อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/2 วันที่ 4 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/2 วันที่ 4 พ.ค.59

โสมมิกาหันไป พอเห็นว่าเป็นคนไม่รู้จัก เธอก็รีบสวมแว่นดำแล้วรีบออกตัวทันที “ถ้าจะมาหาข่าว บอกเลยฉันไม่ได้เบนโลหรอกนะยะ เล่นเรื่องอื่นซะบ้าง”
“เปล่าค่ะ จีน่าแค่จะบอกว่าจีน่าเป็นน้องสะใภ้ของคุณนุศ“
“แล้วยังไง มีอะไร?”
“จีน่ารู้ค่ะว่าคุณวรรษไปไหน” โสมมิกาถอดแว่นดำแล้วมองหน้าจีน่าทันที “คุณวรรษกับคุณนุศไปฮันนีมูนที่เกาะที่คุณวรรษไปทำงาน ถ้าคุณไม่อยากเสียคุณวรรษไปล่ะก็ ขอแนะนำให้รีบแย่งคุณวรรษกลับไปด่วนเลยนะคะ เพราะถ้าเกิดเขามีลูกด้วยกันขึ้นมา น่ากลัวว่าคุณวรรษคงไม่กลับไปหาคุณแล้วล่ะค่ะ”

“แล้วนี่เธอมาบอกฉันทำไม”


“ก็เพราะจีน่าต้องการให้บ้านนั้นมีลูกของจีน่าเป็นทายาทคนเดียวน่ะสิคะ” อนุกรกำลังเดินตามหาจีน่า พอจีน่าเห็นอนุกรกำลังมองหา ก็รีบหาทางตัดบทไม่ให้อนุกรเห็นว่าเธออยู่กับโสมด้วยการหยิบนามบัตรขึ้นมา “ถ้าเราร่วมมือกันเด็ดปีกนางฟ้า คุณนุศได้ตกสวรรค์แน่ค่ะ “ จีน่ารีบเดินตรงไปหาอนุกร อนุกรหงุดหงิดทันทีที่เห็นจีน่า
โสมมิกามองตามพอเห็นอนุกรอยู่กับจีน่าจริงๆ ก็ทำให้โสมมิกาแน่ใจว่าจีน่าเป็นน้องสะใภ้ของของอนุศนิยา โสมมิกามองนามบัตรในมือแล้วครุ่นคิด

โสมมิกาเดินพูดโทรศัพท์ออกมาจากโรงพยาบาล กำลังสั่งการอะไรบางอย่าง “ฉันต้องการหาคนไปที่เกาะรอกเดี๋ยวนี้”
หัวหน้าโจรซึ่งเป็นหนุ่มตังเกหน้าเหี้ยมคนหนึ่งท่าทางดูเป็นพวกชาวประมงต่างด้าว กำลังรับสายจากโสมมิกา
“อุ้มเมียหมอออกจากเกาะแค่นี้ใช่ไหม? ไม่มีปัญหา“ โจรรีบมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ สวนกับศตวรรษที่ออกมาจากร้านเสื้อผ้าผู้หญิงพอดี ต่างฝ่ายต่างเดินสวนกันไป
อนุศนิยาเอาไข่เจียวหอยติบ และเมนูหอยติบดิบๆ มาวางเสิร์ฟรอศตวรรษกลับมา อนุศนิยาภูมิใจกับอาหารมื้อแรกของตัวเองมาก ขณะที่กำลังรอศตวรรษกลับมานั้น อนุศนิยาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแหวนหายไป “แหวน....”

อนุศนิยากลับมาที่หน้าหาดตรงที่เธอมาแกะเปลือกหอยเพื่อค้นหาแหวนบนทราย อนุศนิยาร้อนใจมากที่หาไม่เจอ
แล้วอนุศนิยาก็นึกอะไรขึ้นได้
ตอนที่มาเรียมแกล้งหิ้วลูกมะพร้าวมาแล้วเอามาทุ่มใกล้ๆ กับตรงที่อนุศนิยาถอดแหวนไว้จนทรายกระเซ็นใส่อนุศนิยา
“พี่วรรษเขากระเดือกไม่ลงหรอกนะของพวกนั้นน่ะ เชื่อสิเดี๋ยวเขาก็ต้องมาตายรังที่ฉันอยู่ดี”
อนุศนิยาเดือดจัดเมื่อรู้ว่าแหวนแต่งงานจะต้องอยู่ที่มาเรียมแน่ๆ “มาเรียม!!”
ระหว่างนั้นศตวรรษขับเรือสปีดโบ๊ทกลับเข้ามาพอดี พออนุศนิยาเห็นก็รีบวิ่งแจ้นไปฟ้อง ศตวรรษตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของอนุศนิยาดูเหมือนกำลังขวัญเสีย ทำท่าเหมือนจะเป็นจะตาย “เป็นอะไร ใครทำอะไรให้”
อนุศนิยาบอกอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น “แหวนหาย” อนุศนิยาชูนิ้วที่ว่างอยู่ให้ดู
ศตวรรษตกใจมาก “อะไรนะ”
“มีคนขโมยแหวนฉันไป”
ศตวรรษตกใจมาก ทิ้งกระเป๋าเครื่องมือแพทย์และกระเป๋ายาทุกอย่างลงบนหาดทันที

ศตวรรษเดินมาพร้อมกับอนุศนิยาด้วยท่าทางเก๋า เอาจริง ประหนึ่งผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ สองผัวเมียบุกไปร้านโชวห่วย อนุศนิยาเห็นข้างทางมีท่อนไม้อะไรก็หยิบติดมา กะว่าเดี๋ยวได้ใช้บู๊แน่

มาเรียมกำลังลองแหวนแต่งงานของอนุศนิยา แอเซาะเดินมาที่ร้านมาเรียมตกใจที่เห็นแอเซาะกลับมาแล้ว
“พี่วรรษล่ะ กลับมาด้วยกันรึเปล่า?”
“เขาก็ไปหาเมียเขาสิ แล้วนั่นอะไร”
“แหวนข้า สวยไหม” มาเรียมอวดแหวนเพชรให้แอเซาะดู
“เพชรนี่หว่าเอ็งไปเอามาจากไหน”
“เอ็งว่าใช่ของแท้ไหม”
“ต้องพิสูจน์ใกล้ๆ”
มาเรียมยื่นมือให้ แอเซาะฉวยโอกาสคว้าหมับ เอาหน้าแนบมือออกแนวหื่นทันที
“ไอ้บ้า..ทำอะไร”
“เขาว่าเพชรแท้ต้องแข็งนะ... พี่จะลองกัดดูไง” แอเซาะแกล้งจูบมั่วไปตามมือมาเรียม
ศตวรรษตะโกน “มาเรียม!!” ศตวรรษกับอนุศนิยาเดินมาใกล้ถึงร้านโชห่วยแล้ว
มาเรียมตะลึงเมื่อเห็นศตวรรษมาทวงแหวน “เวรแล้วไง... “ แอเซาะยังไม่รู้ตัวยังโลมเลียมือมาเรียมอยู่ มาเรียมขยะแขยง “โอย...” มาเรียมถีบแอเซาะออกไป ร่างแอเซาะกระเด็นไป แต่สถานการณ์กำลังคับขัน ศตวรรษใกล้มาถึงมาเรียมจึงรีบปลดแหวนให้ “อมเข้าไป... อย่าคายออกมานะ” ศตวรรษกับอนุศนิยาเหยียบถึงร้านพอดี มาเรียมรีบหันไปรับหน้า “มีอะไรจ๊ะ” ศตวรรษเดินเข้ามาจ้องหน้ามาเรียมจนมาเรียมไม่กล้าสู้สายตา แล้วเดินไปหันหาอะไรบางอย่างในร้าน “หาอะไรจ๊ะ”
“หาอะไรกิน ขอโอเลี้ยงแก้ว” ศตวรรษเดินไปนั่งที่โต๊ะทันที
อนุศนิยาวืดมากเมื่อศตวรรษไม่มาจัดหนักมาเรียมให้ อนุศนิยารีบตามไปตบโต๊ะศตวรรษ “ไม่ทวงแหวนล่ะ มันขโมยแหวนแต่งงานเราไปนะ”
แอเซาะได้ยินก็ตกใจมากเมื่อรู้ว่าแหวนแต่งงานของศตวรรษอยู่ในปาก แอเซาะรีบปิดปากแน่น
“ปกติก็ใส่ทิ้งใส่ขว้างอยู่แล้ว จะใส่ใจทำไม”
อนุศนิยาน้อยใจมากที่ศตวรรษไม่แคร์เธอเลย หารู้ไม่ว่าศตวรรษแค่จะแกล้งลองใจสั่งสอนให้อนุศนิยาสำนึก
มาเรียมวางโอเลี้ยงให้ “นี่จ้ะ”
อนุศนิยาหันไปเอาเรื่องทันที “แหวนฉันอยู่กับเธอใช่ไหม?”
“แหวนอะไรเหรอ?“
“ก็แหวนแต่งงานฉันไง“
“อ๋อ แหวนที่เธอเอามาอวดฉันน่ะเหรอ อุ๊ยต๊าย...หายได้ไงอ่ะ”
“เอาแหวนฉันคืนมานะ”
“พี่วรรษดูสิ เมียพี่เป็นไรมากป่ะ เที่ยวฟัดกับคนไปทั่ว”
อนุศนิยาเจ็บใจที่มาเรียมทำตอแหลใส่ แถมศตวรรษยังไม่ใส่ใจ
“วันนี้มีอะไรกินบ้าง?”
อนุศนิยาได้ยินก็หันขวับหาศตวรรษทันที... จี๊ดมาก “กินของมันทำไม ข้าวบ้านเราก็มี”
“โถ... หิวเหรอจ๊ะพี่.. คิดถึงฝีมือมาเรียมใช่ม๊า“ มาเรียมเดินเย้ยอนุศนิยาออกไปเอากับข้าว
อนุศนิยาไม่พอใจมาก “ถ้าจะไม่กินแล้วให้ฉันทำกับข้าวไว้รอทำไม เอาแต่สั่ง คิดถึงใจคนทำมั่งไหม ชอบกันนัก ก็ขอเขาเป็นเมียโน่นเลยไป” อนุศนิยาวิ่งน้อยใจกลับบ้านไป
ศตวรรษมองตาม แอบพอใจที่กดดันให้อนุศนิยาเริ่มเห็นค่าชีวิตการแต่งงานขึ้นมาจนกล้าหึงหวงออกหน้าออกตา
มาเรียมยกกับข้าวมาให้ศตวรรษ แล้วมองตามอนุศนิยาไปอย่างหมั่นไส้ “เมียพี่จะเหวี่ยงไปไหน ตาขวางยังกะหมาบ้า สงสัยเมนส์ใกล้หมดแล้วมั้งเนี่ย”
ศตวรรษไม่ชอบใจที่เห็นมาเรียมมาเม้าท์อนุศนิยาลับหลัง “อิ่มละ” เขาวางตังค์ค่าโอเลี้ยงให้
“เอ๊า...”
อนุศนิยาวิ่งกลับมาถึงหน้ากระท่อม พอกลับมาเห็นอาหารกลางวันที่ตัวเองเตรียมไว้ถูกตั้งไว้บนแคร่อย่างเดิมก็ยิ่งเจ็บใจที่ศตวรรษไม่แคร์สักนิด อนุศนิยาไม่นึกเลยว่าตัวเองเจ็บด้วยเรื่องไร้สาระอย่างนี้ “ผู้ชายอะไร ห่วยแตกสิ้นดี”
ขณะที่อนุศนิยากำลังยืนปั้นปึ่งอยู่นั้น ก็มีมือๆ หนึ่งมารวบตัวและโปะยาสลบเข้าที่ใบหน้า อนุศนิยาดิ้นแต่ก็หมดสติไปเพราะฤทธิ์ยาจึงไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ อนุศนิยาถูกลากออกไปตามพื้นทราย

ศตวรรษเดินกลับมาที่กระท่อม มองหาอนุศนิยาแต่ไม่เห็นว่าอนุศนิยาอยู่ที่นั่นแล้ว ศตวรรษขึ้นไปตามหาบนกระท่อมก็ไม่เจอใคร พอลงมาเห็นอาหารเที่ยงที่อนุศนิยาเตรียมไว้ให้วางอยู่บนแคร่ ศตวรรษแอบสงสารอนุศนิยาอยู่เหมือนกันที่คงผิดหวังที่เตรียมอาหารไว้ให้เขาเก้อ ศตวรรษคิดว่าอนุศนิยาคงแค่งอนจึงเดินไปที่หน้าหาด เพื่อจะออกเรือไปทำงานต่อ

อนุศนิยาถูกจับมัดขาและมือไพล่หลัง นอนหมดสติกองอยู่บนพื้นเรือ หัวหน้าโจรกำลังโทรรายงานไปยังโสมมิกา
“จับเมียหมอออกจากเกาะมาแล้ว จะให้พาไปไว้ไหน”
โสมมิกาเพิ่งจอดรถ และกำลังคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าออกจากรถ “จะเอามันไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้ามัน จะจับโยนทิ้งทะเล หรือจะเอาไปทำเมียซะก็ได้ เดี๋ยวสี่โมงฉันจะเอาเงินไปให้” โสมมิกาตัดสายแล้วรีบเดินไป
โจรหน้าเหวอไป หันมาบอกลูกน้อง “มันให้เอาไปทิ้งว่ะ “
“ฉิบหาย.. สรุปให้อุ้มฆ่านี่หว่า ซวยแล้วไหมล่ะ”
กลุ่มโจรกำลังเซ็งที่โดนปัดสวะมาให้ ระหว่างนั้นอนุศนิยาค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา เธอปรือตาขึ้นมาเห็นพวกโจรสุมหัวกันอยู่ อนุศนิยาเพิ่งรู้ตัวว่าโดนมัดมือและเท้าเอาไว้
“จ้างฆ่าไม่คุ้มแล้วพี่ ไฮโซแบบนี้ จับมันเรียกค่าไถ่ซะยังคุ้มกว่า”
“แทนที่จะได้ค่าเหนื่อยแค่แสน ต้องมีเป็นล้านแล้วว่ะ”
พวกโจรหันไปจ้องเห็นอนุศนิยากำลังรู้สึกตัวขึ้นมาพอดี หัวหน้าโจรหันไปมองเริ่มคล้อยตามด้วย หัวหน้าโจรพยักหน้าให้ลูกน้องไปจัดการ สมุนเข้าไปจับตัวอนุศนิยาลุกขึ้นนั่ง สองคนพยายามเขย่าตัวอนุศนิยาให้หายจากฤทธิ์ยา
“ถ้าอยากกลับบ้าน ก็ให้คนมาไถ่ตัวซะ”
อนุศนิยายังวิงเวียนอยู่เพราะฤทธิ์ยาจึงยังสะลึมสะลืออยู่

ชยากรสีหน้าตกใจเมื่อได้รับสายจากแก็งค์โจรเรียกค่าไถ่ “อะไรนะ สิบล้าน!!”
หัวหน้าโจรเอาโทรศัพท์ไปจ่อให้อนุศนิยาคุยกับชยากร “อาชยา...”
“นุศเป็นยังไง ตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้ค่ะ นุศไม่รู้”
“มันทำอะไรนุศรึเปล่า? ไม่ต้องห่วงนะ อาจะไปช่วยนุศเองนะ”
“อาอย่าบอกพ่อนะคะ “
หัวหน้าโจรแย่งโทรศัพท์มา “ถ้าไม่อยากให้มันตายก็เตรียมเงินสดไว้ ถ้าแกบอกตำรวจ อีนี่เป็นศพแน่” หัวหน้าโจรตัดสายไป ชยากรตกใจ

ชยากรมาจอดรถรอรับมิรันตรี มิรันตรีกระหืดกระหอบวิ่งขึ้นรถมาอย่างร้อนใจ
“เงินพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราลงไปกระบี่ด้วยกัน”
มิรันตรีหันไปมองที่เบาะหลังเห็นกระเป๋าใส่เงินสดที่ชยากรเตรียมมาไว้ “มิว่าแจ้งตำรวจไม่ดีกว่าเหรอคะ เผื่อพวกมันไว้ใจไม่ได้”
“เงินแค่สิบล้านกับชีวิตนุศมันเทียบกันไม่ได้ จ่ายๆ ให้มันไป”
“แล้วคุณวรรษว่ายังไง? “
“น้ำหน้าอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไร ขนาดนุศอยู่กับมัน มันยังปล่อยให้ถูกจับไปได้ เผลอๆ มันจะรู้เห็นเป็นใจกับโจรด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้”
“คุณวรรษเขาไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ อาคุยกับเขาแล้วเหรอคะ คุณวรรษอยู่ที่นั่นเขาอาจจะช่วยนุศได้ “
“มันคงมีปัญญาหรอก ถ้ามันช่วยนุศได้ นุศจะโทรให้เราเป็นคนไปไถ่ตัวเขาทำไม”
“อย่างน้อยเขาอยู่ที่นั่น เขาน่าจะทำอะไรได้มากกว่าเรา” มิรันตรีลองต่อสายหาศตวรรษอย่างร้อนใจ

ศตวรรษกำลังขับเรืออยู่กลางทะเล ศตวรรษตกใจเมื่อรู้เรื่องจากมิรันตรี “เรียกค่าไถ่เหรอครับ นี่ผมออกมาจากเกาะ ยังไม่รู้เรื่องเลย”
มิรันตรีโทรมาจากบนรถ ชยากรกำลังขับรถด้วยความเร็วสูงมากจนน่าตกใจ “คุณวรรษลองหาหน่อยนะคะว่ามันจับนุศไปไว้ที่ไหน”
“ไว้ผมจัดการเอง คุณมิไม่ต้องห่วงนะ” ศตวรรษรีบวางสาย แล้วหันไปหยิบวิทยุสื่อสาร แล้วหมุนคลื่นเรียกเข้าศูนย์วิทยุประมงประจำท้องที่ “แจ้งศูนย์วิทยุ ขอแจ้งติดตามคน มีคนสูญหาย พบเห็นครั้งสุดท้ายที่ท่าเรือเกาะรอก”
บนเรือประมงอีกลำหลังจากได้รับแจ้งข่าว พอรู้ว่าศตวรรษเดือดร้อน ทุกคนก็รีบกระตือรือร้นแจ้งวิทยุสื่อสารบอกต่อกันไปเป็นทอดๆ “รับทราบ แจ้งคนหาย เมียหมอถูกจับเรียกค่าไถ่”
เรือโดยสารอีกลำที่กลางทะเลได้ทราบข่าวจากศตวรรษก็พากันช่วยเหลือ ส่งวิทยุสื่อสารต่อๆ กันไป “เมียหมอสวมชุด....ใครมีเบาะแส แจ้งกลับเข้าศูนย์ด้วย”

ศตวรรษกลับมาที่หาดหินที่แม่บ้านกลุ่มเดิมยังคงตอกหอยติบอยู่
แม่บ้านพากันเป็นห่วงเมื่อรู้ว่าอนุศนิยาหายไป “เห็นอีหนูแกตั้งแต่เช้า ไม่เห็นแกกลับมาอีก แต่เมื่อเที่ยงๆ เห็นเรือประมงมาวนๆ รอบเกาะอยู่นา”
ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็ติดใจทันทีว่าอนุศนิยาอาจจะถูกจับไปกับเรือลำนั้น
ระหว่างนั้นแอเซาะวิ่งกลับมา “ค้นทั้งเกาะแล้ว ยังไงก็ไม่มี”
“ต้องเป็นเรือลำนั้นแน่”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/2 วันที่ 4 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ