อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/2 วันที่ 3 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/2 วันที่ 3 พ.ค.59

“อย่าท้า!!!“ ชยากรเงียบ มิรันตรีอมยิ้ม “มิว่าเรามาแข่งกันดีกว่า ถ้าใครปีนไปถึงตรงนั้น” เธอชี้ไปที่แง่งหินสูงลิบแง่งหนึ่ง) ได้ก่อนกันเป็นผู้ชนะ คนแพ้ต้องเลี้ยงอาหารหรูๆ”
ชยากรกับมิรันตรีมองหน้าท้าทายกัน
ชยากรกับมิรันตรีสวมอุปกรณ์อยู่บนหน้าผา มิรันตรีคล่องตัวมากเพราะเคยฝึกมาแล้ว จึงปีนสูงขึ้นไปกว่าชยากร ชยากรปีนขึ้นอย่างยากเย็น
มิรันตรีหันมามองชยากร “ไหวรึเปล่า?”

ชยากรไม่ยอมแพ้ พยายามปีนขึ้นไป มิรันตรีขำ..แล้วก็ปีนต่อ แต่กลับพลาด...เกือบจะหล่น ดีที่คว้าแง่งหินไว้ได้ทัน แต่ก็ต้องพยายามทรงตัว ชยากรรีบอาศัยจังหวะนี้ปีนขึ้นไป จนมาเท่ามิรันตรี


“อามาช่วยมิเหรอ”
“เปล่า ตัวใครตัวมัน” ชยากรปีนขึ้นไปจนถึงจุดที่มิรันตรีชี้ มิรันตรีเหวอมากที่แพ้ “เยส...ฉันชนะเธอแล้ว เธอต้องเลี้ยง”
มิรันตรีเซ็งสุดๆ ชยากรหัวเราะชอบใจ
มิรันตรีมองเมนูในมือ แล้วก็ตาเหลือก ก่อนจะบ่นอุบ “โอ้โฮ.แต่ละอย่าง ราคาสามร้อยอัพ ตายแน่เรา! “
ชยากรที่นั่งตรงข้ามได้ยิน ก็อมยิ้มออกมาก่อนจะเรียกพนักงาน “ขออาหารชุด 2 ที่”
มิรันตรีชะงัก รีบดูเมนู “อาหารชุด...ชุดละ 2000 แม่เจ้า!” เธอเงยหน้ามองชยากร “ที่นี่รับเงินผ่อนป่าวอ่ะ”
ชยากรหัวเราะ “เธอไม่ต้องเลี้ยงฉันหรอก มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง“
“จริงเหรอ “
“ผู้ชายอกสามศอกให้ผู้หญิงเลี้ยงข้าวได้ไง”
มิรันตรีดีใจมาก “งั้นมิขอสั่งอย่างอื่นด้วยนะ”
ชยากรพยักหน้า มิรันตรีร่าเริงมาก ชยากรมองมิรันตรีแล้วก็ยิ้มออกมา

ศตวรรษกำลังขุดดินในสนาม ข้างๆ กันมีต้นกล้าขนาดเล็กของต้นไม้วางอยู่
อนุศนิยาเดินมาดู แปลกใจ “หายป่วยแล้วเหรอ”
“ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยดูแลผมทั้งคืน”
อนุศนิยาเงียบ ศตวรรษหันมาเอาต้นกล้าลงไปปลูกในดิน
“แล้วนั่นทำอะไร?”
“ปลูกต้นไม้ครับ”
“รู้แล้ว แต่อยากรู้ว่ามาปลูกต้นไม้ในบ้านฉันทำไม”
“ก่อนผมเกิด พ่อผมให้ของขวัญชิ้นแรกผมด้วยการปลูกต้นไม้ ผมก็เลยมีของขวัญที่โตมาพร้อมกับผมทุกปีๆ ถึงพ่อไม่อยู่แล้วแต่ของขวัญชิ้นนี้ก็ไม่หายไปไหน ผมก็เลยว่าจะเอามาปลูกให้ลูกเราไง” อนุศนิยาได้ยินศตวรรษยังติดใจเรื่องท้องอยู่อีกก็รู้สึกลำบากใจที่ศตวรรษเข้าใจผิดไปขนาดนั้น “สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทิ้งให้เขาไม่ใช่เงินทอง แต่ควรให้ที่พึ่งที่จะอยู่กับเขาไปจนถึงวันที่ไม่มีเรา ต้นไม้ต้นนี้จะโตไปพร้อมกับเขา ให้เขามีที่พึ่งพิงได้ตลอดไป”
อนุศนิยาเห็นศตวรรษเข้าใจจริงจังไปอย่างนั้นก็รู้สึกผิดพยายามจะบอก “นี่... เรื่องท้องน่ะ...”
“เราจะช่วยกันแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้ว่าเขาเป็นลูกใคร หลังจากนี้ผมจะยุ่งมาก แต่เราจะรีบจัดการเรื่องนี้ด้วยกันก่อนที่จะมีใครสงสัย”
“ไม่ต้องจัดการอะไรทั้งนั้น ฉันมีเรื่องจะบอก...”
“คุณนุศคะ” อนุศนิยากับศตวรรษตกใจเมื่อเห็นละไมเดินมาเรียก อนุศนิยาหงุดหงิดมากเพราะกำลังจะสารภาพเรื่องสำคัญ “มีอะไรหรือละไม ?”
“คุณท่านเรียกให้คุณนุศไปหา...เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
อนุศนิยาศตวรรษมองหน้ากันแปลกใจ

อนุศนิยาเข้ามาในบ้าน เห็นนันทพลกับอนุกรนั่งอยู่ด้วยกัน อนุกรก้มหน้าจ๋อยมากอนุศนิยาแปลกใจ “เล็ก!!!“ อนุศนิยาหันไปมองหน้าตาเคร่งเครียดของนันทพลก็เดาเอาว่าน่าจะรู้เรื่องแล้ว “คุณพ่อรู้เรื่องแล้วเหรอคะ “
“อื้อ พ่อนึกสงสัยอยู่ว่ามันหายหัวไปไหน ก็เลยให้คนไปสืบ จนรู้ความจริง ว่ามันไปทำระยำอะไรเอาไว้!!! พ่อก็เลยให้คนลากตัวมันกลับมา”
อนุกรแทบสะดุ้ง อนุศนิยายืนนิ่ง “ขอโทษนะคะที่นุศไม่ได้บอกพ่อทันที นุศกำลังคิดว่าจะพูดกับพ่อยังไง! เพราะนุศอยากแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง ไม่อยากจะทำให้พ่อต้องมาเครียดอีก”
อนุกรลุกขึ้นยืน หันขวับ “ไม่ต้องทำเป็นพูดเอาความดีเข้าตัว ผมไม่ซึ้ง”
นันทพลโมโห “ไอ้เล็ก!!!!“ อนุพรหันไป เจอนันทพลตบหน้าอย่างแรง อนุศนิยาตกใจ อนุกรชะงัก นึกไม่ถึง “แกนี่มันไม่น่าเกิดมาเป็นผู้ชาย ไปรับผิดชอบลูกเมียแกเดี๋ยวนี้”
“ทำไมต้องรับผิดชอบ จะใช่ลูกเล็กรึเปล่าก็ไม่รู้”
“ใช่ไม่ใช่ แกก็ต้องยืดอกพิสูจน์ ไม่ใช่มาทำตัวหมาๆ ชิ่งหนีอย่างนี้”
“ก็แล้วจะให้รับผิดชอบยังไง ให้แต่งงานกับเขา เล็กไม่เอาด้วยหรอกนะ”
“ลูกผู้ชายเขาก็เป็นกันแบบนี้ ถึงจะใช่หรือไม่ใช่ลูก แกก็จะต้องเลี้ยงดูเขาจนกว่าเด็กจะเกิดมา พอคลอดแล้ว ถ้าตรวจ DNA ว่าเด็กนั่นเป็นลูก แกจะต้องจดทะเบียนแต่งงานกับเขา แล้วรับผิดชอบชีวิตพวกเขาไปตลอดชีวิต”
“ตลอดชีวิต!! ถ้าจะต้องให้ชดใช้ตลอดชีวิต เล็กยอมตายดีกว่า”
“คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาก็เป็นกันทั้งชีวิตทั้งนั้น ถ้าแกอยากให้ลูกแกมีพ่อเลวๆ ไปตลอดชีวิตก็เชิญ”
อนุกรเจ็บใจมากที่ถูกมัดมือชกแบบนั้น

ที่หน้าห้องอาๆ มาแนบหูฟังอยู่หน้าประตู อนุกรกระชากประตูเปิดออกมาพร้อมอนุศนิยาเห็นทุกคนมาซุ่มฟังอยู่
นนทิย่าบ่น “นึกว่าจะได้เป็นยาย... อยู่ๆ ก็ได้เป็นย่า”
นันทนามองอนุกรอย่างหมั่นไส้ที่ทำให้เธอชวดเงิน “เกิดมาขัดลาภจริงๆ เด็กเวรนี่ “
นุดีเอ่ยเยาะๆ “แหม...อย่าสองมาตรฐานนักซี่ หลานเหมือนกัน คุณพี่ก็น่าจะให้เงินรับขวัญลูกตาเล็กบ้าง ทีลูกนุศให้ 30 ล้าน ให้ลูกเล็กซัก 3 ล้านก็ยังดี”
นาวิกาเปรย “แบบนี้เขาเรียกวิบากกรรม คนเราเลือกเกิดไม่ได้“
นนทิยาซ้ำเติม “จะบอกว่าเกิดมาเป็นลูกตาเล็กนี่เป็นกรรมของเด็กใช่ไหม”
อนุกรรับไม่ได้ที่ถูกทุกคนรุมกระหน่ำ “สะใจกันรึยัง? นี่มันก็กรรมของเล็กเหมือนกันละโว้ย ที่ต้องเกิดมาเจอญาติแร้งทึ้งแถวนี้” อนุกรหันมาโวยอนุศนิยา “ที่บอกจะช่วย นี่คือช่วยจับเล็กมาเชือดใช่ไหมเนี่ย” อนุกรเดินไป
อนุศนิยาเสียใจที่ทำให้ทั้งพ่อและน้องบาดหมางกันกว่าเดิม
“คุณพี่นี่อะไรก็ดี เสียอย่างเดียวเลี้ยงลูกเสียผู้เสียคน” นุดีหันมาเหล่อนุศนิยา “นี่ก็ใช่ว่าจะดี เชื่อสิ อีกไม่นานคงได้สร้างปัญหาให้คุณพี่สะเทือนไตอีกแน่”
อนุศนิยารู้สึกผิดที่คนอื่นๆ มาเยาะเย้ยครอบครัวเธอแบบนี้ แต่พอหันไป กลับตกใจยิ่งกว่า เพราะศตวรรษยืนอยู่ได้ยินทุกอย่าง ศตวรรษกำลังมือแน่นด้วยความโมโห
“นายวรรษ!!” ศตวรรษหันหลังจ้ำเดินออกไปทันที อนุศนิยารีบตามไปติดๆ “เดี๋ยว ฟังฉันก่อน!”
คนที่เหลือต่างหันไปมองเป็นตาเดียว
“เอ่า นั่นก็อีกคู่ นี่มันอะไรกันเนี่ย!! “ นันทนา นาวิกาถอนหายใจ แต่ นุดี นนทิยา สะใจ

ศตวรรษเดินเข้ามาในห้อง อนุศนิยาวิ่งตามขึ้นมา “นายศตวรรษ!ฟังฉันก่อน”
“คุณโกหกผมทำไม!!”
“ฉันไม่ได้โกหก แต่เรื่องของนายเล็ก มันเป็นเรื่องในครอบครัวฉัน ฉันก็เลยคิดว่านายไม่จำเป็นต้องรู้”
“ที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของคุณ ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเป็น แต่เพราะคุณไม่เคยให้ผมเป็นต่างหาก สนุกมากใช่มั้ย ที่เห็นผมเป็นไอ้ลูกหนี้น่าโง่ให้คุณหลอกได้”
“นายจะมาโกรธฉันได้ไง นายเป็นคนเข้าใจผิดเอง! คิดเอง เออเอง!ฉันบอกว่าไม่ได้ท้องนายก็ไม่เชื่อ”
“ใช่สินะ! คุณไม่เคยทำอะไรผิด ผมผิดเองที่ดันเสนอหน้าออกรับเป็นพ่อเพราะหวังดีเกินเหตุ” ศตวรรษเดินไปหยิบกระเป๋าขนาดเล็ก แล้วหยิบเสื้อผ้าใส่ลงไป
“จะไปไหน?”
“ลูกหนี้อย่างผมจะอยู่หรือไปมีผลอะไรกับชีวิตคุณด้วยเหรอ?” พูดจบก็จะเดินออกไป
อนุศนิยาอดทนไม่ไหวโพล่งสวนออกไป “นี่นายอย่าเพิ่งมาสร้างปัญหาให้ฉันตอนนี้ได้ไม๊ พ่อกำลังเครียด ฉันไม่อยากให้เขาเก็บเรื่องเราไปเป็นปัญหา นายก็เห็นว่ามีคนคอยทับถมพวกเราอยูานายไป...อาๆ จะต้องสมน้ำหน้า”
“สุดท้ายคุณก็ห่วงแต่หน้าตัวเองสินะ”
อนุศนิยาพูดไม่ออก เริ่มฉุน ต่างคนต่างมีทิฐิ เลยพูดเสียดแทงออกไป “พ่อฉันอุตส่าห์จ่ายตังค์จ้างนายมา นายจะรักษาหน้าฉันบ้างไม่ได้รึไง?... ก็ได้ฉันลดหนี้ให้หนึ่งงวดก็ได้!! สองล้าน ไปเก็บกระเป๋า แล้วลืมเรื่องวันนี้ไป”
“สรุปว่าคุณก็ยังคิดว่าผมทำทั้งหมดก็เพื่อเงินงั้นใช่ไหม?”
“ก็ถ้าไม่ใช่เงินแล้วอะไร? ถ้ายังไม่พอใจจะให้ฉันจ่ายเท่าไหร่นายถึงจะไม่เดินออกไป” อนุศนิยาพูดพร้อมกับเดินไปหยิบสมุดเช็ค
ศตวรรษแย่งสมุดเช็คมาแล้วโยนทิ้ง “คุณคิดว่าเงินคุณซื้อทุกคนได้รึไง? ฉลาดนักทำไมไม่คิดบ้างว่าผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีให้ผู้หญิงคนหนึ่งถ้าไม่ใช่เพื่อเงินแล้วมันเพื่ออะไร?”
อนุศนิยาอึ้ง!แต่รีบกลบเกื่อนความรู้สึกตัวเองเมื่อจับคำพูดของศตวรรษได้ว่าแฝงความรู้สึกอะไรบางอย่าง “ไม่ต้องมาพูดดีหน่อยเลย ที่มาดีกับฉันก็เพราะคิดว่าฉันจะใจอ่อนให้นายใช่ไหม?”
“แล้วที่คุณใจอ่อนให้ผมไม่ได้เพราะอะไร?” อนุศนิยาพูดไม่ออก รู้แต่ว่าจะหลวมตัวรักคนอย่างศตวรรษไม่ได้ “เพราะคิดว่าผมจน? ผมเป็นลูกหนี้? เพราะว่าผมไม่คู่ควร? ไม่สมศักดิ์ศรีคุณงั้นใช่ไหม? คุณถึงคิดว่าคุณจะทำอะไรกับคนอย่างผมก็ได้!!” อนุศนิยาดึงกระเป๋ามา ศตวรรษดึงกระเป๋ากลับ “เชิญนอนกอดเงินคุณไปเถอะ หรือเอาเงินสองล้านไปปิดปากอาๆ คุณซะก็ได้” ศตวรรษเดินเปิดประตูออกจากห้องไปไม่สนใจอนุศนิยา
“นายวรรษ...!”
ศตวรรษเดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าลงมา อังกาบกับชยากรเดินเข้ามาพอดี
“นั่นหมอจะไปไหนคะ?”
ศตวรรษอึดอัดใจ ได้แต่บอกเลี่ยงๆ “ถ้าคุณพ่อมีอะไรฉุกเฉิน โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ”
ชยากรแอบยิ้มพอใจเมื่อเห็นศตวรรษแพ้ภัยไปอย่างง่ายดาย
นนทิยาเดินผ่านมาเห็นศตวรรษกำลังจะออกจากบ้านไป “อุ๊ตะ... ร้าวฉานได้อีก มาดูนี่มา..” เธอรีบกวักมือเรียกพี่น้องคนอื่นๆ มา
สี่พี่น้องแห่กันออกมาดู นันทนาตกใจมากเมื่อเห็นศตวรรษจะไป แต่ศตวรรษไม่สนใจพยายามจะเดินฝ่าออกไป
นันทนารีบห้าม “นี่...จะไม่นอนบ้านอีกแล้วเหรอ? ไม่ได้นะนะคะหมอ...อย่าไป”
นุดีเหน็บ “อย่าเรียกว่าหม้อข้าวไม่ทันดำ ให้เรียกว่ายังไม่ทันจะเสียบปลั๊กดีกว่าไหม?”
นันทนาท้วง “ยังไม่ครบสามปี จะชิ่งไปได้ยังไง?”
ขยากรแย้ง “คนเขาไม่อยากอยู่จะไปกักขังหน่วงเหนี่ยวเขาไว้ทำไม”
นันทนารีบเสี้ยมศตวรรษ “ดู๊ดู..แมวมารอฉกปลาย่าง แลบลิ้นแผล่บๆ อยู่นั่น ไม่กลัวโดนงาบไปรึไงคะหมอ?”
นนทิยาเยาะเย้ย “แค่วืดเงิน 30 ล้าน ถึงกับถอดใจ อายที่ไม่มีน้ำยาเหรอจ๊ะ”
นาวิกาปราม “ปล่อยเขาไปเถอะน่า“
อนุศนิยาเดินออกมาจากห้อง ศตวรรษทนโดนอาๆ ตอแยไม่ไหว เขารีบออกจากบ้านไป
นนทิยาตะโกนตาม “ไปแล้วก็อย่าชักดาบล่ะ ล้างหนี้ให้หมดด้วยนะ”
นุดี นนทิยา หันไปเห็นอนุศนิยามายืนดูอยู่ก็พากันสะใจ
นุดีตอกย้ำ “โถๆๆ เห็นทีชีวิตแต่งงานของหลานนุศจะไปไม่รอดซะแล้วม้าง ลองเผ่นไปแบบนี้ กู่ไม่กลับแล้ว”
สีหน้าอนุศนิยาทั้งเสียใจและว้าวุ่นใจไปหมด

สองวันต่อมา อนุศนิยามาทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ประภากับใบเฟิร์นรีบประกบแล้วรายงานทันที
“คุณนุศคะ หมู่นี้คุณหมอมีพิรุธอะไรบ้างรึเปล่าคะ”
ประภาเสริม “ยายคุณโสมมกำลังเปิดตัวกิ๊ก ลงรูปในไอจีโครมๆ ว่าอินเลิฟอยู่เลยค่ะ”
ใบเฟิร์นรีบส่งมือถือให้ดู “ไม่ยอมเปิดหน้าผู้ชาย แต่มีรูปโนบราใส่เสื้อกาวน์เลื้อยอยู่บนเตียงด้วยนะคะ ทั้งส่อทั้งเสื่อมเลยค่ะ”
“คนงี้เดากันให้ฮึ่มว่าถ่านไฟเก่าสปาร์ครึเปล่า”
ในมือถือที่ใบเฟิร์นส่งมาเป็นรูปในมือถือให้ดู อนุศนิยาเหล่มองแล้วทำเป็นไม่สนใจ

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/2 วันที่ 3 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ