อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค.59

“ไม่อยากให้อยู่กับเขา ทำไมไม่โอนเงินมาล่ะ”
“ปั่นหัวผู้ชาย แล้วยังจะมาหลอกฟันเงินเขาอีก ร้ายนะ”
อนุศนิยาจับนำเสียงได้ว่าศตวรรษยังงอนอยู่ เลยแกล้งเข้ามาทำเป็นจะช่วยต่อเตียงเพื่อแกล้งยั่วโมโหเขาอีก “แต่ก็ปั่นหัวสำเร็จใช่ไหมล่ะ”
“ดูก็รู้ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายนั่นหรอก ของอย่างนี้มันหลอกกันไม่ได้”
“รู้ได้ไง”
“ม่านตาคุณไม่เคยขยายเวลามองเขา ผมเป็นหมอ ผมดูออก ต้องอยู่กับคนที่ชอบ ม่านตาถึงเปิดรูรับแสงออก คุณไม่เคยมองมันเหมือนที่มองผมหรอก ปฏิกิริยาพื้นๆ ร่างกายคุณมันฟ้อง ผมถึงบอกว่าคุณปั่นหัวผมไม่ได้”

อนุศนิยาหมั่นไส้เมื่อเห็นศตวรรษทำท่ามั่นใจ เลยยิ่งข่มขวัญ “เขาอาจจะไม่ได้ดึงดูดทางสายตา”


ศตวรรษยิ่งแดกดันหนักขึ้นไปอีก “อ้อ... ชอบเพราะมันช่วยหาเงินเข้ากระเป๋าคุณสินะ มันเห็นคุณเป็นง่อย ถึงได้ยอมให้มันหาเลี้ยงไงล่ะ ชอบเหรอผู้ชายมนุษย์ถ้ำแบบนั้นน่ะ”
“ว่าเขาซะเสีย ไหนบอกว่าไม่หึงไง”
ศตวรรษเห็นอนุศนิยาทำท่าสะใจที่เห็นเขาโกรธ แล้วไม่ชอบใจ “คุณจะมาเล่นสงครามประสาทกับผมทำไม ถ้าผมบอกว่าหึงแล้วคุณจะกลับมาหาผมรึไง”
“เปล่า.. “
ศตวรรษตรงเข้าไปจับแขนของอนุศนิยาให้เข้ามาหาเขา อนุศนิยาตกใจที่เห็นศตวรรษดึงตัวเข้าไปใกล้ ศตวรรษบอกทุกอย่างที่คิดออกไป “ผมหึง … ผมไม่อยากเห็นคุณอยู่กับเขา ผมไม่ชอบที่ต้องพูดไม่ตรงกับใจ ผมเหนื่อย ผมเบื่อ ผมไม่อยากเล่นเกมงี่เง่า ผมไม่อยากปล่อยเวลาที่เหลืออยู่ให้มันผ่านไปเปล่าๆ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน คุณให้ความสำคัญกับผมหน่อยไม่ได้รึไง”
อนุศนิยาอึ้งที่เห็นศตวรรษโกรธขนาดนั้น ศตวรรษเจ็บแผลจึงปล่อยตัวเธอออก แล้วหันไปกุมที่ท้อง อนุศนิยาแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องที่ศตวรรษบาดเจ็บ เธองงที่เขามีอารมณ์แปรปรวน ศตวรรษหันไปต่อเตียงต่อลำพังเงียบๆ ไม่พูดกับอนุศนิยาอีก

อนุศนิยานั่งพิมพ์คอมอยู่บนเตียง คอยแอบเหล่ไปยังศตวรรษที่นอนอยู่ที่พื้นด้านล่างอย่างไม่ไว้ใจเพราะนับตั้งแต่บ่าย เขาก็ยังไม่พูดอะไร และยังจงใจปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ ศตวรรษเอาแต่นอนก่ายหน้าผาก เพราะยังคิดไม่ตกเรื่องเวลาที่เหลืออยู่ อนุศนิยาเหลียวมองไปที่ซองตั๋วเครื่องบินที่ข้างเตียง คิดว่าศตวรรษอาจจะรู้ว่าเธอตัดสินใจไปเมืองนอกจึงได้ทำหมดหวัง อนุศนิยาเครียดจนท้องร้อง อนุศนิยารู้ว่าคงนอนไม่หลับแน่ถ้ายังหิวอยู่จึงลุกขึ้นจากเตียงจะเดินออกไปหาอะไรกิน
ศตวรรษสงสัยเมื่อเห็นอนุศนิยาลุกไปดึกๆ ดื่นๆ “จะไปไหน”
อนุศนิยาสะดุ้งเฮือกเพราะไม่นึกว่าศตวรรษจะสนใจ

ศตวรรษในชุดนอนกำลังเจียวไข่อย่างง่ายๆ แล้วโปะลงบนข้าวแล้วเอามาเสิร์ฟให้อนุศนิยาที่หิวบ่อยเพราะท้อง
อนุศนิยาเห็นแล้วก็รีบกินทันทีแทบรอไม่ไหว
“ถ้าหิวบ่อย ก็ลองแบ่งกินมื้อย่อยๆ ทีละนิด วันละหลายๆ รอบดู อย่าหิ้วท้องรอเดี๋ยวจะหน้ามืดซะก่อน”
อนุศนิยาเอาแต่กิน จึงได้แต่พยักหน้าตอบ ศตวรรษเห็นอนุศนิยากินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วนึกถึงตอนที่พวกเขาเจอกันครั้งแรกที่เกาะ
“กินซะ จะได้กินยาแก้ปวดตาม... แล้วผมจะไปส่งคุณที่ฝั่งให้”
“ขอบใจนะ”
“ปวดแผลรึเปล่า” อนุศนิยาตักข้าวเข้าปากอยู่ เลยได้แต่พยักหน้าแบบเด็กๆ ไม่เหลือมาดผู้บริหารอีกแล้ว “มันจะปวดอีกไม่กี่วันหรอก คุณทนเอาหน่อย”
อนุศนิยายิ้มรับ ศตวรรษแอบมองใบหน้าใสๆของอนุศนิยา แล้วรู้สึกเคลิ้มกับท่าทางที่สวยใสเป็นธรรมชาติ...
อนุศนิยาในชุดนอนกำลังกินข้าวโดยไม่มีมาด ศตวรรษมองแล้วใจหาย ไม่คิดว่าจากวันแรกทุกอย่างจะกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง “จำได้รึเปล่าตอนที่เจอกันครั้งแรก ผมก็เคยทำข้าวให้นุศกินแบบนี้”
“ตอนนั้นก็กินไข่เจียวแบบนี้”
“ผมรักนุศก็ตั้งแต่ตอนนั้นแหละรู้ไหม” อนุศนิยาได้ยินแล้วก็ถึงกับอึ้งหันไปมองหน้าศตวรรษทึ่งๆ ที่จู่ๆ เขาก็พูดเรื่องนี้ออกมา ศตวรรษเห็นอนุศนิยาเหวอไปก็หยิบทิชชู่ไปเช็ดปากให้อนุศนิยาพร้อมพูดไปด้วย ทำเหมือนทะนุถนอมเธอเป็นตุ๊กตา “รักตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้ว่านุศเป็นใคร แต่พอได้รู้ว่านุศเป็นเจ้าหนี้ ถึงได้รู้ว่าเรารักกันไม่ได้ ผมรักนุศก่อน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้” ศตวรรษมองอนุศนิยาอย่างเสียดาย ทำใจไม่ได้ถ้าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก “ผมไม่รู้ว่าเรามาถึงจุดที่ใครเลิกรักก่อนแล้วชนะได้ยังไง แต่ผมยอมแพ้แบบไม่อาย เพราะผมคงเลิกรักนุศไม่ได้ ผมไม่เก่งอย่างนุศหรอกที่จะทนเห็นเรากลับไปเป็นคนแปลกหน้าได้” ศตวรรษมองไปที่ริมฝีปากของอนุศนิยา อยากจะก้มลงไปจูบ แต่แล้วก็นึกได้ว่าไม่ควร ศตวรรษรั้งตัวเองเอาไว้ “อีกสามวัน ถึงกลับมารักผมไม่ได้ ก็อย่าเกลียดกันไปกว่านี้เลยนะ” ศตวรรษเดินไป ทิ้งอนุศนิยาไว้
อนุศนิยาหันมองตาม รู้สึกแปลกใจที่ศตวรรษทำเหมือนถอดใจแล้ว อนุศนิยาหันกลับมา มองจานข้าวตรงหน้าแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว อนุศนิยาตกใจมาก รีบปาดน้ำตา พอรู้ว่าเธอหวั่นไหวให้ศตวรรษก็ทำให้อนุศนิยาเครียดกลัวจะแพ้ใจตัวเอง

บอดี้การ์ดมารายงานอุดมศักดิ์ที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานโดยมีอีหนูคอยบีบนวดให้
“ไอ้ศตวรรษยังไม่ได้แจ้งความเรื่องที่เราเล่นงานมันครับ แต่มันคงหายซ่าแล้วมั้งครับ”
“โสมบินไปรึยัง”
“เครื่องกำลังจะออกอีกสองชั่วโมงแล้วครับ” เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น บอดี้การ์ดรีบรับเมื่อเห็นเป็นสายจากลูกน้อง “เรียบร้อยดีไหม อะไรนะ... ทำบ้าอะไรของพวกแก” บอดี้การ์ดตัดสายทิ้ง อุดมศักดิ์ได้ยินก็รู้ในทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ บอดี้การ์ดรีบหันมองอุดมศักดิ์อย่างหวาดๆ “พวกนั้นบอกว่าคุณโสมหนีไปครับ”
อุดมศักดิ์ตบโต๊ะอย่างหงุดหงิด “รนหาที่อยู่เรื่อย...”
“คุณโสมจะหนีมาหาไอ้ศตวรรษรึเปล่าครับ”
“เก็บไอ้ศตวรรษซะ อย่าให้มันได้เจอกับโสมอีก!!”

กลางดึกคืนนั้น เครื่องถ่ายเอกสารเครื่องหนึ่งกำลังกำลังทำงานอัตโนมัติท่ามกลางความมืด แสงจากเครื่องถ่ายทำงานอยู่ตลอดทั้งคืน พร้อมกับแผ่นเอกสารถูกฟีดออกจากเครื่องอย่างต่อเนื่อง
ตอนเช้า มีเด็กมาคอยยืนแจกใบปลิวอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้า เห็นผู้คนผ่านไปมาได้รับแจกใบปลิวนั้น ที่หน้าโรงพยาบาลมีคนมาคอยยืนแจกใบปลิวให้กับพยาบาล เจ้าหน้าที่และคนไข้ที่เข้าออกอยู่เช่นกัน ข่าวถูกส่งไปสำนักข่าวต่างๆ รูปปถูกแปะลง fb และig ข่าวถูกแพร่กระจายออกไป

วันต่อมา ศตวรรษแวะมาซื้อของเพื่อนำไปตกแต่งห้องลูกที่ชั้นสองของคาซ่า ศตวรรษเดินไปยังไม่ทันถึงแผนกเด็กก็ได้ยินเสียงสัญญาณฉุกเฉินของอาคารดังขึ้น ศตวรรษแปลกใจ แล้วพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่พากันแตกตื่น ศตวรรษยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่มาเลือกซื้อของ

อนุศนิยา ประภาและใบเฟิร์นกำลังจะเข้ามาที่ตึก แต่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นและเห็นลูกค้าทยอยออกมาจากอาคาร
“ว๊าย...เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย”
“เช็คกับแผนกอาคารซิว่าเกิดอะไรขึ้น”
ประภารีบวิ่งไปที่รปภ. ที่อยู่แถวนั้นเพื่อจะใช้วอสื่อสารหาฝ่ายอาคาร

ศตวรรษยังอยู่ภายในอาคาร เขาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งพลัดหลงกับพ่อแม่ จึงยืนร้องไห้อยู่ ศตวรรษรีบเข้าไปหาเด็ก
“แม่....ฮือๆ”
“หนูมากับคุณแม่เหรอคะ” ศตวรรษอุ้มเด็กยืนรออยู่ จนมั่นใจว่าพ่อแม่เด็กคงจะไม่ได้อยู่แถวนี้ “ออกไปตามหาคุณแม่กันนะ” ศตวรรษรีบอุ้มเด็กเพื่อพาหนีออกมาที่ชั้นล่างของอาคาร
ระหว่างที่ศตวรรษอุ้มเด็กลงบันไดเลื่อนมานั้น ก็เห็นพ่อแม่เด็กอยู่ที่ด้านล่าง สองคนรีบร้องเรียกเมื่อเห็นลูกตนเอง

อนุศนิยาพร้อมกับประภาเดินมาเจอกับทีมของเจ้าหน้าที่อาคารและรปภ.ที่กำลังตรวจสอบสถานที่ ในขณะที่เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงดังอยู่
อนุศนิยาซัก “รู้โซนที่เกิดเหตุแล้วรึยัง”
“เช็คดูเครื่องตรวจจับความร้อนกับเครื่องตรวจควันแล้วก็ไม่ผิดปกติตรงไหน น่าจะเป็นคนไปกดสัญญาณเตือนมากกว่าครับ”
อนุศนิยาหน้าเครียด หันไปสั่งประภากับใบเฟิร์น “ไปดูแลลูกค้าแล้วชี้แจงกับพนักงานทุกคน อย่าให้แตกตื่น”
ประภาใบเฟิร์นรีบออกไปตามคำสั่งของอนุศนิยา

ศตวรรษเห็นประภากับใบเฟิร์นกำลังรีบร้อนจะออกไปภายนอกอาคาร ศตวรรษรีบเข้าไปหา “เกิดอะไรขึ้นครับ”
“แค่สัญญาณขัดข้องค่ะ ไม่ได้มีอันตรายอะไร”
“นุศล่ะครับ”
“คุณนุศทราบเรื่องแล้วค่ะ อยู่กับเจ้าหน้าที่ด้านบน”
“ขอบคุณมากครับ”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
ประภากับใบเฟิร์นรีบออกไปเคลียร์สถานการณ์ ศตวรรษตัดสินใจเดินขึ้นไปหาอนุศนิยาที่ด้านบน

ชั้นบนของคาซ่าเห็นลูกค้าและพนักงานกำลังแตกตื่น หลายคนรีบเดินหาทางออกจากอาคาร อนุศนิยากำลังยืนรอให้เจ้าหน้าที่อาคารไปปิดเสียงสัญญาณฉุกเฉิน เธอมองดูสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายอย่างกังวล
ศตวรรษเดินตามหาอนุศนิยาจนเห็นอนุศนิยาจากในระยะไกล ศตวรรษจึงตะโกนเรียก “นุศ....”
อนุศนิยาหันไปตามเสียง พอเห็นศตวรรษอยู่ที่นั่นก็รีบเดินไปหา ทั้งสองคนกำลังรีบเดินมาหากันจากคนละฟาก ซึ่งมีคนคอยเดินตัดไปมาด้วยความวุ่นวาย จู่ๆ มีชายคนหนึ่งวิ่งผ่านเข้ามา ศตวรรษชะงักเมื่อเห็นว่าชายคนนั้นมีรอยสักที่แขน ศตวรรษจำได้ว่านั่นคือลูกน้องอุดมศักดิ์ ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาชนกระแทกศตวรรษอย่างแรง อนุศนิยาที่กำลังมาหาแปลกใจที่เห็นศตวรรษถูกชน ก่อนที่ชายคนนั้นจะผละหนีไป มีเลือดหยดลงบนพื้น ศตวรรษมองไปเห็นว่ามีมีดปักอยู่ที่ท้องของเขา
เสียงของสัญญาณเตือนภัยดับเงียบลง มีแต่เสียงของอนุศนิยาที่ร้องกรี๊ดดังลั่นเมื่อเห็นศตวรรษถูกแทงตรงหน้า “คุณวรรษ!!” เสียงกรีดร้องของอนุศนิยาทำให้เจ้าหน้าที่กับรปภ.วิ่งแห่มา อนุศนิยารีบเข้าไปประคองร่างของศตวรรษที่ล้มลง แล้วร้องบอกทุกคน “เรียกรถพยาบาลที” อนุศนิยากอดร่างของศตวรรษที่เลือดท่วม บีบมือเขาเอาไว้ “อย่าเป็นอะไรนะ”
“ผมไม่เป็นไร”
“ทำไมเลือดไหลเยอะอย่างนี้ล่ะ”
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวลูกตกใจ”
ยิ่งศตวรรษพูดปลอบยิ่งทำให้อนุศนิยาสะเทือนใจ อนุศนิยากอดศตวรรษไว้แน่น ศตวรรษเริ่มมีจังหวะหายใจติดขัด
“ทนหน่อยนะ รถพยาบาลกำลังมา”

ศตวรรษถูกเข็นออกมาจากรถพยาบาล ตลอดทางอนุศนิยาวิ่งตามและไม่ยอมปล่อยมือจากศตวรรษ ที่ชุดของอนุศนิยาก็มีเลือดเปรอะเปื้อนด้วย ชาครีย์เห็นอนุศนิยาคอยจับมือศตวรรษตลอดเวลาก็ทำให้เขารู้เลยว่าเธอยังทำใจเลิกกับศตวรรษไม่ได้
ศตวรรษหน้าซีดลงมาก เริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ เหมือนจะลืมตาไม่ไหว พยาบาลกำลังจะยกเตียงเข็นขึ้นไปบนรถพยาบาล ศตวรรษคว้ามืออนุศนิยาไว้ “ใกล้จะครบ10 วันแล้ว อยู่กับผมก่อนได้ไหม”
อนุศนิยาเห็นศตวรรษพยายามจะซื้อเวลา อนุศนิยาถึงกับอึ้งที่ศตวรรษยังห่วงกลัวเธอจะทิ้งเขาตรงนี้ ศตวรรษค่อยๆ หมดสติ มือของเขาที่จับอนุศนิยาก็คลายออกทันที
อนุศนิยาตกใจ “คุณวรรษ!!”

มิรันตรีรีบวิ่งขึ้นสถานีรถไฟฟ้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปหาอนุศนิยาที่โรงพยาบาล ระหว่างทางก็คุยมือถือกับชยากรไปด้วย “มิกำลังจะไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ เดี๋ยวเจอกันนะคะอา” เด็กแจกใบปลิวยื่นกระดาษมาแจกมิรันตรี แต่มิรันตรีร้อนใจมากจึงรีบวิ่งผ่านไปไม่รับ มิรันตรีวิ่งก้าวขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว แล้วก็ชะงัก เบรคกึ้ก วิ่งลงมาใหม่ เมื่อเห็นกระดาษใบปลิวที่ถูกทิ้งไว้ มิรันตรีหยิบใบปลิวขึ้นมาดูเห็นเป็นใบซีร็อกซ์สัญญารับสภาพหนี้ของศตวรรษ “นุศ!!”

ดวงไฟเหนือเตียงผ่าตัดเปิดพรึ่บขึ้น หมอผ่าตัดหลายคนเข้ามารุมรักษาศตวรรษ ศตวรรษหมดสติไป ต้องใช้อ็อกซิเจนช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา
อาจารย์ที่เป็นหัวหน้าแพทย์เพิ่งถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วน ผู้ช่วยแพทย์จึงรายงานอาการให้ฟัง “ตับโดนแทงหลอดเลือดดำฉีกขาด ร่างกายเสียเลือดมากครับ กำลังพยายามคุมความดันเอาไว้”
หมอได้ยินอาการแล้วหนักใจ หันไปเห็นแผลที่ถูกแทงและยังมีเลือดทะลักออกมาไม่หยุด

อนุศนิยามานั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดอย่างร้อนใจ ทุกคนมาให้กำลังใจ รวมถึงชยากรซึ่งยังแอดมิทอยู่ในโรงพยาบาลด้วย
หมอณัฐเพิ่งพาเสาวรสมาถึงโรงพยาบาล เสาวรสวิ่งมาสีหน้าตื่น “เกิดอะไรขึ้น แล้ววรรษเป็นยังไง”
อังกาบอธิบาย “หมอถูกแทงโดนอวัยวะภายใน กำลังผ่าตัดช่วยอยู่ค่ะ “
“โธ่...วรรษลูกแม่”
ชยากรสงสัย “เห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้จนซี่โครงหัก เกิดอะไรขึ้นกับเขา?”
หมอณัฐเล่า “พวกโสมมิกาขู่จะเก็บไอ้วรรษที่มันไปเป็นพยานในคดี”
เสาวรสรีบโวยวาย “พวกมันตั้งใจฆ่าวรรษ”
อนุศนิยาตกใจมากเมื่อรู้ว่าที่ผ่านมาศตวรรษถูกตามปองร้าย “นุศไม่เห็นรู้เลยว่าเขาเจ็บหนักขนาดนี้”
“วรรษโดนหนักขนาดนี้ เพราะไปงัดข้อกับพ่อยัยโสม เพื่อจะแก้แค้นที่ยัยโสมทำกับหนู“
อนุศนิยารู้สึกผิดมาก “ทำไมเขาไม่บอกนุศซักคำว่าเขากำลังเจอกับอะไร“

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ