อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/5 วันที่ 5 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/5 วันที่ 5 พ.ค.59

ศตวรรษพาอนุศนิยามาที่เรือ แม่บ้านเดินกลับเข้าไปยืนรอส่งบนฝั่ง อนุศนิยาสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มชาวประมงหลายคนที่มายืนส่งต่างก็พิกลพิการขาลีบ ไม่นั่งรถเข็น ก็ถือไม้เท้า
“ลุงคนเมื่อกี๊เขาเป็นอะไรเหรอ?”
“เขาเรียกว่าน้ำหนีบ เพราะแกไปดำน้ำหาปลาแล้วร่างกายปรับตัวไม่ทัน ถ้าเรามาช่วยเขาไม่ทัน เขาก็อาจจะตาย หรือไม่ก็พิการเหมือนกับคนพวกนั้นไง ที่ทุกคนกลัวเพราะที่นี่แทบจะไม่เหลือใครออกหาปลาได้อีกแล้ว ลุงมะเหยงถึงต้องออกไปเองไง” ศตวรรษค่อยๆ ออกเรือไป
อนุศนิยามองอาหารทะเลในถังที่ได้มา แล้วหันมามองชาวบ้านทุกคนที่โบกมือส่งอยู่ด้วยความสงสาร

ศตวรรษขับเรือพาอนุศนิยามุ่งหน้ากลับไปเกาะ ระหว่างนั้นก็เจอเรือหางยาวของชาวเลมาจอดหาปลา ในเรือมีเครื่องปั๊มอากาศต่อสายยางไว้สำหรับให้คนดำลงไปหาปลาด้านล่าง พอชาวเลเห็นศตวรรษก็โบกมือทักทาย ศตวรรษโบกมือตอบ แล้วเล่าให้อนุศนิยาดูวิถีชีวิตอันลำบากลำบนของชาวเลในแถบนั้น


“ชาวเลที่นี่ถูกบีบให้ต้องออกมาหาปลาไกลแบบนี้ เพราะพื้นที่ทำกินของเขาตามเกาะกลายเป็นรีสอร์ท จะหาปลาคนก็บอกว่าเสียบรรยากาศท่องเที่ยว พวกเขาก็เลยต้องออกมาหาปลาไกลอย่างนี้ พอต้องดำน้ำลึกมันก็เสี่ยงที่ร่างกายจะปรับความดันไม่ทัน จะไม่ออกหาปลาก็หาเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ พวกเขาถึงต้องยอมเสี่ยงชีวิตดำน้ำลงไปทุกวันแล้วก็ยิ่งกลัวทะเลมากขึ้นทุกวัน”
เรือของศตวรรษแล่นผ่านไป อนุศนิยามองตามเรือของชาวเลลำนั้นแล้วค้นพบชีวิตอีกแง่มุมหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็น

ศตวรรษมาจอดเรือที่หน้าหาด ศตวรรษคอยขนของต่างๆ ลงจากเรือมาไว้บนหาด
อนุศนิยายังติดใจเรื่องที่เจอมาวันนี้เลยเอาแต่เฝ้าถาม “แล้วถ้านายไม่อยู่ที่นี่วันนี้ ลุงคนนั้นจะเป็นยังไง”
“ผมไม่มา พวกเขาก็ไม่กล้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะบางคนไม่มีบัตรประชาชน บางคนอายที่ไม่รู้หนังสือ แล้วก็ไม่มีเงิน ถ้ามาหาแล้วรอดก็ยังออกมาหาปลาผ่อนค่ารักษาได้ แต่ถ้าตายลูกเมียก็หาเงินผ่อนศพออกมาไม่ได้ พวกเขาถึงยอมตายอยู่ที่บ้าน”
“เพราะอย่างนี้นายถึงอยากมาอยู่ช่วยพวกเขาที่นี่ใช่ไหม “
“ผมเป็นหมอ ผมอยู่กับคนป่วยทุกวัน คุณก็เห็นคนบางคนแค่จะมีชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวันมันยากแค่ไหน พวกเราโชคดีกว่าเขาที่ไม่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่เราก็ไปทำชีวิตให้มันยุ่งยากวุ่นวาย จนลืมมองไปว่าแค่ยังมีชีวิตหายใจได้ทุกวันมันก็ดีมากแล้ว”
ศตวรรษก้มวางของลงบนหาด อนุศนิยาได้ยินศตวรรษบอกอย่างนั้นก็สำนึกได้ รู้สึกเลยว่ารักผู้ชายไม่ผิดคน อนุศนิยาโผเข้าไปกอดศตวรรษจากด้านหลังเอาไว้ ศตวรรษตกใจ “นายพูดถูก ฉันทำให้ชีวิตยุ่งยากเอง ขอโทษนะที่ฉันปากไม่ตรงกับใจ ฉันมาเพื่อจะขอโทษนาย แค่นี้ก็ยังไม่กล้าพูดไปตรงๆ เลย” ศตวรรษอึ้งจะหันไปหา แต่อนุศนิยาไม่กล้าบอกกับศตวรรษซึ่งๆ หน้าเลยไม่ยอมให้เขาหันมา “อย่าเพิ่งหันมานะ ขอพูดให้จบก่อน” ศตวรรษรอฟังอนุศนิยาพูดอย่างใจจดใจจ่อ “อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงกลัวจะ “ใจอ่อน” ให้นาย เพราะฉันกลัวว่าคนดีๆ อย่างนายจะไม่ชอบผู้หญิงนิสัยเสียอย่างฉันไง ไม่ใช่นายไม่ “ดีพอ” ฉันต่างหากที่รู้ตัวว่าไม่ดีพอสำหรับนาย”
ศตวรรษหันมามองอนุศนิยาเห็นเธอน้ำตาซึม ศตวรรษตกใจ “คุณนุศ”
“ยกโทษให้ฉันได้ไหม”
“ถ้าเมื่อวานคุณเป็นอะไรไป ผมคงไม่มีโอกาสได้ยินคำๆ นี้”
อนุศนิยายิ่งร้องไห้โฮด้วยความรู้สึกผิด ศตวรรษเข้าไปจูบหน้าผากของอนุศนิยาและรวบตัวอนุศนิยามากอดไว้ อนุศนิยากอดศตวรรษไว้แน่นเพราะรู้แล้วว่าการมีเขาอยู่ในชีวิตช่วยเติมเต็มชีวิตให้เธอมากแค่ไหน

อนุศนิยานั่งปิ้งอาหารทะเลที่ได้มาจากหมู่บ้านอยู่ที่หน้าบ้าน เริ่มมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตแม่บ้าน ศตวรรษเดินลงมาจากบ้านพร้อมกับดอกไม้ที่หล่นอยู่บนบ้าน ตอนที่ศตวรรษเดินลงมา อนุศนิยาจับตามองดูว่าศตวรรษสวมรองเท้าแตะข้างไหนก่อนตามที่มาเรียมเคยถามเอาไว้ แค่เห็นศตวรรษสวมรองเท้าก็ทำให้อนุศนิยายิ้ม รู้สึกเหมือนว่าได้รู้จักเขามากขึ้นอีก
ศตวรรษเดินมาหาอนุศนิยา แล้วเอาดอกไม้มาทัดที่หูให้อย่างเอาใจ เขาหันไปเห็นอนุศนิยาปิ้งทุกอย่างตั้งแต่ปลา ปู กุ้ง หอย “อื้อหือ... ทำไมปิ้งเยอะจังล่ะ”
“ก็เพราะไม่รู้นายชอบกินอะไร ก็เลยปิ้งมันทุกอย่างเลยไง” อนุศนิยาชี้ไปบนเตา “นายชอบกินอะไรล่ะปลา ปู กุ้ง หอย ชอบกินอะไรไหนบอกซิ”
“ถ้าคุณทำให้กินผมก็ชอบหมดนั่นแหละ”
“บ้า...” อนุศนิยาเขินมาก
ศตวรรษชอบใจที่อนุศนิยาไม่เก๊กดุเหมือนเคย แถมท่าทางเขินยังน่ารักมากด้วย “จีบเมียตัวเองนี่มันแปลกดีนะ รู้สึกเหมือนทำอะไรข้ามขั้นชาวบ้านเขาหมด แต่งแล้วค่อยจีบแปลว่าผมจีบติดแน่ใช่ไหม”
“อย่าเพิ่งมั่นใจไป” อนุศนิยาบอกพร้อมกับป้อนอาหารให้ศตวรรษ
ศตวรรษเคี้ยวไปด้วยคุยไปด้วย “วันแรกที่เราเจอกัน คุณยังคิดว่าผมเป็นโจรอยู่เลย ถ้าจีบตอนนั้น คุณก็คงด่าว่าผมไม่เจียม”
“เราคงผิดมาตั้งแต่เริ่ม คงเรียกรักแรกพบไม่ได้อย่างคู่อื่นเขาไม่ได้”
“ถ้าวันนั้น เราไม่ตีกัน ไม่รู้วันนี้จะเป็นยังไง แต่ช่างเถอะเราคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วนี่เนอะ”
ศตวรรษก้มลงนอนหนุนตักอนุศนิยา คำพูดของศตวรรษทำให้อนุศนิยานึกอยากกลับไปแก้ไขวันแรกที่พวกเขาเจอกัน

ศตวรรษกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ อนุศนิยาถือเสื้อที่ศตวรรษตากไว้บนราวมาดักรอที่หน้าห้องน้ำ อนุศนิยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตั้งใจว่าจะแกล้งทำเหมือนตอนที่เจอศตวรรษครั้งแรกที่กระท่อมนี้
ตอนนั้นอนุศนิยาซุ่มรอดูศตวรรษออกมาจากห้องน้ำ
ครืด....ประตูห้องน้ำก็พังผลัวะหลุดออกมาตอนที่ศตวรรษกำลังรีบนุ่งผ้าขาวม้า อนุศยาล้มก้นจ้ำเบ้าหลบประตูที่พังลงมา ศตวรรษตกใจกว่าเพราะยังนุ่งผ้าไม่เสร็จ แถมอนุศยายังนั่งหันมาประจันหน้า สายตาพุ่งตรงไประดับหว่างขาของเขาพอดี
“เอ๊ย....” ศตวรรษรีบนุ่งผ้าแทบไม่ทัน
“อ๊าย.... ไม่เห็นอะไรนะ ไม่เห็นจริงๆ”
อนุศยาเห็นชายแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวก็ทนไม่ไหว วิ่งเสียขวัญ กรีดร้อง กระเจิดกระเจิงหนีไปทางหน้าหาด
ศตวรรษเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ออกจากห้องน้ำมาด้วยกางเกงเลตัวเดียว ที่แขนมีผ้าปิดแผลกันน้ำไว้ด้วย เขาแปลกใจที่เห็นอนุศนิยามายืนรออยู่
“จำวันแรกที่นายโป๊ตรงหน้าฉันได้ไหม? เราเจอกันครั้งแรกตรงนี้ไง”
ศตวรรษยิ้มเมื่อเห็นอนุศนิยามาทบทวนความหลัง ศตวรรษแกล้งอนุศนิยากลับ “อ๋อ อยากดูผมโป๊อีกใช่ไหมล่ะ?”
ศตวรรษแกล้งขยับจะถอดกางเกง อนุศนิยาร้องกรี๊ด แล้วรีบวิ่งหนีไปทางหน้าหาด ศตวรรษแกล้งไล่ตาม

อนุศนิยาวิ่งถือเสื้อของศตวรรษมาที่หน้าหาด
ศตวรรษวิ่งไล่ตามจับมาจับตัวอนุศนิยาเอาไว้ได้ “วันนั้นคุณหาว่าผมหื่น ลวนลามคุณจำได้ไหม”ศตวรรษแกล้งกอดอนุศนิยาเอาไว้แน่นๆ แล้วอุ้มอนุศนิยาจนตัวลอย อนุศนิยาร้องวี้ดเบาๆ
“จำได้... แล้วฉันก็ทำนายแบบนี้ไง” อนุศนิยาแกล้งกระทุ้งศอกลงใส่ศตวรรษ แต่คราวนี้ศตวรรษรู้ทันเลยจับตัวอนุศนิยาเหวี่ยงลงบนพื้นทรายแทน
“ผมจะไม่พลาดอีกแล้ว “ ศตวรรษจับอนุศนิยากลิ้งลงกับพื้นทราย สองคนหยอกล้อกอดฟัดแกล้งกันบนพื้นทราย
“จะมาหาว่าโรคจิตไม่ได้แล้วนะ”
“ชู่ว์... ต้องระวังมีคนมาแอบถ่ายรูปเราด้วยนะ”
ศตวรรษแกล้งทำมองสำรวจแบบระแวงๆ กลัวใครจะมาเห็นเขาสองคนจู๋จี๋กัน “นั่นสิ เดี๋ยวคุณก็หาว่าผมซ่อนกล้องไว้แบล็คเมล์คุณอีก “
อนุศนิยาเอามือคล้องคอศตวรรษเอาไว้ “เชื่อแล้วว่านายไม่ได้เป็นคนทำ”
“ทำไมไม่เชื่อซะตั้งแต่ตอนนั้น จะได้ไม่เสียเวลากันมาจนป่านนี้”
“ทำยังกะว่าตอนนั้นนายชอบฉันลงนักนี่ เอาเป็นว่าบุพเพฯ สำหรับเราสองคนคงไม่มี”
“เข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ เราสองคนไม่ได้เจอกันครั้งแรกที่นี่ซะหน่อย”
“หืม?” อนุศนิยาอึ้ง
ศตวรรษยิ้ม เพราะตอนนั้นอนุศนิยาเมายามากจนจำไม่ได้ “เราเจอกันครั้งแรกที่นั่น”

กลางทะเลยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยพรายน้ำ ศตวรรษพาอนุศนิยาพายเรือไปดูพรายน้ำ สองคนนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่ในเรือ อนุศนิยาตื่นเต้นมาก
“ตรงนี้ต่างหากที่เราสองคนเจอกัน ผมชอบมาดูพรายน้ำ เพราะชอบสีของมัน”
“จำได้คืนนั้นฉันก็มาดูพรายน้ำแถวนี้” อนุศนิยาเอามือกวักน้ำเพื่อให้เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา
ศตวรรษมองท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติของอนุศนิยาอย่างเพลินตา “คืนนั้นผมก็พายเรือของผมอยู่ดีๆ แล้วก็มีผีพรายที่ไหนมารู้ดำน้ำมาหา”
“ฉันไม่ได้เล่นยามานะ แต่ถูกมอมยาต่างหากล่ะ นายคงคิดว่าฉันมั่วมากถึงได้ลอยมาติด เกาะแถวนี้” อนุศนิยากล้งวักน้ำใส่ศตวรรษ
“ไม่ใช่แค่มั่วยานะ แต่คุณยังมั่วกับอาคุณด้วยนี่สิ”
อนุศนิยารู้สึกผิดที่เคยหลอกศตวรรษเอาไว้ สารภาพออกมาอย่างจ๋อยๆ “ฉันกับอาชยาไม่ได้มีอะไรกัน ฉันโกหกเพราะคิดว่าจะทำให้นายขยะแขยงแล้วก็ไม่ตอแยฉันก็เท่านั้น”
“คุณรังเกียจผมถึงกับต้องอ้างเรื่องนี้ขึ้นมาหลอกกันเลยเหรอ”
“ตอนนี้ไม่รังเกียจแล้วนะ” อนุศนิยาพูดจบก็ไถ่โทษด้วยการเข้าไปจุ๊บที่ปากศตวรรษเบาๆ หนึ่งทีเป็นการพิสูจน์ อนุศนิยารีบกลับมานั่งที่
ศตวรรษตะลึงมากที่อนุศนิยาจูบเขาก่อน แม้จะชอบมากแต่ก็ทำเก๊กอยู่ “แค่นี้เขาเรียกว่ายังรังเกียจอยู่” ศตวรรษโน้มไปหากะจะให้อนุศนิยาพิสูจน์ด้วยการจูบเขาอีกครั้ง ตอนที่ศตวรรษเข้าไปใกล้ อนุศนิยาไม่บ่ายเบี่ยงอย่างทุกครั้ง จนกระทั่งเมื่อศตวรรษประทับริมฝีปากลงครู่หนึ่ง อนุศนิยาก็เบี่ยงหนี ศตวรรษพยายามยื้อทำให้ร่างของสองคนเสียการทรงตัว พลัดตกลงจากเรือทันที

ศตวรรษกับอนุศนิยาลงมาว่ายน้ำในทะเล พรายน้ำสว่างวาบไปตามบริเวณที่สองคนว่ายน้ำไป ศตวรรษว่ายน้ำไล่จับอนุศนิยา พอจับตัวได้ก็ดึงอนุศนิยามาจูบ สองคนจูบกันเนิ่นนานจนแทบไม่อยากแยกจากกันเลย

ศตวรรษและอนุศนิยาในร่างเปียกปอนกลับมาถึงฝั่ง พอถึงหาดแล้วสองคนก็ทิ้งตัวลงนอนบนหาดทรายด้วยกัน สองคนว่ายน้ำมานานจนเหนื่อยหอบ
“ที่เราเจอกันคืนนั้นคุณคงจำอะไรไม่ได้”
“จำไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ”
“มันมีมากกว่านั้น ผมจะทบทวนความจำให้” ศตวรรษพลิกตัวเข้าไปหาอนุศนิยา ศตวรรษจ้องมองอนุศนิยาจากในระยะใกล้ เหตุการณ์กลับไปคล้ายกับคืนแรกที่ทั้งคู่เจอกันทุกอย่าง “เรามาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งตั้งแต่ตรงนี้เถอะนะ สมมติถ้าเราย้อนกลับมาเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ผมก็อยากให้คุณจดจำช่วงเวลาที่คุณอยู่กับผมตรงนี้” ศตวรรษมองตาอนุศนิยาอย่างหวานซึ้ง “อยากให้คุณมองผมด้วยสายตาแบบนี้” ศตวรรษก้มลงจะจูบ
“ระวังมีคนมาเห็นนะ”
“ตัดไฟแล้วไม่มีใครเห็นหรอกน่า” ศตวรรษก้มลงจูบอนุศนิยา
อนุศนิยาโอบกอดศตวรรษไว้อย่างโรแมนติค

เช้าวันใหม่ ศตวรรษและอนุศนิยานอนกอดกันอยู่ในกระท่อม เสียงนกร้องทำให้อนุศนิยารู้สึกตัวตื่นขึ้น แต่ศตวรรษยังคงนอนหลับอยู่ อนุศนิยาแอบลอบสังเกตมองใบหน้าของศตวรรษในระยะใกล้ด้วยความรัก สายตาของอนุศนิยาในวันนี้เป็นประกายเหมือนตื่นมามีชีวิตใหม่ ศตวรรษขยับพลิกตัวทำให้เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอเขาเห็นอนุศนิยาจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ศตวรรษก็งัวเงียตื่นขึ้น พร้อมกอดอนุศนิยาแน่นขึ้น
“เช้าแล้ว ไม่ไปทำงานเหรอคุณหมอ”
“ขอขี้เกียจซักวันก็ไม่ได้เหรอ”
“คนไข้รอ “คุณ” อยู่นะ ตื่นเร็วเข้า”
ศตวรรษตื่นทันทีเมื่อได้ยินอนุศนิยาเรียกเขาว่า “คุณ” ศตวรรษแกล้งทำโอดโอย “โอย...สงสัยน้ำจะหนีบ... หูผมได้ยินไม่ค่อยถนัด”
“อะไรเนี่ย... “คุณ” เป็นอะไร”
ศตวรรษยิ้มปลื้มมาก “ยอมเรียกผมว่า “คุณ” แล้วเหรอ ได้อัพเกรดแล้วด้วย ดีจัง”
อนุศนิยาเขิน “คุณหมอรีบลุกไปทำงานเร็วเข้า...อย่าเสียเวลา”
“เดี๋ยวขอตรวจคนไข้ฉุกเฉินตรงนี้ก่อน” เขาแกล้งเล่นกับอนุศนิยา ทำเหมือนอนุศนิยาเป็นคนไข้ “คนไข้เป็นอะไรมาเอ่ย ไหนดูซิชีพจรเต้นแรงไหม” ศตวรรษแกล้งเอาจมูกไปซุกไซ้ที่ต้นคอของอนุศนิยาทำเหมือนจะตรวจชีพจร
อนุศนิยาจั๊กจี้หัวเราะ แล้วดิ้นหนี “โอย... อย่า”
“มาฟังเสียงการทำงานของปอดหน่อยซิ”
“นี่.. ไม่เอานะ”
“ต้องอัลตร้าซาวด์ดูด้วยว่ามีน้องรึยังนะ” ศตวรรษเอาหูไปแนบกับท้องของอนุศนิยา อนุศนิยาทนไม่ไหวรีบลุกขึ้นมา ศตวรรษรีบกอดเอาไว้ แล้วจับคางอนุศนิยาให้หันมา “สงสัยต้องเก็บตัวอย่างน้ำลายส่งแล็บด้วย “
ศตวรรษโน้มเข้าไปจะจูบอนุศนิยา ใบหน้าของสองคนค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้กัน
“โอ๊ย... พี่วรรษ...พี่วรรษจ๋า ช่วยมาเรียมด้วยจ้ะ”
ศตวรรษเบรคกึ้กทันทีเมื่อได้ยินว่ามีตัวป่วนบุกบ้าน อนุศนิยาตกใจมากกลัวมาเรียมมาเห็นเธอกับศตวรรษในจังหวะนี้พอดี “อย่าให้ขึ้นมานะ” อนุศนิยารีบรวบเสื้อผ้าเอาไว้ทันที
ศตวรรษรำคาญมาเรียมมาก รีบลุกออกไปดักมาเรียมไว้ไม่ให้มาเห็นภาพหวิวของเขากับอนุศนิยา

แอเซาะแบกมาเรียมมาวางลงบนแคร่
มาเรียมร้องโหยหวนทำสำออย “โฮๆ เจ็บจังเลย เจ็บอย่างนี้มาเรียมจะไม่ทน”
“โถๆ ทำใจดีๆ เอาไว้นะ”
ศตวรรษเดินลงมาจากบ้านท่าทางเซ็งๆ
“พี่วรรษจ๋า มาเรียมจะตายแล้วจ้ะ”
“เป็นอะไรล่ะ”
“เล็บขบจ้ะ”
แอเซาะหันมาหามาเรียมประมาณว่าจะแถเอาอย่างนั้นจริงเหรอ
ศตวรรษรู้ในทันทีว่ามาเรียมแกล้งมาป่วน แต่ก็ทำตามน้ำไปก่อน “ไหนขบข้างไหน?”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 13/5 วันที่ 5 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ