อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13[ตอนอวสาน] วันที่ 3 พ.ค.59

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13[ตอนอวสาน] วันที่ 3 พ.ค.59

“พอไม่อิจฉา ไม่อยากเป็นใคร พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นก็เลยได้กลับมา นี่สินะที่ด็อกเตอร์พยายามบอก พอใจกับที่เป็น พอใจกับปัจจุบัน”

ซุ่ยดีใจ ได้วิ่งออกจากบ้าน แม่ตกใจถามหลิวว่า “ประตูรั้วหน้าบ้านล็อกแล้วใช่ไหม!”

ซุ่ยวิ่งเท้าเปล่าไปที่สวนของเฮียป้อง พอเหยียบหญ้าที่พื้น ซุ่ยก้มมอง กางมือสุดแขนสูดอากาศเต็มปอด พูดอย่างมีความสุข “ถึงดินจะเปียก หญ้าจะแฉะ แต่ฉันก็รัก...กลิ่นปุ๋ยหมัก โอ๊ย...หอมจัง” แล้วมองไปรอบตัวยิ้มเต็มหน้า “ฉันพอใจกับทุกอย่างตอนนี้ ฉันมีความสุขมากที่ได้เป็นซุ่ย...นี่แหละ ปัจจุบันของฉัน ตอนนี้ฉันพอใจสุดๆ แฮปปี้ที่สุดเลย” แล้วซุ่ยก็แหงนหน้าขึ้นฟ้าตะโกน “ได้ยินไหมด็อกเตอร์...”



เมื่อได้กลับมาเป็นตัวเองและมีความสุข ซุ่ยก็อดคิดเป็นห่วงกอหญ้าไม่ได้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง...

ooooooo

นาทีที่เครื่องบินตกหลุมอากาศอย่างแรง กอหญ้าร้องกรี๊ด หลับตาปี๋ มือจับที่วางแขนแน่น

“กลัวเหรอครับ” เสียงอบอุ่นของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้นแล้วปลอบว่า “ไม่มีอะไรแล้วนะ”

กอหญ้าลืมตาขึ้น เห็นหน้าหล่อเท่ของชายหนุ่มเจ้าของเสียงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ถามตื่นๆว่า “คุณ...เป็นใครเหรอคะ”

“ผมชื่อแทนครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง แล้วบอกว่าที่นี่บนเครื่องบินที่กำลังบินไปลอนดอน กอหญ้าถามว่าตนไปลอนดอนทำไม ชายหนุ่มแปลกใจแต่ถามสุภาพว่า “อันนี้ให้ผมทายเหรอครับ”

กอหญ้าพยายามทบทวนความจำหยิบสมุดบันทึกขึ้นอ่าน จึงรู้ว่าตนกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ลอนดอน

ขณะนั้นกอหญ้าเห็นหลังกัปตันเดินผ่านไปแล้วหันมอง เขาคือ ดร.ถ้วยทองนั่นเอง! เขาหันมายิ้มลึกลับกับกอหญ้าแล้วเปิดม่านหายเข้าไปในส่วนที่แอร์เตรียมอาหาร พอปิดม่านก็มีแสงสว่างวาบที่พื้น แอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบไปเปิดม่านดูปรากฏว่าในห้องว่างเปล่า!

ป้องปกกลับมา เห็นซุ่ยใส่ชุดนอนอยู่ในห้องแล้ว เขาจะไปนอนข้างล่างเพราะคิดว่าซุ่ยยังเขิน ซุ่ยไม่ได้บอกว่าตนกลับมาแล้ว งอนที่ป้องปกทำตัวห่างเหิน เลยอาละวาดตะบึงตะบอนใส่บอกว่าเฮียไม่ต้องไปนอนข้างล่าง ตนจะไปนอนกับแม่เอง ป้องปกดูแล้วงง ถามตัวเองว่า “ตกลงนี่ใครกันแน่วะเนี่ย?”

ooooooo

ในเวลาอันแสนวิเศษที่ซุ่ยได้กลับมาเป็นตัวเองนี้ คมน์ที่มีความรักอย่างแท้จริงและให้อภัยแวนด้าทุกอย่างก็ได้กลับมาครองรักกันอย่างมีความสุข

รังสิตที่ตามง้อโรสที่มีความเชื่อมั่นตัวเองสูงและทำท่าไม่แยแสกับเขา ผลักไสไล่ส่งจนรังสิตถูกรถชนบาดเจ็บ กำแพงทิฐิของโรสก็พังครืนลง เธอเฝ้าดูแลเขาที่โรงพยาบาลไม่ห่าง จนรังสิตบอกว่า

“ขอบคุณที่ดูแลผมนะโรส ถ้าเจ็บแล้วมีคุณอยู่ตรงนี้มันก็คุ้มนะ”

ฝ่ายซุ่ย พอกลับมาเป็นตัวเอง รุ่งขึ้นก็จะไปทำงาน แม่กับม่าทักท้วงว่าเดี๋ยวไปหลับกลางทาง ซุ่ยบอกว่าตนหายแล้ว

“เฮียป้องมาพอดี ถ้าซุ่ยอยากไปทำงานก็ให้เฮียป้องไปส่ง” แม่เสนอ ซุ่ยยังงอนบอกแม่ว่าตนไปเองก็ได้ไม่อยากรบกวนเฮียป้อง เขาคงไม่สะดวก ป้องปกเข้ามาไหว้ลาแม่กับม่าจะไปทำงาน ไหว้เสร็จก็คว้ามือซุ่ยกึ่งลากกึ่งจูงไปที่รถ

“เฮ้ย!เฮียป้อง” ซุ่ยร้องถลาไปตามแรงลาก แม่กับม่ามองแล้วยิ้มกับสภาพของสองคนที่กลับมาเหมือนเดิม

เมื่อขึ้นรถแล้วซุ่ยบอกว่าถ้าไม่เต็มใจก็ปล่อยตนลงตรงนี้ก็ได้ วันนี้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยเดินไปได้สบาย

“ซุ่ยคนเมื่อวานไม่ขี้ประชดอย่างนี้นะ”

“งั้นย้อนเวลากลับไปไหมล่ะ” ซุ่ยกระแทกเสียงประชดหนักกว่าเดิม ป้องปกถามว่าตกลงว่าซุ่ยก็คือซุ่ย? “ไม่รู้ ไม่สรุปไปคิดเอาเอง ซุ่ยง่วง ซุ่ยจะนอน” แล้วพลิกตัวไปพิงกระจก ป้องปกถอนใจกับอาการพยศแบบ ซุ่ยคนเดิม!

เมื่อไปส่งที่ทำงานแล้ว ป้องปกบอกว่าเย็นนี้จะมารับ ซุ่ยบอกว่าไม่ต้อง

“พี่จะมา แล้วก็ต้องเจอด้วย” เขาจ้องหน้าพูดดุๆจนซุ่ยไม่กล้าเถียง

ส่วนแวนด้าไปหาชฎาขอถอนใบลาออก ขอโอกาสทำงานอีกครั้ง ชฎาบอกว่าไม่มีตำแหน่งว่าง มีแต่งานไม่มีตำแหน่งจะทำไหม แวนด้าตอบทันทีว่าทำ เจอซุ่ยก็ทำมือโอเคให้ วิ่งตามชฎาไปร้องดีใจว่า “แวนด้ารักเฟลอร์ไทยแลนด์ค่ะ”

รังสิตนัดโรสพบกันที่สวนสาธารณะบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย ธุระสำคัญของเขาคือ เขาจะต้องไปประจำที่สิงโปร์และขอเธอไปทำงานกับตน หน้าที่คือภรรยา เอ่ยขอเธอแต่งงาน โรสถามว่าเธอจะได้อะไรนอกเหนือจากที่เขาสาธยายอีกไหม

“คุณจะได้ความรักที่มั่นคงเป็นรักเดียวที่จะไม่มีวันผิดพลาดซ้ำอีก” โรสบอกว่าขอพิจารณาดูก่อน รังสิตกอดโรสไว้อย่างอ่อนโยนบอกว่า “ยังไงผมก็จะทำให้คุณตกลง” แม้โรสจะไม่พูดแต่มือที่กอดตอบรังสิตเป็นคำตอบที่มีค่ากว่าคำพูดใดๆ

ooooooo

ซุ่ยยังทำงานที่เฟลอร์ไทยแลนด์ แม้ฝันจะเปิดร้านดอกไม้ “บุษบา” แต่เมื่อยังไม่เป็นรูปเป็นร่างก็จะตั้งใจทำงานที่เฟลอร์ให้ดีที่สุด

วันนี้มีบรรยายที่ห้องประชุม แก๊งเม้าท์ที่ถูกตัดเงินเดือนเพราะวันๆเอาแต่เม้าท์นินทาคนโน้น สาระแนเรื่องคนนี้ไม่เป็นอันทำงาน วันนี้จึงวิ่งแซงกันไปเข้าห้องประชุมบอกว่าต่อไปนี้ทุกกิจกรรม ทุกคำสั่ง เราต้องเต็มที่เพื่อเงิน เอ๊ย...เพื่องาน

ซุ่ยเข้าไปฟังบรรยาย เมื่อยังไม่ถึงเวลาจึงเอากระดาษมาพับฆ่าเวลา รังสิตเดินเข้ามานั่งข้างๆทักว่าชีวิตแต่งงานต้องดีแน่ๆ เพราะดูเธอสุขภาพดียิ้มแย้มแจ่มใสดี ถามว่าพับอะไรอยู่เหรอ ซุ่ยบอกว่าพับแมลงปอ รังสิตบอกว่าที่เคยสอนพับดอกกุหลาบให้นั้นตนลืมแล้ว ซุ่ยบอกว่าพับอย่างอื่นก็ได้แต่ไว้วันหลังเพราะวันนี้ด็อกเตอร์จะบรรยายแล้วตนขอตั้งใจฟัง

ซุ่ยวางมือจากพับกระดาษ ฟัง ดร.ถ้วยทอง บรรยายบนเวทีอย่างตั้งใจจริงๆ

“โสเครติสกล่าวไว้ว่า โลกนี้มีคุณเพียงคนเดียว นั่นก็เพราะโลกนี้ไม่อาจหาใครอีกคนที่เหมือนคุณได้แล้ว คุณคือคนพิเศษ มีลักษณะจำเพาะ แม้จะไม่ได้เลิศเลอที่สุด แต่ก็ไม่มีทางที่ใครจะเหมือนคุณแน่นอน ต่อให้เขาพยายามเลียนแบบก็ตาม ในเมื่อคุณมีเพียงคุณ แล้วทำไมคุณถึงไม่รักตัวตนของคุณล่ะ มองตัวเองดีๆ ชื่นชมในสิ่งที่คุณมี บางอย่างอาจเป็นความสามารถที่คุณมองว่าเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน แต่มันก็คือพรสวรรค์ที่จักรวาลสร้างสรรค์มาให้คุณ”

ดร.ถ้วยทองมองไปรอบห้องประชุมแล้วมาหยุดที่ซุ่ยเหมือนจงใจพูดกับเธอ

“อย่ารอจนถึงวันที่ไม่มี แล้วนึกเสียดายสิ่งที่เคยมี โปรดจงมองเห็นคุณค่าในทุกสรรพสิ่งรอบกาย หากคุณพอใจกับมันได้ คุณจะพบว่าคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ก็คือคุณเองนั่นแหละ”

ซุ่ยถูกใจมากลุกขึ้นตบมือทันที คนในห้องหันมองเป็นตาเดียว รังสิตสะกิดว่าตบเร็วไปไหม ดร.เพิ่งจะเกริ่นเท่านั้น ซุ่ยไม่สนใจยังคงตบมือจนรังสิตตบตามแล้วก็ตบกันทั้งห้อง ซุ่ยทำปากพูดไม่มีเสียงบอก ดร.ถ้วยทองที่มองมาว่า “ขอบคุณ” ดร.ยิ้มพยักหน้าพูดไม่มีเสียงเช่นเดียวกันว่า “ด้วยความยินดี” แต่รอยยิ้มนั้นก็ยังดูลึกลับเหมือนเดิม

เมื่อออกจากห้องประชุม รังสิตถามซุ่ยว่ากลางเดือนหน้าว่างไหมจะเชิญไปงานแต่งงานตนกับโรส ซุ่ยบอกว่าดีใจมากที่สองคนลงเอยกันได้ รังสิตจับมือซุ่ยดีใจที่ซุ่ยเชียร์ตน พลันป้องปกก็มาพูดแทรกขึ้นว่า “ผมมารับภรรยาผมกลับบ้าน” รังสิตรู้ตัวรีบปล่อยมือ ป้องปกจูงมือซุ่ยกลับไปทันที รังสิตมองตามยิ้มอย่างยินดีกับความรักของทั้งคู่

เมื่อขึ้นรถ ซุ่ยถามว่าหึงหรือ เขาถามว่าคุยอะไรกับรังสิต ซุ่ยบอกว่ารังสิตเป็นคนคุยสนุก ถามยั่วว่าแน่ใจหรือว่าหึงถูกคน เขาถามว่าถ้าซุ่ยคนที่เขียนข้อความบนกระดาษพับก็ถูกคนแล้วล่ะ ย้ำว่าแล้วเลิกถามว่าชอบแบบไหน ถ้าไม่รักก็ไปตั้งแต่วันที่ซุ่ยขอเลิกเมื่อสิบปีก่อนแล้ว ซุ่ยโดดกอดดีใจมากที่เฮียป้องยอมเอ่ยคำว่ารักที่ตนรอมาตั้งสิบกว่าปี

ป้องปกกอดและหอมซุ่ย ซุ่ยเขินถามว่าทำอะไรน่ะ ที่สาธารณะ มากไปแล้วนะ

“รู้ไหม...พี่อยากทำมาตั้งนานแล้ว แต่ตอนเราเป็นแฟนกัน ซุ่ยยังเด็กเกินไป แล้วพี่ก็จริงจังกับซุ่ยเกินกว่าจะทำอะไรแบบนั้น แต่พอซุ่ยโต พี่ก็ไม่มีสิทธิ์เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่ตอนนี้ซุ่ยคือ นางบุษบา ปุณยรักษ์ แล้วนะ แค่นี้มันยังน้อย” แล้วหอมซุ่ยอีก ซุ่ยดิ้นเพราะจั๊กจี้ ป้องปกขำที่ซุ่ยเขินบอกว่า “กลับบ้านก่อนก็ได้”

ป้องปกยังคงกอดซุ่ยไว้ ซุ่ยค่อยๆกอดตอบซบหน้ากับอกเขา ดีใจที่ได้รู้ใจเขาสักที นึกภูมิใจในตัวเอง...

“ตอนนี้ฉันได้รู้แล้วว่า ฉันคือคนที่น่าอิจฉาที่สุด เพราะฉันคือซุ่ยคนเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใครและจะไม่มีใครเหมือนอีกแล้ว”

******อวสาน******

อ่านละคร บุษบาเร่ฝัน ตอนที่ 13[ตอนอวสาน] วันที่ 3 พ.ค.59

ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทประพันธ์โดย ร่มแก้ว
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน กำกับการแสดงโดย ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ผลิตโดย บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่น จำกัด
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ควบคุมการผลิตโดย ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละครเรื่องบุษบาเร่ฝัน ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ