อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 10 วันที่ 22 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 10 วันที่ 22 พ.ค.59

“ขอบคุณฮะ” คอลินยื่นมือให้คลากจูงเดินไปด้วยกัน

ชามินต์มองตามอย่างสงสัยมาก นึกถึงที่ตนเคยถามโลแกนว่าใครเป็นพ่อของคอลิน โลแกนบอกว่าตนก็ไม่รู้ แต่ไม่ว่าใครวันนี้เขาไม่ใช่พ่อของคอลินอีกต่อไป คิดแล้วชามินต์สงสัยว่า “หรือว่าคลาก ครูเกอร์ จะเป็นพ่อคอลิน?”

ชามินต์ตัดสินใจถามคลากว่าทำไมเขาถึงสนใจคอลินเป็นพิเศษ เขาชะงักนิดหนึ่งก่อนตอบว่าก็แค่รักเด็กและถูกชะตากับคอลินเท่านั้น ชามินต์ไม่เชื่อ ถามตรงๆว่า



“คอลินเป็นลูกคุณใช่ไหม” เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ “คุณอย่าโกหกฉันเลย ถ้าคอลินไม่ใช่ลูกคุณ คุณคง ไม่ตามมาถึงที่นี่ แล้วก็คอยถามฉันเรื่องคอลินตลอดเวลา เขาคือลูกชายคุณใช่ไหม”

“ผมเองก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ ถึงได้ให้คุณช่วยสืบว่าเขาเป็นลูกโลแกนจริงหรือเปล่า” คลากยอมรับ

ooooooo

โลแกนถือกุญแจมิกกี้เม้าส์ไปที่ห้องชามินต์ เสียบกุญแจเข้าไปลุ้นๆ

“คลิก!” เสียงกุญแจเปิด โลแกนตะลึง ผลักประตูเข้าไป มองกุญแจงงๆว่าทำไมเปิดได้! ถามตัวเองว่า “ทำไม กุญแจห้องชามินต์ถึงมาอยู่กับเรา...นี่มันเรื่องอะไรกัน??”

กลับไปที่ห้องทำงานแล้วโลแกนยังนั่งมองกุญแจอย่างไม่หายงง เดนิสเปิดประตูเข้ามาถามว่าดูกุญแจทำไม โลแกนเล่าว่า เมื่อเช้าตนลองไปไขที่ห้องชามินต์ มันไขเข้าห้องเธอได้! เดนิสถามว่าเป็นไปได้ยังไง เพราะเขารู้จักชามินต์ด้วยการแนะนำของตนหรือมันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ?

“แต่ฉันว่าไม่ ฉันว่าเธอต้องมีอะไรปิดบังเรา”

ทันใดนั้น อาเกียวโทร.เข้ามารายงานว่าตอนนี้คราก ครูเกอร์ อยู่กับหมอชามินต์ที่สวนสนุก โลแกนสั่งเครียดว่าเฝ้าให้ดี บอกเดนิสว่าตนมีเรื่องต้องเคลียร์กับคลาก ครูเกอร์ เดนิสจะไปด้วย เขาบอกไม่ต้อง แล้วรีบไปเลย

เดนิสมองตามอย่างสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกัน

ooooooo

ที่สวนสนุก...คลากกำลังเล่าเรื่องเขากับไลลาให้ชามินต์ฟังว่า เธอไม่เคยบอกตนเลยว่าเป็นน้องสาวโลแกน ลู ชามินต์ถามว่าแล้วเธอรู้ไหมว่าเขาคือคลาก ครูเกอร์

“ผมไม่ได้บอกเธอ เพราะผมกลัวว่าเธอจะรังเกียจในความเป็นเจ้าพ่อมาเฟียของผม เธอรู้แค่ว่าผมชื่อคลาก เพิ่งกลับจากเมืองนอก เราสองคนรักกันมาก แล้วผมก็คิดว่าจะแต่งงานกับเธอ แต่อยู่ๆ วันหนึ่งเมื่อผมบอกเธอว่าผมคือคลาก ครูเกอร์ เจ้าพ่อมาเฟียฝั่งตะวันออก เธอก็หายไปจากชีวิตผมทันที”

คลากหน้าเศร้าเล่าว่า เวลานั้นเขาให้ลูกน้องออกตามหาไลลาแทบพลิกแผ่นดิน ลูกน้องรายงานวันแล้ววันเล่าว่าไม่เจอเธอ จนวันหนึ่ง ลูกน้องมารายงานว่าได้ข่าวไลลาแล้ว เขาตื่นเต้นมากถามว่าเธออยู่ที่ไหน

“เธอตายแล้วครับ คุณไลลาตายแล้วครับ เธอถูกคนวางระเบิดรถ”

“ไม่...ไม่จริง...ไลลา...ไลลา...” คลากตะโกนสุดเสียง เซถอยหลังเหมือนเห็นภาพสยองตรงหน้าแล้วทรุดลง...

คลากเล่าว่าเขาให้คนออกตามหาจนเวลาผ่านไปเกือบปีถึงได้รู้ข่าวว่าเธอถูกฆ่าตาย ชามินต์ถามว่าเขารู้ไหมว่าเธอท้อง คลากบอกว่าเธอไม่เคยบอก ส่วนโลแกนจะรู้ไหม เขาไม่แน่ใจ

ทันใดนั้น โลแกนเดินหน้าถมึงทึงเข้ามาพร้อมลูกน้องสองคน ตรงเข้ากระชากคอเสื้อคลากจนเซแล้วลูกน้องก็เข้าไปเล่นงานคลาก ชามินต์ตกใจร้องห้ามเสียงดัง ส่วนคลากถามว่าเรื่องอะไรมาต่อยตน

“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับหมอชามินต์ ฉันจะเตือนนายเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้านายเข้ามาใกล้คนในครอบครัวฉันอีกละก็ ฉันจะฆ่านายทิ้ง” แล้วหันบอกชามินต์ “กลับบ้าน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

โลแกนอุ้มคอลินที่ตกใจกับเหตุการณ์ออกไป ชามินต์หันถามคลากว่าเขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม ตนขอโทษแทนโลแกนด้วย คลากบอกว่าตนไม่เป็นไร อาฟงพูดอย่างเจ็บใจว่าโลแกนทำอย่างนี้สองครั้งแล้ว ให้ตนส่งคนไปสั่งสอนไหม ถ้านายเงียบเขาจะคิดว่ากลัว

“ไม่ต้อง ช่างมัน ถึงยังไงมันก็เป็นคนเลี้ยงดูคอลิน” คลากมองตามโลแกน ยกมือเช็ดเลือดที่ปาก

ooooooo

กลับถึงบ้าน โลแกนกับชามินต์ทะเลาะกันรุนแรง ที่คลากไปหาชามินต์กับคอลินที่สวนสนุก

ชามินต์พูดจี้ใจดำโลแกนว่าที่เขากีดกันไม่ให้คบกับคลากไม่ใช่เพราะรังเกียจที่คลากเป็นมาเฟีย แต่เพราะเขากลัวเสียคอลินไปมากกว่า โลแกนทั้งตกใจและโกรธจัดถามว่า “นี่คุณเอาเรื่องอะไรมาพูด”

“ยอมรับความจริงเถอะ ตอนนี้คลาก ครูเกอร์ก็รู้ความจริงแล้วว่าคอลินเป็นลูกของเขา” โลแกนตะโกนว่าไม่ใช่ “โลแกน ฉันว่าคุณไม่ควรทำแบบนี้นะ ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อลูกกันตามสายเลือด ฉันว่าคุณควรจะเปิดใจยอมรับเขา”

หัวเด็ดตีนขาดโลแกนก็ไม่ยอมรับคลากเป็นพ่อของคอลินเพราะเขาทิ้งให้น้องสาวตนเผชิญความทุกข์คนเดียว ชามินต์บอกว่าเพราะคลากไม่รู้ต่างหาก โลแกนก็หาว่าเธอแก้ต่างให้คลาก

“ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ไง ไลลาถึงได้กลัวคุณ เธอไม่กล้าบอกความจริงว่าท้องกับใคร เพราะกลัวว่าคุณจะโกรธแล้วก็ฆ่าผู้ชายที่เธอรัก” โลแกนตวาดให้หยุด “ฉันไม่กลัวคุณหรอก เพราะฉันไม่ใช่ไลลา ฉันแค่อยากจะเตือนสติคุณให้คุณยอมรับความจริงเท่านั้นเอง”

โลแกนพาล ย้อนถามว่าแล้วเธอดีแค่ไหน อย่างน้อยตนก็ไม่ใช่คนตีสองหน้าอย่างเธอ แล้วเอาเรื่องกุญแจมิกกี้เม้าส์มาอ้างว่ามันคือกุญแจห้องเธอ เธอรู้จักตนมาก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมารักษาคอลินใช่ไหม ชามินต์ตกใจ เฉไฉหาว่าเขาพูดจาเลอะเทอะ ตนไม่เคยรู้จักเขา

“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ คุณรู้จักผมแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้จักได้ยังไง ผมไม่รู้จักคุณเลยจริงๆ”

ชามินต์มองโลแกนอย่างผิดหวังเสียใจที่เขาเป็นตัวปัญหาแท้ๆ แต่กลับโทษตน เธอผละไป โลแกนจะตาม คอลินถามว่าป๊ะป๋าจะไปไหน เขาบอกว่าเดี๋ยวป๋ามา แล้วเดินตามชามินต์ไป

ทั้งชามินต์และโลแกนต่างอยู่ในอารมณ์เสียใจ ผิดหวังกับอีกฝ่าย ชามินต์เดินออกจากประตูไปในขณะที่โลแกนมองตามส่ายหน้าอย่างผิดหวังในตัวเธอ...

โลแกนกลับมานั่งมองพวงกุญแจ เมื่ออารมณ์สงบ สติคืนมา เขาถามตัวเองว่า

“หรือว่าตอนที่เราหายไป เราไปอยู่กับชามินต์ แต่ถ้าเราเคยอยู่กับเธอ ทำไมเธอถึงไม่บอกเรา”

โลแกนโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลถามว่าวันนี้หมอชาร์มเข้ามาตรวจกี่โมง พยาบาลบอกว่าวันนี้คุณหมอไม่เข้า ลาป่วยหนึ่งวัน โลแกนสั่งลุงจินให้ขับรถไปที่อพาร์ตเมนต์เลย

ooooooo

เมื่อไปถึงอพาร์ตเมนต์ โลแกนใช้กุญแจพวงมิกกี้เม้าส์ไขเข้าไป ในห้องเงียบผิดปกติ ของในห้องนอนและบนโต๊ะถูกเก็บหมด เขาพุ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้า ไม่มีเสื้อผ้าเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!

เวลาเดียวกันนั้น ชามินต์นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ เธอโทรศัพท์แจ้งเดนิสว่า

“ฉันจะโทร.บอกว่า ฉันขอลาออกนะคะ” เดนิสตกใจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ “ฉันจะกลับเมืองไทยน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้มาลาด้วยตัวเอง แต่ฉันจะส่งจดหมายลาออกตามมาอีกครั้งค่ะ”

“เดี๋ยวครับหมอชาร์ม มีเรื่องอะไรบอกผมได้ไหม”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่นี้นะคะ ขอบคุณคุณหมอเดนิสมากสำหรับทุกอย่างนะค่ะ” ชามินต์ปิดโทรศัพท์ทันทีที่พูดจบ

เดนิสมองโทรศัพท์งงๆ แล้วกดโทร.ถึงโลแกนทันที โลแกนเพิ่งเดินออกจากห้องชามินต์ ถามเดนิสว่ามีอะไรหรือ

“หมอชาร์มโทร.หาฉันบอกว่าเธอขอลาออกจะกลับเมืองไทย” ถามโลแกนว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า แต่โลแกนปิดโทรศัพท์ไปแล้ว

“ฮัลโหล...โลแกน...โลแกน...” ปลายสายเงียบ เดนิสมองโทรศัพท์บ่นงงๆ “มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย”

ooooooo

โลแกนไปดักชามินต์ที่สนามบิน เมื่อเจอกันต่างก็ชะงัก เธอจะเดินหลีกก็ถูกเขาขวางไว้ จนเธอหยุดจ้องหน้าถาม

“คุณต้องการอะไรจากฉัน”

โลแกนอ้างว่าในฐานะคนรัก ตนไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งสิ้น ชามินต์ถามว่าเขายังกล้าใช้คำนี้อีกหรือ

“ผมขอโทษ สำหรับเรื่องที่แล้วมา” ชามินต์บอกว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว “ไม่ ผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากผมเด็ดขาด”

ชามินต์เรียกให้ รปภ.ช่วย โลแกนอ้างว่านี่เป็นเรื่องของสามีภรรยา รปภ.จึงต้องถอยไป โลแกนถามว่าเธอจะยอมไปกับตนดีๆ หรือจะให้อุ้มไป ชามินต์อายผู้คน จึงจำต้องเดินไปกับเขา

เมื่อมานั่งคุยกันที่สวนสวย โลแกนถามว่าตนเคยไปอยู่กับเธอ เธอเป็นคนที่ช่วยชีวิตตนใช่ไหม ชามินต์เมินมองไปทางอื่นบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ

“แล้วทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับผมตั้งแต่แรกที่เราเจอกัน”

“ฉันไม่ใช่จะไม่บอกคุณ ฉันพยายามจะบอก แต่คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายจำฉันไม่ได้ ไม่รู้ว่าจำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งจำไม่ได้”

“คุณคิดว่าผมเลวขนาดนั้นเลยหรือ”

“ฉันจะไปรู้ใจคุณได้ยังไง อยู่ๆคุณก็หายไปจากชีวิตฉัน ฉันออกตามหาคุณทุกวัน ไปทุกที่ที่คุณเคยไปกับฉัน เฝ้ารอด้วยความเป็นห่วงว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมา จะมีใครทำร้ายคุณรึเปล่า แต่เมื่อฉันเจอคุณอีกครั้ง คุณคือโลแกน ลู มหาเศรษฐีที่มองฉันด้วยแววตาว่างเปล่า”

เสียงชามินต์สะท้านสะเทือนใจจนโลแกนอึ้ง ถามว่า “แล้วทำไมไม่บอกผม หรือเล่าทุกอย่างให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา”

“คุณคิดว่าฉันจะเล่ายังไง ในเมื่อวันนั้น คุณมีทั้งลูก มีทั้งคู่หมั้น มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว ฉันจะบอกได้ยังไงว่าฉันเฝ้าตามหาคุณ เฝ้าคิดถึงคุณ รอคอยการกลับมาของคุณ” ชามินต์น้ำตาไหล โลแกนตื้นตัน... มองเธออึ้ง

โลแกนถามว่าระหว่างอยู่ด้วยกันเรารักกันมากใช่ไหม ชามินต์ลุกเดินหนีไม่ตอบ “ใช่....เราต้องรักกัน แล้วผมก็ต้องรักคุณมากด้วย” โลแกนนิ่งคิด นึกได้ร้องบอกด้วยความตื่นเต้นว่า “ใช่...ผู้หญิงที่ผมฝันถึงบ่อยๆ ก็คือคุณนั่นเอง” เขาโผกอดชามินต์จากข้างหลัง พร่ำพูดด้วยความเสียใจ “ผมขอโทษนะชามินต์ ผมขอโทษที่ผมจำคุณไม่ได้”

ทั้งสองกอดกันด้วยความสะเทือนใจและเข้าใจกัน โลแกนจูบหน้าผากเธอ ขอร้องให้เล่าได้ไหมว่า ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง “เล่าทุกอย่างนะ ผมอยากรู้เรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณ”

ชามินต์เล่าว่า เวลานั้นเขาจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหนแม้แต่ชื่อตัวเองก็จำไม่ได้ โลแกนถามว่าแล้วยังไงอีก

“จะยังไง ฉันก็มาเจอคุณอีกทีที่บ้านคุณน่ะสิ นอกจากจำไม่ได้แล้ว คุณยังทำตัวงี่เง่าเจ้าชู้อีกด้วย คุณชอบหลอกแต๊ะอั๋งฉัน แล้วก็พูดจาลวนลามฉันตลอดเวลา แถมยังมากอดจูบฉัน ทั้งๆที่จำฉันไม่ได้”

“นั่นผมไม่ได้แกล้งนะ มันเป็นความรักล้วนๆ ที่ผมมีต่อคุณ” ชามินต์ลุกไป โลแกนดึงเธอไปกอด “เดี๋ยวสิชามินต์ ให้อภัยผมนะ ตอนนี้ผมจำเรื่องของคุณได้หมดแล้ว ผมสัญญา ผมจะกลับไปเป็นโลแกนคนเก่าของคุณตลอดไป”

เมื่อโลแกนจำเรื่องราวได้ เขาขอโทษและขอให้เธออภัยด้วย เพียงเท่านี้ ความรักก็กลับมาอีกครั้งอย่างหวานชื่น

ooooooo

ที่บ้านเหว่ยซาน...เย็นแล้ว สาวใช้กำลังนวดเท้าให้นีล่าที่นั่งเหม่อคิดถึงที่เดนิสชวนหนีไปอยู่ที่อื่นด้วยกันสักพัก รอให้พ่อเธอหายโกรธแล้วค่อยกลับมา แต่เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้

เหว่ยซานเดินเข้ามาถามว่าตั้งแต่บ่ายถึงตอนนี้โลแกนยังไม่โทร.มาอีกหรือ เธอบอกว่ายัง เขาคงมีธุระสำคัญ เหว่ยซานไม่พอใจตำหนิว่าโลแกนทำอย่างนี้ไม่ไว้หน้าตนเลย ถามว่าโลแกนคุยรายละเอียดเรื่องแต่งงานหรือยัง นีล่าบอกว่ายัง

“ยัง! อีกสองเดือนก็ตรุษจีนแล้วนะ แกคิดว่างานแต่งงานมันเป็นเรื่องเล็กรึไง”

“ไม่ว่ายังไงพ่อก็จะให้หนูแต่งงานจริงๆใช่ไหมคะ” นีล่าถามอย่างคับแค้นใจ

“ทำไม อย่าบอกนะว่าแกยังหวังว่าฉันจะยกเลิกงานแต่งงานของแกกับโลแกน ฉันบอกแกได้เลย ให้ฉันตายก่อนแล้วแกค่อยหวัง” เหว่ยซานเดินออกไป นีล่าได้แต่ทุบเบาะอย่างคับแค้นใจ

พอเหว่ยซานเดินออกไป มือถือของนีล่าที่เขายึดไว้ก็มีสายเข้า พอเห็นที่จอโชว์หน้าเดนิส ก็กดรับถามเสียงเข้มว่าโทร.หานีล่ามีอะไรหรือ

เดนิสไหวตัวทัน บอกว่าจะโทร.บอกนีล่าว่าประชุมครั้งต่อไปวันพุธ เหว่ยซานกระชากเสียงขอบใจแต่วันหลังโทร.บอกตนโดยตรงได้เลยไม่ต้องโทร.บอกนีล่า

เดนิสกดปิดโทรศัพท์อย่างผิดหวัง เจ็บปวดนั่งคอตกอย่างหมดแรง

ooooooo

คืนนี้ โลแกนกลับมาห้องนอนคอลินด้วยหัวใจอิ่มเอิบเบิกบาน คอลินคอยฟังข่าวอยู่ พอรู้ว่าป๊ะป๋าง้อพี่ชาร์มแล้วก็ดีใจมากวิ่งไปบอกป้าหวาว่าป๊ะป๋ากับพี่ชาร์มดีกันแล้ว โลแกนบอกกับรูปไลลาในห้องนอนคอลินอย่างปลื้มปีติว่า

“หมอชาร์มเขาจะมาทำหน้าที่แม่ให้คอลินแทนน้องแล้วนะ ไลลา”

รุ่งขึ้น ชามินต์กลับไปทำงานที่โรงพยาบาล เธอขอโทษเดนิสที่วู่วามไปหน่อย

“ผมเข้าใจครับ แล้วก็ดีใจด้วยที่คุณกับโลแกนเข้าใจกันได้” ชามินต์ถามว่าเขากับนีล่าเป็นอย่างไรเห็นโลแกนบอกว่าเขาใจเย็นรอเวลา “ผมว่าคงจะลำบากครับ ผมไม่เห็นหนทางอะไรเลยที่ผมกับนีล่าจะได้อยู่ด้วยกัน นอกจากเราสองคนต้องหนีไปอยู่ที่อื่น”

“แต่ชาร์มว่าโลแกนคงจะมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้นะคะ”

“ผมก็ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นครับ” เดนิสตอบอย่างไม่มีความหวังนัก

ฝ่ายนีล่า เมื่อเหว่ยซานยึดโทรศัพท์ไปจึงขอยืมโทรศัพท์สาวใช้โทร.ถึงชามินต์บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย นัดพบกันที่โบสถ์ฟรานซิสซาเวียร์พรุ่งนี้สิบโมง

เมื่อไปพบกัน นีล่าขอร้องชามินต์ให้เลิกกับโลแกนบอกว่าตนอยากแต่งงานกับเขา ชามินต์ถามว่าแล้วเดนิสล่ะ?

“เรื่องของฉันกับพี่เดนิสมันเป็นไปไม่ได้จริงๆ และถ้าพวกเราไม่หยุดเรื่องนี้ คุณกับพี่เดนิสก็จะต้องตาย เพราะพ่อฉันทำได้ทุกอย่างถ้าใครขวางทางเขา เชื่อฉันนะคะ ไปจากพี่โลแกน ไปจากที่นี่ ฉันขอร้อง ฉันไม่อยากเสียพี่เดนิสไป”

“แต่โลแกนกำลังหาทางออกให้กับเรื่องนี้อยู่นะคะ”

“ไม่มีทาง ไม่มีใครช่วยเรื่องนี้ได้ นะคะ...รับปากกับฉันนะว่าคุณจะเลิกกับพี่โลแกน” เห็นชามินต์อึกอัก นีล่าขอร้อง “ฉันรู้ว่าคุณกับพี่โลแกนรักกัน แต่มันเป็นไปไม่ได้ เข้าใจไหมคะ เชื่อฉัน ไปเสียจากที่นี่ ลืมพี่โลแกนเสีย”

นีล่าลุกเดินออกไปไม่รอคำตอบ ชามินต์มองนีล่าเดินออกไปอึ้ง งุนงง เธอแหงนมองพระเยซูอย่างหวังเป็นที่พึ่ง...

ooooooo

อีกเดือนเดียวจะถึงกำหนดวันแต่งงานของโลแกน กับนีล่าแล้ว เหว่ยซานให้ลูกน้องส่งรายชื่อแขกที่จะเชิญมางานให้โลแกนดู เดนิสที่นั่งอยู่กับโลแกนถามว่าเขาจะแต่งงานจริงๆหรือ ไหนว่ามีแผนไง

โลแกนบอกว่าตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้แผนอะไร ถึงวันนั้นถ้ายังคิดไม่ออกก็ต้องแต่งไปก่อน ทำแค่เป็นละครตบตา เราไม่แต่งกันจริงๆ เดนิสตกใจถามว่าแล้วหมอชาร์มล่ะ นีล่าล่ะ เธอทั้งสองจะคิดอย่างไร

“นายไม่ต้องกลัวหรอก ถึงแต่งงานเข้าหอกันจริง ฉันก็ไม่นอนห้องเดียวกับนีล่าแน่ หรือว่านายไม่เชื่อใจฉัน”

“ฉันว่านายพยายามคิดหาหนทางออกดีกว่านี้ ให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายแล้วกัน”

โลแกนรับคำ ดูนาฬิกาแล้วขอตัว เดนิสถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าต้องไปรับแฟน เดนิสหงุดหงิดถามว่าสถานการณ์แบบนี้ยังมีอารมณ์สวีตหวานอีกหรือ โลแกนหยอกว่าอย่าคิดมากเกินเหตุเดี๋ยวความดันขึ้น หลิ่วตาให้แล้วรีบไป

“ไม่เข้าใจมันเลย ในสถานการณ์แบบนี้ มันยังมีความสุขอยู่ได้ไงเนี่ย” เดนิสส่ายหน้าอ่อนใจ

ooooooo

โลแกนปลอมตัวไปซื้ออาหารและผลไม้เอากลับมาทำอาหารกินกันที่ห้องชามินต์ เขาลงมือทำอาหารอย่างทะมัดทะแมง ชามินต์จะช่วย เขาบอกให้เธอไปนั่งรอที่โต๊ะดีกว่า

ทำซุปไก่เสร็จ ตักมากินกัน โลแกนวิดน้ำซุปจนเกลี้ยงชาม แต่ชามินต์กินเหลือ เขาถามว่าไม่อร่อยหรือไม่สบายเห็นหน้าเครียดๆ ชามินต์จึงเล่าให้ฟังว่าเมื่อเช้าพบกับนีล่า เธอขอร้องให้ตนเลิกกับเขาและไปจากที่นี่เสีย โลแกนถามว่าทำไม

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 10 วันที่ 22 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ