อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 11 วันที่ 25 พ.ค.59

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 11 วันที่ 25 พ.ค.59

แม้จะเจ็บปวดปานหัวใจสลาย แต่นีล่าก็ตัดสินใจที่จะทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะปกป้องชีวิตของคนที่ตนรักทุกคนให้ปลอดภัย

เมื่อนีล่าออกจากห้องตรวจ โลแกนบอกให้รอตนก่อนแล้วตัวเขาเข้าไปในห้องตรวจ ถามเดนิสว่าเข้าใจกันดีแล้วนะ เดนิสสงสารนีล่า ถ้าถึงเวลาที่พ่อเธอถูกจับ เธอจะทำอย่างไร โลแกนถามว่าเขาบอกอะไรนีล่าบ้าง

“ฉันก็บอกแค่ว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นขอให้เธอเข้มแข็ง”

“ดีแล้ว นายบอกอย่างนั้น นายเองก็ต้องเข้มแข็งด้วย เข้าใจรึเปล่า”



โลแกนตบไหล่ให้กำลังใจ แม้เดนิสจะพยักหน้า แต่ก็ถอนใจเครียด...

ooooooo

สารวัตรเจียงไปสอบสวนเจนิส ฮุ่ย ที่โรงพยาบาลจนได้หลักฐานสำคัญที่จะโยงไปถึงเหว่ยซานที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้และกำลังทำเรื่องส่งให้อัยการแล้ว

โลแกนขอบคุณสารวัตรเจียง นัดเจอกันในวันแต่งงานของเดนิส จากนั้นเขาบอกชามินต์ว่าคราวนี้เหว่ยซานไม่รอดแน่ แต่ชามินต์ยังกังวลว่าคนอย่างเหว่ยซานจะยอมให้ตำรวจจับหรือ โลแกนมั่นใจว่าหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเหว่ยซานไม่อาจปฏิเสธได้แน่ เธอได้แต่ภาวนา ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี

ถึงวันแต่งงาน ในโบสถ์ที่เคร่งครึมและดูศักดิ์สิทธิ์ พิธีดำเนินไปตามขั้นตอน เหว่ยซานยิ้มแย้มสบายใจ แต่พวกโลแกนที่รู้กัน ต่างมองหน้ากันเป็นระยะเพื่อการปฏิบัติการเป็นไปตามแผน

จนถึงเวลาสำคัญที่บาทหลวงประกาศความเป็นสามีภรรยากัน โลแกนส่งสัญญาณให้ป้าหวาพาคอลินออกไป

บาทหลวงถามเดนิสว่าจะยอมรับชามินต์เป็นภรรยาหรือไม่ เดนิสตอบว่ายอมรับ บาทหลวงถามชามินต์ว่าจะยอมรับเดนิสเป็นสามีหรือไม่ ชามินต์เหลือบมอง โลแกน เขายิ้มให้และพยักหน้า ชามินต์จึงตอบ “ยอมรับค่ะ”

“บัดนี้ ขอประกาศให้คุณหมอเดนิสและคุณหมอชามินต์เป็น...”

“ช้าก่อนครับบาทหลวง” โลแกนขัดขึ้น ทุกคนตะลึงอึ้ง บาทหลวงถามว่ามีอะไรหรือ โลแกนประกาศกลางพิธีด้วยเสียงอันดังว่า “ผมขอคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ครับ”

เหว่ยซานตวาดถามว่าพูดบ้าอะไรโลแกน โลแกนบอกว่าตนไม่ได้บ้าแต่ตนคัดค้านเพราะหมอเดนิสกับหมอชามินต์ไม่ได้ยินดีที่จะแต่งงานกัน บาทหลวงบอกว่าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเขายอมรับ โลแกนบอกว่า

ทั้งสองถูกบังคับให้แต่งงานกัน บาทหลวงถามว่าจริงหรือ ชามินต์ตอบทันทีว่าจริง และเดนิสก็ชี้แจงว่า

“และที่เรายอมเข้าพิธีก็เพื่อที่จะจับตัวผู้บงการฆ่าพ่อผมและพ่อแม่โลแกน”

“และคนคนนั้นก็คือเหว่ยซาน” โลแกนชี้ตัว ถูกเหว่ยซานตวาดว่าพวกเขาพูดจาเหลวไหล “เรารู้หมดแล้วว่าคุณคือผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่ผมและคุณก็เป็นคนฆ่าไลลาน้องสาวผมด้วย”

เหว่ยซานโต้ว่าพวกเขากำลังกล่าวหาตนโดยไม่มีหลักฐาน นีล่าถามอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมมากล่าวหาพ่อตนซึ่งไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ เพราะพ่อเป็นเพื่อนรักของพ่อพี่ทั้งสองจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร

“นีล่า...พ่อเธอเป็นคนสั่งให้คนวางระเบิดเครื่องบินพ่อพี่กับพ่อโลแกน หลังจากนั้นไลลาก็ถูกฆ่าปิดปากเพราะรู้ว่าพ่อเธอเป็นคนสั่งการ”

ทั้งนีล่าและอาเหวินโต้ว่าไม่จริง เหว่ยซานถามว่ามีหลักฐานอะไรมากล่าวหาตน โลแกนบอกว่าเรามีหลักฐานรายละเอียดทั้งหมด เหว่ยซานท้าให้เอามาโชว์ ถ้ามีหลักฐานตนจะยอมรับผิด แขกในงานต่างเห็นด้วยให้เอาหลักฐานมายืนยัน จะได้รู้ว่าใครผิดใครถูก

การทุ่มเถียงท้าทายกันด้วยวาจาสิ้นสุดลง เมื่อคลากกับสารวัตรเจียงผลักประตูเข้ามา ตามด้วยเจนิส ฮุ่ยที่นั่งรถเข็นเข้ามา เหว่ยซานและอาเหวินตกใจตะลึง คลากประกาศว่า

“นี่คือสารวัตรเจียงแห่งกองปราบครับ และนี่คือเจนิส ฮุ่ย เธอเป็นภรรยาของแอรอน ลี นักข่าวที่ถูกฆ่าตายเมื่อสามเดือนก่อน เธอคือพยานที่ถูกฆ่า แต่โชคดีที่เธอรอดมาได้ ทำให้เรารู้ความจริงว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการสั่งฆ่าครั้งนี้คือคุณเหว่ยซาน”

เหว่ยซานเล่นแง่ว่าแค่ผู้หญิงคนเดียวไม่พอที่จะกล่าวหาตน อาเหวินก็หาว่านี่เป็นการจัดฉากปรักปรำท่านเหว่ย เจนิสโต้ว่า อาเหวินเป็นคนยิงแอรอนและตนที่หัว อาเหวินท้าว่าให้เอาหลักฐานมายืนยัน

“ถ้างั้นพวกคุณก็หันมาดูที่จอข้างหลังได้เลย” สิ้นเสียงโลแกน จอโปรเจกเตอร์ก็ปรากฏภาพจากกล้องวีดิโอในมือถือที่ตกกับพื้น เป็นภาพและเสียงร้องขอชีวิตของแอรอนกับเจนิสก่อนถูกอาเหวินยิงที่หัว

เหว่ยซานเถียงว่าไม่เกี่ยวอะไรกับตน นีล่าแย้งว่าพ่อก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เดนิสบอกเหว่ยซานว่ายอมรับและมอบตัวกับตำรวจดีกว่า

“ใช่ครับ ผมขอจับคุณข้อหาบงการฆาตกรรม” สารวัตรเจียงประกาศจับ

“ใครจะจับท่านเหว่ยต้องข้ามศพผมไปก่อน” อาเหวินและลูกน้องเหว่ยซานต่างชักปืนล้อมเหว่ยซานไว้

สารวัตรเจียงบอกให้ทิ้งปืนเสียเพราะตำรวจล้อม ไว้หมดแล้ว เดนิสก็ขอให้มอบตัวเสียเพราะทุกอย่างจบแล้ว

เหว่ยซานไม่ยอมจบ เขายิงใส่สารวัตรเจียง โบสถ์กลายเป็นสนามรบทันที ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันต่างบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน เหว่ยซานยิงโลแกนแต่คลากกระโดดขวางกระสุนเจาะกลางหลังเลือดทะลัก เดนิสโดดเข้ารวบตัวเหว่ยซาน ต่อสู้กันแต่เดนิสพลาดล้มลง เหว่ยซาน จะยิงถูกนีล่าโดดขวางตะโกน “ถ้าพ่อจะยิงพี่เดนิส พ่อต้องยิงหนูก่อน”

โลแกนเข้ารวบเหว่ยซานจากข้างหลัง อาเหวินเข้าไปรวบตัวโลแกนต่อยจนล้มตะโกนให้เหว่ยซานหนี เดนิสคว้าปืนแถวนั้นสั่งเหว่ยซานให้หยุด ถ้าหนีตนยิง

“พี่เดนิส ได้โปรดเถอะ อย่าฆ่าพ่อฉัน” นีล่าอ้อนวอน

ในการต่อสู้ที่ชุลมุนนั้น เหว่ยซานวิ่งมาจับ

ชามินต์ไว้เป็นตัวประกัน ขู่โลแกนว่า

“ทิ้งปืน ถ้าแกตามมา ฉันจะฆ่านังนี่” แล้วกระชากชามินต์ออกไปทางประตูด้านหลังหนีไป

ooooooo

เหว่ยซานหนีไปทางด้านหลังมองออกไปทางหน้าต่างเห็นตำรวจปิดทางออกไว้หมด เขาขู่ชามินต์ว่า หากเธอร้องจะฆ่าทิ้งทันที แล้วลากเธอกลับเข้าไปด้านในมองหาทางหนี

“ฉันว่าคุณมอบตัวเถอะ คุณไม่มีทางหนีรอดหรอก ตำรวจล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว”

“ถ้าฉันไม่รอด เธอก็คือคนแรกที่ต้องตาย”

ชามินต์หว่านล้อม ถามว่าเขาทำอย่างนี้จะเกิดประโยชน์อะไร ไม่สงสารนีล่าหรือ ถูกตวาดว่าไม่ต้องมาสั่งสอน

“ฉันไม่ได้สั่งสอนคุณหรอกค่ะ ฉันแค่เตือนสติคุณ ...ในชีวิตนีล่าเขามีคุณเพียงคนเดียวนะคะที่จะยึดเหนี่ยวไว้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดีหรือคนเลว แต่คุณก็คือพ่อของเธอ”

เหว่ยซานตะคอกว่าถ้าไม่หยุดพูดจะยิงหัวเธอเดี๋ยวนี้ แต่ชามินต์ยังคงพูดว่า

“คุณรู้ไหมคะ ฉันเกิดมา ฉันไม่มีทั้งพ่อและแม่ ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ทำไมเขาถึงทิ้งฉันไว้ที่บ้านเด็กกำพร้า แต่คุณมีลูกสาว คุณเลี้ยงดูทะนุถนอม ให้ความรักความอบอุ่นกับเขาทุกอย่าง แต่อยู่ๆวันนี้คุณกำลังจะทิ้งเธอเพื่อหนีความผิด แล้วปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่คุณทำไว้ทั้งหมดอย่างนั้นหรือคะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ฉันบอกให้หุบปาก” เหว่ยซาน ตวาดยกปืนจ่อ

“ยิงฉันเลยค่ะ เพราะครั้งนึงคุณก็เคยคิดที่จะฆ่าฉันเพราะกลัวว่าฉันจะแย่งโลแกนไปจากลูกสาวคุณ แล้วที่คุณกล้าทำแบบนั้น ก็เพราะความรักที่คุณมีให้กับนีล่าไม่ใช่หรือคะ” เหว่ยซานอึ้ง “เชื่อฉันเถอะค่ะ ถึงคุณจะต้องติดคุกไปตลอดชีวิต แต่อย่างน้อยนีล่าก็ยังรู้ว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่”

เหว่ยซานหน้าสลดกับคำพูดกินใจของชามินต์ เธอกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเศร้าสลดว่า...

“อย่าปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้เหมือนกับฉันเลยค่ะ...”

ooooooo

โลแกน สารวัตรเจียงและตำรวจวิ่งมาตามช่องทางเดินตามหาเหว่ยซานกับชามินต์ โลแกนตะโกนเรียก

“ชามินต์...คุณอยู่ไหน”

“ฉันอยู่นี่ค่ะ” ชามินต์เดินออกมา โลแกนถามว่าเขาอยู่ไหน พอเหว่ยซานก้าวออกมาเขายกปืนจ่อทันที นีล่ากับเดนิสตามมาถึง นีล่าร้องเรียกพ่อโผเข้ากอด คำแรกที่เหว่ยซานเอ่ยคือ พ่อขอโทษ...

สารวัตรเจียงเข้าไปแยกนีล่าออกมาแล้วควบคุมตัวเหว่ยซานเดินออกไป นีล่าร้องไห้เดินตาม เดนิสดึงเธอเข้าไปกอดไว้ ขณะเดียวกันโลแกนหันถามชามินต์ว่าเขาทำอะไรเธอหรือเปล่า พอเธอบอกว่าเปล่า เขาดึงเธอเข้าไปกอดถอนใจ

เดนิสไปส่งนีล่าที่บ้าน ถามว่าแน่ใจหรือที่ไม่อยากให้ตนอยู่เป็นเพื่อน นีล่าขอบคุณที่มาส่งบอกว่าตนอยากอยู่คนเดียว เดนิสจึงนัดพรุ่งนี้สายๆจะมารับเธอไปเยี่ยมพ่อ ยืนมองนีล่าเดินเข้าบ้านไป ถอนใจอย่างเป็นห่วง...

เมื่อเดนิสกลับถึงบ้านเขารีบโทรศัพท์ถึงนีล่า เธอเห็นรูปเดนิสที่หน้าจอ ได้แต่กำโทรศัพท์น้ำตาไหล วางโทรศัพท์ล้มตัวลงนอนร้องไห้ พึมพำขอโทษเขาแทนพ่อด้วย ฝ่ายเดนิสรอจนสายหลุด ไม่เฉลียวใจ คิดว่าเธอคงหลับไปแล้ว

โลแกนพาชามินต์กลับไปที่บ้านเขา ชามินต์เปลี่ยนชุดเจ้าสาวแล้วมานั่งคุยกันที่ห้องรับแขก โลแกนชมว่าเธอเก่งมากที่กล่อมให้เหว่ยซานยอมมอบตัว

“ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ เขาแค่รักและห่วงลูกสาวเขามากกว่าก็เลยยอมมอบตัว” เขาขอให้เล่าว่าเธอพูดอะไรบ้าง ชามินต์บอกว่าแค่เล่าเรื่องของตนให้ฟังเท่านั้น เขาคะยั้นคะยอถามว่าเรื่องอะไร “ฉันเคยเล่าให้คุณฟังแล้วตอนที่คุณเคยไปอยู่กับฉัน”

“แต่ผมจำไม่ได้นะ เล่าให้ผมฟังใหม่ซิ”

“ไม่ ถ้าคุณอยากรู้คุณต้องคิดให้ออกเอง”

“คุณนี่ขี้โกงจริงๆ” โลแกนดึงเธอเข้าไปกอด บอกว่าถ้าไม่เล่าจะจูบเธอเดี๋ยวนี้

“ป๊ะป๋าจะทำอะไรพี่ชาร์มครับ” คอลินมายืนมองตาแป๋วถามเสียงใส ชามินต์รีบบอกว่าไม่ได้ทำอะไร คอลินถามว่าจะจูบหรือ โลแกนถามหน้าตาเฉยว่าพ่อจะจูบแม่มันเป็นเรื่องธรรมดาใช่ไหม “ใช่ครับ จูบเลย ผมไม่มอง”

โลแกนเลยกอดทั้งชามินต์และคอลินแล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นถ่ายรูปหัวเราะกันอย่างร่าเริง...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เดนิสไปรับนีล่าตามนัด สาวใช้บอกว่าเธอออกไปแต่เช้ามืดแล้ว ไม่ได้บอกว่าไปไหนแต่สั่งให้ตุ๋นซุปไก่ให้หม้อหนึ่ง คงเอาไปให้ท่านเหว่ย เดนิสสงสัยว่าทำไมเธอไม่รอตน บอกสาวใช้ว่าถ้าเธอกลับให้โทร.หาตนด้วย

ที่แท้นีล่าไปเยี่ยมเหว่ยซานพร้อมซุปไก่แล้ว เธอมองพ่อในชุดนักโทษที่หน้าตาอิดโรย กินซุปได้ไม่ถึงสามคำก็วางช้อนบอกว่าไม่หิว

เหว่ยซานขอโทษนีล่าที่ทำให้ลูกต้องอับอายขายหน้าคนทั่วไป นีล่าพูดอย่างไม่ยี่หระว่า

“ไม่หรอกค่ะ หนูไม่อายใครหรอกพ่อ แล้วหนูก็รู้ว่าพ่อทำเพราะพ่อรักและหวังดีกับหนู”

“แต่สิ่งที่พ่อทำมันเลวร้ายเกินกว่าที่จะให้อภัย ถ้าหมอชามินต์ไม่เตือนสติ ป่านนี้พ่อก็คงยิงตัวตายหนีไปจากลูกแล้ว”

“ไม่นะพ่อ พ่อต้องไม่ทำอย่างงั้นนะ ถ้าพ่อตายหนูจะอยู่กับใคร ไม่ว่าพ่อจะเป็นยังไง จะเลวร้ายในสายตาใคร แต่สำหรับหนู พ่อก็คือพ่อที่รักและหวังดีกับหนูตลอดชีวิต สัญญากับหนูนะคะพ่อ ว่าพ่อจะไม่คิดสั้นจะไม่ทำร้ายตัวเอง นะคะพ่อ พ่อต้องมีชีวิตอยู่เพื่อหนู หนูสัญญาว่าหนูจะมาเยี่ยมพ่อทุกวัน”

ผู้คุมมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว นีล่าเดินจากมาน้ำตาอาบแก้ม ส่วนเหว่ยซานถูกผู้คุมจับหันหลังเดินกลับเข้าไป

นีล่าเดินร้องไห้ออกมา เจอเดนิสยืนรออยู่ เขาถามว่าท่านเหว่ยเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบสั้นๆว่า “ก็ดีค่ะ”

เดนิสถามว่าจะกลับบ้านเลยใช่ไหมตนจะไปส่ง เธอปฏิเสธ เขาบอกว่าวันนี้ตนไม่มีงานที่ไหน ชวนไปหาโลแกนกินข้าวเที่ยงด้วยกัน นีล่าบอกว่าอยากกลับบ้าน เดนิสจะไปส่ง เธอบอกว่ากลับเองได้แล้วจะผละไป เดนิสคว้ามือไว้ถามว่าทำไมไม่ให้ตนไปส่ง

“ฉันขอร้องล่ะพี่เดนิส ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากเจอใครทั้งนั้น”

ความขรึมเศร้าของนีล่าทำให้เดนิสจำต้องปล่อยมือ มองเธอเดินจากไปอย่างไม่เข้าใจและเป็นห่วง...

ooooooo

ชามินต์เอาช่อดอกไม้ไปเยี่ยมคลาก ขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตโลแกนไว้ คลากพูดตรงๆว่าที่จริงตนไม่อยากช่วยแต่ในสถานการณ์นั้นมันเป็นไปโดยอัตโนมัติมากกว่า

แต่ชามินต์ก็ขอบคุณ บอกว่าถ้าโลแกนว่างคงจะหาเวลามาเยี่ยม คลากไม่เชื่อว่าโลแกนจะมาเพราะรู้ว่าเขาเกลียดตนมาก ชามินต์เชื่อว่าคงหายโกรธแล้วเพราะรู้ความจริงเรื่องเขากับไลลาแล้ว

อ่านละครพิรุณพร่ำรัก ตอนที่ 11 วันที่ 25 พ.ค.59

ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ผลิตโดยบริษัท ยูม่า99 จำกัด
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทประพันธ์โดย กลิ่นเอื้อง
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องพิรุณพร่ำรัก ติดตามชมได้ทาง ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ