อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13 วันที่ 4 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13 วันที่ 4 พ.ค.59

แอเซาะกับมาเรียมได้ยินเสียงตึงตังจากบนบ้าน ทำให้จินตนาการของทั้งคู่เตลิดเปิดเปิง
อนุศนิยาพยายามจะบิดข้อมือของศตวรรษให้ปล่อยมือถือ “เอามือออกเดี๋ยวนี้”
“ก็บอกว่าเดี๋ยวทำเองไง” ศตวรรษพยายามเบี่ยงตัวหลบจากอนุศนิยา
“นายวรรษ นายมันโรคจิต” อนุศนิยาเข้าไปล็อคคอศตวรรษ
“ผมโรคจิตแล้วคุณเป็นอะไร อ๊ากก... เบาหน่อย ผมเจ็บ....เจ็บ!!”
มาเรียมที่ทนไม่ไหว ได้ยินเสียงโหยหวนของศตวรรษก็จิ้นไปแบบติดเรตมากๆ “ทำอะไรกันเนี่ย”
แอเซาะยิ้มพอใจ “ก็นี่ไงไม้ตายให้ผัวติดใจ”

อนุศนิยาจับข้อมือของศตวรรษข้างที่ถือกำมือถือไว้กระแทกไปกับพื้นซ้ำๆ เพื่อให้ศตวรรษยอมปล่อยมือถือออกมา
“ดูสิจะอึดซักแค่ไหน”


มาเรียมกับแอเซาะได้ยินเสียงกระแทกจากพื้นด้านบนก็จินตนาการไปเร้าใจมาก
“โว้... บ้านสะเทือนเลยอ่ะ พี่วรรษนี่ไม่เบาเลยน๊า” แอเซาะกอดมาเรียมบ้าง “เรื่องแบบนี้แอเซาะก็จัดว่าเด็ดนะจ๊ะ ถ้ามาเรียมอยากรู้อยากลองล่ะก็นะ...ข้าจะเปิดโลกการเรียนรู้ให้”
“คุณนุศพอแล้ว... ผมยอมแล้ว”
“ไหนว่าใหม่ซิ” อนุศนิยายังจับข้อมือฟาดลงพื้นอีก
ศตวรรษนอนอยู่มีอนุศนิยานั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา“จะเอาก็เอา ผมยอมแล้ว...โอ้ว” ศตวรรษปล่อยมือถือหลุดจากมือ อนุศนิยาดีใจมาก รีบเอามือถือมากดดู ศตวรรษเหนื่อยหอบแฮ่ก
แอเซาะกับมาเรียมได้ยินเสียงหอบของศตวรรษก็รีบเผ่นออกมาจากใต้ถุนบ้าน
มาเรียมวิ่งไปร้องไห้กระเจิงไป “พี่วรรษเสร็จมันแล้ว ทำมายยย....” มาเรียมวิ่งไป แอเซาะรีบวิ่งตาม
อนุศนิยานั่งลบรูปรัวๆ ศตวรรษยังนอนแผ่หมดแรงอยู่ เขาอาศัยทีเผลอตอนนั้นรวบตัวอนุศนิยาลงไปอยู่ใต้ร่างเขาทันที “คุณลบ ผมก็จะถ่ายใหม่” เขาจะคว้ามือถือมาแกล้งถ่ายอนุศนิยา
“อุ๊ย...” อนุศนิยาตกใจมาก มือถือกระเด็นไป อนุศนิยาตกใจที่ไฟจากมือถือดับไป ทำให้เธอมองไม่เห็นอะไรอีก นอกจากเสียงหายใจหอบของศตวรรษ อนุศนิยาตกใจมากเมื่อรู้ว่าอยู่ใกล้ศตวรรษมาก จนต่างคนต่างได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของอีกฝ่ายได้
ศตวรรษมองดูท่าทีของอนุศนิยาด้วยการจ้องตาเธอ ศตวรรษดีใจเมื่อเห็นอนุศนิยาไม่ผลักออกมา “ไหนบอกซิว่าคุณมาหาผมทำไม” อนุศนิยาไม่กล้าตอบ ศตวรรษก้มลงจะจูบ ศตวรรษเคลื่อนใบหน้าลงมา อนุศนิยาก็รีบหลบตาทำให้ศตวรรษเข้าใจว่าอนุศนิยาไม่ได้เปิดใจให้ ศตวรรษรีบยั้งตัวเองไว้ “ผมเข้าใจละ ผมจะไปนอนข้างล่าง คุณนอนบนบ้านไปนะ” ศตวรรษรีบเผ่นออกจากบ้านไป
อนุศนิยารู้สึกผิดที่ทำให้ศตวรรษคิดว่าเธอรังเกียจเขา

เช้าวันต่อมา ศตวรรษนอนหลับอยู่บนแคร่ ได้ยินเสียงคนอาบน้ำจากในห้องน้ำ ทำให้ศตวรรษรู้สึกตัว รู้ว่าอนุศนิยาคงตื่นก่อนเขาแล้ว ศตวรรษจะขึ้นไปบนบ้าน แต่ตอนที่เดินผ่านหน้าห้องน้ำ ศตวรรษสังเกตเห็นว่าประตูห้องน้ำปิดไว้ไม่สนิทนัก ศตวรรษเดินเข้าไปจะปิดประตูให้มิดชิดขึ้น แต่พอเดินไปจริงๆ ก็อดใจไม่ไหว ศตวรรษทำเป็นเหล่มองเข้าไปนิดๆ เมื่อคิดว่าอนุศนิยาไม่รู้ตัว เขาก็แกล้งทำเป็นเดินผ่านประตูห้องน้ำไปมาบ่อยๆ เพื่อจะลอบมองอนุศนิยาแบบแว๊บไปแว๊บมา
แอเซาะเดินมาหา แอบเห็นศตวรรษทำถ้ำมองอยู่ที่ห้องน้ำก็แปลกใจ “เมียตัวเองแท้ๆ ทำไมต้องแอบดูด้วยวะ”
แอเซาะเดินออกมา พอศตวรรษเห็นแอเซาะมาก็รีบยืนคุมเชิงเอาตัวขวางประตูไว้กลัวแอเซาะจะแอบเห็นอนุศนิยาโป๊อยู่ด้านใน
แอเซาะเห็นศตวรรษทำหวงก็รำคาญ เขาเดินออกหน้าหาดไปที่เรือ แล้วหันมาบอก “แค่นี้ก็หวง... ให้ไวเลยให้ไว”
แอเซาะเดินไปรอศตวรรษที่เรือ ศตวรรษเสียเส้นที่เกือบถูกจับได้
อนุศนิยาเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นศตวรรษมายืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำก็แปลกใจ ศตวรรษแอบเขินรีบชิงหนีเข้าห้องน้ำไปเพราะแอบไม่คิดไม่ซื่ออยู่ในใจ อนุศนิยาแปลกใจที่เห็นศตวรรษไม่พูดไม่จา

ศตวรรษลงจากบ้านมาพร้อมกระเป๋ายาและเครื่องมือแพทย์ที่จะเอาออกไปตระเวนตรวจร่างกายคนไข้ตามเกาะ
“ผมจะไปออกเรือลาดตระเวนดูคนไข้ เดี๋ยวเที่ยงจะกลับมา หาข้าวไว้ให้ด้วยนะ”
“หาจากไหนล่ะ เงินไม่มี “
“อยู่ที่นี่ ไม่มีเงินก็ไม่อดตายหรอกนะ”
“เอ๊า... ไม่ใช้เงินแล้วจะเอาอะไรกินล่ะ”
“คุณลองเปลี่ยนจาก “ซื้อ” หรือ “สั่ง” มาลองออกปาก “ขอ” คนอื่นดูบ้างไหมล่ะ ลองขอให้คนอื่นช่วย แล้วคุณจะรู้ว่า “น้ำใจ” มีอยู่จริง คนแถวนี้เขาไม่ปล่อยคุณอดตายหรอก” ศตวรรษเดินไปหาแอเซาะที่อยู่ที่เรือ
อนุศนิยาอึ้ง มืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะหาอาหารจากไหนมากิน

จีน่าในชุดทำงานเดินออกมาจากบ้าน เห็นรถหรูหนึ่งคันมาจอดเทียบหน้าบ้าน ทันทีที่รถมาจอด ละไมก็มายืนปิดประตูตอนหลังไว้รอ นันทนาเดินออกจากบ้านแล้วขึ้นรถไป จากนั้นรถก็ออกไป
ละไมหันมาเห็นจีน่ายืนเก้อๆ ที่ไม่มีใครชวนติดรถไปทำงาน ละไมรีบเย้ย “วาสนาไม่ถึงจะมีราชรถมาเกยหรอกนะ คิดจะเอาเด็กมาจับคุณเล็กน่ะเธอคิดผิดแล้ว”
รถคันต่อมาขับมาจอดเทียบหน้าบ้าน นาวิกาเดินออกมา ละไมเปิดประตูรอ
จีน่ารีบเข้าไปทัก “จะไปทำงานเหมือนกันเหรอคะ”
“ใกล้เวลาเข้างานแล้ว ระวังจะสาย” นาวิกาพูดแล้วเดินขึ้นรถไปไม่สนใจ
“คนอะไรแล้งน้ำใจ”
รถขับออกไป ละไมหันมามองจีน่าเหยียดๆ “รู้รึเปล่าลูกคุณนุศจะได้เงินรับขวัญตั้ง 30 ล้าน ต่อให้เธอแพร่พันธุ์ออกลูกออกหลานมายั้วเยี้ยเต็มบ้าน เงินก็ไม่หล่นมาถึงเธอซักบาท คนที่นี่เขารู้เช่นเห็นชาติเธอหมดนั่นแหละ”
อังกาบเดินออกจากบ้านมาเห็นละไมกำลังดูถูกจีน่าอยู่พอดี “วันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะ คุณท่านสั่งให้เล็กพาเธอไปฝากท้องที่โรงพยาบาล”
อนุกรขับรถมาเทียบหน้าบ้าน แล้วบีบแตร กดกระจกลง สีหน้าบอกบุญไม่รับ “จะไปไม่ไป? ไวๆ เลย”
จีน่ารีบขึ้นรถออกไปกับอนุกร
ละไมยิ้มสมน้ำหน้าที่เห็นอนุกรทำเบื่อโลกใส่จีน่า “ขนาดผัวยังไม่อยากจะเอา”
อังกาบปราม “คนกำลังท้องกำลังไส้ ไม่ดูแลก็อย่าไปทำให้เขาลำบากใจ“
“ดูก็รู้ว่าเขามาบ้านเราเพื่อหวังอะไร ยิ่งใจดี มันจะยิ่งได้ใจสิคะ”
“เขาเป็นเมียของคุณเล็ก เขาก็ถือว่าเป็นเจ้านาย ถ้าจะเกี่ยงนาย ก็ไม่ต้องมาอยู่บ้านนี้ “
ละไมชักสีหน้า ยิ่งผูกใจเจ็บจีน่าขึ้นอีก

อนุศนิยามาหามาเรียมที่ร้านโชวห่วย พยายามอย่างยิ่งจะที่จะพูดหวานๆ ด้วย “อยากได้บะหมี่ซักสองซอง... “
มาเรียมส่งให้ “20 บาท”
“ขอติดไว้ก่อนได้ไหม”
“ให้ฟรีก็ได้ แต่ต้องตอบคำถามมาก่อน” อนุศนิยามองมาเรียมแบบไม่ไว้ใจ ไม่รู้ว่ามาเรียมจะตุกติกอะไร มาเรียมทำท่าเหมือนกำลังสอบปากคำผู้ร้าย “เป็นเมียพี่วรรษตั้งแต่เมื่อไหร่”
“สองเดือนได้”
มาเรียมเจ็บใจ “รู้รึเปล่าฉันรู้จักพี่วรรษมากี่ปี? ไม่สิ... ไม่ใช่แค่รู้จัก อีมาเรียมนี่แหละที่รู้ใจพี่วรรษทุกอย่าง เมียอย่างเธอรู้รึเปล่าว่าพี่วรรษชอบสีอะไร?”
อนุศนิยาอึ้ง “เขียวเหรอ? ฟ้ารึเปล่า?”
มาเรียมยิ่งหงุดหงิด “กับข้าวที่พี่วรรษชอบคืออะไร?” อนุศนิยานิ่งอึ้ง เพราะไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ “เวลาใส่รองเท้า เขาใส่ข้างไหนก่อน-หลังเธอรู้ไหม? “
“เรื่องแบบนี้ฉันไม่สังเกตหรอก”
มาเรียมตะคอกใส่ “เบอร์โทรพี่วรรษเบอร์อะไร เป็นเมียเขาเธอต้องจำได้!”
“เรื่องพวกนั้นฉันไม่รู้ รู้แต่เขาแต่งงานกับฉันแล้ว เห็นแหวนนี่ไหม” อนุศนิยาโชว์แหวนให้ดู มาเรียมนิ่งอึ้ง ปากคอสั่น หัวใจสลาย “ตกลงบะหมี่นี่ของฉันนะ” อนุศนิยาคว้าบะหมี่จะเผ่นหนีไป
มาเรียมวิ่งไปดักหน้าไว้ “ฉันขอผัวเธอฟรีๆ สองคืนมั่ง เธอให้ได้ไหมล่ะ”
“ก็ไหนว่าคนแถวนี้ใจดีมีน้ำใจ”
“กินผู้ชายแล้วไม่อยู่ท้องรึไง ไว้เธออุทิศผัวเพื่อสตรีผู้ยากไร้ได้เมื่อไหร่ ค่อยมาเอา” มาเรียมยึดบะหมี่คืน
อนุศนิยาเจ็บใจมากเมื่อมาเรียมไม่ยอมช่วย อนุศนิยาเดินหนีไป

อนุศนิยาเดินหงุดหงิดออกมาจากท่าเรือ “ไหนว่าไม่ต้องใช้ตังค์ก็อยู่ได้ ของฟรีมีที่ไหน?”
อนุศนิยาเดินผ่านไปเห็นกลุ่มแม่บ้านกำลังนั่งงมเซาะหาอะไรกันอยู่ที่โขดหิน อนุศนิยาเริ่มสนใจ
อนุศนิยาเดินที่หาดที่เต็มไปด้วยโขดหิน ที่นั่นอนุศนิยาเห็นกลุ่มแม่บ้านชาวอูลักลาโว้ยมาจอดเรือและกระจายตัวกันเซาะหาอะไรบางอย่างตามพื้นหิน อนุศนิยาแปลกใจเดินเข้าไปดูใกล้ๆ อนุศนิยาเดินเข้าไปหาแม่บ้านคนหนึ่ง กำลังใช้ค้อนเล็กๆ ตอกเอาหอยออกมาจากโขดหิน แล้วหย่อนหอยทั้งเปลือกลงถังสี
“ทำอะไรเหรอคะ?”
“ต่อยหอย หอยติบ ไม่รู้จักเรอะ” แม่บ้านชูหอยติบซึ่งคือหอยนางรมขนาดเล็กให้อนุศนิยาดู
“แล้วเก็บไปทำอะไรคะ”
“เก็บไปแกะขาย ถังนึงได้ตั้งหลายร้อย”
อนุศนิยาก้มมองเห็นมีหอยอยู่ครึ่งถังที่ยังไม่ได้แกะ “เก็บแต่เช้าได้เท่านี้เหรอคะ”
“พวกเราก็มาเก็บไปจดเย็นนั่นแหละ วันนึงก็ได้หลายร้อยอยู่นะ หนูมาจากไหนล่ะ มาเที่ยวเรอะ?”
“หนูอยู่ที่นี่ค่ะ มาอยู่กับหมอ”
แม่บ้านตื่นเต้น “เป็นเมียหมอเหรอ? “
อนุศนิยาตกใจเมื่อแม่บ้านทุกคนในบริเวณนั้นหันพรึ่บมามองเธอเป็นตาเดียว “ใช่ค่ะ รู้จักหมอวรรษกันด้วยเหรอคะ”
“รู้ซี่ หมอหล่อเกาหลี ใจดี ใครจะไม่รู้จัก” แม่บ้านยกหอยที่ใส่ไว้ในถังให้ “เอาไปให้หมอกินนะ”
อนุศนิยางง “ให้หนูเหรอคะ?“
แม่บ้านคนอื่นๆ ทยอยเอามาเทใส่ถังสีของอนุศนิยาให้อีก “เอาไปซี่ เอาไปเลย เอาไปให้หมดนั่นแหละ ยกให้”

อนุศนิยาลากถังสีที่ใส่หอยตีบเกือบเต็มมาถึงทะเลตรงหน้าบ้าน เธอรีบเทหอยลงแช่ทะเลอย่างตื่นเต้น รู้สึกเหมือนเป็นของล้ำค่ามาก
มาเรียมแอบมาสอดแนมอยู่ พอเห็นอนุศนิยาเอาหอยติบมามากมายก็ไม่ชอบใจ “หนอย... กะจะโด๊ปให้พี่วรรษให้ตายคาอกเลยรึไง”
อนุศนิยาล้างเปลือกหอยพวกนั้นในน้ำทะเล อนุศนิยาเห็นแหวนแต่งงาน กลัวว่าจะหลุดหายในน้ำ เลยถอดแหวนออกแล้วเดินเอามาวางบนทราย ใกล้ๆ กับรองเท้าแตะที่ถอดทิ้งไว้
มาเรียมตื่นเต้นเมื่อเห็นอนุศนิยาถอดแหวนแต่งงานออก “นั่น...”
อนุศนิยากลับไปนั่งแช่ในทะเล เพื่อเอามีดอันเล็กๆ ลองแกะเอาตัวหอยตีบออกมาไว้ทำอาหารกิน อนุศนิยาพยายามจะแงะหอยพวกนั้นอย่างทุลักทุเล
มาเรียมแกล้งหิ้วลูกมะพร้าวมาแล้วเอามาทุ่มใกล้ๆ กับตรงที่อนุศนิยาถอดแหวนไว้จนทรายกระเซ็นใส่อนุศนิยา
“พี่วรรษเขากระเดือกไม่ลงหรอกนะของพวกนั้นน่ะ เชื่อสิเดี๋ยวเขาก็ต้องมาตายรังที่ฉันอยู่ดี”
อนุศนิยาไม่อยากใส่ใจจึงหันไปพยายามจะแกะเปลือกหอยพวกนั้นต่อ มาเรียมเห็นอนุศนิยาไม่สนใจก็เลยรีบชิงหยิบแหวนไปโดยที่อนุศนิยาไม่รู้ตัว
จีน่าเดินออกจากห้องตรวจ เห็นโสมมิกากำลังคาดคั้นหมอณัฐอยู่ แม้ว่าหมอณัฐพยายามอย่างยิ่งที่จะเดินหนี จีน่ารู้จักโสมมิกาจึงได้แอบจ้องดู
“บอกมานะว่าหมอไปไหน? ไม่มาทำงานตั้งหลายวัน”
“เขาก็มีธุระส่วนตัวของเขาสิครับ “ส่วนตัว” รู้จักไหมครับ”
“หมอบ้างานจะตาย จะหายไปทำเรื่องส่วนตัวอะไรตั้งนาน บอกมาดีกว่าว่าหมอไปไหน”
“โอ๊ย... ที่คุณไม่เห็นก็เพราะเขาพยายามชิ่งหนีคุณไง ยังไม่รู้ตัวอีกรึไง”
“ไม่จริง!! หมอไม่มีวันหยาบคายกับฉันแบบนั้น”
“ไอ้วรรษมันพ่อพระจะตาย แต่ถ้ามันทำให้มันเผ่นไปขนาดนี้ แปลว่าคุณน่ะเกินจะเหลือรับแล้ว”
โสมมิกาผงะ จีน่ายิ้มกริ่มคิดว่าเธอน่าจะดึงโสมมิกามาเป็นพวกได้

โสมมิกาเดินออกมาจากแผนกด้วยสีหน้าเหวี่ยงวีนเพราะไม่รู้เลยว่าศตวรรษไปไหน
จีน่าเดินตามมาเรียกไว้ “คุณโสมคะ”
โสมมิกาหันไป พอเห็นว่าเป็นคนไม่รู้จัก เธอก็รีบสวมแว่นดำแล้วรีบออกตัวทันที “ถ้าจะมาหาข่าว บอกเลยฉันไม่ได้เบนโลหรอกนะยะ เล่นเรื่องอื่นซะบ้าง”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13 วันที่ 4 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ