อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/3 วันที่ 4 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/3 วันที่ 4 พ.ค.59

ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็ติดใจทันทีว่าอนุศนิยาอาจจะถูกจับไปกับเรือลำนั้น
ระหว่างนั้นแอเซาะวิ่งกลับมา “ค้นทั้งเกาะแล้ว ยังไงก็ไม่มี”
“ต้องเป็นเรือลำนั้นแน่”
ศตวรรษบึ่งเรือออกจากเกาะไปกับแอเซาะ ศตวรรษยังคงวิทยุแจ้งเรือลำอื่นๆ “จับตาดูเรือประมงในน่านน้ำอุทยาน เรือของคนร้ายน่าจะยังไปไม่ไกลกว่านี้”

โสมมิกาเดินทางมาถึงกระบี่ เธอเอากระเป๋ามาที่รถลีมูซีนที่มารับพร้อมถือสายคุยกับโจรลักพาตัวไปด้วย “อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่ท่าเรือ ฉันจะเอาค่าจ้างไปให้”


“ตามนั้น อีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่ฝั่ง” หัวหน้าโจรวางสาย อนุศนิยาที่นั่งอยู่บนพื้นเรือกำลังแอบใช้ฝากระป๋องที่ถูกทิ้งอยู่ตรงตัดเชือกที่พันมืออยู่ “กลับเข้าฝั่งไปเอาเงินจากอีเจ๊ก่อน แล้วค่อยไปเอาค่าไถ่ทีหลัง”
เรือประมงลำนี้ขับอยู่ในอ่าว โดยมีเรือประมง 2 ขับห่างออกไปไม่ไกล
เรือประมง 2 ซึ่งเป็นเรืออีกลำที่อยู่ในอ่าวเดียวกันกับเรือประมงเถื่อน ชาวเลบนเรือนั้นรีบวิทยุกลับไปยังศูนย์
“เจอเรือต้องสงสัยติดต่อไม่ได้ ไม่น่าอยู่ในเครือข่าย กำลังมุ่งหน้าเข้าชายฝั่ง เมียหมออาจจะอยู่บนนั้น แจ้งเรือทุกลำให้ช่วยติดตาม”

ศตวรรษตื่นเต้นมากเมื่อได้รับแจ้งจากเรือประมง 2 “ทราบตำแหน่งแล้ว ใครอยู่แถวนั้น ขอให้ช่วยกันดักไว้ ผมกำลังจะไป”
แอเซาะตีโค้งแล้วเลี้ยวพาเรือไปตามเรือประมงเถื่อนตามที่ได้รับแจ้ง

ชยากรถือกระเป๋าเงินมาถึงท่าเรือ 1 ซึ่งเป็นท่าเรือโดยสารสำหรับออกไปเกาะต่างๆ เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือเข้าออกตลอดเวลา เขาโทรหาหัวหน้าโจร “ฉันอยู่ที่กระบี่ละ เงินพร้อม หลานฉันอยู่ไหน?”
ภายในเก๋งเรือของเรือประมง สมุนรู้สึกผิดสังเกตเมื่อมีเรือประมงหลายลำ ตีวงล้อมมา “พี่...สงสัยเราโดนดักว่ะ”
“แค่นี้ก่อน เดี๋ยวติดต่อไป” หัวหน้าโจรวางสาย “เรือจากไหนวะ”
อนุศนิยาได้ยินว่าพวกโจรกำลังโดนดักก็รีบอาศัยจังหวะนั้นใช้ฝากระป๋องตัดเชือกที่มัดมือไว้จนหลุดได้
เสียงจากโทรโข่งดังขึ้นมา “หยุดเรือ ปล่อยเมียหมอมา”
“ฉิบหายละ มันตุกติกนี่หว่า”
อนุศนิยาได้ยินว่ามีคนมาช่วยก็เริ่มมีกำลังใจ เธอแกล้งนั่งพับเพียบแล้วแอบเอามือแกะเชือกที่ขาในช่วงจังหวะที่พวกโจรกำลังแตกตื่นกันอยู่

ที่กลางทะเล เรือประมงเถื่อนถูกล้อมไว้ด้วยเรือประมงและสปีดโบ๊ทอื่นๆ ที่ต่างมุ่งหน้ามาช่วยศตวรรษ เรือสปีดโบ๊ทของศตวรรษขับฝ่าเรือลำอื่นๆ เข้ามาจ่อหน้าเรือประมงเถื่อนไว้
หัวหน้าโจรเดินออกมาที่หัวเรือ พร้อมควักปืนออกมาขู่ทุกคน “ถอยออกไป!” -หัวหน้าโจรยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าหนึ่งนัด
อนุศนิยาแกะเชือกที่มัดข้อเท้าไว้ได้สำเร็จ ก็รีบลุกขึ้นจะออกไปด้านนอกเก๋งเรือเพื่อให้คนช่วย สมุนที่ขับเรืออยู่เห็นก็ตกใจ “เฮ่ย”
สมุนคนที่สองพยายามวิ่งเข้ามาดัก แล้วก็เจออนุศนิยาเตะขาสูงใส่จนกระเด็นไป สมุนคนที่สามพยายามจะมาขวางก็โดนอนุศนิยาคว้าอุปกรณ์ดักปลาแถวนั้นเหวี่ยงไล่ไป
อนุศนิยาวิ่งหลุดออกมาที่หัวเรือเพื่อจะเรียกร้องให้คนอื่นช่วย “ช่วยด้วย!! ฉันอยู่นี่!!”
ศตวรรษที่อยู่ในสปีดโบ๊ทเห็นอนุศนิยาก็ดีใจ “คุณนุศ!!”
หัวหน้าโจรจับตัวอนุศนิยา เอาปืนจี้ แล้วตะโกนบอกศตวรรษที่อยู่ในเรือ “ถ้าเข้ามา มันตาย!!”
“อย่าทำอะไรเขานะ”
สมุนสองคนเข้ามาลากตัวอนุศนิยากลับเข้าไปด้านใน ศตวรรษเห็นอย่างนั้นก็กระโดดข้ามไปที่หัวเรือสปีดโบ๊ทของตนเอง แล้วกระโดดไต่ขึ้นโขนเรือประมง เพื่อจะเหนี่ยวตัวเองขึ้นไปเรือประมงลำนั้นให้ได้
แอเซาะเห็นศตวรรษบ้าบิ่นอย่างนั้นก็ตกใจ “พี่..ระวัง!!”
ระหว่างนั้นเรือประมงลำอื่นช่วยยิงหัวหน้าโจรเพื่อไม่ให้หัวหน้าโจรยิงศตวรรษได้ เสียงปืนจึงดังสนั่นอยู่ทั่วท้องน้ำ

ในเวลาเดียวกันนั้น อนุศนิยาพยายามดีดดิ้นจนหลุดจากสมุนที่จับไว้ เพื่อจะหนีออกจากเรือ สมุนคนหนึ่งคว้ามีดมาเป็นอาวุธ อนุศนิยาพยายามหลบด้วยการไต่ขึ้นชั้นบนเพื่อไปดาดฟ้าเรือ
“ปล่อยมัน ขังมันเอาไว้บนนั้น”

ศตวรรษปีนขึ้นมาจนถึงหัวเรือได้ เมื่อขึ้นมาบนเรือแล้ว เรือประมงลำต่างๆ ก็หยุดยิงเพราะกลัวว่าศตวรรษจะโดนลูกหลง ศตวรรษเข้าไปเตะปืนในมือหัวหน้าโจรจนปืนร่วงหล่นลง ทั้งศตวรรษและหัวหน้าโจรทำท่าจะไปคว้าปืนที่พื้นมาเป็นอาวุธ
อนุศนิยาขึ้นไปถึงดาดฟ้าเรือแล้ว ตะโกนลงมาหาศตวรรษ “ฉันอยู่นี่”
หัวหน้าโจรหันไปมองตามเสียงอนุศนิยา ศตวรรษอาศัยจังหวะเผลอนั้นรีบไปคว้าปืนของหัวหน้าโจรมาไว้ ศตวรรษถือปืนขู่ไม่ให้หัวหน้าโจรตามมา ศตวรรษรีบถือปืนวิ่งเข้าไปในเก๋งเรือ ศตวรรษเจอล้อมด้วยสมุนสามคนที่อยู่ด้านในและหัวหน้าโจรที่ตามมาดัก
“ปล่อยเมียฉันเดี๋ยวนี้!!” ศตวรรษยิงไล่สมุนแต่ละคน แต่สมุนพวกนั้นหลบได้ ยิงเพียงไม่กี่นัดกระสุนปืนดันหมด
พวกโจรได้ใจเมื่อเห็นศตวรรษมีแค่มือเปล่า “อยากซ่านัก จับมันขายราคาแพ็คคู่ไปเลย”
ศตวรรษพยายามจะปีนบันไดขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ สมุนโจรใช้มีดฟันเพื่อกันไม่ให้ศตวรรษเข้าไปหาอนุศนิยาบนดาดฟ้าได้ มีดบาดที่ต้นแขนของศตวรรษ ทำให้ศตวรรษเสียจังหวะไป อนุศนิยาลงมาจากดาดฟ้าเพื่อมาช่วยศตวรรษ พอเห็นศตวรรษถูกล้อมไว้ เธอก็คว้าขวดเบียร์มา ฟาดลงไปที่หัวสมุน 3 จนสมุนล้มลง
“อ๊า....”
อนุศนิยารีบอาศัยจังหวะนั้นวิ่งเข้ามาหาศตวรรษ สองคนอยู่ในวงล้อมของพวกโจร
“แสบทั้งผัวทั้งเมียเลยนะ”
ศตวรรษร้องห้าม “อย่าเข้ามา”
“อุตส่าห์จะจับเป็นแล้วนะ มึงรนหาที่กันเอง”
ศตวรรษเอาตัวปกป้องอนุศนิยาไว้ เขาวิ่งจะไปตั๊นหน้าหัวหน้าโจร แต่อนุศนิยาคว้าตัวเขาไว้ แล้วโหนร่างของศตวรรษเหวี่ยงตัวเองยันร่างของหัวหน้าโจรเซออกนอกเก๋งเรือไปตามวิชาป้องกันตัวที่ร่ำเรียนมา ศตวรรษอาศัยจังหวะนั้นรีบพาอนุศนิยาวิ่งกลับออกมาที่หัวเรืออีกครั้ง พอมาถึงหัวเรือแล้ว ศตวรรษก็รีบพาอนุศนิยาวิ่งมาจนสุดหัวเรือ เห็นเรือของแอเซาะยังจอดรออยู่
ศตวรรษถามอนุศนิยาด้วยความเป็นห่วง “โดดไหวไหม?”
สมุนโยนปืนกระบอกใหม่มาให้หัวหน้าโจร “พี่..”
ศตวรรษหันมาเห็นหัวหน้าโจรได้ปืนมาใหม่และกำลังเล็งมาที่ทั้งคู่
หัวหน้าโจรกระชากเสียง “รักกันนักใช่ไหม?”
ศตวรรษเห็นหัวหน้าโจรกำลังจะยิงมา ศตวรรษรีบอุ้มอนุศนิยาขึ้น “ไม่ต้องกลัวนะ”
หัวหน้าโจรยิงกระสุนมา ในเวลาเดียวกับที่ศตวรรษอุ้มอนุศนิยากระโดดลงมาที่หัวเรือสปีดโบ๊ท หลบกระสุนมาได้อย่างฉิวเฉียด ร่างของศตวรรษและอนุศนิยาร่วงหล่นลงมาที่หัวเรือสปีดโบ๊ทของแอเซาะพอดี หัวหน้าโจรยังยิงตามมา
แอเซาะร้องบอก “รีบหลบเร็ว!!”
ศตวรรษเอาตัวปกป้องพาอนุศนิยาวิ่งหนีจากกระสุนกลับลงมาในเรือ โดยมีแอเซาะช่วยขับหลบออกมาด้วยความเร็ว เรือประมงอื่นๆ เห็นศตวรรษชิงตัวประกันไปได้ ก็ช่วยถล่มยิงไปที่เรือประมงเถื่อนลำนั้น

แอเซาะขับเรือพาศตวรรษกับอนุศนิยาห่างจากเรือประมงนั้นออกมาอย่างหวุดหวิด
ศตวรรษเข้าสวมกอดปลอบขวัญอนุศนิยา“ผมขอโทษ...คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
“ไม่เป็นไร นายนั่นแหละ” อนุศนิยามองแขนศตวรรษอย่างเป็นห่วง “เจ็บมากไหม?”
“ตำรวจกำลังมา เราต้องไปให้ปากคำบนฝั่ง”
“มีคนจ้างมันมา ได้ยินมันเรียกว่าเจ๊ จะต้องมีคนบงการมาอีกทีแน่ๆ “
“ใครที่มันกล้าทำกับคุณ มันต้องไม่รอดแน่!!”

รถลีมูซีนขับเข้ามาจอดที่ท่าเรือที่มีแหลมยื่นลงไปในทะเล ท่าเรือนี้ดูไม่วุ่นวายอย่างท่าเรือที่ชยากรอยู่ ที่นั่นมีเรือสปีดโบ๊ทที่โสมมิกาจะเอาไปเกาะจอดรออยู่ โสมมิกาเดินลงจากรถมารอเวลาให้หัวหน้าโจรมารับค่าจ้าง

อุดมศักดิ์ผงะเมื่อได้รับสายโทรรายงานจากบอดี้การ์ดที่ให้ไปติดตามโสมมิกา “จนได้!! อีลูกคนนี้ ก่อเรื่องจนได้!! มันจะเสียคนเพราะผู้ชายไปถึงไหน”
ที่ท่าเรือเมื่อเรือประมงเถื่อนมาถึงท่าเรือ ตำรวจไปรวบตัวคนร้ายจากในเรือและพาขึ้นมาบนฝั่ง ศตวรรษพาอนุศนิยาขึ้นมาบนอาคารของท่าเรือแล้ว มีชยากรและมิรันตรีมารออยู่
พอชยากรเห็นอนุศนิยาก็รีบเข้าไปหา“นุศเป็นยังไง”
“นุศไม่เป็นไรค่ะ แต่หมอสิคะ โดนแทงตอนไปช่วยนุศเอาไว้”
“มิว่าแล้วว่ายังไงคุณวรรษก็ต้องไปช่วยนุศจนได้”
“ก็ไม่ใช่เพราะมันเหรอ นุศถึงโดนจับไป“ ชยากรทำท่าจะเอาเรื่องศตวรรษ
มิรันตรีเห็นก็รีบปราม “อาคะ เรื่องมันผ่านมาแล้วน่า”
สารวัตรเดินมาหาอนุศนิยากับศตวรรษ “เรื่องคนบงการ คนร้ายสารภาพแล้วว่าได้รับว่าจ้างจากคนแปลกหน้าทางโทรศัพท์ เราเลยจะทำแผนล่อจับตอนที่พวกเขานัดรับเงินค่าจ้างกันเย็นนี้”
ชยากรแดกดัน “อย่าให้โอละพ่อออกมาเป็นคนแถวนี้ก็แล้วกัน”
“อาชยาพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ”
“ก็มันน่าสงสัยไหมล่ะ บังเอิญเผลอตอนนุศหาย บังเอิญไปเจอตอนเรื่องแดงขึ้นมา”
“นี่คุณคิดว่าผมจ้างโจรมาจับเมียตัวเองเรียกค่าไถ่เหรอ?”
“คนใกล้ตัวที่สุดคือคนที่รู้ความเคลื่อนไหวของนุศได้ดีที่สุด แล้วคนที่ร้อนเงินที่สุดก็มีแต่นาย”
“ไม่ใช่แน่นอนค่ะ นุศยืนยันได้”
ชยากรยังตอกย้ำ “คุณตำรวจอย่าเพิ่งตัดประเด็นนี้นะครับ ผมยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติมถ้าหากว่าคุณสงสัย”
ศตวรรษไม่พอใจ “มันจะเกินไปแล้วนะคุณชยา”
ปังๆๆ... กระสุนลึกลับหลายนัดระดมยิงไปที่สะพานของท่าเรือ ร่างของหัวหน้าโจรที่กำลังเดินมาตามสะพานของท่าเรือตกลงไปในน้ำพร้อมกับมือถือที่ถือไว้ในมือทันที
“ว๊าย...” อนุศนิยาตกใจ
ตำรวจที่อยู่ตรงนั้นเอาปืนออกมาเล็งตอบโต้แต่ก็ไม่รู้ว่ากระสุนมาจากทางไหน
“พวกมันไหวทัน เลยส่งคนมาปิดปาก...มันต้องทำเป็นขบวนการ” สารวัตรตะโกนบอกลูกน้องในบริเวณนั้น “ปิดล้อมท่าเรืออย่าให้มีใครออกไป” ตำรวจระดมพลทั้งหมดเข้ามาปิดล้อมบริเวณท่าเรือเอาไว้ เพื่อตามล่าตัวมือปืนลึกลับที่ฆ่าปิดปากหัวหน้าโจรอย่างอุกอาจ
“ระวังนะ”
ในระหว่างสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนั้น ทั้งศตวรรษและชยากรต่างก็เข้าไปจับอนุศนิยาให้ก้มหลบจากปฏิบัติการของตำรวจที่กำลังถือปืนยกขึ้นเล็งหาคนร้าย มิรันตรีเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ถูกทิ้งไว้ เพราะชยากรเอาแต่ปกป้องอนุศนิยา มิรันตรีอึ้งไปเมื่อรู้ว่าในนาทีชีวิตชยากรไม่ได้ห่วงเธอเลย
โสมมิกาตัดสายโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดเมื่อติดต่อหัวหน้าโจรไม่ได้ ซักพักรถหลายคันก็ขับมาเข้ามาล้อมรถของโสมมิกาไว้ โสมมิกาตกใจ คว้าปืนจากกระเป๋าออกมาเตรียมป้องกันตัว
บอดี้การ์ดของอุดมศักดิ์ลงมาจากรถ โสมมิกางงที่ลูกน้องพ่อตามมา “ไม่มีเวลาแล้ว ต้องหนีแล้วครับ”
“หนีไปไหน หนีทำไม”
“ตำรวจรวบคนที่คุณจ้างไว้ได้หมดแล้ว”
“อะไรนะ”
“แค่เบอร์มือถือก็สาวมาถึงคุณได้แล้ว ท่านกำลังหาทางช่วยคุณอยู่ คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว”
โสมมิกาตกใจ บอดี้การ์ดรีบพาโสมมิกาขึ้นรถของเขาแล้วขับไป พอรถของบอดี้การ์ดไปแล้ว คนขับลีมูซีนที่โสมิกาจ้างมาก็ยืนงงที่จู่ๆ โสมมิกาก็หนีไป ลูกน้องของอุดมศักดิ์ยิงคนขับรถคนนั้นแล้วอุ้มศพใส่ท้ายรถเพื่ออำพราง แล้วขับรถลีมูซีนคันนั้นออกจากท่าเรือทันที

ทุกคนยังอยู่ที่ท่าเรือเพื่อรอการงมศพของหัวหน้าโจรขึ้นมา
สารวัตรเดินมาหาเพื่อรายงานความคืบหน้า “งมศพคนร้ายขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้ยังหามือถือของเขาไม่เจอ เราคงต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลจากเครือข่ายโทรศัพท์ถึงจะสาวถึงตัวผู้บงการได้”
ศตวรรษสงสัย “ก่อเหตุอุกอาจขนาดนี้ อาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลก็ได้ใช่ไหมครับ”
“ไว้ผมจะรีบแจ้งทันทีที่มีความคืบหน้า ขอตัวก่อนนะครับ” สารวัตรเดินเลี่ยงไป
“ไปนุศ... กลับบ้าน” ขยากรชวน
ศตวรรษบอกอนุศนิยา “คุณกลับบ้านไปก่อนนะ ไว้ผมจะตามไป”
อนุศนิยามองศตวรรษที่บาดเจ็บแล้วรู้สึกว่าจะทิ้งเขาไม่ได้ “ไม่ได้หรอก จะทิ้งนายไว้คนเดียวได้ยังไง ยังเจ็บอยู่แบบนี้ “

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/3 วันที่ 4 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ