อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค.59

“หมอเป็นคนเตือนสตินุศค่ะ บอกให้นุศชั่งใจเลือกระหว่างเงินกับครอบครัวให้ดี”
ชยากรได้ยินอย่างนั้นก็รับไม่ได้ “มันก็พูดหวังฟลุ้คนั่นแหละ นุศหลับหูหลับตาเชื่อมันไปได้ยังไง ลำพังหนี้มันเองยังไม่มีปัญญาใช้ แล้วยังมีหน้ามาบอกให้นุศโปรยทานให้คนที่โกงเราได้ยังไง”
“นุศรู้ค่ะว่าอาเป็นห่วง แต่นุศกับเขาผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ นุศมั่นใจว่าเขา ‘จริงใจ’ กับนุศ”
ชยากรโวย “แค่มันเสี่ยงไปช่วยชีวิต นุศก็คิดว่ามัน ‘จริงใจ’ แล้วเหรอ? ขนาดคนในครอบครัวที่เราเจอมาตั้งแต่เกิด นุศก็เห็นว่าเขาหักหลังพวกเรายังไง แล้วผู้ชายคนนี้มาแต่งกับนุศเพราะเงินแท้ๆ นุศเชื่อเขาเข้าไปได้ยังไง”

นันทพลย้อน “แกก็ว่าเขาเกินไป จะมองเขาในแง่ร้ายไปถึงไหน”
“จะให้ผมมองมันในแง่ดีได้ยังไง ทั้งๆที่ผมรู้ว่ามันมาเพื่อเงิน คนที่อยู่กับเราเพราะเงิน มันจะซื่อสัตย์กับเราไปได้ซักแค่ไหน บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันนะว่าผมยังมีความหมายในสายตาคนที่นี่ไหม


อาจจะเป็นเพราะอย่างนี้ก็ได้ ใครๆ ถึงได้ไม่อยากทุ่มเทให้กับคาซ่าอีกแล้ว” ชยากรโมโหจนทนไม่ไหว เดินออกไปด้วยความน้อยใจ
ทั้งนันทพลและอนุศนิยาตกใจมากที่เรื่องราวบานปลายไปขนาดนี้

ชยากรเดินหัวเสียออกมา อังกาบตกใจที่เห็นชยากรหน้าบูดบึ้ง “ชยาเป็นอะไรลูก”
ชยากรไม่ตอบเขาเดินออกมาด้วยความผิดหวังที่เขาไม่มีตัวตนในสายตาอนุศนิยาอีก ศตวรรษเพิ่งเดินออกมาจากห้องอาหาร เจอกับชยากรเข้าพอดี ชยากรมองหน้าศตวรรษอย่างไม่พอใจ “หลอกให้นุศหลงหัวปักหัวปำ ซักวันเขาจะต้องเห็นตัวตนจริงๆ ของแก” ชยากรเดินไป
ศตวรรษงงไม่รู้ว่าชยากรไปโมโหอะไรเขามาอีก

นันทพลเดินเข้ามาภายในชั้นผู้บริหาร ทันทีที่ออกจากลิฟต์ก็เจอกับใบเฟิร์นกับประภา พอทั้งคู่เห็นนันทพลมาก็ตกใจ
ใบเฟิร์นทักทาย “อุ๊ย....สวัสดีค่า”
ประภาเอ่ย “วันนี้แวะมาเยี่ยมพวกเราเหรอคะ”
นันทพลถาม “นุดีอยู่ใหน?”
ประภาตอบ “อยู่ในห้องคุณนันทนาค่ะ”
นันทพลเดินลิ่วไปห้องนันทนา พนักงานทุกคนพากันทำความเคารพนันทพลอย่างแปลกใจ
นาวิกาเดินสวนมาเห็นนันทพลก็รีบเข้ามาหา “อ้าว...พี่พลมาทำไมคะ นัดยายนุศไว้เหรอคะ”
นันทพลไม่ตอบได้แต่เดินตรงไป พอถึงห้องนันทนา เขาเปิดประตูผลัวะเเข้าไป เห็นนุดีคุยงานกับนันทนาอยู่ สองสาวตกใจที่นันทพลบุกมา
“มาคุยกันหน่อยซินุดี!”
ทุกคนที่นอกห้องพากันสอดสายตามองเข้ามาอย่างแปลกใจที่เห็นนันทพลบุกเดี่ยวมาถึงนี่ด้วยตัวเอง

ที่ห้องประชุม นุดีตบโต๊ะเสียงดังเมื่อถูกนันทพลเล่นงาน “ไล่ออก!! นี่พี่พลกล้าไล่นุกับคุณสงค์ออกเหรอ?”
อนุศนิยาสวน “อาสองคนทั้งโกงทั้งยักยอกบริษัท นุศไม่ฟ้องเอาผิดก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“ก็ในเมื่อเราสองคนเหนื่อยกว่าคนอื่น แล้วทำไมเราจะไม่มีสิทธิ์ได้ในส่วนที่เราควรจะได้”
นันทนาโวย “เอ๊านี่... แกคิดว่าแกทำงานอยู่คนเดียวรึไง ใครทำเขาก็เท่าๆ กันนั่นแหละ “
นุดีแดกดัน “ไอ้งานง่อยๆ งอมืองอเท้าที่พวกพี่นันทำจะสำคัญเท่ากับที่เราคุมโรงงานให้คาซ่าได้ยังไง ทุกคนมาเอาเปรียบเรา หลอกให้เราทำ แล้วก็มางุบงิบชุบมือเปิบกินกำไร”
ประสงค์เสริม “ถ้าเราสองคนไม่ต้องมาคอยอุ้มที่นี่ไว้ บริษัทเราคงได้ดีแซงคาซ่าไปไหนต่อไหนแล้ว”
นันทนาไม่พอใจ “วุ้ย... ดูมันพูดสิคะ! เผยตัวเองออกมาตรงๆ ไม่ไว้หน้าพวกเราเลยนะคะคุณพี่!!”
พี่น้องทุกคนพากันอึ้งเมื่อเห็นท่าทีประสงค์ที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน

ที่ด้านหน้าห้องประชุม ประภาเอาใบประกาศปลดนุดีกับประสงค์มาติดที่บอร์ด พนักงานพากันมามุง
ใบเฟิร์นตกใจสุดๆ “ประกาศปลด คุณนุดีกับคุณประสงค์!!? แปลว่าคาซ่าจะแตกกันแล้วรึไงนี่”
ประภาไม่ตอบ พนักงานพากันยืนรอฟังผลการประชุมเครียดอยู่หน้าห้อง
อนุกรเดินเข้ามาเห็นทุกคนมายืนอออยู่ที่หน้าห้องประชุมก็แปลกใจ “นี่หายหัวไปไหนกันหมด ไม่ต้องทำงานทำการกันแล้วรึไง” อนุกรเห็นใบหน้าทุกคนที่กำลังลุ้นรอฟังผลก็เริ่มเอะใจว่าจะต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้น

ในห้องประชุม นันทพละกำลังเตือนสติน้องๆ “เมื่อก่อนตอนไม่มี น้ำอัดลมขวดเดียวเรายังแบ่งกินกันได้ ตอนนั้นเราไม่สนหรอกว่าใครเป็นใคร มีเงินซื้อแค่ขวดเดียว ฉันก็แบ่งให้น้องทุกคนกินจนครบได้” คำพูดของนันทพลทำให้น้องๆ ถึงกับอึ้งไป
นาวิกาเอ่ย “นาจำได้พี่พลเอาปากกามาขีดแบ่งที่ขวดให้เราเท่าๆ กัน”
นนทิยาเสริม “แล้วพี่นันก็เป็นคนคอยบีบหลอดไม่ให้เราดูดเกินโควตานนจำได้”
นันทพลตอกย้ำ “แล้วทำไมวันที่เรามีเหลือกินเหลือใช้ ทุกคนถึงทำเหมือนกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ”
ทุกคนหันไปมองนุดี นุดีอ้ำอึ้งที่พี่น้องมองเธอด้วยสายตาผิดหวังอย่างนั้น “ก็เพราะตอนนั้นเรามีกันแค่ 5 คนไง แต่ตอนนี้พี่พลไปเอาทั้งไอ้ชยาทั้งนุศมาตอดกินส่วนที่น้องทุกคนควรจะได้ พี่พลเอาใครต่อใครก็ไม่รู้มารุมแย่งพวกเราก่อนทำไม”
ประสงค์สำทับ “ใช่! ลองไม่มีเรา อยากรู้นักว่าคาซ่าจะไปรอดได้ยังไง”
อนุศนิยาเอ่ยแก้ “อาประสงค์พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะค่ะ ที่ผ่านมาอาก็ทำเราเสียหายเจ๊งไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว”
“เด็กฟันน้ำนมอย่างเธอนั่นแหละที่จะทำให้ที่นี่เจ๊งก่อนใคร ทีมันเอาเงินเราไปแลกผู้ชาย ไม่เห็นพี่พลว่าอะไร พอนุแบ่งให้คนของนุบ้าง ทุกคนมาหาว่าโกง แบบนี้มันยุติธรรมที่ไหน ใครจะรอให้เราล่มจมด้วยฝีมือนังเด็กนี่ก็ตามใจ แต่นุไม่โง่กอดคอตายไปกับมันหรอก” นุดีตั้งใจเสี้ยมคนอื่นเอาไว้แล้วรีบพาประสงค์ออกไป
สีหน้าของนันทนา นนทิยาและนาวิกาเองก็สับสนเพราะทุกคนก็ไม่ไว้ใจนุศอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีใครกล้าลุกไป
อนุศนิยาเห็นสายตาทุกคนก็รู้ว่าทุกคนไม่มั่นใจ “ถ้าใครไม่เชื่อใจนุศ อยากจะไปอยู่กับเขาก็ไปได้นะคะ” อนุศนิยามองปฏิกิริยาของอาคนอื่นๆ อย่างวัดใจ ทุกคนลังเล แต่ก็ไม่มีใครกล้าลุกออกไป

นุดีกับประสงค์เดินหิ้วกล่องกระดาษออกมาจากบริษัทท่ามกลางสายตาของพนักงานที่รู้ว่าทั้งคู่จะแยกตัวออกไป ทุกคนพากันซุบซิบเหมือนทั้งคู่เป็นแกะดำ
ประภากับใบเฟิร์นเดินมาดักสองคนเอาไว้ ประภาบอก “คุณนุศสั่งห้ามเอาเอกสารของคาซ่าออกไป”
“อยากดักดานให้มันจูงจมูกเธอต่อไปก็เชิญ นังขี้ข้า?!” นุดีโมโหมากโยนกล่องกระดาษนั้นต่อหน้าให้กระดาษและเอกสารข้างในปลิวว่อนออกมา
ใบเฟิร์นแกล้งยกมือไหว้ “กราบลาตรงนี้ ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่ายิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ”
“นี่..!!” นุดีหันมาผลักอกใบเฟิร์นจนเซ
ประสงค์รีบห้ามไว้ แล้วพานุดีออกไป อนุกรรีบวิ่งตามไป “อา...อา... เดี๋ยวซี่ พาผมไปด้วยสิอา”
ประภากับใบเฟิร์นมองตามอนุกรอย่างเหยียดๆ ประภาเปรย “ปวกเปียกอย่างนี้ น่าจะขนไปอยู่ซะด้วยกัน”

ชยากรยืนริมหน้าต่าง ด้านหลังเห็นอนุศนิยาเดินเข้ามา มองชยากรสีหน้าไม่สบายใจ ก่อนจะเดินมาเข้ามาหา “อาคะ” ชยากรหันมา “อานุดีกับอาประสงค์ โดนคุณพ่อไล่ออกไปแล้วนะคะ”
“นุศมาบอกอาทำไม?” อนุศนิยาชะงัก “อาไม่ใช่คนสำคัญของที่นี่ ใครจะอยู่ ใครจะไป ไม่จำเป็นต้องมาบอกอา”
อนุศนิยาถอนใจ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนประจันหน้ากับชยากร “จำเป็นสิคะ เพราะอาชยาคือคนในครอบครัว” ชยากรนิ่งงัน ไม่กล้าสบตาเพราะรู้สึกผิด “เป็นคนที่นุศรักและเคารพ..นุศไม่เคยเปลี่ยนแปลงความรู้สึกไปจากนี้” เธอย้ำให้ชยากรรู้ฐานะตัวเอง ชยากรหันมามองหน้าอนุศนิยา “นุศไม่อยากให้เรามองหน้ากันไม่ติด ไม่อยากให้เราต้องทำเมินเฉยต่อกัน นุศไม่มีความสุข”
“ที่มันต้องเป็นแบบนี้ ก็เพราะไอ้หมอนั่น ตั้งแต่มันเข้ามาในชีวิตของนุศ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป”
“อะไรที่อาบอกว่าเปลี่ยน”
“นุศไงล่ะ จากคนที่เคยใช้เหตุผล แต่ตอนนี้นุศกลับหลงมัน จนแยกไม่ออกว่าอันไหนดีอันไหนชั่ว อาอยากให้นุศตาสว่าง เห็นตัวตนที่แท้จริงของไอ้ศตวรรษมันซักที”
อนุศนิยามองชยากร สีหน้าจริงจัง “ถ้าแค่เพราะเขามาแต่งงานกับนุศเพื่อใช้หนี้ให้แม่ มันทำให้อาคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี นุศว่าอาใจแคบเกินไป” ชยากรอึ้ง “นุศอยากขอร้องอาชยา...ให้โอกาสหมอวรรษได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่อาคิด”
ชยากรไม่นึกว่าจะได้ยินสิ่งนี้จากอนุศนิยา สายตาของอนุศนิยาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “นุศรู้มั้ยตอนที่นุศไม่เลือกอา อาคิดว่านั่นเป็นตอนที่เจ็บปวดที่สุด แต่มันก็ไม่ใช่...คำพูดของนุศตอนนี้ต่างหากที่ทำให้อาเจ็บปวดยิ่งกว่า อารู้สึกเหมือนอากำลังตายทั้งเป็น ที่เห็นนุศมาขอโอกาสแทนผู้ชายคนนั้น คนที่ไม่เคยหวังดีกับนุศ ไม่เคยรักและจริงใจกับนุศ”
“นุศไม่อยากให้อาตัดสินเค้าจากคำพูดของคนอื่น ถ้าอาลองเปิดใจกับหมอ อาจะได้รู้ว่าตัวตนของเค้าเป็นคนดีมากแค่ไหน”
“พอ..อาไม่อยากฟังนุศพูดอวยมันอีกแล้ว อาเชื่อในสิ่งที่อาคิด และความเชื่อ..มันก็เปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆ นุศจำไว้ก็แล้วกันว่า..อาเกลียดมัน” ชยากรเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้อนุศนิยาอยู่ตรงนั้น
อนุศนิยาได้แต่ถอนหายใจด้วยความกลุ้ม

ชยากรเดินเร็วมาที่ดาดฟ้า คำพูดของอนุศนิยายังวนเวียนไปมา เขาหวนนึกถึงตอนเด็กที่เขากับอนุศนิยามีร่วมกัน มือที่เคยจูงกันตลอด จนสุดท้ายเขาต้องตะโกนสิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ในใจออกมา “โว้ยยยยยยยยยย!” ชยากรทรุดลงนั่ง รักของเขามาจนสุดหนทางแล้วจริงๆ

อุดมศักดิ์กำลังทานข้าวตามลำพัง เห็นมือถือวางอยู่บนโต๊ะ ลูกน้องเดินถือถาดวางอาหารออกมา อุดมศักดิ์หันไปมอง “มันกินข้าวรึเปล่า “
“ไม่ทานครับ”
“มันคงคิดว่าวิธีนี้จะทำให้ฉันใจอ่อน นังลูกไม่รักดี ถ้าไม่อยากกิน ก็ไม่ต้องให้มันกิน ปล่อยให้มันอดตายไปเลย!!”
อุดมศักดิ์เซ็งมาก หันไปทางลูกน้อง “เอาอาหารไปทิ้งให้หมด แล้วก็เอารถออก ฉันจะไปข้างนอก “
ลูกน้องพยักหน้ารับ และเดินออกไป อุดมศักดิ์หัวเสียอย่างมาก

โสมมิกาแอบยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองรถอุดมศักดิ์ที่แล่นออกไปจากบ้าน ก็นิ่งคิด...ถอยหลังกลับเข้ามาในห้อง “ป๋าไม่มีทางขังโสมเอาไว้ในนี้ได้ตลอดหรอก” โสมมิกาหน้าตาเอาจริง แล้วก็ตัดสินใจ เปิดหน้าต่าง มองลงไปที่พื้นข้างล่าง สีหน้ามุ่งมั่น...
อุดมศักดิ์นึกขึ้นมาได้ เอามือจับที่กระเป๋ากางเกง แล้วก็หันไปทางคนขับ “กลับรถ..ฉันลืมมือถือไว้ที่บ้าน”

โสมมิกาสะพายกระเป๋า ปีนขึ้นมาอยู่บนขอบหน้าต่างท่าทางทรงตัวไม่ค่อยอยู่ ตามองลงไปเบื้องล่าง พ่นลมหายใจเข้าออกช้าๆ ด้วยความตื่นเต้น ขณะที่กำลังจะกระโดด รถอุดมศักดิ์เลี้ยวเข้ามา โสมมิกาตกใจมาก หันไปมอง
ทันทีที่รถหยุด อุดมศักดิ์ลงมาจากรถ เห็นโสมมิกาอยู่ที่ขอบหน้าต่างก็ผงะ รีบเดินมาหา “ยัยโสม!! แกปีนหน้าต่างออกมาทำไม!! หรือว่าแกจะฆ่าตัวตาย”
“คนอย่างโสมไม่โง่ฆ่าตัวตาย โสมจะหนีจากไปที่นี่”
“นี่แกบ้าผู้ชาย ถึงขนาดยอมเสี่ยงแบบนี้เชียวเหรอ!! แกเป็นบ้าไปแล้วยัยโสม”
“โสมจะบ้ามากกว่าให้ป๋าดู ถ้าหากป๋ายังขังโสมเอาไว้”
“ก็เพราะแกเป็นแบบเนี้ย ฉันถึงปล่อยแกไปไม่ได้ กลับเข้าไปในห้องเดี๋ยวนี้!!! “
“โสมไม่กลับ...โสมจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนี้!!!”
“เฮ้ยๆ อย่านะเว๊ย” โสมมิกาตั้งท่าจะกระโดด “อย่ายัยโสม!! อย่า รีบมารับคุณโสม” ลูกน้องเหวอ “เร็วสิวะ ยืนเฉยอยู่ทำไม!!”
ลูกน้องรีบวิ่งเข้ามา..ตั้งท่ารับโสมมิกา โสมมิกาตัดสินใจกระโดด ลูกน้องพุ่งเข้าไปรับ เพราะแรงกระแทก ทำให้ลูกน้องล้มไปบนพื้น โสมมิกาทับตัวลูกน้องเอาไว้ ลูกน้องเจ็บและจุก ส่วนโสมมิกาข้อเท้าพลิก รองเท้าก็ไม่ได้ใส่
อุดมศักดิ์รีบเดินมาหาโสมมิกา “ทำไมแกถึงได้บ้าแบบนี้ห๊ะ!! โดดลงมาได้ยังไง ทำไมไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ทำไมแกต้องทำเพื่อไอ้ผู้ชายคนนั้นมากขนาดนี้ ทั้งๆที่มันไม่เคยเห็นหัวแกเลย”
โสมมิกาพยายามลุกขึ้นยืน แต่เจ็บข้อเท้า “เพราะโสมรักเขาไงป๋า คำตอบง่ายๆ ป๋าเข้าใจเหรอยัง”
“มันจะรู้มั๊ยว่าแกยอมเจ็บเพื่อมัน ยอมทำเพื่อมันขนาดนี้ แกมันโง่ โง่ที่ปล่อยให้ความรักมาบังตา”
“โสมยอมโง่ โสมยอมเจ็บ ขอแค่โสมหมอวรรษเป็นของโสม โสมยอมทำทุกอย่างป๋าไม่มีวันเข้าใจโสม และป๋าก็ห้ามโสมไม่ได้ด้วย”
อุดมศักดิ์สุดทน โมโหมาก “เออ!! แกอยากไปไหนก็ไปเลย!! อยากไปหาไอ้ศตวรรษก็ไป แต่จำเอาไว้ ถ้าวันนี้แกก้าวออกจากบ้านของฉัน แกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ และไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก”
โสมมิกามองอุดมศักดิ์ด้วยความเสียใจ อุดมศักดิ์สีหน้าเอาจริง โสมมิกาตัดสินใจเดินกะเผลกผ่านหน้าอุดมศักดิ์ไปขึ้นรถและขับออกไปทันที ทำเอาอุดมศักดิ์อึ้งไม่นึกว่าโสมมิกาจะใจเด็ดขนาดนี้

โสมมิกาขับรถไป น้ำตาก็ไหล แต่พยายามกลั้นไม่ร้องไห้ โสมมิกาเหยียบจนมิด รถแล่นไปด้วยความเร็ว

โสมมิกามาสคาร่าเปรอะเต็มหน้า เดินกะเผลก สะพายกระเป๋า เท้าเปล่ามาตามทาง คนแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว พยาบาลหันมาเห็นสภาพโสมมิกาก็รีบเข้ามาหา“นั่งรถเข็นดีกว่ามั๊ยคะ”
“ฉันต้องการพบหมอศตวรรษ เรียกเขาให้มาเจอฉันเดี๋ยวนี้!! “
พยาบาลมองหน้าโสมมิกาแปลกใจ
ศตวรรษเอาเสื้อกาวน์แขวนไว้กับข้างฝา กำลังจะเดินออกไปจากห้อง แต่พยาบาลเดินเข้ามา “มีคนมาขอพบคุณหมอค่ะ“
ศตวรรษมองอย่างแปลกใจ

ศตวรรษเปิดม่านออก ก็ชะงัก เห็นโสมมิกานั่งห้อยขาอยู่บนเตียง สภาพโทรมมาก จนน่าแปลกใจ ศตวรรษเดินมาตรงหน้า “คุณไปทำอะไรมา? ทำไมถึงเป็นแบบนี้? “
“โสมทะเลาะกับพ่อ” โสมมิกาน้ำตาไหล “พ่อไล่โสมออกจากบ้าน โสมไม่มีที่ไปแล้วหมอ เงินก็ไม่มี มีแต่รถคันเดียวที่โสมขับออกมา โสมไม่รู้จะไปหาใคร โสมคิดถึงใครไม่ออก นอกจากหมอ..” ศตวรรษมองโสมมิกาลังเลว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี “หมอคงไม่เชื่อที่โสมพูดสินะ โสมเข้าใจ เพราะที่ผ่านมา โสมโกหกหมอเอาไว้เยอะ มันก็เป็นธรรมดาที่หมอจะระแวงโสม”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ