อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/4 วันที่ 3 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/4 วันที่ 3 พ.ค.59

“ที่ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัวของคุณ ไม่ใช่เพราะผมไม่อยากเป็น แต่เพราะคุณไม่เคยให้ผมเป็นต่างหาก สนุกมากใช่มั้ย ที่เห็นผมเป็นไอ้ลูกหนี้น่าโง่ให้คุณหลอกได้”
“จนป่านนี้นี่หนูไม่สงสัยเหรอว่าผัวหายไปไหน? โถ...ลูกชั้นเคยมีตัวตนในสายตาเมียบ้างไหม”
“ผมรู้ฐานะของตัวเองดี ว่าที่แต่งงานกับคุณ เพราะอะไร ผมรับปากพ่อคุณไว้แล้วว่าจะช่วยปกป้องชื่อเสียงของคุณ และผมก็ต้องทำให้ดีที่สุด”
อนุศนิยากำเช็คไว้แน่น “ไหนบอกว่าจะคอยปกป้องฉันไง แล้วทำไมหนีฉันไปไกลขนาดนี้ หมอบ้า!!”

มิรันตรีเดินคุยโทรศัพท์อยู่กับอนุศนิยา ในขณะที่ชยากรกำลังมาทักทายศิลปินก่อนเข้าไปชมนิทรรศการภาพวาด สีหน้าของมิรันตรีดูมีความสุขมาก “ทุ่มทุนขนาดนี้แล้วอย่ากลับมามือเปล่าล่ะ พาสามีกลับมาให้ได้นะ” มิรันตรีวางสายแล้วเดินตรงไปหาชยากร ที่เดินมากับภัณฑารักษ์


“ถ้ายังไงเชิญคุณชยากรกับเลขาเข้าไปชมนิทรรศการทางด้านนี้นะคะ”
มิรันตรีงง “เลขา?”
ภัณฑารักษ์เดินนำไป มิรันตรีมองหน้าชยากรแบบไม่พอใจที่ใครๆ มองว่าเธอเป็นเลขาไม่ใช่แฟน
“เอาเถอะน่า“ ชยากรเดินนำแล้วโบกมือให้มิรันตรีเดินตามเข้าไป

ภายในงานแสดงภาพเขียน ชยากรกับมิรันตรีมาหยุดยืนที่หน้ารูปวาด สองคนยืนมองภาพอยู่ห่างๆ มิรันตรียังงอนอยู่เรื่องที่ถูกมองว่าเป็นแค่เลขาจึงยืนกอดอกหน้ามุ่ย ไม่มีอารมณ์สุนทรียะกับภาพตรงหน้าแต่อย่างใด
“เป็นเลขาแล้วเสียหายตรงไหน”
“ไม่เสียหาย แต่ไม่เข้าใจทำไมต้องบอกว่าเป็นเลขาหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
“เธอเป็นคนบอกฉันเอง ว่ายังไม่ตกลงให้ฉันเป็นแฟน แล้วฉันควรจะแนะนำเธอยังไงให้บอกว่า...นี่คือผู้หญิงที่กำลังเปิดโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ว่าจะเป็นแฟนเธอได้มั๊ยอย่างนั้นเหรอ”
“อุ่ย เออ มันก็ยาวเกินไปเนอะ “
“ทำหน้ายักษ์ขนาดนี้ เขาไม่คิดว่าเธอเป็นบอดี้การ์ดฉันก็บุญแค่ไหน” มิรันตรีหน้างอ “งอนเหรอ ฉันพูดเล่น” มิรันตรีก็ยังไม่พูด “อ่ะอ่ะ เดี๋ยวให้ของขวัญปลอบใจ เลือกเลย ชอบรูปไหน เดี๋ยวประมูลให้ “ที่รัก” รูปหนึ่งเลย”
มิรันตรีก็ยังไม่พอใจอยู่ดีที่ชยากรใช้วิธีนี้ปลอบใจ มิรันตรีจะหันไปโวย ภัณฑารักษ์เดินมาพร้อมนักข่าวกับช่างภาพพอดี “คุณชยากรคะ เดี๋ยวขออนุญาตให้แม็กกาซีนสัมภาษณ์เกี่ยวกับงานนิทรรศการนี้หน่อยนะคะ”
“ได้ครับ” ชยากรเดินเลี่ยงออกไปอีกด้านเพื่อไปให้สัมภาษณ์
มิรันตรียิ่งหมั่นไส้มากที่เห็นชยากรเต๊ะท่าวางมาด มิรันตรีหันไปหาภัณฑารักษ์ที่ยืนอยู่เพื่อหาวิธีแก้เผ็ดชยากร “ไม่ทราบว่ารูปไหนมีคนประมูลไว้แพงที่สุดคะ”
ภัณฑารักษ์พามิรันตรีมาชี้ไปที่รูปขนาดใหญ่สุดมุมห้อง “รูปที่มีคนประมูลไว้ราคาสูงสุดคือรูปนั้นค่ะ “
“คุณชยากรจะขอประมูลรูปนั้นในราคาอีกเท่าตัวนะคะ”
“ได้เลยค่ะ” ภัณฑารักษ์หยิบกระดาษรูปโบว์มาเขียนชื่อชยากร แล้วพามิรันตรีนำไปที่รูปนั้น
มิรันตรีไปถึงรูปวาดรูปนั้นพอดีกับที่โสมมิกาเดินมาถึงพอดี ภัณฑารักษ์ดึงชื่อผู้ประมูลเดิมออกแล้วติดชื่อ “ชยากร” และราคาลงไป
พอโสมมิกาเห็นชื่อของชยากรก็ตกใจ “อย่าบอกนะว่าชยากรเป็นคนประมูลรูปนี้”
มิรันตรีเห็นโสมมิกาก็รีบเย้ยทันที “ใช่... เขาให้ฉันเลือก แล้วเขาก็ประมูลให้”
“เขาจะมาทุ่มเงินให้เธอเพื่ออะไร?”
“ก็เพื่อมัดใจฉันไม่ได้รึไง?”
“เขาน่ะเหรอเอาคนอย่างเธอ? รสนิยมตกต่ำไปหน่อยไหม?”
ชยากรสัมภาษณ์เสร็จพอดีจึงเดินมาเห็นสองสาวกำลังมีเรื่องกัน
มิรันตรีแดกดัน “รสนิยมต่ำขนาดนั้นเขาก็ยังไม่เอาเธอ ช่วยพิจารณาตัวเองก่อนดีไหม”
“แอบอ้างเป็นแฟนไฮโซ เขาฟ้องหมิ่นประมาทเธอได้นะยะ โทษฐานที่ทำเขาเสียราคา คนอย่างชยาเขาไม่มีวันเอาคนบ้านๆ อย่างเธอ”
ชยากรได้ยินโสมมิกาดูถูกมิรันตรีอย่างนั้นก็ไม่พอใจ ชยากรรีบเดินเข้ามาปกป้องมิรันตรีทันที “มาหมิ่นประมาทแฟนผม ผมก็ฟ้องคุณได้เหมือนกัน”
โสมมิกาไม่คิดว่าชยากรจะเอาตัวเข้าแลกเพื่อมิรันตรี “นี่มันอะไรกันชยา..เปลี่ยนใจแล้วเหรอ? แล้วเรื่องหลานคุณ....”
“ตอนนี้มิรันตรีคือแฟนผม ...” ชยากรโอบมิรันตรี “ผมจริงจังกับมิ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้ผมลืมผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ได้ ผมขอทุ่มสุดตัว ประมูลรูปนี้ให้แฟนผมครับ “
ภัณฑารักษณ์ตื่นเต้น “ขออนุญาตถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้หน่อยนะคะ”
ช่างภาพมารุมถ่ายรูปชยากร มิรันตรีกับรูปวาด จนดันโสมมิกาออกไป
“ชยา เป็นบ้าอะไรของเขาเนี้ย”
ไม่นานมีไลน์เข้ามาในมือถือโสมมิกา “เรามีเรื่องต้องคุยกัน อีก 5 นาทีเจอผมที่มุมใต้บันได” โสมมิกามองชยากร
ชยากรเงยหน้าจากโทรศัพท์ มองมาที่โสมมิกา ก่อนที่ชยากรจะดึงมิรันตรีมาโอบถ่ายรูปด้วยกัน มิรันตรียิ้มมีความสุขสุดๆ

ชยากรเดินมาถึง โสมมิกาเดินมาดักหน้ารอ
“คุณคิดจะทำอะไรชยา ไหนว่าจะร่วมมือกันแยกคู่หลานคุณกับหมอวรรษไง? แล้วนี่อะไรทำไมมาคบยัยเฉิ่มนี่”
“ผมมีวิธีของผม “
“นี่คุณคิดจะคบยัยนั่นบังหน้าเหรอ?”
“เอาเป็นว่าเราต่างคนต่างทำในสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้ถึงเป้าหมายเดียวกันก็พอ” ชยากรเดินออกไป
โสมมิกามองตามยิ้มพอใจ พอจะเก็ทอะไรบางอย่าง

ด้านหน้าแกเลอรี่ มีนักร้องมายืนร้องเพลง La Vie En Rose พร้อมกับนักไวโอลินคนหนึ่งอยู่ มิรันตรีเดินออกมาจากแกเลอรี่ มีความสุขมาก พอมิรันตรีเห็นมีคนกำลังร้องเพลงโรแมนติคอยู่ เธอรีบหันหน้าเข้าหาชยากรทันที มิรันตรีจับมือของชยากรไว้ แล้วโยกตัวตามเสียงเพลงเหมือนจะชวนให้ชยากรอินกับเพลงไปด้วยกัน ชยากรเห็นคนทั่วไปมองมาที่คู่เขาที่กำลังสวีทกัน พร้อมกับยกมือถือขึ้นถ่าย ชยากรรู้สึกอายๆ ที่มิรันตรีแสดงอาการอินเลิฟออกนอกหน้าอย่างนั้น
“พอได้มาเป็นข่าวซะเอง สนุกใหญ่เลยนะ”
“ก็มิดีใจที่อากล้าเปิดตัวว่าคบมินี่นา สะใจตรงที่ได้ตอกหน้าโสมด้วย” มิรันตรีเดินต้อนชยากรให้เขาคอยโยกตามเสียงเพลงคล้ายๆ กำลังเต้นรำกันอยู่
ชยากรรู้สึกขัดเขินจึงฝืนๆ ตัวไว้ “ระวังจะถูกเขาเล่นคืนแล้วกัน”
“มิไม่กลัวหรอก แค่เราสองคนมีความสุข คนที่ทุกข์ก็จะมีแต่เขาที่ทนเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ พวกเราไม่ต้องทุกข์ร้อนอะไรแค่มีความสุขไปเรื่อยๆก็ทำให้เขาทรมานได้แล้ว”
“พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับฉันเป็นแฟนแล้วสิ “
“ยั๊งงงงง อย่ามาตู่นะอา มิไม่เบลอหลวมตัวรับอาเป็นแฟนง่ายๆหรอก”
ชยากรอมยิ้ม มิรันตรีรีบเปลี่ยนเรื่อง “ป่านนี้นุศฮันนีมูนกับหมอไปถึงไหนแล้วน๊า”
“มิว่าอะไรนะ?”
“นุศบินไปฮันนีมูนกับคุณวรรษที่เกาะที่เขาสองคนเจอกัน ถ้าเขาสองคนปรับความเข้าใจกันได้ คราวนี้อาจะได้เป็นตาแล้วนะ” มิรันตรีก้มลงไปซบชยากรต่อ
ใบหน้าของชยากรเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแม้ว่าเสียงเพลงนั้นจะหวานมาก

เรือสปีดโบ๊ทลำหนึ่งกำลังขับเข้ามาที่หาดตรงหน้ากระท่อม ศตวรษเป็นคนขับเรือลำนั้น
เท้าของแอเซาะวิ่งย่ำบนหาดทรายเพื่อมารอศตวรรษ แอเซาะโบกไม้โบกมือเรียกศตวรรษหน้าตาตื่น “พี่...พี่....!!”
ศตวรรษบนเรือสังเกตเห็นแอเซาะก็รู้ว่ามีเรื่องด่วนแน่ เราจะเห็นว่าใบหน้าของศตวรรษเริ่มมีหนวดเคราจางๆ และเริ่มคล้ำแดดอีกครั้งหลังจากที่มาอยู่ที่เกาะครบสัปดาห์ “มีอะไร”
“เกิดเรื่องแล้วพี่.... มาเร็ว!!!”

อนุศนิยาในมาดสวยพริ้งเต็มยศอยู่ที่ร้านของมาเรียม กำลังมีเรื่องกับคนขับเรือสปีดโบ๊ทที่จ้างมา “ไม่ได้โกหกนะ ฉันถูกล้วงกระเป๋าไปตอนไหนก็ไม่รู้ ถ้ารู้ก็ไม่เช่าเรือมาหรอก”
คนเรือโวย “แล้วไหนล่ะหมอผัวเจ้น่ะ ไปตามมาจ่ายสิ”
มาเรียมต่อว่า “นางตอแหลน่ะสิ มโนเอาว่าเป็นเมียพี่วรรษ พี่วรรษทั้งโสดทั้งซิง เขามีเมียที่ไหน”
คนเรือยิ่งโมโห “เอ๊า อีเจ้นี่ แถไปเรื่อย”
อนุศนิยาย้อน “ไม่ได้แถ รอเขามา เดี๋ยวเขาก็จ่ายให้เองล่ะน่า”
มาเรียมแขวะ “ลองพี่วรรษมา เดี๋ยวได้มีคนเงิบ”
แอเซาะพาศตวรรษเดินลัดเกาะมาอย่างกระหืดกระหอบ ทันทีที่ศตวรรษเห็นอนุศนิยาอยู่ที่ร้านก็ตกใจมาก
“อ้าว... นั่นมาละ” มาเรียมไปลากศตวรรษมา “พี่วรรษจ๋ามีคนมาแอบอ้างเป็นเมียพี่แน่ะ”
อนุศนิยาหันไปเห็นศตวรรษ ทั้งสองคนมองกันด้วยความคิดถึง ได้เจอกันอีกครั้งอนุศนิยาก็ตื่นเต้นมาก
“คุณนุศมาได้ยังไง?”
คนเรือซัก “เป็นผัวเจ้จริงรึเปล่า? เขาเหมาเรือมาแต่ไม่มีเงินจ่าย”
อนุศนิยาอธิบาย “ฉันโดนล้วงกระเป๋า นายเคลียร์ให้ก่อนได้ไหม”
ศตวรรษถาม “เท่าไหร่?”
มาเรียมท้วง “พี่จะไปออกให้มันทำไม? มันอ้างว่าเป็นเมียพี่หน้าด้านๆ คนอะไรไม่มียางอาย”
ศตวรรษรำคาญมาเรียมมากจนไม่อยากใส่ใจ หันไปหาคนเรือ “ถามว่าค่าเรือเท่าไหร่?”
“หนึ่งหมื่น”
ศตวรรษอึ้ง หันไปดุอนุศนิยา “นี่คุณนั่งเรือหรือขี่ยานอะไรมา?”
“ก็ฉันรีบ จ่ายๆ ไปเถอะน่า”
“ผมไม่มีเงินสดตอนนี้ พรุ่งนี้จะเอาไปจ่ายให้ที่ฝั่งละกัน”
มาเรียมไม่พอใจ “ได้ยังไง พี่ไปออกให้มันทำไม? จะพ่อพระไปไหน? โดนหลอกแล้วรู้ตัวไหมเนี่ย”
ศตวรรษรำคาญรีบตัดบท “มาเรียมนี่คุณนุศ...ภรรยาพี่”
มาเรียมอึ้ง “ภะ...ภรร...ภรรยา”
แอเซาะอุทาน “อูย...เทิดทูนกว่าเมียอีกนะ”
“ไปคุยกันหน่อยซิ” ศตวรรษเดินนำอนุศนิยาออกไปทางท่าเรือ หน้าตาเคร่งเครียด
มาเรียมมองอนุศนิยาแบบตาค้าง “ไม่จริ๊ง.... พี่วรรษนอกใจมาเรียมได้ไง หลอกให้มาเรียมรอ แล้วไปล่ออีนั่นเนี่ยนะ”

ที่ท่าเรือคนเรือออกเรือกลับฝั่งไป ในขณะที่ศตวรรษกับอนุศนิยามายืนเคลียร์กันตรงท่าน้ำที่ยื่นออกไปในทะเล มีแอเซาะกับมาเรียมคอยจับจ้องอยู่ แอเซาะต้องคอยล็อคตัวมาเรียมไว้ไม่ให้เข้าไปกวน
“มานี่ทำไม?”
อนุศนิยาบอกด้วยเสียงเหวี่ยงๆ “ก็มาตามนาย มาหลายวันแล้ว กลับเถอะ”
ศตวรรษแอบอึ้งไปนิดเมื่อรู้ว่าอนุศนิยามาตามเขา “นี่มา 'ง้อ' ผมเหรอ?”
อนุศนิยากลัวเสียฟอร์มรีบปฏิเสธเสียงแข็ง “เปล่า!! มาบอกให้กลับเฉยๆ”
“กลับทำไม 'คิดถึง' ผมเหรอ?”
“เปล่า!!! ก็แค่จะให้กลับ ก็เรายังมีภาระผูกพันแต่งงานกันอยู่ จะแยกกันอยู่ไม่ได้”
ศตวรรษหมั่นไส้ที่อนุศนิยายังออกคำสั่งฉอดๆ ไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกเลย “ยังไม่กลับล่ะ คุณอยากกลับก็กลับไป”
ศตวรรษเดินกลับเข้าเกาะ อนุศนิยาเดินตาม “นายวรรษ... จะไปไหน... ก็บอกให้กลับไปพร้อมกันไง”
ศตวรรษดุ่ยๆ เดินหนีกลับกระท่อม อนุศนิยาเดินตาม ผ่านหน้าแอเซาะกับมาเรียม
มาเรียมยังไม่วางใจ “ไม่เห็นเหมือนผัวเมียเลย ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพี่วรรษจะหลวมตัวกับอีชะนีหน้าวอกตัวนี้”
“จะว่าไปก็คุ้นๆ หน้านะ” แอเซาะนึกขึ้นได้ “เอ... นี่มันผู้หญิงที่เราถ่ายรูปได้คราวที่แล้วรึเปล่าวะ”
มาเรียมหันไปมองอนุศนิยาอีกที รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเพราะคราวนี้อนุศนิยาสวยขึ้นมาก “หนอยมันแผนสูงหลอกจับพี่วรรษ!! หลอกให้พี่วรรษรับผิดชอบมันสินะ ทั้งๆที่มันเป็นคนตามเข้ามา”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 12/4 วันที่ 3 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ