อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 พ.ค.59

อนุศนิยากำลังตากผ้าห่มอยู่ที่ราวแขวนหน้ากระท่อม ทำให้ศตวรรษมองไม่เห็นว่าอนุศนิยาอยู่ที่นั่น อนุศนิยาเดินออกมาจากราวแขวนผ้า เห็นศตวรรษรู้สึกตัวแล้วก็ตื่นเต้น “ตื่นแล้วเหรอ.. เป็นยังไงบ้าง”
ศตวรรษเห็นอนุศนิยาก็ตกใจ
“ผมฝันรึเปล่า ทำไมนุศมาอยู่ที่นี่”
“หลับฝันไปหลายคืนแล้ว พอเถอะ ตื่นซะที ไหนดูซิหายดีรึยัง” อนุศนิยาจับศตวรรษไปนั่งที่แคร่ แล้วเอามือแตะหน้าผากเช็คไข้ “ไข้หายแล้ว แต่หน้ายังซีดอยู่เลย ผอมไปด้วยนะ” อนุศนิยาปัดผมและสำรวจใบหน้าศตวรรษอย่างรักใคร่

ศตวรรษยังงุนงงกับสายตาของอนุศนิยาจึงดึงมือของเธอเอาไว้ “แล้วนุศมาทำไม”
“นุศสิต้องถามว่าคุณหนีมาทำไม ไม่ยอมรักษาสัญญา ยังไม่ทันครบสิบวัน ชิ่งมาได้”


“เพราะผมคิดว่า ผมมันไม่ดีพอสำหรับนุศ “
“ก็เลยทิ้งกันดื้อๆ? สุดท้ายกลายเป็นนุศที่ต้องขายหน้า เพราะขนาดทุ่มเงินให้ขนาดนี้ ยังซื้อใจคุณให้อยู่กับนุศไม่ได้”
“ผมไม่กล้าดึงนุศมาอยู่กับผมแล้วล่ะ เพราะผมไม่รู้แล้วว่าจะพานุศมาเจอกับอะไรแค่สิบวัน ผมยังทำให้นุศมีความสุขทุกวันไม่ได้”
“ถามนุศซักคำรึยัง ที่นุศต้องการอาจจะไม่ใช่ความสุขก็ได้”
“บางทีการที่นุศไม่แคร์ผมแล้ว มันอาจจะดีก็ได้ เพราะถ้าผมเกิดอะไรขึ้นกับผมอีก นุศจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ”
“เพราะอย่างนี้คุณถึงไม่เคยบอกว่าคุณกำลังถูกตามเก็บใช่ไหม ทำไมถึงคิดอะไรใจแคบอย่างนั้น ถ้าชีวิตมันยาก เราก็ยิ่งต้องผ่านมันไปด้วยกันให้ได้ ต่อไปยิ่งนุศกลัว คุณยิ่งห้ามถอดใจ”
“พูดอย่างกับจะยอมกลับมาอยู่กับคนอย่างผม? “
“นุศไม่สนว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันนานแค่ไหน รู้แต่แค่อยากอยู่กับคุณทุกวัน จะสุขหรือทุกข์ก็ช่างมัน นุศขอแค่นี้คุณให้นุศได้ไหม”
“แล้วนุศไม่อายที่สามีขายตัวใช้หนี้แล้วรึไง “
“ความจริงเป็นยังไง มีแต่เราที่รู้กันดี ชีวิตมันสั้น เอาเวลาเปลี่ยนความคิดคนอื่นมาอยู่ด้วยกันให้คุ้มค่าดีกว่าไหม”
“แล้วถ้าวันหนึ่งนุศเบื่อ นุศจะโยนผมทิ้งเหมือนที่บอกในคลิปรึเปล่า?”
“คุณก็รู้ว่านุศงกขนาดนี้ คิดว่านุศจะแบ่งคุณให้ใครได้ด้วยรึไง นอกจากลูกสาวเราแล้วผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีวันได้คุณไปเด็ดขาด” อนุศนิยาพูดพร้อมกับเข้าไปซบศตวรรษไว้อย่างหวงๆ
ศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็ดีใจ “ขอบคุณที่ยอมกลับมาหาผม”
“เราทิ้งทุกอย่างมาอยู่ด้วยกันที่นี่เถอะนะ นุศเหนื่อย นุศอยากพัก ไม่อยากทำอะไร นอกจากอยู่กับคนที่นุศรัก”
ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็ชื่นใจ จึงรวบตัวนุศมากอดและจูบลงบนหน้าผาก “ความจริงต้องขอบคุณโสมที่ทำให้ผมเกือบตาย เพราะมันทำให้ได้คุณกลับคืนมาไม่รู้ป่านนี้โสมจะเป็นยังไงบ้าง!”

บอดี้การ์ดพาโสมมิกามารอรถไฟเพื่อจะหนีออกไปทางใต้ โสมมิกาต้องสวมหมวกและแว่นดำอำพรางใบหน้า“คุณโสมรอตรงนี้ก่อนนะครับ”
โสมมิกานั่งลงที่ม้านั่ง มีลูกน้องคอยยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ไม่ให้สะดุดตา

อนุศนิยายังคงคุยกับศตวรรษ “ตำรวจกำลังไล่ล่า ถึงยังรอดอยู่ก็คงไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ถ้าเขารู้จักยอมรับความจริงเขาคงจะไม่ต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกกับความรักอย่างนี้ “

เด็กขายหนังสือพิมพ์เดินผ่านมา โสมมิกาเห็นรูปข่าวของตัวเองขึ้นพาดหัวอยู่ “ไฮโซตกอับถูกไล่ล่าข้อหาพยายามฆ่า” โสมมิกาหันหลบไม่กล้าสู้สายตาแม้กระทั่งเด็กขายหนังสือพิมพ์

ศตวรรษฟังสิ่งที่อนุศนิยาเล่า
“แต่บางทีที่โสมเป็นแบบนี้ก็อาจจะเป็นเพราะ ผู้ชายชอบอ่อย ที่ทำตัวใจดีกับใครๆไปเรื่อย”
“หึงผม แสดงว่า รักผมมาก” อนุศนิยาขยับตัวออกโดนแผลแต่ศตวรรษ “โอ๊ย...”
อนุศนิยารีบกระเถิบตัวเองออกอย่างเป็นกังวล “สงสัยเป็นเพราะซี่โครงหัก คงกอดไม่ได้แล้วล่ะ”อนุศนิยารีบลุกขึ้นหนี
ศตวรรษรีบโวย “อ้าว... จะไปไหน”
“อยู่ห่างๆ เอาไว้หายค่อยกอดกันนะ”
“กว่าฃี่โครงจะเข้าที่ตั้งเป็นเดือนนะ”
“นั่นแหละ...ก็รอไป” อนุศนิยาเก็บของจะลุกออกไป
“ไม่เอานุศ... อย่าเพิ่งไป ผมทนไหว ขอกอดให้หายคิดถึงก่อน” ศตวรรษบอกอ้อนๆ แล้วรีบคว้าแขนไว้
“ไม่ได้... ถ้าซี่โครงทิ่มปอด เดี๋ยวนุศเป็นม่าย”
อนุศนิยารีบดึงแขนออก ศตวรรษทำหน้าเหมือนจะขาดใจ อนุศนิยาไม่สนใจรีบหลุกหนีไป ศตวรรษยังเดี้ยงอยู่ วิ่งตามไม่ได้จึงได้แต่ส่งเสียงคร่ำครวญตาม
“โธ่...นุศ แค่นี้ไม่ตายหรอก... “

“สองปีต่อมา” ชยากรและนันทพลนั่งสัมภาษณ์ทีมรายการข่าวโทรทัศน์อยู่ที่หน้าศูนย์แพทย์ที่เกาะรอก
นันทพลเล่า “หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนไตกับน้อง ผมก็ไม่ต้องล้างไตอีก ตอนผมกลับบ้าน ผมเห็นคนที่บ้านรวบรวมเอาถุงน้ำยาทั้งหมดที่ใช้แล้วมาทิ้ง ผมถึงได้เห็นว่าครั้งหนึ่งผมเคยมีชีวิตอยู่ได้เพราะถุงน้ำยาพวกนี้”
ชยากรเสริม “ตอนนั้นเราเลยคิดกันว่าจะทำยังไงให้คนได้รับรู้เรื่องนี้ดี”

ที่ห้องฟอกไตในโรงพยาบาลรัฐซึ่งเต็มไปด้วยผู้ป่วยมากหน้าหลายตา มีลูกแพร์และเจ้าหน้าที่คอยดูแลคนไข้อย่างขยันขันแข็ง เสียงสัมภาษณ์ของชยากรยังคงดังต่อเนื่องมา
“มีคนป่วยจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตผูกติดอยู่กับถุงน้ำยาล้างไตพวกนี้ เพราะคนไข้แต่ละคนจะต้องล้างไตตกแล้วใช้น้ำยาเฉลี่ยวันละ 8 ถุงต่อวัน คาซ่าเลยต้องการจะเยียวยาด้วยการรับซื้อถุงน้ำยาที่ใช้แล้วพวกนี้คืนจากคนไข้ผ่านทางโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้คนไข้มีรายได้กลับมาจากรายจ่ายที่เป็นภาระ”

ที่วินโดว์ดิสเพลย์ของคาซ่าสตูดิโอ กำลังตกแต่งข้าวของเครื่องใช้ที่รีไซเคิลมาจากถุงน้ำยาพลาสติกที่ใช้แล้ว มีอนุกรกำลังสั่งการพนักงานให้จัดวาง
เสียงนันทพลเล่าต่อ “เรานำถุงน้ำยาล้างไตที่ใช้เสร็จแล้วมาทำความสะอาด แล้วนำมาดีไซน์เป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงชีวิตอีกหลายชีวิตที่กำลังป่วยอยู่ในขณะที่พวกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติไปวันๆ”
พนักงานพากันซุบซิบมองอนุกรที่เปลี่ยนมาเป็นคนเอาการเอางานอย่างชื่นชม

ชยากรและนันทพลพาทีมงานขึ้นมาถ่ายทำบนศูนย์แพทย์กลางทะเล ซึ่งทุกวันนี้เปิดให้บริการแล้วเต็มรูปแบบ ที่นั่นจึงมีห้อง และอุปกรณ์การแพทย์คอยให้บริการ ชยากรและนันทพลเดินนำทีมงานเยี่ยมชม เห็นชาวบ้านมาใช้บริการที่นั่นพอสมควร
ชยากรอธิบาย “รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จากถุงน้ำยาล้างไตของเรา เรานำมาซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์จนกระทั่งสามารถนำมาใช้เป็นทุนในการเปิดศูนย์แพทย์กลางทะเลของหลานเขยผม”
ศตวรรษเดินออกจากห้องตรวจออกมาเรียกคนไข้รายถัดไปด้วยตัวเอง บรรยากาศภายในศูนย์แพทย์นั้นเป็นไปอย่างเป็นกันเอง
นันทพลให้ข้อมูลเพิ่ม “ศูนย์นี้รองรับผู้ป่วยได้หลากหลาย เรามีโครงการรับผู้ป่วยฟอกไตเข้ามารักษา เพื่อหวังจะให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างคนปกติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

อนุศนิยาแบ่งส่วนร้านตรงท่าเรือของมาเรียมให้เป็นที่ขายกระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากถุงน้ำยา อนุศนิยาในชุดสาวชาวเกาะกำลังอธิบายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นันทพลสรุป “คนดำเนินการโครงการนี้ทั้งหมดก็คือลูกสาวของผม เขาพยายามที่จะให้ทุกคนได้รู้จักและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ป่วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนในครอบครัวคุณก็ตาม”

ชยากรกำลังนั่งดูสกู๊ปข่าวที่กำลังออนแอร์อยู่ในทีวีของร้าน ภาพในทีวีเป็นภาพที่เขากำลังให้สัมภาษณ์ปิดท้ายอยู่ที่เกาะ “การช่วยเหลืออาจจะไม่ได้มาจากการบริจาคเท่านั้น การรู้จักเลือกใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ก็สามารถทำให้เราแบ่งปันให้คนอื่นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีไปกับคุณด้วย”
ภาพจากรายงานข่าวในจอทีวีจบลง ม่านห้องลองชุดเปิดออก พร้อมกับมิรันตรีที่เดินออกมาในชุดเจ้าสาว ชยากรหันไปเห็นก็ตื่นเต้นมาก
พนักง่านเอ่ย “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ชยากรเดินเข้าไปหามิรันตรี “เห็นแล้วอยากแต่งซะวันนี้เลย”
“เว่อร์อีกละ”
“เว่อร์อะไร นี่รอมาสองปี จนเราเป็นตาเป็นยายแล้ว ลูกตัวเองยังไม่มี”
“ทำหน้าดีๆ ซิ” มิรันตรีหันไปหยิบมือถือส่งให้พนักงาน “รบกวนถ่ายรูปคู่ให้หน่อยนะคะ” มิรันตรีหันมาจัดชุดให้ชยากรที่ยืนข้างๆ กัน “บ.ก.บอกว่าถ้าเราประกาศแต่งที่เว็บเราเป็นที่แรก จะเลื่อนตำแหน่งให้มิเป็นบ.ก.ล่ะ”
“อ่อ ที่ยอมแต่งก็เพราะงานซินะ”
มิรันตรีจับหน้าชยากรให้หันไปมองกล้อง “ช่วยกันทำมาหากินหน่อยค่ะ”
“ได้!! งั้นเอาหวานๆ เลยนะ” ชยากรทำท่าเข้าไปโอบมิรันตรีเหมือนถ่ายพรีเว็ดดิ้ง
พนักงานนับ “พร้อมนะคะ... 1…2….”
ชยากรแกล้งหันไปหอมแก้มมิรันตรีฟอดใหญ่แบบไม่ทันให้ตั้งตัวตอนที่แชะรูปพอดี “เอาลงเว็บเลยนะรูปนี้ รับรองบ.ก.รักตายเลย” ชยากรหัวเราะเยาะ มิรันตรีเจ็บใจที่โดนชยากรหักหลัง

อนุศนิยากับมาเรียมเดินมาถึงที่หน้าศูนย์แพทย์ อนุศนิยาอุ้มน้องสตางค์ ลูกสาววัยเกือบสองขวบมาด้วย ในขณะที่มาเรียมนั้นกำลังท้องแก่ใกล้คลอดจึงเดินอุ้ยอ้ายเต็มที่
“นั่นอะไรน่ะ” มาเรียมชะงักมองไป เมื่อเห็นสาวๆ ในชุดชายหาดสุดเอ็กซ์ 3 คนดี๊ด๊าอยู่บนอาคารศูนย์แพทย์ อนุศนิยาเห็นสาวๆ แวะมาหาหมอกันเป็นว่าเล่นก็ไม่พอใจ มาเรียมกัดจิก “แห่มาดูหมอไตในตำนานกันอีกแล้วสินะ...หัวกระไดไม่เคยแห้ง” อนุศนิยาหึงลมออกหูมากเมื่อเห็นสาวๆ มาเกาะแกะศตวรรษถึงที่ มาเรียมชวน “ไป... วันนี้จัดมันให้หนัก“ มาเรียมบุกลุยเดี่ยวไป ส่วนอนุศนิยายืนหน้ามุ่ยอยู่
สาวคนหนึ่งกำลังอ้าปากให้ศตวรรษส่องคอให้อยู่ ศตวรรษลำบากใจมากเมื่อเธอเบียดหน้าอกเข้าสู้มาทางเขา แถมเพื่อนๆ สาวอีกสองคนก็ยังรอเอามือถือมาถ่ายรูปไปด้วยอีกต่างหาก ศตวรรษใช้ไฟฉายส่องคออย่างไม่วอกแวก ในขณะที่สาวๆ ก็แชะถ่ายรูปเขากันรัวๆ แอเซาะดี๊ด๊าเมื่อเห็นสาวๆ มากันตรึม
ปัง..... มาเรียมถีบประตูเปิดเข้ามา ทุกคนหันไปมองผงะ เห็นมาเรียมท้องโย้อุ้มน้องสตางค์ ท่าทางประมาณผีเสื้อสมุทร
สาวๆ วี้ดว้าย “ว๊าย.... “
มาเรียมประชด “ตัวอะไรมาเกยตื้นอีกล่ะ”
แอเซาะรีบแก้ตัวทันที “คราวนี้เจ็บมาจริงๆ ก้างปลานกแก้วตำคอ กำลังเขี่ยออกให้อยู่นี่ไงล่ะ”
“เขี่ยเหรอ?... มานี่... ช่วยเขี่ยให้” มาเรียมถีบเก้าอี้กระเด็นเพราะตั้งใจขู่ให้สาวๆ เผ่นหนี สาวๆ พากันกระเจิง ศตวรรษชินแล้วจึงไม่ตกใจเท่าไหร่ “เห็นหมอหล่อล่ะถ่อกันมาดู ไม่รู้เหรอว่าลูกเมียเขาก็มี” มาเรียมตั้งใจแอบอ้างเป็นเมียศตวรรษ ทำท่าเป็นเจ้าของด้วยการอุ้มลูกไปยืนท้องโย้อยู่ข้างๆ “พี่วรรษจ๋า วันนี้ลูกดิ้นหนักมาก สงสัยจะคิดถึงพ่อนะ นี่นมก็คัดด้วยจ้ะ พี่ช่วยดูให้ที” มาเรียมทำท่าแอ่นอกจะควักนมออกมาให้ศตวรรษตรวจ ทำเอาสาวๆ อึ้ง มาเรียมรีบตวาดไล่ “เอ๊า... จะมายืนขอส่วนบุญอะไรตรงนี้ ให้ลูกเขาได้อยู่กับพ่อมั่งเซ่ ส่วนชะนีกลับเข้าป่าไปนู่น” สาวๆ เผ่นแน่บลงไปข้างล่างทันที แอเซาะมองตามอย่างเสียดาย มาเรียมหันมาจิกศตวรรษ “เปลืองตัวตลอด รู้จักเอาตัวรอดบ้างไหมเนี่ย”
ศตวรรษเพลียกับมาเรียมจึงรีบไปอุ้มลูกมาไว้ “นุศล่ะ?”
“โกรธจนงอนหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ บอกให้พี่เอาลูกไปเลี้ยงเนี่ย... “
ศตวรรษได้ยินก็เป็นห่วงอนุศนิยามาก เขารีบโอ๋ลูกทันที “ไปง้อแม่นุศกันนะคะ” ศตวรรษอุ้มลูกลงไปตามอนุศนิยา
พอศตวรรษไปแล้ว มาเรียมหันไปเอาเรื่องแอเซาะ “มานี่เลยไอ้หัวงู พามาแต่ละคน อยากจะเดี้ยงเองใช่ไหม”
“โอ๊ะๆๆ ... เบาจ้ะ... เดี๋ยวลูกกำพร้า”
“ทีอย่างนี้มาสำออย เดี๋ยวเถอะ!!” มาเรียมยกมือจะตบ แอเซาะทรุดลงนั่งกลัวหงอ

ศตวรรษอุ้มลูกกล่อมจนหลับคาบ่าอยู่ที่กระท่อม แต่รอนานแล้วอนุศนิยาก็ยังไม่กลับมา ศตวรรษร้อนใจมากเพราะรู้ว่าอนุศนิยากำลังงอนอยู่ พอเห็นว่าลูกหลับแล้ว ศตวรรษก็รีบเอาวางในเปลที่ผูกไว้ แล้วเดินไปตามหาอนุศนิยา

ศตวรรษตามหาอนุศนิยาจนมาเจออนุศนิยามานั่งอยู่ที่ริมหาดไม่ไกลจากกระท่อมนัก อนุศนิยาหันไปเห็นศตวรรษเดินตามมาง้อก็ทำหน้าบึ้งไม่พอใจ
ศตวรรษลงมานั่งข้างๆ พร้อมกับโอบบ่าไว้ “กลับเถอะ มาทำอะไรตรงนี้”
อนุศนิยาสะบัดมือออก ไม่ยอมให้เข้าใกล้ “ผายปอดไปกี่เคสล่ะวันนี้”
“ไม่ได้ผายซักปอดเลยจริงๆ นะสาบานได้”
“งั้นพวกนั้นมาเสนอขายอะไรอีกล่ะ”
“เขาไม่ใช่เซลส์ขายเครื่องมือแพทย์หรอก ถึงใช่ ผมก็จะบอกว่าเราไม่มีเงินซื้อของพวกนี้”
“ให้รู้ก็ดีว่าคนคุมเงินตัวจริงน่ะอยู่นี่ ไม่ต้องไปทำสปอร์ต ใจดีกับเขาเลยนะ”
“ตกลงหวงเงินหรือหวงผมกันแน่ฮะ”
“ถึงทำการกุศล ก็ไม่ต้องทำตัวสาธารณะนักหรอกนะ”
“ผมก็มีจรรยาบรรณของผม นุศไว้ใจได้”
“ไม่แฟร์เลย... นุศทำงาน เลี้ยงลูกทุกวัน ส่วนคุณมีผู้หญิงมาติดทุกวัน”
“ก็ดีแล้ว... ผมหวง ไม่อยากให้นุศเจอใคร”
อนุศนิยายิ่งพูดยิ่งของขึ้น หงุดหงิดตัวเอง “ทำไมถึงกลายเป็นนุศที่เที่ยวไล่หวงเป็นอีป้าไปได้”
“ป้งป้าอะไร... ถ้าไม่นับเรื่องอึ๋ม ไม่เห็นมีใครสวยสู้นุศได้ซักราย”
อนุศนิยาหันมามองศตวรรษ รับไม่ได้ อนุศนิยากระโจนเข้าผลักศตวรรษล้มลงกับทราย แล้วเอาเข่ากดตัวไว้ “ไหน...ใครอึ๋ม... พูดใหม่ซิ”
ศตวรรษขำที่เห็นอนุศนิยาหึงโหด “เฮ่ย..นี่ หึงขนาดนี้เลยเหรอ”
อนุศนิยารู้ตัวก็พยายามควบคุมสติ ลุกออกจากตัวศตวรรษ “เราเจอกันก็เพราะคุณมาช่วยชีวิตนุศ นุศก็กลัวจะมีคนเก็บไปเคลิ้มเหมือนกันน่ะสิ”
ศตวรรษเข้ามากอดอนุศนิยาไว้ พยายามปลอบโยน “ไม่มีใครเขาใจง่ายอย่างนุศแล้วเชื่อสิ” เขาชี้ไปที่ต้นแขน “เดี๋ยวผมจะสักตรงนี้ว่า “คนนี้ของนุศ” ดีไหม ผู้หญิงที่ไหนเห็นจะได้ไม่กล้าเข้าใกล้”
“ไม่ต้องเลย”
“ทำไมงอแงจังวันนี้” อนุศนิยาหน้าบึ้งยังงอนอยู่ ศตวรรษเข้าไปหอมแก้มหนึ่งที “ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่บ้าทิ้งชีวิตมาอยู่เกาะกับผมหรอก”
“รู้ก็ดี!!”
“ผมมีแต่ตัวกับหนี้ เพิ่งรู้สึกมีค่าก็ตอนที่นุศมารักผมนี่แหละ หมาวัดตัวนี้รักเจ้าของมันมาก ต่อให้นุศจะดุจะตี ผมก็เต็มใจจะล่ามตัวเองอยู่กับเจ้าของคนนี้คนเดียวตลอดไป”
อนุศนิยาหันมามองศตวรรษ ศตวรรษมองด้วยสายตาเว้าวอนมาก อนุศนิยารู้ว่าคงหนีไปไหนไม่รอด สองคนกอดกันนั่งมองพระอาทิตย์ตกอย่างที่ทำด้วยกันทุกวัน

******อวสาน*****

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 12 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ