อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/3 วันที่ 3 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/3 วันที่ 3 พ.ค.59

“คนงี้เดากันให้ฮึ่มว่าถ่านไฟเก่าสปาร์ครึเปล่า”
ในมือถือที่ใบเฟิร์นส่งมาเป็นรูปในมือถือให้ดู อนุศนิยาเหล่มองแล้วทำเป็นไม่สนใจ
“คุณนุศต้องเฝ้าระวัง อย่าให้คุณหมอคลาดสายตาไปเด็ดขาดนะคะ เพราะทางนั้นรอฉกคืนอยู่เลยค่ะ”
อนุศนิยาเดินมาถึงห้อง เปิดประตูแล้วรีบหันกลับไปจ้องมองประภากับใบเฟิร์นที่กำลังสุมไฟให้ “เลิกเอาเรื่องไร้สาระมาใส่หัวนุศได้แล้ว ช่วยโฟกัสเรื่องงานให้ได้ครึ่งกับที่โฟกัสเรื่องชาวบ้านด้วยนะ” อนุศนิยาเหวี่ยงประตูปิดใส่หน้าประภากับใบเฟิร์น แล้วแอบเข้ามาสติแตกคนเดียวในห้อง “ที่รีบเก็บเสื้อผ้า เพราะจะหนีไปอยู่ด้วยกันละสินะ!!! กล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ”

มิรันตรีรับสายอนุศนิยา “แน่ใจเหรอว่าคุณวรรษจะกล้าทำขนาดนั้น”


อนุศนิยายังคงร้อนใจ จนไม่เป็นอันทำงานอยู่ในห้อง “โสมยังเคยส่งรูปมาเย้ยนุศเลยตอนที่เขาสองคนอยู่ด้วยกัน นี่เผลอๆ คงจะพากันย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกันที่บ้านแล้วรึเปล่าก็ไม่รู้”
“สงสัยก็บุกไปเช็คดูเลยซี่ จะได้รู้กันซะทีว่าคุณวรรษหายไปอยู่ไหน”
“เรื่องอะไร... ทำไมนุศต้องเที่ยวไปไล่ตามผู้ชาย ไร้สาระ”

อนุศนิยามายืนอยู่หน้าบ้านศตวรรษทันทีในเย็นนั้น เพราะอยากจะเข้าไปดูมากว่าศตวรรษมาค้างที่นั่นจริงไหม
อนุศนิยาแอบส่องดูรถในบ้านแล้ว ไม่เห็นศตวรรษหรือโสมมิกา อยากจะกดออดเข้าไปหาแต่ก็กลัวเสียฟอร์ม
“ถ้าเขาอยู่ด้วยกันจะทำยังไง“ อนุศนิยาลังเล จะกดออดหรือไม่กดดี “เข้าไป เขาก็ต้องคิดว่าเรามาตามหึงน่ะสิ” อนุศนิยารีบเผ่นขึ้นรถ
จันทร์กับชะมวงเพิ่งไปซื้อกับข้าวกลับมา เห็นอนุศนิยาขึ้นรถไป
“ฮึ่ย... นั่นคุณนุศนี่นา”
“มาทำไมหว่า?” จันทร์ตะโกนเรียก “คุณนุศ... คุณนุศขา... รอก่อนขา... อ้าวๆ “
รถของอนุศนิยาขับออกไปไม่ทันเห็นชะมวงกับจันทร์ที่พยายามวิ่งมาเรียกไว้ ชะมวงกับจันทร์เสียดายที่เรียกไม่ทัน
“เอ๊า.... คุณผู้หญิงก็อยู่ ทำไมคุณนุศไม่เข้าไป”

ทั้งบ้านกำลังนั่งทานข้าวเย็นกันอยู่
นันทพลหันมองอนุศนิยาที่หน้าตาเบื่อโลก “หมอหายไปไหน พ่อไม่เจอหลายวันแล้วนะ”
อนุศนิยาอึ้ง แต่ไม่กล้าบอกให้พ่อรู้ว่ามีปัญหาจึงโกหกไป “เขาไปเคลียร์งานค่ะ”
“ไปเคลียร์งานหรือไปเคลียร์ตัวเองกันแน่จ๊ะ”
อนุศนิยาตวัดสายตาไปเอาเรื่องนุดีที่พยายามจะฟ้องนันทพลเรื่องที่เธอแยกกันอยู่กับศตวรรษ
นันทพลสังเกตได้ “มีเรื่องอะไร?”
“แหม...ก็เขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่าหมอน่ะ.....” นันทิยายังไม่ทันได้พูดอะไร
นันทนาหันไปเห็นอนุกรพาจีน่ามาพอดีก็รีบตัดบท “อ้าว...นั่น เมียตาเล็กใช่ไหม”
อนุกรพาจีน่าเข้ามา จีน่าในชุดพนักงานของคาซ่าถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินตามอนุกรเข้ามาด้วย อนุกรแนะนำ ”นี่จีน่า...จะย้ายมาอยู่วันนี้”
จีน่ายกมือไหว้ทุกคน พวกอาๆ พากันเหยียดทันทีเมื่อเห็นจีน่า
นุดีแขวะ “นึกว่าเล่นเก้าอี้ดนตรี พอลูกเขยหาย ก็ได้สะใภ้มา”
อังกาบพยายามช่วยแก้สถานการณ์ “แล้วนี่ทานอะไรมารึยัง มาทานด้วยกันเลยนะ... ละไม”
ละไมแอบชักสีหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อจะต้องมารับใช้จีน่าเพิ่มอีกราย “โต๊ะเต็มแล้ว จะให้นั่งตรงไหนคะ”
จีน่าอึ้งเมื่อเห็นละไมชักสีหน้าใส่อย่างนั้น
นุดีเมิน “นั่งตรงไหนก็นั่งไปเถอะย่ะ ฉันไม่ชอบกินข้าวกับคนแปลกหน้า อิ่มพอดี”
“ขอตัวไปทำวัตรเย็นก่อนนะคะ” นาวิกาลุกขึ้นด้วย
นนทิยาลุกตาม “ไปด้วย ว่าจะแผ่เมตตามาให้พวกที่มาขอส่วนบุญแถวนี้”
อาๆ พากันลุกไป จีน่าหมั่นไส้เมื่อเห็นทุกคนรังเกียจที่จะร่วมโต๊ะกับพนักงานกับเธอ
อนุกรสวน “ที่พูดนี่คงหมายถึงตัวเองใช่รึเปล่า”
นนทิยาหันมาแหว “ไอ้เล็ก!!”
นันทพลลุกขึ้นหงุดหงิดที่ทุกคนมีเรื่องกัน “นี่มันอะไรกันนักหนา ไปเก็บกดอะไรมา อยู่พร้อมหน้ากันจะต้องมาฉะกันให้ตาย จะอยู่สงบสุขกันซักวันไม่ได้เลยใช่ไหม” นันทพลหงุดหงิดเดินหนีไป ทำเอาบรรยากาศแย่กว่าเดิม
นันทนาหันไปเหน็บจีน่าทันที “มาถึงก็ทำเขาบ้านแตกเลยนะเรา “ นันทนาลุกไป
เหลืออนุศนิยา ชยากร อังกาบอยู่ด้วยกัน อนุกรหันไปประชดใส่จีน่าทันที “นี่ไงล่ะ ครอบครัวสุขสันต์ของเรา อบอุ่นจะระอุเลยใช่ไหม”
จีน่าอึ้งไปเมื่อเห็นว่าชีวิตครอบครัวของอนุกรนั้นไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดเอาไว้

อนุศนิยากำลังจะเข้านอน แต่หลับไม่ลงเมื่อไม่เห็นศตวรรษอยู่ในห้องด้วยอย่างทุกที อนุศนิยาลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปที่พื้นตรงมุมที่ศตวรรษนอนประจำ อนุศนิยาหันไปเห็นหนังสือคู่มือคุณแม่สอดไว้ตรงโต๊ะหัวเตียง เธอหยิบมาแล้วคิดถึงสิ่งที่ศตวรรษคอยดูแลเธอก่อนหน้านี้ อนุศนิยาเริ่มคิดถึงสิ่งดีๆ ที่ศตวรรษคอยทำให้ เธอหันไปเห็นรอยก้นแก้วของน้ำปั่นที่ศตวรรษเอามาวางไว้ให้ทุกวัน รอยแก้วบนโต๊ะหัวเตียงทำให้อนุศนิยาอดใจหายไม่ได้
อนุศนิยากลัดกลุ้มลุกขึ้นเดินไปตรงจุดที่เธอทะเลาะกับศตวรรษวันที่ศตวรรษออกจากบ้านไป เธอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีตวันนั้น
ศตวรรษกำลังจะหิ้วกระเป๋าออกไป “คุณคิดว่าเงินคุณซื้อทุกคนได้รึไง? ฉลาดนักทำไมไม่คิดบ้างว่าผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีให้ผู้หญิงคนหนึ่งถ้าไม่ใช่เพื่อเงินแล้วมันเพื่ออะไร?”
อนุศนิยายืนมองตัวเองในวันนั้นโต้ตอบกับศตวรรษกลับไป
“ไม่ต้องมาพูดดีหน่อยเลย ที่มาดีกับฉันก็เพราะคิดว่าฉันจะใจอ่อนให้นายใช่ไหม?”
“แล้วที่คุณใจอ่อนให้ผมไม่ได้เพราะอะไร?.... เพราะคิดว่าผมจน ผมเป็นลูกหนี้? เพราะว่าผมไม่คู่ควร? ไม่สมศักดิ์ศรีคุณงั้นใช่ไหม? คุณถึงคิดว่าคุณจะทำอะไรกับคนอย่างผมก็ได้!!”
อนุศนิยานึกถึงคำพูดของศตวรรษทำให้อนุศนิยาเริ่มรู้สึกผิดที่เธออาจจะเป็นฝ่ายทำร้ายจิตใจของศตวรรษเกินไป
“หรือว่าฉันจะทำกับนายเกินไป”
อนุศนิยาเดินมาดูต้นกล้าของต้นไม้ที่ศตวรรษมาปลูกเอาไว้ หญิงสาวคิดถึงคำพูดตอนที่ศตวรรษมาปลูกต้นไม้
อนุศนิยา เข้าไปนั่งดูศตวรรษในวันนั้นปลูกต้นไม้อยู่ใกล้ๆ
“ก่อนผมเกิดพ่อผมให้ของขวัญชิ้นแรกผมด้วยการปลูกต้นไม้ ผมก็เลยมีของขวัญที่โตมาพร้อมกับผมทุกปีๆ ถึงพ่อไม่อยู่แล้วแต่ของขวัญชิ้นนี้ก็ไม่หายไปไหน ผมก็เลยว่าจะเอามาปลูกให้ลูกเราไง .... สิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทิ้งให้เขาไม่ใช่เงินทอง แต่ควรให้ที่พึ่งที่จะอยู่กับเขาไปจนถึงวันที่ไม่มีเรา ต้นไม้ต้นนี้จะโตไปพร้อมกับเขา ให้เขามีที่พึ่งพิงได้ตลอดไป”
หยดน้ำร่วงลงบนใบของต้นกล้า ศตวรรษตกใจเงยหน้าขึ้นมา หยดน้ำหยดนั้นคือน้ำตาของอนุศนิยาในวันนี้ที่เรียนรู้แล้วว่าศตวรรษคือคนที่ดีกับเธออย่างจริงใจ “ขอบใจนะ ขอบใจที่ทำให้ขนาดนี้” อนุศนิยาในวันนี้นั่งหงอยอยู่หน้าต้นไม้ที่ปลูกไว้ เพียงแต่วันนี้ไม่มีศตวรรษอีกแล้ว อนุศนิยาเสียใจที่เธอทำให้คนดีๆ อย่างเขาออกไปจากชีวิต
มิรันตรีถือซองเอกสารมาหาอนุศนิยา เธอแปลกใจเมื่อเห็นอนุศนิยากำลังนั่งซึมอยู่ตรงสวนตามลำพัง

อนุศนิยากับมิรันตรีมานั่งคุยกันอยู่ในสวน มิรันตรียื่นรูปถ่ายของโสมมิกาให้อนุศนิยาดู “โสมไปเช็คอินอยู่ที่โรงแรม มิไปตามสืบให้แล้ว คุณวรรษไม่เคยแวะไปที่นั่น รูปถ่ายที่ยายโสมลงเปิดตัวว่ามีรักใหม่ มันก็มโนเอาเองทั้งนั้น ทีนี้นุศก็สบายใจได้แล้วว่าคุณวรรษไม่ได้กลับไปหาโสมแน่ๆ”
“ขอบใจนะ อุตส่าห์ช่วยสืบให้ขนาดนี้”
“ก็เพราะมิรู้ว่านุศไม่กล้าลงมือมาทำอะไรแบบนี้น่ะสิ กลัวเสียฟอร์มที่เที่ยวหึงเขาใช่ไหม”
“เปล่านะ ไม่ได้หึง ก็แค่ไม่ชอบให้คนมาทรยศลับหลัง”
“โอย.... กับมิไม่ต้องปากแข็งนักได้ป่ะ นุศจะอายอะไรกับอีแค่จะยอมรับว่าชอบเขาเนี่ย”
“ถ้าชอบคนแบบนั้น นุศก็โง่ตาย”
“โง่ยังง๊ายยย ถ้าใจชอบก็บอกว่าชอบ เก็บรอยหยักในสมองไว้ใช้กับเรื่องอื่นดีไหม?”
“มิก็รู้ว่าเขามาแต่งกับนุศเพราะเงิน ถ้าหลวมตัวชอบเขา ก็เท่ากับนุศ...ใจง่าย “
“จนป่านนี้เพิ่งจะมารัก เขาไม่เรียกง่ายแล้วคุณหนู“
“มิไม่รู้หรอกว่าเขาเคยทำกับนุศไว้ยังไง ตอนเจอกันที่เกาะครั้งแรก นุศเคยเชื่อว่าเขาเป็นคนดีมาก แต่เขาก็ส่งรูปที่เกาะมาแบล็คเมล์นุศเพื่อให้นุศลดหนี้ให้”
“เดี๋ยว... เดี๋ยวนะ...รูปอะไร?”
“ก็รูปตอนที่นุศโดนมอมยาแล้วไปติดอยู่ที่เกาะกับเขาไง”
มิรันตรีตกใจตื่นเต้น รีบคว้ามือถือออกมากดรูปให้ดู “รูปนี้ใช่ไหม?”
“มิ...มิมีรูปนี้ได้ไง? นี่เขาส่งให้นักข่าวด้วยเหรอ?”
“โอย...มิเป็นคนส่งรูปนี้มาให้นุศเองนั่นแหละ ใช่คุณวรรษส่งมาแบล็คเมล์นุศที่ไหน รูปนี้มิซื้อมาจากคนบนเกาะ มีคนแอบถ่ายเอาไว้ ตอนนั้นเรายังไม่สนิทกัน มิก็แค่ส่งมาเตือนให้นุศรู้ตัวว่ามีรูปพวกนี้เท่านั้น คุณวรรษไม่ได้รู้ด้วยเลยว่ามีคนถ่ายเก็บไว้”
“ก็แปลว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบล็คเมล์นุศน่ะสิ”
“ถ้านุศติดใจแค่เรื่องนี้ มิยืนยันได้เลยว่าคุณวรรษเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย”
อนุศนิยาได้ยินอย่างนั้นก็ละอายใจมาก เพราะอคติที่เธอมีทำให้เธอไม่เคยมองศตวรรษในแง่ดีเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา หญิงสาวร้อนรน “แล้วอย่างนี้จะทำยังไงดีล่ะ”
“ถ้ามีสปิริต ก็ไปตามเขากลับมาเถอะนะ เขาก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน แค่ขอโทษซักคำมันไม่ทำให้ตายหรอก”

อนุศนิยาเดินรี่เข้ามาในบ้านเพื่อจะมาหาศตวรรษ
เสาวรสสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ ก็เจออนุศนิยาบุกมาที่บ้าน “อุ๊ย.... หนูนุศมาได้ยังไง”
จันทร์กับชะมวงเพิ่งตามอนุศนิยาเข้ามาทัน
“จันทร์พาเข้ามาเองค่ะ คุณนุศเขาก็เป็นคนในบ้านเราไม่ใช่เหรอคะ ไม่ใช่แขกซะหน่อย”
“แล้วหนูมาทำไม?
อนุศนิยาบอกแบบอ้อมแอ้ม ไม่กล้าพูดตรงๆ “นายวรรษอยู่ที่นี่รึเปล่าคะ?”
เสาวรสฟังไม่รู้เรื่อง “ห๊ะ.. อะไรนะ”
ชะมวงพูดแทนให้เพราะรำคาญ “โอย.. จะมาตามคุณวรรษก็บอกสิคะไม่ต้องอาย”
“เอ๊า... นี่ตาวรรษไม่ได้บอกหนูเหรอว่าเค้าไม่ได้อยู่ที่นี่”
อนุศนิยาอึ้ง “ไม่อยู่ที่นี่แล้วอยู่ไหนคะ?”
“ก็ทุกปิดเทอม วรรษเขาต้องลงใต้ แล้วเค้าหายไปจนป่านนี้นี่หนูไม่สงสัยเหรอว่าผัวหายไปไหน? โถ...ลูกชั้นเคยมีตัวตนในสายตาเมียบ้างไหม” เสาวรสทำหน้าเอือมระอา แล้วเดินไปเปิดลิ้นชักแบบหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ อนุศนิยารู้สึกผิด เสาวรสเอาเช็คมาหนึ่งใบ “ทีแรกก็นึกว่าหนูจะมาทวงหนี้ เอ้า...วรรษบอกว่าสิ้นเดือนให้แม่เอาไปให้ หนูมาแล้วก็รับๆ ไปเลยแล้วกัน นี่เงินผ่อนหนี้ของเดือนนี้นะ ไม่ใช่แค่จ่ายตรงเวลา จ่ายล่วงหน้าด้วยนะเห็นไหม” เสาวรสหันไปบอกสาวใช้ “พวกแกเป็นพยานนะ”
อนุศนิยาไม่สนใจเช็ค “เรื่องเงินไว้ก่อนเถอะค่ะ แล้วนุศจะติดต่อหมอวรรษได้มั้ยคะ?”
“ติดต่อไม่ได้ ต้องไปหาอย่างเดียว !!!” เสาวรสเดินเอาเช็คไปยัดใส่มือนุศ “แล้วเช็คเนี้ยก็เอาไปเลย..เดี๋ยวตาวรรษจะมาด่าแม่ได้ว่าไม่ยอมทำตามคำสั่ง..อ้อ อีกเรื่อง..ที่หนูหลอกตาวรรษเรื่องลูก หนูเล่นแรงเกินไป ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาไม่ทนหรอกนะแม่จะบอกให้”
“ไว้นุศจะเคลียร์กับเขาเอง นุศไปนะคะ“ อนุศนิยาเดินออกไป
จันทร์กับชะมวงมองตามอย่างแปลกใจ
ชะมวงทึ่ง “โอ้โห! เล่นบทโหดจังเลยค่ะ คุณผู้หญิงขาาา..คุณนุศจ๋อยไปเลย”
จันทร์เสริม “นึกว่าดูหนังแม่ผัวลูกสะใภ้”
“ทำกับลูกฉันสารพัด แค่นี้ยังเห็นด้านมืดของฉันน้อยไป”
ชะมวงกับจันทร์พากันตกใจ
อนุศนิยากำเช็คในมือ เดินมาที่รถ อนุศนิยามองเช็ค...นึกถึงตอนที่เถียงกัน
“ที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของคุณ ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเป็น แต่เพราะคุณไม่เคยให้ผมเป็นต่างหาก สนุกมากใช่มั้ย ที่เห็นผมเป็นไอ้ลูกหนี้น่าโง่ให้คุณหลอกได้”
“จนป่านนี้นี่หนูไม่สงสัยเหรอว่าผัวหายไปไหน? โถ...ลูกชั้นเคยมีตัวตนในสายตาเมียบ้างไหม”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/3 วันที่ 3 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ