อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/3 วันที่ 5 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/3 วันที่ 5 พ.ค.59

"คุณอาของคุณมีโรคประจำตัวอะไรรึเปล่า คือผมเจอเขาที่โรงพยาบาล ท่าทางเขารีบร้อนแปลกๆ ผมห่วงว่าเขาจะไม่สบายหรือเป็นอะไรร้ายแรงแต่ไม่กล้าบอกพวกคุณ”
“ไม่น่าจะใช่เรื่องป่วยหรอกค่ะ คุณวรรษคะ ช่วยสืบให้หน่อยได้มั้ยคะว่าอาประสงค์ ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล”
“มีอะไรรึเปล่า?”
“นุศแค่อยากแน่ใจอะไรบางอย่างค่ะ ฝากด้วยนะคะ”
“ได้ครับ..เอ่อ.กลับบ้านเร็วๆนะครับ อย่าทำให้ผมเป็นห่วง!”
“เจอกันที่บ้านนะคะ!!”
ศตวรรษวางสายไป
ชยากรท้วง “เรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัว นุศไม่ควรให้ไอ้หมอนั่นเข้ามายุ่ง”

“คุณวรรษก็เป็นคนในครอบครัวค่ะ” ชยากรอึ้ง...แต่ระหว่างนั้นมีรถแล่นมา รปภ.ทำความเคารพ รถประสงค์แล่นเข้าไป อนุศนิยาเห็นก่อน “นั่นรถอาประสงค์นี่คะ!! “


ชยากรหันมองตาม เห็นประสงค์ลงจากรถ “อาประสงค์เกี่ยงข้องกับเรื่องนี้แน่ๆ”
“อาประสงค์กล้าหักหลังเราได้ยังไง นุศจะบุกเข้าไปถามให้รู้เรื่อง “
ชยากรดึงอนุศนิยาไว้ “ใจเย็นๆนุศ ทำแบบนั้น พี่ประสงค์ไม่มีทางยอมรับแน่ คนอย่างพี่ประสงค์ ต้องจับให้ได้แบบคาหนังคาเขารอโรงงานเลิกเมื่อไหร่..อาจะเอาหลักฐานมาให้ได้” ชยากรจับกระชับมืออนุศนิยาแน่น

มิรันตรียืนอยู่กับอังกาบ ใกล้กับโต๊ะอาหารที่มีนันทพลกับจีน่าก็นั่งอยู่ ละไมกำลังรินน้ำใส่แก้ว
“ชยายังไม่กลับมาเลยจ๊ะ หนูมินั่งรอก่อนได้นะจ๊ะ”
จีน่าได้ยินก็หูผึ่ง รีบเสนอหน้าพูดขึ้นมา “เมื่อเช้าจีน่าเห็นคุณชยาออกไปกับคุณนุศ” ทุกคนหันไปมองจีน่า “แต่ก็ไม่เห็นเข้าไปที่ออฟฟิศเลยนะคะวันนี้ เอ...ไม่รู้สินะว่าเค้าไปไหนด้วยกัน สองต่อสองด้วย” จีน่าพูดเย้ยๆ
มิรันตรีหันมามองหน้าจีน่าแบบแปลกใจที่เห็นเธอทำหน้าเหมือนสะใจอย่างนั้น
นันทพลสวน “ก็แล้วทำไมไม่จับตาดูเล็กให้มันได้อย่างนี้ ทีคนของตัวเองไม่รู้จักเฝ้าไว้ให้ดี ปล่อยให้ออกไปเถลไถลทุกวัน”
“จริงค่ะ ละไมต้องแหกขี้ตามาแซะลงจากรถให้ตีสี่ตีห้าทู๊กกกวัน จนนึกว่าตัวเองจะเป็นเมียคุณเล็กละ”
จีน่าหันมองละไมอย่างไม่พอใจที่ถูกเหน็บ “ก็เพราะมันมีคนทำให้เขารู้สึกว่าบ้านไม่มีความสุขน่ะสิคะ เขาถึงต้องออกไปนอกบ้านทุกคืนแบบนี้”
นันทพลย้อน “แปลกดี ค้าขายเรื่องบ้าน แต่บ้านตัวเองกลับไม่น่าอยู่ซะนี่ “
อังกาบท้วง “พูดอย่างนี้เดี๋ยวหนูมิเขาก็ไม่กล้าแต่งเข้าบ้านเราหรอกค่ะ”
“หนูมินั่นแหละ ที่จะเป็นคนมาทำให้บ้านนี้น่าอยู่ขึ้น”
มิรันตรีได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ เพราะรู้ดีว่าสถานการณ์ของคู่เธอง่อนแง่นเต็มที จีน่ามองมิรันตรีอย่างเขม่นเพราะไม่มีใครเคยโอ๋เธอแบบนั้นบ้างเลย

มิรันตรีโทรหาชยากร แต่ชยากรไม่รับสาย มิรันตรีเซ็งมาก อังกาบเดินออกมา มิรันตรีหันไปมอง “มิจะกลับแล้วค่ะ”
“อ้าว ไม่รอชยาแล้วเหรอลูก”
“ไม่ดีกว่าค่ะ บางทีอาชยาอาจจะไม่อยากเจอมิก็ได้ ขนาดมิโทรหาก็ยังไม่รับสาย”
“ไม่หรอกจ๊ะ ชยาคงจะยุ่งมากจริงๆ”
“มิไม่ได้มีอะไรสำคัญ ไว้วันหลังก็ได้ มิลานะคะ “ มิรันตรีไหว้อังกาบ แล้วก็เดินออกไป
อังกาบนึกเป็นห่วงมิรันตรี

ชยากรกับอนุศนิยายังอยู่กันในรถ มองเห็นไฟในโรงงานปิด รปภ.เดินมาปิดประตู
“โรงงานปิดแล้ว ทำตามแผน “
อนุศนิยาพยักหน้า สองคนรีบลงจากรถทันที

อนุศนิยาเดินยิ้มหวานมาหารปภ.ที่เฝ้าอยู่ด้านหน้า รปภ.เห็นสาวสวยเดินมาหาก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม เดินมาหาอนุศนิยาทันที “น้องสาวมีอะไรให้พี่ช่วยจ๊ะ “
“รถหนูเสียน่ะค่ะพี่ ไม่รู้เป็นอะไร ขับมาดีดีเครื่องดับเฉยเลย พี่ช่วยไปดูให้หน่อยได้ป่ะคะ “
“ได้สิจ๊ะ จัดให้เลยจ๊ะ “
อนุศนิยาส่งยิ้มขอบคุณ และเดินออกไปกับรปภ. ระหว่างนั้นก็เหลือบมองชยากรที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ชยากรเห็นเป็นโอกาสดีก็รีบวิ่งออกมาและรีบผลุบเข้าไปในโรงงาน

ชยากรใช้ไฟฉายจากมือถือส่องมาตามทาง ผ่านห้องต่างๆ แล้วก็ชะงัก เห็นป้ายติดหน้าห้องว่า ห้องกรรมการผู้จัดการ..ชยากรหยุดที่หน้าห้อง ใช้มือจับลูกบิด ห้องล็อค! ชยากรคิด..เอากระเป๋าสตางค์หยิบบัตรเครดิตออกมาแหย่ไปตรงช่องว่างระหว่างประตู ตรงเดือยลูกบิด แล้วหมุนสองสามครั้ง ประตูก็เปิดออก ชยากรโล่งใจ หันไปมองไม่มีใคร ก็รีบเข้าไปในห้องและปิดประตูทันที
รปภ.กำลังดูเครื่องให้อนุศนิยา อนุศนิยาสีหน้ากังวลใจมาก รปภ.หันมาทางอนุศนิยา “รถก็ดูไม่ได้เป็นอะไรนะครับ”
“อ้าว เหรอคะ “
“ลองสตาร์ทดูมั๊ยครับ”
อนุศนิยายิ้มๆ รปภ.ปิดฝาห้องเครื่อง อนุศนิยาเดินเข้าไปนั่งและสตาร์ท ก่อนจะลงมาจากรถและยิ้ม “ติดแล้วค่ะ แปลกจังนะคะ อยู่ดีดีก็ดับ ขอบคุณนะคะพี่ “
“ยินดีครับพ้ม “
อนุศนิยาขึ้นรถและขับออกไปทันที

ชยากรกำลังรื้อเอกสารบนโต๊ะ แล้วก็เห็นใบ B.O.Q ที่แจกแจงอุปกรณ์ก่อสร้างและปริมาณของแต่ละโปรเจ็คท์อย่างเคร่งเครียด ในเวลาเดียวกันนั้นชยากรมองผ่านกระจกออกไปเห็นรปภ.กำลังตรวจโรงงาน ชยากรรีบดับไฟฉาย และหลบใต้โต๊ะ แสงไฟฉายจาก รปภ.ส่องเข้ามาในห้อง ชยากรลุ้นมาก ๆ ไม่นานรปภ.ก็เดินผ่านไป ชยากรโผล่หน้าขึ้นไปมอง ด้วยความโล่งใจ ลุกขึ้นมายืน แล้วก็เห็นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ชยากรเอาแฟ้มออกมาเปิด แล้วก็ตาโตเหมือนเจอหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ รายละเอียดใบเสนอราคาและออเดอร์ต่างๆที่ทางโว๊คทำกับคาซ่า / และใบเสนอราคาใหม่ที่เหมือนกันทุกอย่างแต่ถูกกว่าและชื่อเป็นชื่อ โรงงานนี้ โดยมีชื่อ ประสงค์ และ นุดี เป็นคนเซ็นเสนอ
“นี่รวมหัวกันโกงชัดๆ!” ชยากรกำเอกสารแน่นด้วยความโกรธที่ประสงค์หักหลังจริงๆ

อนุศนิยารอชยากรอยู่ในรถ “บอกให้มารอข้างหลัง ทำไมยังไม่ออกมาอีก เป็นอะไรรึเปล่า?” ไม่นานเห็นชยากรปีนกำแพงออกมา ปากคาบแฟ้มเอกสารเอาไว้ อนุศนิยาดีใจมาก รีบขับรถไปรอใกล้ๆ ชยากรกระโดดลงมา ล้มกระแทกพื้น อนุศนิยารีบจอดรถและลงมา “อาชยาเจออะไรมั๊ย”
ชยากรเอาแฟ้มให้อนุศนิยาดู “หลักฐานชิ้นโตเลยล่ะ “
อนุศนิยายิ้ม ชยากรรีบขึ้นรถ อนุศนิยาขึ้นตามและขับรถออกไปทันที

รถชยากรเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
“นุศต้องกระชากหน้ากากพวกเขาให้ได้!! ไม่นึกเลยว่าอานุดีจะทำกับพี่ชายตัวเองได้แบบนี้ นี่ไม่ใช่แค่กับโปรเจ็กท์ของโว๊คนะคะ แต่พวกเขายังจะยืมมือคาซ่าให้ช่วยกรุยทางเข้าร่วมประกวดราคาที่ทางรพ.ของคุณวรรษกำลังจะสร้างอาคารใหม่”
“นุศรู้ได้ยังไง?”
“ที่นุศให้คุณวรรษช่วยสืบ....คุณวรรษส่งข้อความมาบอกนุศตอนที่อาชยาเข้าไปในโรงงานว่าที่อาประสงค์ไปร.พ.เพราะไปเข้าร่วมประชุมผู้รับเหมาในนามคาซ่า”
“ชั่วจริงๆ”
“เล่นเกมส์สกปรกแบบนี้มา นุศก็จะเล่นกลับ”
“นุศมีแผนอะไร?”
“นุศจะยื่นซองประกวดราคาในนามคาซ่าเพื่อเข้าไปตกแต่งภายในให้กับอาคารใหม่ของโรงพยาบาล นุศจะแกล้งให้อาประสงค์กับอานุดีเห็นไอเดียการเสนอราคาหลอกๆ ของเราแล้วตลบหลังด้วยการยื่นซองประกวดราคาตัวจริง แล้วก็จะเอาเอกสารตัวที่เราเอามาจากโรงงานเปิดโปงพวกเขาว่าทำเลวอะไรกันไว้บ้าง”
“พวกเขาต้องเหวอแน่ๆที่โดนเราตลบหลังแบบนี้”
“นุศก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะคะ ถ้าพวกเขาไม่มาตัดทางทำมาหากินของครอบครัวเรา” อนุศนิยาเดินขึ้นบ้านไป
ชยากรพอใจในความเด็ดเดี่ยวของอนุศนิยา เขานึกขึ้นได้ หยิบมือถือขึ้นมาดูเห็นมีสคอลเบอร์มิรันตรี ชยากรรู้สึกผิด

มิรันตรีนั่งทำงานอยู่ในคอนโดตัวเอง เธอแอบมองมือถือที่วางนิ่งอยู่ เพราะต้องการวัดใจว่าชยากรจะเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อนไหม พอเห็นว่าชยากรไม่ใส่ใจเธอเลย มิรันตรีก็คิดว่าชยากรคงไม่คิดจะรักษาน้ำใจเธอแล้ว

คืนนั้น ศตวรรษนอนกอดอนุศนิยาไว้ แต่อนุศนิยานอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเพราะเรื่องที่โดนโกงบริษัท
อนุศนิยาลุกขึ้น เปิดลิ้นชักหัวเตียงเพื่อจะหยิบยานอนหลับ ศตวรรษที่หลับไปแล้วรู้สึกตัวตื่นขึ้น ศตวรรษเห็นอนุศนิยานั่งหันหลังให้ก็แปลกใจ ลุกขึ้นมางัวเงียถาม “เป็นอะไรรึเปล่า”
“โทษทีค่ะ นุศทำคุณตื่นใช่ไหม”
ศตวรรษเห็นยานอนหลับในมืออนุศนิยา ศตวรรษหยิบยานอนหลับออกมา “ทำไมต้องทานยานอนหลับ นุศกลุ้มใจเรื่องอะไรบอกผมได้รึเปล่า?” ศตวรรษมองตาอนุศนิยา
อนุศนิยามองตาของศตวรรษ แววตาที่แสนอบอุ่น ศตวรรษปาดผมอนุศนิยา อนุศนิยาตัดสินใจบอกศตวรรษ “อาประสงค์กับอานุดีร่วมกันโกงบริษัทค่ะ!”
ศตวรรษตกใจที่ได้ยินเรื่องนี้!!!

อนุศนิยานั่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ศตวรรษลงมาคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้านหน้า ศตวรรษจับมืออนุศนิยา อนุศนิยามองหน้าศตวรรษ
“ขอโทษนะคะที่นุศผิดสัญญากับคุณ นุศไม่ได้อยากเอาเรื่องงานมาขึ้นเตียงด้วย แต่ว่า...”
“นุศไม่จำเป็นต้องขอโทษ...เพราะสิ่งที่นุศเล่าให้ผมฟังทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องงาน แต่มันเป็นเรื่องของครอบครัว”
“นุศกลัวทำให้คุณพ่อผิดหวังในตัวนุศที่อุตส่าห์ไว้ใจให้นุศสานฝันในงานของท่านให้สำเร็จ แต่นุศกำลังจะทำมันพัง!”
“พ่อคุณท่านรักคุณมากนะ...ท่านไม่คิดกับลูกสาวที่ท่านรักแบบนั้นหรอก ผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจ แต่ผมเชื่อที่เขาว่ากันว่า “ไม่มีความสำเร็จอะไรมาชดเชยความล้มเหลวในครอบครัวได้” อนุศนิยานิ่งฟังศตวรรษ เสียงอุ่นๆของศตวรรษทำให้ใจเธอเย็นลงได้ “ถ้าจะพูดกันเรื่องงาน คุณมีสิทธิ์แบล็คเมล์พวกเขา เปิดโปงพวกเขา จับพวกเขาได้เต็มที่... แต่ในเรื่องครอบครัว พวกเขาก็ยังเป็นคนในครอบครัวคุณอยู่ดี เราเปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้ และผมเชื่อว่าพ่อของนุศท่านคงไม่ได้อยากเห็นอานุดีย่อยยับหมดตัว”
“แต่พอมันเป็นเรื่องเงิน นุศก็ทนให้ใครมาเอาเปรียบไม่ได้ นุศกำลังเห็แก่เงินมากกว่าครอบครัวใช่มั้ย?”
ศตวรรษเห็นท่าทางรู้สึกผิดของอนุศนิยาแบบนั้นก็ทำให้เขาได้เห็นเธอในอีกมุมมองหนึ่ง ศตวรรษปลอบนุศอย่างอ่อนโยน “ก็เพราะมันเป็นเงินของทุกคนในบ้านต่างหากล่ะนุศถึงต้องปกป้องเอาไว้ ผมเข้าใจแล้วว่าภาระที่นุศแบกคืออะไร ตอนเด็กๆ ตอนที่พ่อพยายามเปิดศูนย์แพทย์ ผมยังคิดว่าชีวิตนี้ต่อให้ผมทำอะไรให้ท่านไม่ได้ ต่แค่ได้ให้กำลังใจคนที่ใช้ชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น ผมก็ไม่รู้สึกเสียชาติเกิดแล้ว ตอนนี้ผมก็กำลังรู้สึกแบบนั้นกับนุศเหมือนกัน”
ศตวรรษดึงตัวอนุศนิยามากอด คำปลอบใจของศตวรรษปลอบประโลมให้อนุศนิยารู้สึกว่าตัวเองเลวน้อยลง เธออุ่นใจมากที่มีศตวรรษที่เข้าใจ

อนุศนิยากำลังจะออกไปทำงาน
ชยากรเดินมาเรียกกนุศนิยาไว้ “นุศ...อาสั่งให้ประภาทำเอกสารรอไว้แล้ว เดี๋ยวเราเข้าไปวางแผนกันที่ออฟฟิศ..ว่าจะหลอกล่อให้พวกเขาเห็นราคาได้ยังไง”
“นุศคิดว่านุศจะไม่ทำแบบนั้นแล้วค่ะ”
“อ้าว... ทำไมล่ะไหนนุศว่าจะเอาคืนไง”
“นุศไม่อยากใช้วิธีสกปรกแบบเขา อยากจะสู้กันซึ่งๆหน้าแบบที่มืออาชีพเขาทำกัน ถ้าเขามองว่านุศไม่มีความสามารถเป็นผู้นำไม่ได้ก็ให้เขาออกไปตั้งบริษัทของเขาเองเถอะค่ะ ดีกว่ามาขัดขากันเองแบบนี้”
“แต่เขาโกงเรา นุศจะปล่อยคนโกงบริษัทลอยนวลไปได้ยังไง”
นันทพลได้ยินอนุศนิยากับชยากรเถียงกันก็เดินออกมา “ไหนว่ามาซิใครโกงใคร!!”
ทั้งชยากรและอนุศนิยาผงะเมื่อหันไปเห็นนันทพลมาได้ยินทุกอย่างแล้ว

ที่ห้องทำงาน นันทพลได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากอนุศนิยา เขาอึ้งไปเมื่อรู้ว่านุดีกับสามีหักหลังบริษัทอย่างนั้น “สุดท้ายวันนี้ก็ต้องมาถึง คนเราพอปีกกล้าขาแข็ง ก็อยากออกไปบินเองกันทั้งนั้น”
“ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ นุศก็อยากจะรู้ว่าถ้าเขาไม่ได้เกาะคาซ่า เขาจะยืนได้เองไหม”
ชยากรไม่พอใจ “แล้วที่เขาโกง ทำเราเสียหายตั้งกี่สิบกี่ร้อยล้าน ไม่ต้องให้เขาชดใช้รึไง”
“ถือซะว่าเรายกให้เขาเป็นทุนไปตั้งต้นใหม่ แล้วต่อไปนี้นุศจะได้แข่งกับเขาแบบไม่ต้องเกรงใจ”
ชยากรแย้ง “แล้วถ้าเกิดคนอื่นมาขอแยกตัวออกไปอยู่กับเขาด้วยจะทำยังไง”
นันทพลเห็นด้วยกับอนุศนิยา “ถ้าคนมันไม่มีใจ ล่ามไว้ก็รั้งใจไว้ไม่อยู่... อย่างน้อยพ่อก็ดีใจนะที่นุศใจกว้างพอที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้”
“หมอเป็นคนเตือนสตินุศค่ะ บอกให้นุศชั่งใจเลือกระหว่างเงินกับครอบครัวให้ดี”
ชยากรได้ยินอย่างนั้นก็รับไม่ได้ “มันก็พูดหวังฟลุ้คนั่นแหละ นุศหลับหูหลับตาเชื่อมันไปได้ยังไง ลำพังหนี้มันเองยังไม่มีปัญญาใช้ แล้วยังมีหน้ามาบอกให้นุศโปรยทานให้คนที่โกงเราได้ยังไง”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/3 วันที่ 5 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ