หน่องวิ่งหนีลนลานชนขาตั้งแผงไฟจนโงนเงนไปมาจะล้มทับวรินทร์ สนทรรศน์ร้อง “ระวัง น้อง” แล้ว พุ่งเข้าเอาตัวบังปกป้องวรินทร์ พริบตานั้นแผงไฟ
ก็หล่นลงมา

“พี่ทรรศน์!!” วรินทร์ร้องสุดเสียง

ooooooo

วรนาฎ หญิงวัย 80 กว่าแต่ยังสวยสง่าราวกับ อายุ 40 มีอสูรร้ายอยู่ในร่างทำให้กลายเป็นคนโหดเหี้ยม อำมหิต แต่ตัวตนที่แท้จริงอ่อนแอ อมทุกข์ วรนาฎรับอุปการะดาวเวียงสาวชาวป่าไว้ ดาวเวียงจึงซื่อสัตย์จงรักภักดีกับวรนาฎมาก

ดาวเวียงถูกอสูรฆ่าและสะกดวิญญาณให้รับใช้ตามคำสั่ง วรนาฎสั่งดาวเวียงให้ไปทดสอบทายาททั้งสองคือนัยน์เนตรและวรินทร์ ดาวเวียงจึงไปทดสอบดัง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่วรนาฎเห็นว่าดาวเวียงทำเกินคำสั่งตน ดาวเวียงสารภาพผิดและจะไม่ทำอีก

“คราวนี้ข้ายกให้ เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าได้เห็นธาตุแท้ของทั้งสองคน นัยน์เนตรฝักใฝ่ผู้ชาย ริษยา และถือดี ส่วนอุ้ย มีเมตตา แต่ก็ยังไร้เดียงสานัก” ดาวเวียง ถามว่าเช่นนี้คุณท่านคงมีคนในใจแล้ว “คนที่หัวอ่อนย่อมบงการได้ง่ายกว่ามิใช่รึ”

“แต่จะทำยังไงให้มาเข้าพิธีที่นี่ได้ เวลาเหลือไม่มากแล้ว ดูท่าทางเธอก็ไม่ใช่คนโลภเสียด้วย” ดาวเวียงหนักใจ

“หึๆ ถึงอุ้ยไม่ยอมมา ก็จะมีคนอื่นพามาเอง” วรนาฎยิ้มเหี้ยมอย่างมีแผนร้ายในใจ

แล้ววรนาฎก็สบโอกาส เมื่อโอฬารพ่อของวรินทร์ กับพจน์มาพบกันที่โรงแรมหรูเพื่อเซ็นสัญญาทำธุรกิจร่วมกัน แต่ยังไม่ได้ฤกษ์มงคลคือบ่ายสามโมงสามสิบเก้านาที พงษ์จึงขอตัวไปห้องน้ำก่อน

ขณะพจน์ไปเข้าห้องน้ำนั่นเอง เขาเห็นวรนาฎในห้องน้ำ แต่พอมองจริงจังกลับไม่มีใครเลย เขาถูกตะขาบ ที่โผล่จากก๊อกและฝาท่อระบายน้ำของอ่างล้างหน้าทุกใบนับร้อยตัวไต่ยั้วเยี้ยออกมาอย่างเร็ว พจน์ตะลึง ขาตาย ตัวสั่นเทิ้ม

เมื่อใกล้เวลาโอฬารเดินมาตามพจน์ที่ห้องน้ำ ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ ไล่เคาะเปิดประตูห้องสุขา

ทุกห้องก็ไม่มี จึงโทรศัพท์เรียก เสียงพจน์ตอบจากห้องน้ำนั่นเอง โอฬารเดินไปตามเสียงเห็นประตูห้องหนึ่งเปิดพับไว้ค่อยๆเลื่อนออก

“คุณพจน์!” โอฬารตะลึงงัน เมื่อเห็นพจน์ตัวแข็งอ้าปากค้างตาเบิกโพลงนั่งพิงกำแพงอยู่ แต่พอจะเข้าไปดูก็ต้องผงะเมื่อเห็นตะขาบตัวหนึ่งไต่ออกจากปากของพจน์ โอฬารช็อก หมดแรง โทรศัพท์ร่วงจากมือ!

ooooooo

สนทรรศน์ไปทำแผลที่โรงพยาบาล พอนัยน์เนตรประคองออกจากห้องหมอ วรินทร์รีบไป ขอโทษด้วยความรู้สึกผิด สนทรรศน์บอกว่าไม่เป็นไรซ้อมรักบี้เจ็บกว่านี้อีก แต่นัยน์เนตรบ่นว่าเขาไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแบบนี้ ตำหนิวรินทร์ว่ากองถ่ายเละเทะ ทำอะไรลวกๆไม่มีความปลอดภัยเลย

ดุ๊กเอ่ยขึ้นว่าแต่เรื่องที่เกิดวันนี้มันแปลกๆ หรือมันเป็นอาถรรพณ์ ก็พอดีรัชโรจน์วิ่งหน้าตื่นมาถามว่า อุ้ยปลอดภัยนะ

นัยน์เนตรแขวะรัชโรจน์ว่าแทนที่จะห่วงคนเจ็บกลับห่วงแต่น้องสาวตัวเองที่ไม่เป็นอะไร โทษว่าถ้าวรินทร์ไม่ไปยืนเกะกะแถวนั้นสนทรรศน์ก็ไม่บาดเจ็บอย่างนี้ รัชโรจน์ขอบคุณสนทรรศน์ที่ช่วยน้องสาวตน สนทรรรศน์จึงจำได้ว่ารัชโรจน์เป็นอาจารย์ บอกว่าตนเป็นเพื่อน

ต่อพงษ์ที่เคยไปกรุ๊ปตามรอยประวัติศาสตร์ของอาจารย์

“อืม...จำได้แล้วทริปปราสาทเมืองสิงห์” รัชโรจน์จำได้ ทั้งสองเลยคุยกันอย่างถูกคอ นัยน์เนตรทนไม่ได้ที่ตนกลายเป็นคนที่ถูกลืม ขัดคอว่านี่ไม่ใช่เวลามาฟื้นความหลังกัน แล้วชวนสนทรรศน์กลับอ้างว่าหมอบอกให้พักผ่อนมากๆ

“สวัสดีครับอาจารย์” สนทรรศน์ไหว้ลารัชโรจน์แล้วบอกวรินทร์ “ถ้าต้องถ่ายซ่อมหรืออะไรก็บอกนะ”

นัยน์เนตรฮึดฮัดดึงสนทรรศน์ออกไปเลย

ooooooo

โอฬารผิดหวังมากที่พงษ์ซึ่งเป็นคนที่จะมาร่วมธุรกิจเสียชีวิต เดินบ่นเข้าบ้านอย่างหัวเสียว่าทุกอย่างพังหมด

สุดาดวงถามว่าพงษ์เสียชีวิตเพราะอะไร โอฬารบอกว่าตำรวจยังชันสูตรอยู่ อาจเป็นเพราะพิษตะขาบ

“ตะขาบ” วรินทร์คิดถึงความฝันของตัวเองทันที รัชโรจน์ถามว่าคุณพ่อจะทำอย่างไรต่อไป

“พ่อยังไม่รู้ มันมืดแปดด้านไปหมด ถ้าหาคนมาร่วมลงทุนไม่ได้ บริษัทพ่อล้มแน่” พอดีรังสรรค์เข้ามาถามแก้วว่ามีอะไรกินบ้างหิวแล้ว โอฬารหันตำหนิทันทีว่าเพิ่งตื่นหรือ เหลวไหล วันๆไม่คิดทำงานทำการมัวแต่ติดเกมไร้สาระ เมื่อไหร่จะโตสักที รังสรรค์โต้ว่าเกมไม่ได้ไร้สาระมันทำให้ตนมีความฝันจะเป็นนักออกแบบเกมให้ได้

“เนี่ยเหรอความฝันของแก ฉันบอกได้เลยว่าไม่มีวัน” โอฬารกระชากโทรศัพท์มือถือของรังสรรค์ปาทิ้ง ถามว่าทำไมไม่ดูพี่กับน้องเป็นตัวอย่าง

สองพ่อลูกโต้เถียงกัน รังสรรค์พูดอย่างน้อยใจว่าในสายตาของพ่อตนไม่เคยได้เรื่องอะไรเลย พ่อไม่ต้องนับตนเป็นลูกก็ได้ ทำให้โอฬารโมโหตวาด

“เจ้าสรรค์!”

ทันใดนั้นทุกคนหยุดกึก เมื่อเสียงโทรศัพท์บ้านดังลั่นผิดปกติเหมือนจะเบรกทุกคนให้หันขวับไปดู แก้วไปรับสาย ปลายสายบอกว่าโทร.จากสุโขทัยถึงคุณสุ

สุดาดวงจึงไปรับสาย วรนาฎนั่นเอง แต่สุดาดวงจำไม่ได้

“จำป้าไม่ได้จริงด้วยป้าวรนาฎไง เราเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ตอนที่สุคลอดยัยอุ้ยไงจ๊ะ”

พอสุดาดวงจำได้ วรนาฎบอกว่าใกล้จะถึงวันเกิดของอุ้ยแล้ว ตนคิดเตรียมของขวัญชิ้นสำคัญไว้ให้หลานสาวคนสวยด้วยนะ เป็นไปได้ไหมที่วันเกิดของอุ้ยทุกคนจะขึ้นมาฉลองกันที่บ้านของป้า”

สุดาดวงติงว่ากะทันหันอย่างนี้ตนกลัวจะเตรียมตัวไม่ทัน และช่วงนี้ก็มีเรื่องยุ่งๆด้วยต้องขอโทษจริงๆ

“แต่ป้ากลัวว่ารอไปมันจะไม่ทันกาล ป้าอายุมากแล้ว ร่างกายก็ไม่แข็งแรง อยากจะหารือหลานเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สมบัติของป้า”

สุดาดวงจะขอปรึกษาโอฬารก่อน แต่โอฬารหูผึ่งบอกว่า “บอกคุณป้าว่าเราจะไป”

“เป็นอันว่าตกลงนะ ป้าจะได้เตรียมบ้านไว้ต้อนรับ แล้วพบกันนะจ๊ะ” วรนาฎยิ้มสมใจแล้ววางสาย

พอปลายสายวางหู สุดาดวงถามโอฬารว่าได้ยินที่ตนคุยกับป้าวรนาฎหรือ ไม่เพียงโอฬารได้ยิน วรินทร์ก็ได้ยิน รัชโรจน์สงสัยว่ามือคุณแม่คงไปถูกสปีกเกอร์โฟนเข้า สุดาดวงถามโอฬารว่ารับปากป้าวรนาฎแล้วเขาไปได้หรือ โอฬารยังมึนๆ ถามว่าตนรับปากเหรอ แต่ยืนยันว่า ไปได้ ต้องไปได้สิ รังสรรค์จะบอกว่าตนไม่ไป โอฬารเสียงเข้มทันทีว่า

“ทุกคนต้องไป ทุกคน”

ฝ่ายวรนาฎพอวางสายก็สั่งดาวเวียง “ข้าจะทำสมาธิ เตรียมพิธีใหญ่ต้อนรับทายาทของข้า อย่าให้ใครรบกวน”

“เจ้าค่ะ” ดาวเวียงรับคำ พอวรนาฎเคลื่อนฟึ่บเข้าประตูไป ดาวเวียงหมอบลงกลายเป็นตะขาบยักษ์เคลื่อนเข้าที่ประตูด้านหน้า

วรนาฎเข้าห้องยืนต่อหน้าตุ๊กตากุมารสังคโลก เซจนต้องจับโต๊ะไว้ พึมพำ...

“อีกอึดใจเดียว อึดใจเดียวเท่านั้น ข้าก็จะได้พบกับทายาทของข้าแล้ว ขอพลังให้ข้าด้วยเถิด” แล้ววรนาฎก็นั่งสมาธิท่องบ่นมนตรา
ขณะนั้นที่ผนังปรากฏเงาตะขาบยักษ์ และภายนอกมีเสียงลมหวีดหวิว...มีเงาตะขาบยักษ์เลื้อยมาครอบคลุมบ้านวรนาฎในคืนเงียบสงัดนั้น...

ooooooo

ที่โถงบ้านนัยน์เนตร วรรณาแม่เลี้ยงลูกติดของนัยน์เนตรกำลังคุยโทรศัพท์กับแก้วอย่างชื่นมื่น ชมแก้วว่า

“ให้ได้อย่างนี้สินังแก้ว เออน่า ฉันมีรางวัลให้แกแน่ คราวหลังมีเรื่องอะไรเด็ดๆแบบนี้อีก รีบโทร.มารายงานฉันเลยนะ” วรรณายิ้มอย่างมีแผน

ทันใดนั้น วรรณารีบวางสายเมื่อได้ยินเสียงนัยน์เนตรดังเข้ามาตามด้วยมานพในชุดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ถือโฉนดที่ดินเดินหนีลงบันไดมา

นัยน์เนตรไม่ยอมให้พ่อเอาโฉนดที่ดินที่แม่ให้เธอไว้ไปขายใช้หนี้แบงก์ บอกว่าตึกแถวที่มีอยู่ก็ขายหมดแล้วแต่ยังไม่พอใช้หนี้ นัยน์เนตรอึ้งถามพ่อว่าหมายความว่ายังไง

“ก็หมายความว่าบ้านเราถังแตกมานานแล้วน่ะสิ ตั้งแต่ที่พี่มานพถูกย้ายเพราะคดีสัมปทานนั่นแหละ อย่าบอกนะจ๊ะว่าหนูเนตรจำไม่ได้” วรรณาพูดแทรกขึ้น

“ไม่ใช่หรอก ทุกอย่างมันพังตั้งแต่ที่เธอกับลูกเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ต่างหาก” นัยน์เนตรโต้ ถูกมานพปรามว่ายังไงวรรณาก็เป็นครอบครัวเดียวกับเรา นัยน์เนตรโต้ว่า “เนตรคือครอบครัวที่พ่อลืมไปแล้วต่างหาก” มานพถึงกับอึ้งไป

“วรรณากับลูกคงผิดมากใช่ไหมคะที่ก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ” วรรณาถามประชด มานพรีบเข้าโอบปลอบใจ

วรรณามีลูกติดคือพรรณทิพย์เป็นเด็กสาวใจแตก เรียนไม่จบ ติดเที่ยวกลางคืน รับจ๊อบเป็นพริตตี้ โคโยตี้ มีแม่คอยเสี้ยมสอนให้ทะเยอทะยาน ถึงแม้พ่อจะพาเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยแต่นัยน์เนตรไม่ยอมนับญาติด้วย จนวรรณาบอกว่า

“น้ารู้ว่าเธอเกลียดน้ากับลูก”

“รู้ก็ดีแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆจากบ้านฉันซะที” วรรณาโต้ว่าตนไม่มีวันไปไหนทั้งนั้น เพราะตนกับมานพรักกัน นอกจากไม่ไปไหนแล้ว เธอยังต้องร่วมมือกับตนด้วย “ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันร่วมมืออะไรกับพวกเธอทั้งนั้น ทุกวันนี้ฉันก็ขยะแขยงมากเต็มทนแล้ว”

“เรอะ...” วรรณาทำเสียงเยาะ “แล้วถ้ามันหมายถึงเงินก้อนโตที่จะทำให้พี่มานพไม่ต้องเอาที่ดินแม่หนูไปขายล่ะ?”

พรรณทิพย์หูผึ่งนัยน์เนตรมองอย่างระแวงว่า

วรรณาจะมาไม้ไหนอีก ในขณะที่วรรณายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างถือไพ่เหนือกว่า

ooooooo

หลังจากได้รับการติดต่อจากวรนาฎแล้ว สุดาดวงเอาอัลบั้มรูปครอบครัวมาเปิดเพื่อหารูปวรนาฎให้

วรินทร์ดูพลางลำดับญาติให้ฟัง

“คุณยายวรนาฎท่านมีศักดิ์เป็นป้าของแม่เอง เพราะเป็นพี่สาวแท้ๆของคุณยายเรายังไงล่ะจ๊ะ”

“จริงสิคะ อุ้ยลืมไปเลยว่าคุณยายวัชรีวัลย์ท่านมีพี่สาวอีกคน เพราะไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงเลย”

“ถึงท่านจะเป็นพี่น้องกัน แต่ไม่สนิทกันหรอก ต่างคนต่างอยู่ โดยเฉพาะคุณยายวรนาฎท่านไม่สุงสิงกับใครแม้แต่ญาติพี่น้อง”

เปิดเจอรูปคุณยายวัชรีวัลย์ที่ปลงผมบวชชีนุ่งขาวห่มขาว วรินทร์จำได้ว่า...

“คุณยายวัชรีวัลย์ก็เหมือนกัน ตั้งแต่ท่านบวชชีก็หลายปีแล้ว ไม่ได้ยินข่าวอีกเลย เมื่อไหร่เราจะไปเยี่ยมท่านกันอีกคะ” สุดาดวงบอกว่าคุณยายท่านอยู่ไม่เป็นที่ท่านบอกว่าอยากแสวงหาความสงบ

พลันก็ชะงักเมื่อเห็นรูปคุณยายวัชรีวัลย์ที่ถ่ายกับวรนาฎตอนสาวรุ่น เห็นหน้าคุณยายวัชรีวัลย์ชัดอยู่คนเดียวส่วนหน้าของวรนาฎเบลอจนดูไม่ออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร วรินทร์รับไปดูคาดว่ารูปคงเก่ามากถามว่ามีรูปอื่นอีกไหม สุดาดวงบอกว่าไม่มี บ่นเสียดายว่ามีรูปนี้รูปเดียว

เวลาเดียวกัน วรนาฎอยู่ที่ห้องพิธี นั่งสมาธิอยู่หน้าตุ๊กตาสังคโลกยิ้มพอใจบอกว่า

“ข้าพร้อมต้อนรับทายาทของข้าแล้ว” พลางหัวเราะกึกก้อง แต่ไม่ใช่เสียงของวรนาฎ!

ooooooo

ครอบครัวโอฬารรอเรือที่ท่าน้ำเพื่อไปบ้านยายวรนาฎตามนัด มีปรากฏการณ์แปลกๆ สองฝั่งน้ำเงียบสงัดไม่มีเรืออื่นในคลองแม้แต่ลำเดียว

โอฬารให้สุดาดวงโทร.ถามทาง สุดาดวงโทร.แล้วแต่ไม่มีสัญญาณ ของโอฬารก็ไม่มี ไม่นานก็เห็นเรือยนต์ลำหนึ่งแล่นฝ่าหมอกมา รัชโรจน์ร้องบอก “เรือมาแล้ว”

ทุกคนลงเรือล่องไปตามลำน้ำยม ทุกคนสีหน้าเครียดกังวล โอฬารถามคนขับเรือว่าไปอีกไกลไหม คนขับเรือไม่ตอบ สุดาดวงคิดว่าเสียงเครื่องดังคงไม่ได้ยิน

เรือแล่นมาถึงท่าน้ำเรือนวรนาฎ ทุกคนทยอยขึ้นจากเรือ วรินทร์ยืนค้างขาแข็งมองท่าน้ำกลัวๆ เพราะเหมือนในฝันร้าย รัชโรจน์ร้องเรียกและช่วยฉุดขึ้นจากเรือถามว่ามัวแต่ยืนเหม่อคิดอะไรอยู่

รังสรรค์หมุนตัวจะขึ้นจากเรือ ก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเห็นดาวเวียงยืนขวางหน้าอยู่ พูดนิ่งๆตาขวางๆว่า

“คุณท่านให้อิฉันมารอรับพวกคุณ” แล้วดาวเวียงก็เอาค่าจ้างให้คนขับเรือ แล้วเชิญทุกคนเดินตามตนมา โอฬารกระซิบถามสุดาดวงว่าใคร ท่าทางพิลึกไม่รับแขก เลย สุดาดวงคาดว่าคงเป็นสาวใช้ของคุณป้า
ทุกคนเดินมาถึงหน้าเรือนไม้สักของวรนาฎ วรินทร์ตะลึงอึ้ง พึมพำ

“ไม่จริง...” รัชโรจน์ถามว่าอะไร “บ้านนี้เหมือนกับที่อุ้มเห็นในความฝันเปี๊ยบเลยพี่โรจน์” ดาวเวียงหันถามว่ามีอะไรหรือเปล่า วรินทร์สะดุ้ง “ปะ...เปล่าค่ะ บ้านสวยดีนะคะ”

เมื่อเข้าไปที่โถงบ้าน วรินทร์ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนในฝันจริงๆ รังสรรค์กับรัชโรจน์ตื่นเต้นกับถ้วยโถโอชามสังคโลกโบราณ รัชโรจน์คาดว่าอายุคงหกเจ็ดร้อยปีมาแล้ว มูลค่าคงประเมินไม่ได้

“แล้วคุณยายไปเอามาจากไหนล่ะ มากมาย” รังสรรค์สงสัย

“ของทุกชิ้นล้วนตกทอดมาจากพระยาเชลียงต้นตระกูลของพวกเราทั้งหมด” เสียงวรนาฎที่กำลังเดินลงบันไดมาอย่างสง่างามตอบชัดเจน แล้วหยุดยิ้มแย้มทักทาย “ยินดีต้อนรับทุกคน กลับสู่ศรีสัชนาลัย”

ทุกคนตะลึงกับท่วงท่าสง่างามของวรนาฎ แต่วรินทร์ตะลึงงัน เพราะคุณยายวรนาฎคือคนเดียวกันกับในฝันร้าย!

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ทายาทอสูร ตอนที่ 1 วันที่ 1 มิ.ย..59

ละครทายาทอสูร บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครทายาทอสูร บทโทรทัศน์โดย ดาวฤกษ์
ละครทายาทอสูร กำกับการแสดงโดย อนุวัฒน์ ถนอมรอด
ละครทายาทอสูร ผลิตโดย บริษัท ดีวัน ทีวี จำกัด
ละครทายาทอสูร ควบคุมการผลิตโดย พรสุดา ต่ายเนาว์คง
ละครทายาทอสูร ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ชมละครทายาทอสูร ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ