อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/4 วันที่ 4 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/4 วันที่ 4 พ.ค.59

ศตวรรษบอกอนุศนิยา “คุณกลับบ้านไปก่อนนะ ไว้ผมจะตามไป”
อนุศนิยามองศตวรรษที่บาดเจ็บแล้วรู้สึกว่าจะทิ้งเขาไม่ได้ “ไม่ได้หรอก จะทิ้งนายไว้คนเดียวได้ยังไง ยังเจ็บอยู่แบบนี้ “
ชยากรท้วง “แล้วจะอยู่เข้าไปได้ยังไง คนร้ายก็ยังจับไม่ได้ มันอันตราย”
ศตวรรษตัดบท “ไม่ต้องห่วงผมนะ คุณกลับไปก่อนดีกว่า”
“ไม่!!”
ชยากรได้ยินแล้วก็เหนื่อยใจที่อนุศนิยาดื้อดึงจะอยู่กับศตวรรษให้ได้ “นุศจะเอาชีวิตมาเสี่ยงอยู่ที่นี่ทำไม ไม่คิดถึงใจคนที่ห่วงนุศบ้างรึไง”

มิรันตรีจับอาการหึงหวงของชยากรได้ “ก็คิดถึงใจนุศบ้างสิคะ เขาอยากอยู่ดูแลสามีเขา ไม่เห็นเข้าใจยากตรงไหน” คำพูดของมิรันตรีจี้ใจดำของชยากรมาก ชยากรหงุดหงิดมากที่มิรันตรีมาหักหน้าเขาแบบนั้น มิรันตรีเอ่ยต่อ “นุศพาคุณวรรษกลับไปพักผ่อนเถอะนะ เรื่องถึงตำรวจแล้ว คงไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ”


“งั้นนุศไปก่อนนะ”
ศตวรรษซึ้งใจมากที่อนุศนิยายอมที่จะอยู่กับเขา อนุศนิยาประคองศตวรรษกลับไปลงเรือ พออนุศนิยาไปแล้ว ชยากรเดินหนีมิรันตรีไปทันที มิรันตรีรู้ว่าชยากรไม่พอใจ
ชยากรเดินหงุดหงิดมาที่รถ ชยากรแสดงอาการไม่พอใจมิรันตรีเต็มที่
“รับไม่ได้ที่นุศกลับไปคุณวรรษเหรอคะ”
“อยากเปิดทางให้เขานัก ทำไมเธอไม่ไปอยู่กับเขาด้วยเลยล่ะ”
“ยอมรับซะทีเถอะค่ะ ถึงมีแต่ตัว คุณวรรษเขาก็ไถ่นุศคืนมาได้ เพราะเขาเอาชีวิตเขาไปแลกชีวิตของนุศไว้ ชีวิตแลกชีวิต ถึงซื้อใจนุศได้โดยไม่ต้องใช้เงินซักบาท” ชยากรเจ็บจนพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าเขาแพ้ศตวรรษราบคาบ “ฮีโร่ของนุศไม่ใช่อาอีกแล้ว”
ชยากรเจ็บ มิรันตรียิ่งเห็นชยากรเจ็บยิ่งเจ็บกว่าเมื่อรู้ว่าตลอดเวลาชยากรยังไม่เคยตัดใจจากอนุศนิยาจริงๆ

ศตวรรษทำแผลที่ต้นแขนเรียบร้อยแล้ว โดยมีอนุศนิยาช่วยเป็นลูกมือให้
“โชคดีนะแผลไม่ลึกมาก ลุยกับโจรมือเปล่าไม่รู้คิดอะไร”
“คิดแต่ว่าจะให้คุณเป็นอะไรไม่ได้”
“วันหลังอย่าเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ แบบนี้อีกนะ”
ศตวรรษเห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของอนุศนิยาที่แสดงออกมาก็ทำให้เขาคิดว่าอนุศนิยาคงจะเปิดใจให้แล้ว ศตวรรษถามอย่างอ้อนๆ “แล้วคุณล่ะตอนเกิดเรื่องทำไมคุณไม่คิดจะโทรหาผม โทรบอกคนที่บ้านทำไม”
“ก็จำเบอร์นายไม่ได้ ต่อไปนี้จะจำให้ขึ้นใจเลย... กินข้าวก่อนนะ” อนุศนิยารีบจัดแจงป้อนข้าวต้มให้ศตวรรษ ศตวรรษกินไปคำหนึ่งแล้วก็ไม่ยอมกินต่อ “กินอีกซี่ ยังไงก็ต้องกินนะ จะได้กินยานอนไง”
“นี่คุณจะทรมานผมรึไง?”
“ไม่อร่อยเหรอ? ก็ทำตามของที่มี กินกันตายไปก่อนไม่ได้รึไง”
“คุณโหดมากเลยนะ มาโด๊ปหอยนางรมผมแบบนี้ คืนนี้ผมไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี”
อนุศนิยาเขินละลายเมื่อศตวรรษแซวและมองมาแบบนั้น ถ้วยข้าวต้มถึงกับสั่น “บ้าเหรอ ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นเลยนะ”
ศตวรรษเห็นอนุศนิยาถือชามข้าวแทบไม่ไหว เขาดึงชามข้าวออกไปวางลงบนพื้นให้ “แล้วคืนนี้จะให้ผมนอนบนนี้ด้วยไหม?”
อนุศนิยาเขินจัด ไม่กล้าสบตาศตวรรษที่มองมา ศตวรรษคิดว่าอนุศนิยาคงจะไม่ขัดขืนอีกแล้ว เลยดึงตัวอนุศนิยามาใกล้ๆ แล้วก้มลงไปจะหอมแก้ม อนุศนิยาเขินสุดๆ รีบผลักตัวออกมา แล้วดึงมุ้งที่ตลบขึ้นด้านบนไว้อยู่ลงมา
“นอนไปนะ เดี๋ยวไม่หาย” อนุศนิยารีบเหน็บชายมุ้งเข้าใต้พื้นเสื่อเพื่อขังศตวรรษเอาไว้
ศตวรรษล้มตัวนอนเซ็งบนเสื่ออย่างเซ็งๆ

กลางดึก ภายในกระท่อมเปิดไฟสลัวๆ ไว้ด้วยโคมไฟตรงหัวนอนหนึ่งดวง ศตวรรษนอนอยู่ในมุ้ง ส่วนอนุศนิยาสวมชุดใหม่ที่ศตวรรษไปซื้อมาให้วันนี้นอนอยู่นอกมุ้ง สองคนนอนหันหน้าคุยกันโดยมีมุ้งบางๆ กั้นไว้
“ชุดถูกใจไหม?” อนุศนิยานอนยิ้มพยักหน้าให้ ศตวรรษมองอนุศนิยาที่อยู่ใกล้มากๆ เหมือนตกอยู่ในภวังค์เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่เธอลดตัวลงมาดีด้วยแบบนี้ “วันนี้ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคงไม่มีปัญญาชดใช้ให้พ่อคุณ”
“ทำยังกะชีวิตนายไม่สำคัญ ถ้านายเป็นอะไร ฉันเองก็คงไม่มีปัญญาชดใช้ให้แม่นายเหมือนกัน ชีวิตเราก็มีค่าสำหรับใครบางคนด้วยกันทั้งนั้น”
“ถ้าคุณตายในสามปีที่เราอยู่ด้วยกัน ผมจะตามไปเป็นสามีคุณอีกสามชาติ”
“นี่ขู่เหรอ”
“แช่งเลยล่ะ ... คุณห้ามตายก่อนผมนะ“
“เป็นหมอก็คอยรักษาชีวิตฉันไว้ซี่ เราจะได้อยู่ด้วยกันเกินสามปีไง”
พอศตวรรษได้ยินอนุศนิยาพูดอย่างนั้นก็ปลื้มมาก เขาเอามือลอดออกจากมุ้งมาจับมืออนุศนิยาไว้ อนุศนิยาเห็นศตวรรษจับมือของเธอไว้ก็ยิ้ม โคมไฟที่เปิดไว้ดับลงตอนเที่ยงคืนพอดี แต่สองคนไม่สนใจยังคงนอนจ้องกันโดยจับมือกันไว้อย่างนั้น

ที่รีสอร์ทในจังหวัดกระบี่ ชยากรวางแก้วเหล้าเปล่าๆ ลงบนโต๊ะ มิรันตรีเดินออกมาจากวิลล่า เห็นชยากรยังคงดื่มเหล้าเหมือนคนอกหัก ชยากรมึนมากแล้ว
“โกรธที่มิพูดความจริงเหรอคะ อารับไม่ได้ที่นุศรักหมอ”
“ผู้ชายคนนั้นมันก็แค่ทำเพื่อเงินเท่านั้น”
“ดูถูกความรักของคนอื่นไปไหมคะ คิดว่าคนอื่นเขารักไม่เป็นงั้นเหรอ อานั่นแหละที่รักใครไม่เป็น เห็นความรักเป็นเรื่องเล่นๆ ถึงได้มานั่งฟูมฟายถึงผู้หญิงอีกคนต่อหน้ามิแบบนี้”
ชยากรรู้ว่ามิรันตรีเฮิร์ท จึงพยายามที่จะปกปิดตัวเองไว้ “ฉันห่วงหลานก็ไม่ได้รึไง”
“อย่าฝืนเอาใจมิเลยค่ะ ถ้าอาไม่ได้แคร์มิขนาดนั้น”
“ถ้ายังอยากเป็นแฟนก็อย่ามาเอานิสัยนักข่าวมาใช้กับฉัน อย่ามาจับผิด อย่ามาคาดคั้น”
“ในเมื่อคนมันไม่ใช่ มิทำอะไรมันก็ผิดทั้งนั้น มิผิดที่ไม่ใช่คนที่อารัก อาแค่หลอกใช้มิเป็นแฟนเพื่อตบตาให้นุศตายใจก็เท่านั้น อาไม่ได้แม้แต่พยายามจะลืมนุศด้วยซ้ำ มิมีค่าแค่ทำให้นุศกลับมายอมรับอาก็เท่านั้น” ชยากรจนมุมเถียงไม่ออก เพราะที่มิรันตรีพูดถูกทุกอย่าง ชยากรเริ่มไม่กล้าสบตามิรันตรีแล้ว “เลิกหลอกมิ ทำเหมือนเป็นมิเป็นคนโง่ซะทีได้ไหมคะ”
“ในเมื่อรู้แล้ว เธอจะไปซะก็ได้นะ”
“มิแมนพอ มิไม่โทษอาหรอกค่ะ เพราะมิก็โง่เองที่เชื่อว่าอามีใจ”
“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง”
มิรันตรีประคองหน้าชยากรมามองเธอ “พยายามลืมนุศให้ได้สิคะ อาเจ็บเพราะนุศ มิก็เจ็บเพราะอา มิจะเจ็บเป็นเพื่อนอา มิไม่อายที่จะต้องเป็นฝ่ายรักอาก่อน แค่อาสัญญาว่าจะไม่ให้มิต้องรอเก้อเท่านั้น”
ชยากรอึ้ง นึกไม่ถึงว่ามิรันตรีจะยอมทำเพื่อเขาขนาดนั้น ชยากรสับสนแต่ไม่รับปากเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะรักคนอย่างมิรันตรีได้

บอดี้การ์ดพาโสมมิกากลับมาบ้าน พอเข้ามาถึงก็เจออุดมศักดิ์รออยู่
โสมมิกาสำนึกแล้วหลังจากที่รู้ว่าพ่อมาช่วยไว้“ป๋า”
“ไงนังตัวดี บ้าผู้ชายจนได้เรื่องแล้วเห็นไหม?“
โสมมิกาผงะเมื่อเห็นอุดมศักดิ์ยังซ้ำเติมเธออีก “แล้วป๋าจะมาใส่ใจทำไม ไหนว่าตัดพ่อตัดลูกกันแล้วไง”
อุดมศักดิ์ตบหน้าโสมมิกาให้ได้สติ โสมมิกาอึ้งที่พ่อทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกาย “ถ้าแกติดคุก ถามหน่อยเหอะว่าจะมีใครเสียใจกะแกซักคนไหม? ไอ้ศตวรรษมันคงจะเฮเลยล่ะถ้าแกถูกลากเข้าตะรางไปให้พ้นๆ ซะได้ ผู้ชายคนเดียวที่เดือดร้อนก็มีแต่ฉัน รู้ไหมว่าฉันต้องเสียเงินวิ่งเต้นเท่าไหร่ให้แกรอดมาเนรคุณฉันอยู่ตรงนี้”
“สุดท้ายป๋าก็ห่วงแต่เงินของป๋าอยู่ดี”
“ก็เออสิวะ ก็เงินมันรักดีกว่าลูกอย่างแกนี่โว้ย... “ อุดมศักดิ์สั่งลูกน้อง “กักตัวมันไว้ให้ดี อย่าให้มันออกไปหาเรื่องใส่ตัวอีก”
บอดี้การ์ดหันไปสั่งลูกน้อง ลูกน้องเข้าประกบตัวโสมมิกา ลากตัวโสมมิกาขึ้นไปบนห้องทันที
“จะขังโสม ก็ปล่อยให้โสมติดคุกไปเลยซี่ มากักตัวโสมไว้อย่างนี้ต่างจากติดคุกตรงไหน” โสมมิกาดิ้น ไปตลอดทาง
อุดมศักดิ์เหนื่อยใจที่โสมมิกาสติหลุดขึ้นทุกวัน

โสมมิกาถูกล็อคประตูขังไว้ในห้องนอน มีลูกน้องของอุดมศักดิ์ยืนเฝ้าเอาไว้ โสมมิกาทุบและเตะประตู ร้องกรี๊ดอาละวาด “เก่งจริงลากตำรวจมาเลย ฉันไม่กลัวหรอกโว้ย.. มาจับเลย มาจับฉันไปเลย!!”
ลูกน้องส่งมือถือของโสมมิกาให้บอดี้การ์ด “มือถือคุณหนูครับ”
“จับตาไว้ อย่าให้คุณโสมออกไปไหน หรือติดต่อกับใครเด็ดขาด”\

เช้าวันต่อมา ชยากรยังอยู่ในชุดเดิมกับเมื่อวาน สภาพยังแฮ็งค์อยู่มาก เขานั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว พนักงานโรงแรมเอารูมเซอร์วิสมาเสิร์ฟให้ในห้อง
พอพนักงานออกไป มิรันตรีก็หยิบเอาน้ำส้มมาวางไว้ตรงหน้าเพื่อให้ชยากรดื่มแก้แฮ็งค์ “กินซะ ขึ้นเครื่องสภาพนี้ไม่ไหวแน่”
ชยากรมองมิรันตรีที่ยังห่วงใยเขาอย่างไม่สนิทใจ เพราะยังนึกเรื่องที่ทะเลาะกันเมื่อคืนได้ ชยากรนิ่ง มองแก้วน้ำส้มนั้น มิรันตรีหงุดหงิดที่ชยากรยังทำหน้าซังกะตาย
“เมื่อวานนี้...”
มิรันตรีคว้าสเปรย์ดับกลิ่นปากเอื้อมไปฉีดเข้าปากชยากรทันที “เหม็นเหล้า... “
“นี่....” มิรันตรีไม่อยากจะมีเรื่องกับชยากรอีก เลยแกล้งพ่นสเปรย์เข้าไปในปากชยากรอีกหลายฟืด “โอ๊ย...นี่”
“ไม่ต้องมาทำหน้าแบกโลก จะกินหรือไม่กิน” ชยากรเห็นมิรันตรีตั้งท่าขู่เหมือนจะเอาสเปรย์มาฉีดเขาอีก ชยากรรีบคว้าแก้วน้ำส้มมาดื่มเข้าไป มิรันตรีพอใจเมื่อเห็นชยากรยอมทำตาม “ไปอาบน้ำ เราต้องรีบกลับแล้ว มิมีนัดสัมภาษณ์บ่ายนี้”
ชยากรลุกขึ้นจากโต๊ะจะกลับไปอาบน้ำ แต่ยังไม่วายหันมามองมิรันตรีอย่างแปลกใจ ที่มิรันตรีสามารถลืมเรื่องเมื่อวานไปได้อย่างรวดเร็ว และทำตัวปกติดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชยากรเข้ามาในห้องนอนของเขา แต่ยังแอบมองมิรันตรีผ่านประตูและคิดถึงสิ่งที่เธอบอกเขา
“อาเจ็บเพราะนุศ มิก็เจ็บเพราะอา มิจะเจ็บเป็นเพื่อนอา มิไม่อายที่จะต้องเป็นฝ่ายรักอาก่อน แค่อาสัญญาว่าจะไม่ให้มิต้องรอเก้อเท่านั้น”
ชยากรกลุ้มใจมากที่มิรันตรียืนยันจะรอเขา

อนุศนิยากำลังตากผ้าอยู่หน้าบ้าน
มีเรือของชาวบ้านขับเข้ามาตะโกนเรียกศตวรรษมาจากเรือ “หมอ....หมอ... อยู่รึเปล่า” ศตวรรษรีบลงมาจากบ้าน อนุศนิยามองไปก็งง ชาวบ้านบอก “มะเหยง.....ไอ้มะเหยง”
ศตวรรษได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจทันที เขารีบตะโกนตอบ “เข้าใจแล้ว เดี๋ยวรีบไป” ศตวรรษรีบวิ่งขึ้นไปเอากระเป๋าอุปกรณ์แพทย์และถังออกซิเจนพกพา
อนุศนิยาตื่นตกใจ “มีอะไร เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“มีคนเจ็บ ต้องรีบไป”
“นายยังเจ็บอยู่เลย ให้ฉันไปด้วย” อนุศนิยารีบเข้าไปช่วยศตวรรษหิ้วของ แล้วสองคนก็ออกไปที่เรือสปีดโบ๊ทที่จอดไว้ที่หน้าหาด

มะเหยง ชาวประมงชายวัย 60 ปี นอนทุรนทุรายอยู่บนพื้น ครอบครัวพากันร้องไห้ ศตวรรษรีบขึ้นมาบนบ้านพร้อมกับอนุศนิยา
“หมอ... มันบอกว่าปวด ปวดไปหมด”
“ออกไปหาปลามาอีกแล้วใช่ไหม?”
คนไข้นอนดิ้นทุรนทุรายอันเกิดจากโรคเบนด์ หรือ “โรคน้ำหนีบ” ที่เกิดจากการดำน้ำลึก แล้วทำให้เกิดฟองอากาศไนโตรเจนไปอุดแทรกที่อวัยวะภายในทำให้มีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ตัวชา ควบคุมร่างกายท่อนล่างไม่ได้
อนุศนิยาที่ตามขึ้นมาด้วยกัน เห็นอาการของมะเหยงแล้วก็ตกใจ
“ลุง...ผมมาแล้วนะ ไหนดูซิเห็นผมไหม”
ท่าทางของคนไข้เอาแต่ทรมานไม่รับรู้ ศตวรรษประเมินอาการเห็นว่าน่าห่วง จึงรีบจับตัวคนไข้ให้นอนตะแคงกึ่งคว่ำ แล้วนำถังอ็อกซิเจนบริสุทธิ์มาให้คนไข้สูดเข้าไป อนุศนิยามองออกไปเห็นชาวบ้านในหมู่บ้านมาชะเง้อมองอยู่นอกบ้าน ทุกคนมองอย่างกังวล ดูเป็นห่วงคนไข้มาก

ศตวรรษกับอนุศนิยาเดินกลับมาที่เรือ มีกลุ่มแม่บ้านที่อนุศนิยาเจอเมื่อวานมาส่ง
แม่บ้านคนหนึ่งเดินมาหา “ขอบคุณมากนะหมอที่มาช่วยมะเหยงมัน ดูซิตัวเองยังเจ็บอยู่แท้ๆ”
“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ”
“แล้วนี่ไอ้มะเหยงมันจะไม่เป็นอะไรแน่นะ”
“ต้องหยุดออกไปหาปลาซักพัก ถ้ายังฝืนก็จะเป็นแบบวันนี้หรืออาจจะแย่กว่านี้”
“นี่นะหมอ ปูปลาที่ไอ้มะเหยงมันหามา หมอกับเมียแบ่งเอาไปทำกินกันนะ” แม่บ้านส่งถังให้
อนุศนิยารับมาไว้ “ขอบคุณมากนะคะ”
“พวกเราไม่มีอะไรตอบแทนหมอเลย ก็ให้ได้แค่นี้ล่ะ”
“ผมไปก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะแวะมาดูใหม่ ถ้ามีอะไรด่วนก็ไปเรียกได้”
ศตวรรษพาอนุศนิยามาที่เรือ แม่บ้านเดินกลับเข้าไปยืนรอส่งบนฝั่ง อนุศนิยาสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มชาวประมงหลายคนที่มายืนส่งต่างก็พิกลพิการขาลีบ ไม่นั่งรถเข็น ก็ถือไม้เท้า

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/4 วันที่ 4 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ