อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 11 วันที่ 2 มิ.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 11 วันที่ 2 มิ.ย.59

แต่ทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า! เมื่อเที่ยงแอบสะกดรอยตามมาขัดขวางไม่ให้เธอทำร้ายฟัก ขวดยาพิษถูกเขาปัดตกพื้นแตกกระจาย บุญมีโมโหมากจึงตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“ครั้งหนึ่งยังพอให้อภัย แต่นี่ถึงกับลอบเข้ามาเพื่อช่วยอีฟักเชียวรึ คิดว่าข้าไม่กล้าทำกระไรเอ็งอย่างนั้นรึ”

“ก็ทำซีขอรับ กระผมยอมให้คุณบุญมีฆ่ากระผมก็ได้ แต่กระผมจะไม่มีวันยอมให้พี่ฟักถูกทำร้ายอีกแล้ว”

คำท้าทายของเขา ทำให้บุญมีหมดความอดทน จะตบเขาอีกรอบ แต่ครานี้เที่ยงไม่ยอมอีกแล้ว



“อย่าเสียงดังมากนะขอรับ ผัวเมียตีกัน อายบ่าวไพร่มันบ้าง”

บุญมีกัดฟันกรอด ก่อนจะผละไปไม่เหลียวหลัง ทิ้งเที่ยงไว้กับฟัก ซึ่งมองอดีตทาสหนุ่มด้วยความข้องใจ ว่าเหตุใดถึงยอมมาช่วย และที่สำคัญ...เขามีแผนการใดร่วมกับบุญมีหรือไม่

ooooooo

ฟักรอดตัวอย่างหวุดหวิดอีกครั้ง ต่างจากเย็น ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะมีชีวิตกลับไปหรือไม่ พระมหาเทพเห็นว่าเย็นอุ้มแดงมาด้วย เลยคิดแผนจะวางยาเธอ เมื่อสาลี่รู้เข้า ก็ถึงกับหัวเราะเย้ยหยัน

“กะอีแค่นางทาสคนเดียวถึงกับต้องวางยาเลยหรือคะคุณพระ หากฉันมิได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู จะมิเชื่อเลย”

“หุบปากไปเถิดนะแม่สาลี่ ก็ไม่ใช่เพราะแม่สาลี่ดอกรึ เรื่องมันถึงได้บานปลาย จนลากลูกสาวท่านเจ้าคุณเข้ามาด้วย หากเอามาแต่นังเย็น ฉันก็คงไม่หนักใจเช่นนี้ดอก”

“จะมาโทษฉันคนเดียวได้อย่างไรเล่า ใครจะมีญาณหยั่งรู้ ว่านังเย็นมันจะสาระแนขออุ้มคุณแดง แลถ้าฉันไม่ทำ ก็ไม่มีโอกาสแล้ว แต่ถ้าคุณพระเกรงเด็กตัวเท่าเมี่ยงนัก ก็ปล่อยนังเย็นกลับไปเสียซีคะ”

“อย่ายั่วโมโหฉันนะแม่สาลี่ ที่ฉันต้องเกรง ก็เพราะมิรู้ว่าท่านเจ้าคุณจะมาตามลูกเมื่อใด แต่หากเป็นนังเย็นคนเดียว ท่านเจ้าคุณก็คงไม่กระไรกับทาสคบชู้นักดอก”

“เราหนีมาไกลไม่ใช่น้อย ใช่ว่าท่านเจ้าคุณจะตามมาเจอง่ายๆ แลหากคุณพระกลัว ก็เร่งมือเข้าเถิด”

“มิต้องบอกดอก ฉันลงทุนไปมาก มีรึ...จะปล่อยนังเย็นหลุดมือไปได้!”

แต่ถึงจะหวังไว้มากแค่ไหน แผนชั่วของพระมหาเทพและสาลี่ก็ต้องล่มไม่เป็นท่า เมื่อเย็นไม่หลงกล แต่แกล้งทำเป็นสลบ ก่อนจะฉวยโอกาสตอนคนเฝ้าเผลอ เอาไม้ตีหัวแล้วอุ้มแดงหนี แดงร้องไห้ไม่หยุด เย็นใจเสียมาก แต่ก็พยายามวิ่งเต็มกำลัง และเกือบจะถูกจับได้เสียแล้ว ถ้าพระยาสีหโยธินจะไม่โผล่มาช่วยทันเวลา!

พระมหาเทพกับสาลี่ซึ่งตามมาดูผลงานตัวเอง เห็นพระยาสีหโยธินนำกำลังนครบาลมาด้วยก็ตกใจมาก รีบหมุนตัวหนี โดยไม่รู้เลยว่าท่านเจ้าคุณหันมาเห็นหลังไวๆของทั้งสองพอดี แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร

เย็นเอาตัวเองปกป้องแดงอย่างเต็มที่ ก่อนจะโผซบอกอดีตสามีด้วยท่าทีหวาดผวา พระยาสีหโยธินถึงกับอึ้งไปอึดใจ ความโกรธเกลียดที่เคยมีต่ออีกฝ่ายเลือนหายจนแทบไม่มีเหลือ แต่ก็ยังทำใจกลับไปรักเธอฉันสามีภรรยาอย่างเดิมไม่ได้ เลยได้แต่ทำตัวนิ่ง และโอบปลอบจนเธอหายตกใจ

ฝ่ายพระมหาเทพกับสาลี่...วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ด้วยกลัวพระยาสีหโยธินจะตามมาทัน แต่เพราะไม่เคยสมบุกสมบัน สาลี่เลยทำท่าจะไปต่อไม่ไหว คุณพระหนุ่มนึกรำคาญ พาลหงุดหงิดใส่

“รอกระไรเล่าแม่สาลี่ หรืออยากถูกนครบาลจับให้งามหน้า”

“ใครเล่าจะอยากถูกจับ แต่ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คุณพระก็มีน้ำใจให้ฉันบ้างจะเป็นกระไร”

“ลงเรือลำเดียวกันงั้นหรือ ฉันเคยไปร่วมมือกับแม่สาลี่แต่เมื่อใด แลร่วมมือกันเรื่องกระไรรึ”

“พอจวนตัวก็คิดจะถีบหัวส่งรึ ก็เอาซี ฉันเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าหากฉันถูกจับขึ้นมา คุณพระจะรอดไปได้สักกี่วัน มิแน่ว่าเพลานี้คนของคุณพระอาจจะกำลังซัดทอดคุณพระอยู่แล้วก็เป็นได้”

คำขู่ของสาลี่ทำให้พระมหาเทพโกรธจัด คว้าคางเธอมาบีบแน่น ก่อนจะตะคอกเสียงเข้ม

“คนของฉัน...มันรู้ดีอยู่แล้ว ว่าถ้าซัดทอดมาถึงฉันจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง ส่วนแม่สาลี่ หากยังไม่รู้ ก็รู้ไว้เถิด มิใช่แต่เพียงแม่สาลี่เท่านั้น แม้แต่ผัวแม่สาลี่เอง ฉันก็ไม่เอาไว้ดอก คนอย่างฉัน ไม่มีวันยอมตายคนเดียวเป็นอันขาด!”

“นี่คิดจะทำร้ายท่านเจ้าคุณเชียวรึ ท่านเจ้าคุณเป็นเกลอเก่า แลช่วยเหลือคุณพระไว้มาก ยังคิดร้ายได้ลงอีกรึ”

พระมหาเทพยิ้มเหี้ยม ตอกกลับไม่ไว้หน้า “ก็เพราะเป็นเกลอเก่าน่ะซี หากเกิดกระไรขึ้นกับท่านเจ้าคุณ ใครเล่าจะนึกถึงว่าเป็นฝีมือฉัน แม่สาลี่ก็มิใช่คนโง่ ตรองดูเอาเองก็แล้วกัน”

ooooooo

พระยาสีหโยธินตามไปช่วยลูกสาวกับอดีตเมียน้อยทันเวลา แต่ก็พลาดโอกาสจะจับตัวคนร้าย เย็นพยายามช่วยเต็มที่ แต่ก็จำอะไรไม่ได้มาก นอกจากสิ่งที่ได้ยินจากพวกลูกน้องว่าตัวคนบงการอาจมียศถึงคุณพระ!

แต่พวกนครบาลกลับไม่คิดเช่นนั้น ด้วยไม่เห็นเหตุจูงใจ ว่าคนมียศถาบรรดาศักดิ์จะจับตัวทาสกับเด็กไปเรียกค่าไถ่ให้เสียชื่อเสียง แย้มไม่เห็นด้วยนัก และก็คิดว่าสามีคงคิดไม่ต่างกัน เห็นได้จากท่าทางครุ่นคิดของเขา

พระยาสีหโยธินคิดไม่ต่างกันจริงๆ ด้วยคาใจเรื่องชายหญิงสองคนที่เห็นหลังไวๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เจอเย็นกับแดงนัก และรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่จำไม่ได้ว่าสองคนนั้นคือใคร...

แย้มไม่รู้เรื่องสองชายหญิงปริศนา แต่ก็เดาว่าสามีน่าจะสงสัยสาลี่ เพราะมีแรงจูงใจมากที่สุด เลยอดไม่ได้จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับนมแสงเหมือนเคย

“ท่านเจ้าคุณไม่ได้พูดกระไรแม้แต่คำเดียว แต่ฉันรู้...ว่าท่านต้องคิด”

“แม่สาลี่มีชนักปักหลังเรื่องขโมยของ เพลานี้ก็มีหนี้พนัน ถ้าท่านเจ้าคุณจะสงสัยแม่สาลี่ก็คงไม่แปลกดอกค่ะ”

“ฉันเองก็สงสัย แต่ไม่เหมาะจะพูดออกไปให้ท่านเจ้าคุณหนักใจไปกว่านี้ แต่นม...พอจะช่วยฉันได้หรือไม่จ๊ะ”

นมแสงยิ้มอย่างรู้กัน “นมจะเอาข้อสงสัยเรื่องแม่สาลี่ไปพูดอ้อมๆกับนังม้วนเองเจ้าค่ะ ไม่ช้าไม่นานก็ต้องถึงหูคุณบุญมี คนมันชังน้ำหน้ากันอยู่แล้ว มีรึแม่บุญมีจะไม่ขยายความต่อ แม้ว่าแม่สาลี่จะไม่ได้กระทำ แต่ก็คงต้องแก้ตัวกันเหนื่อย โดยที่เราไม่ต้องเปื้อนมือเลย”

ด้านเย็น...แม้จะปลอดภัยกลับเรือน แต่ก็อดผวาไม่ได้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เพิ่งผ่านมา แต่ไม่ทันได้สรตะเรื่องใดๆ ก็ต้องรีบหลบข้างทาง เมื่อเห็นสาลี่นั่งเรือมากับเครา!

สาลี่ไม่รู้ตัวว่าถูกเย็นจับตามอง มัวหัวเสียใส่เครา ซึ่งเพิ่งช่วยเธอจากการหนีพวกนครบาล

“แผนการคุณสาลี่ล้มเหลวทุกทาง แล้วเรื่องหนี้สินจะทำอย่างไรต่อเล่าขอรับ”

“ผ่อนผันให้ฉันหน่อยเถิด อย่างไรฉันก็ไม่หนีพ่อเคราไปแน่”

“คุณสาลี่ก็แจ้งอยู่แก่ใจว่ากระผมคิดเช่นไร คราก่อนกระผมอาจจะหยาบหยามไปบ้าง แต่ใจที่กระผมมีให้คุณสาลี่นั้นเป็นเรื่องจริงนะขอรับ ถ้าคุณสาลี่ ไม่อยากถูกครหาว่าคบชู้ ก็เลิกกับท่านเจ้าคุณมาอยู่กับกระผมเป็นไร มิเพียงแต่ล้างหนี้ได้เท่านั้น แต่คุณสาลี่ยังเล่นพนันได้เท่าที่ต้องการอีกด้วย”

“ทิ้งผัวพระยามามีผัวนายบ่อนน่ะรึ ถ้าทำจริง ฉันคงโง่เกินคนแล้ว”

“ก่อนจะพูดให้เป็นห่วงรัดคอตนภายหลัง คุณสาลี่ลองตรองดูเถิดขอรับ เพลานี้...คุณสาลี่ยังได้รับความไว้เนื้อ เชื่อใจ แลยังเป็นยอดดวงใจของท่านเจ้าคุณเหมือนเดิมอยู่อีกรึ”

สาลี่ถึงกับชะงัก คำพูดของเขาแทงใจดำอย่างแรง เคราเลยฉวยโอกาสพูดทิ้งท้าย

“บางครา...เป็นหมาหัวเน่าก็ยังดีกว่าเป็นหางราชสีห์ไม่ใช่หรือขอรับ”

เคราพายเรือจากไปแล้ว ทิ้งสาลี่ให้ยืนหน้าเสีย เพราะรู้ตัวว่าไม่มีทางเลือกมากนัก โดยไม่รู้เลยว่าเย็นลอบมองตามห่างๆอีกทีด้วยแววตาสงสาร แต่ก็สมเพชเวทนาไปในตัว

ooooooo

สาลี่ยังไม่ทันหายกลุ้มเรื่องเครา ก็ต้องมาหัวเสียกว่าเดิม เมื่อเห็นแอบกับม้วนมีเรื่องตบตีกันหน้าเรือนของเธอ โดยมีบุญมีมองมายิ้มๆ ไม่คิดห้ามปรามและไม่คิดช่วยเหลือใดๆ

พระยาสีหโยธินได้ยินเสียงคนทะเลาะกันก็รีบมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นแอบกับม้วน เลยแกล้งหยั่งเชิง เพื่อดูท่าทีของสาลี่ เพราะสงสัยว่าเธออาจมีส่วนกับเรื่องที่เกิดกับเย็นและแดงเมื่อบ่าย

“นังแอบ...นังม้วนมันด่าแม่สาลี่ว่ากระไร”

แอบตั้งท่าจะพูด แต่ก็ยั้งไว้ เพราะคิดได้ว่าอาจนำความเดือดร้อนมาสู่เจ้านายสาว พระยาสีหโยธินเลยดักคอ

“ไม่พูด...ถ้ากระนั้นข้าจะพูดแทนให้ มันคงเปรย... ทำนองว่าแม่สาลี่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แลเคยขโมยของจนถูกจับได้มาก่อน จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับพวกโจรจับลูกข้าไปวันนี้ใช่หรือไม่”

สาลี่เริ่มใจไม่ดี เพราะสามีพูดเหมือนรู้อะไรมา แต่ไม่ทันโต้ บุญมีก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“นี่โจษกันให้อึงไปจนถึงหูท่านเจ้าคุณเชียวหรือคะ แหม...อีกไม่กี่วันคงรู้กันทั่วคุ้งน้ำกระมัง”

“ฉันไม่รู้เรื่องนะคะท่านเจ้าคุณ ถึงจะเป็นหนี้สินอย่างไร ฉันก็ไม่เคยคิดร้ายกับเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเจ้าคุณ”

ท่าทางลุกลี้ลุกลนของสาลี่ทำให้ท่านเจ้าคุณเริ่มมั่นใจว่าข้อสงสัยของตนอาจเป็นจริง แต่ก็เลือกจะไม่พูดต่อหน้าบ่าวไพร่มากมาย แต่เลือกจะตัดสินโทษของแอบกับม้วนแทน

“นังแอบกับนังม้วนมันฝ่าฝืนคำสั่งข้าก่อเรื่องวิวาท แต่เห็นแก่ว่าพวกมันเจ็บแค้นแทนด้วยนาย ข้าจึงไม่โบย แต่ให้เอาไปที่เรือนขังทาสสามวัน ดูทีรึ...ว่าล่ามโซ่ตีตรวนเดียวกันแล้ว จะรักกันขึ้นมาได้บ้างหรือไม่”

สองบ่าวสาวถูกลากตัวไปขังแล้ว สาลี่ละล้าละลัง แต่สุดท้ายก็ถลาไปดึงแขนสามี หวังแก้ตัวให้เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร โดยเฉพาะแดง แต่ความหวัง ก็พังไม่เป็นท่า เมื่อท่านเจ้าคุณตอกกลับอย่างรู้ทัน

“แม่สาลี่ไม่ตกใจแลสงสัยถามไถ่บ้างเชียวรึ ว่าเกิดกระไรขึ้นบ้าง...บางคราฉันก็ขลาดนัก ขลาดที่จะรับรู้ ความจริง แม่สาลี่อย่าได้พูดกระไรอีกเลย เพราะฉันไม่อยากรังเกียจเดียดฉันท์แม่สาลี่มากไปกว่านี้!”

จบคำก็ผละไป ทิ้งสาลี่ให้มองตามเครียดๆ ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อได้ยินถ้อยคำถากถางของบุญมี

“เห็นสารรูปนังเย็นแล้วไม่ใช่รึ อดใจอีกหน่อยเถิด แม่สาลี่จะไม่ต่างกับนังเย็นเลย”

บุญมีเดินแยกไปอีกคน สาลี่ได้แต่ยืนนิ่ง พลางครุ่นคิด เรื่องราวที่ผ่านมา รวมทั้งคำพูดทิ้งท้ายล่าสุดของเครา ซึ่ง แทงใจดำอย่างแรง ว่าเวลานี้...เธออาจไม่เป็นที่รักของสามีอีกต่อไปแล้วก็ได้

ooooooo

ปัญหาวุ่นวายในครอบครัวที่ถาโถม รวมทั้งหน้าที่การงานที่ทำท่าจะหยุดชะงัก ทำให้พระยาสีหโยธินท้อแท้ใจเหลือเกิน โดยเฉพาะเรื่องสาลี่ ซึ่งทำตัวเลวร้ายและน่าอับอายมากขึ้นทุกวัน

ภาพเย็นคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงกำลังนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น ทำให้เขาอดเสียดายลึกๆไม่ได้ หากไม่เกิดเรื่องมากมายก่อนหน้า เขากับเธอคงได้อยู่สุขสบายไปแล้ว และเขาก็คงไม่ต้องหน้าชื่นอกตรมเช่นนี้ เพราะมีเธอเป็นกำลังใจสำคัญแสนดีอย่างที่เคยเป็นให้เขามาตลอด

เย็นหันมาเห็นอดีตสามีก็ละงานที่ทำ คุกเข่าก้มหน้าด้วยท่าทางนอบน้อมเหมือนเคย ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด เลยตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้ทำ

“นับแต่นี้...เจ้าไม่ต้องคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงอีกแล้ว”

“ทำไมเล่าเจ้าคะ”

“เพราะเจ้าช่วยชีวิตลูกฉันไว้ ถือว่าได้ทำคุณ

ไถ่โทษแล้ว ไม่ควรต้องโดนประจานอีก”

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ”

เย็นยกมือไหว้ทั้งน้ำตา ดีใจหนักหนาที่ได้ปลดจากพันธนาการนี้ พระยาสีหโยธินถึงกับใจอ่อนยวบ แต่ก็ยังใจแข็ง แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา และให้ถือว่าเป็นการทดแทนบุญคุณ

“ฉันเป็นคนจดจำบุญคุณของคน แต่สิ่งใดที่ทำกับฉันไว้...ฉันก็ไม่ลืมเช่นกัน”

ท่านเจ้าคุณเดินจากไปแล้ว ทิ้งเย็นให้มองตามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สะเทือนใจยิ่งนักที่เขากับเธอต้องห่างเหินและหมางเมินต่อกันแบบนี้...แต่ก่อนที่จะได้คิดฟุ้งซ่านไปกว่านั้น อดีตเมียน้อยคนโปรดก็ได้ตกตะลึงมากกว่า เมื่อเห็นว่าฟักเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น และมีทีท่าว่าอาจจะขยับตัวได้เป็นปกติในไม่ช้า!

อาการของฟักไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แต่อาการของสาลี่กลับน่ากลัวมากกว่า และเย็นก็พอเดาความคิดของอนุภรรยาคนสวยได้ ว่าอาจเลือกหนทางลัด ยอมเป็นเมียน้อยเครา แลกกับหนี้พนันก้อนโต

และสิ่งที่เย็นคิดก็ไม่ผิดเลย เมื่อเห็นว่าสาลี่ลอบลงจากเรือนกลางดึก อดีตเมียน้อยคนโปรดไม่รอช้า ตามไปดักหน้า พร้อมกับเตือนสติด้วยความหวังดี

“คุณสาลี่เจ้าคะ...อย่าไปเลยนะเจ้าคะ คุณเคยรังเกียจบ่าว ดูถูกดูแคลนบ่าวเพราะบ่าวถูกหาว่าคบชู้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ แล้วมาเพลานี้ คุณสาลี่จะเดินซ้ำรอยบ่าวกระนั้นหรือเจ้าคะ”

“อีทาสชาติไพร่ กล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า คนอย่างข้ารึจะชั่วช้าอย่างเอ็ง ถ้าข้าจะทำ ข้าจะไปโดยไม่กลับมาอีก”

“แล้วคุณสาลี่ไม่รักท่านเจ้าคุณแล้วหรือเจ้าคะ”

สาลี่ขบกรามแน่น น้ำตาคลอเบ้า ทั้งรักและเสียใจ แต่ก็ทิฐิเกินกว่าจะยอมรับความจริง

“ท่านเจ้าคุณสิ้นรักข้าแล้วต่างหาก ถ้าจะต้องรอให้ถึงวันถูกเฉดหัว สู้ข้าไปเสียเองดีกว่า”

“แม้ว่าทางข้างหน้าจะมีหุบเหวลึก มองไม่เห็นก้นรออยู่กระนั้นหรือเจ้าคะ...”

ooooooo

สาลี่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเย็น แต่เลือกผละมาหาเคราถึงเรือนพักใกล้บ่อน เพื่อล้างหนี้ด้วยตัวเอง เคราดีใจมาก เดินนำอนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินเข้าห้องช้าๆ พร้อมสัญญาด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม

“คุณสาลี่คิดไม่ผิดดอกขอรับ มิเพียงแต่จะล้างหนี้เท่านั้น แต่กระผมสัญญาว่าจะเลี้ยงดูคุณสาลี่ให้สุขสบาย ไม่แพ้ยามอยู่กับท่านเจ้าคุณเลย”

เสียงปิดประตูห้องทำให้สาลี่กลัวจนตัวสั่น และก่อนที่อะไรจะเลยเถิดกู่ไม่กลับ ภาพและคำพูดเตือนสติของเย็นก็ลอยเข้าหัวอีกครั้ง อนุภรรยาคนสวยสับสนมาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้าของใกล้มือทุบหัวนายบ่อนจอมหื่น และวิ่งหนีกลับเรือนแบบไม่คิดชีวิต!

ผลการกระทำของสาลี่ ทำให้เคราตัดสินใจบุกถึงเรือนใหญ่ของพระยาสีหโยธินในเช้าวันต่อมา พร้อมกับแจ้งข่าวอันน่าอัปยศว่าอนุภรรยาคนสวยกู้เงินก้อนโต และยังไม่ได้ใช้หนี้

“แม่สาลี่ติดพนันพ่อเคราไม่ใช่รึ เหตุใดกลายเป็นการกู้ยืมทั่วไปได้”

“ข้อนั้น...เอาไว้พูดต่อหน้าตุลาการเถิดขอรับ แต่เพลานี้กระผมขอให้ท่านเจ้าคุณส่งตัวคุณสาลี่ให้กระผมด้วย ท่านเจ้าคุณได้ชื่อว่าเป็นคนเถรตรงนัก คงมิคิดปกป้องเมียตัวเองแล้วคดโกงกระผมดอกนะขอรับ”

“พ่อเคราไม่ต้องพูดดักคอกันดอก คนอย่างฉันผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าคิดเข้าข้าง ฉันคงไม่ให้พ่อเคราขึ้นมาเหยียบเรือนฉันแต่แรกแล้ว”

ท่าทางหัวเสียของพระยาสีหโยธินทำให้เคราย่ามใจมากที่เอาคืนสาลี่ได้ แต่ก็ต้องถึงกับพูดไม่ออก ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อแย้มโผล่มาขัดจังหวะ แล้วประกาศกร้าวจะใช้หนี้แทนสาลี่ทั้งหมด!

พระยาสีหโยธินไม่สบายใจนัก แต่ก็ขัดเมียหลวงไม่ได้ เช่นเดียวกับนมแสง ที่คิดว่าเงินสิบชั่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่แย้มกลับยิ้มบางๆ พร้อมกับบอกสิ่งที่คิด ว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยกำจัดเสี้ยนหนามให้เธอได้

“คุณหญิงคิดเช่นนี้ มันก็ใช่ล่ะเจ้าค่ะ...ต่อแต่นี้ท่านเจ้าคุณก็ยิ่งต้องเกรงใจคุณหญิงมากกว่าเดิม แลแม่สาลี่เองก็ยากจะสู้กับคุณหญิงได้อีกแล้ว เพราะถ้าไม่ได้คุณหญิง...ป่านฉะนี้อาจจะถูกจำคุกไปแล้วเสียด้วยซ้ำ”

“ฉันต่อสู้กับแม่สาลี่มานาน ผลัดกันแพ้ชนะมาเรื่อย คิดไม่ถึงว่าแม่สาลี่จะแพ้ภัยตัวเอง ผีพนันเข้าสิงจนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นับแต่นี้ไป...แม่สาลี่ไม่ได้อยู่ในสายตาฉันอีกแล้ว!”

สาลี่ก็รู้ดีว่าแย้มแผนสูงแค่ไหน ถึงยอมเสียเงินสิบชั่งเพื่อเอาชนะตนเช่นนี้ แต่แอบกลับตามไม่ทัน และคิดว่าเป็นโชคดีของเจ้านายสาวด้วยซ้ำ ที่คุณหญิงคนสวยคู่ปรับยอมใช้หนี้แทนให้

“โชคดีรึนังแอบ ให้ข้าตายดับลงไปประเดี๋ยวนี้ หรือต้องหาเงินทองใช้หนี้อ้ายเคราไปชั่วชีวิต ยังเจ็บน้อยกว่าต้องรับความเมตตาจากคุณหญิงเสียอีก”

อ่านละครเรื่อง นางทาส ตอนที่ 11 วันที่ 2 มิ.ย.59

ละครเรื่องนางทาส บทประพันธ์โดย วรรณสิริ
ละครเรื่องนางทาส บทโทรทัศน์โดย บทกร
ละครเรื่องนางทาส กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครเรื่องนางทาส ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครเรื่องนางทาส ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่องนางทาสได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ