อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 15/5 วันที่ 7 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 15/5 วันที่ 7 พ.ค.59

เสาวรสเปิดประตูพรวดเข้ามา “วรรษ!! “ เสาวรสชะงักที่เห็นศตวรรษอุ้มอนุศนิยา ด้านศตวรรษกับอนุศนิยาเองก็ผงะ ทำหน้าไม่ถูก “อุ๊ย...” เสาวรสรีบหันหนี “แม่..เออ แม่ขอโทษ มันชินน่ะก็เลยเปิดประตูเข้ามาเลย”
ศตวรรษยังไม่ปล่อยอนุศนิยาลง ถามทั้งๆที่ยังอุ้มหญิงสาวเอาไว้ “แม่มีอะไรรึเปล่าครับ?”
“รถแม่อาการไม่ค่อยดีเลยจะฝากวรรษเอาไปเข้าศูนย์ให้หน่อย แล้วไหนๆ ไปแล้วก็แวะธนาคารให้แม่ด้วยเลยนะ แม่ไม่กวนละ” เสาวรสวางตัวเล่มรถกับเอกสารต่างๆ ให้บนโต๊ะแล้วรีบเผ่นออกไป
อนุศนิยารู้สึกอายเสาวรสมาก รีบนิ่วหน้าดุศตวรรษ “แม่รับไม่ได้แล้วเห็นไหม”
ศตวรรษขำที่เห็นอนุศนิยาทำท่าเขินอายแบบนั้น

เสาวรสออกมายืนหน้าห้องสีหน้าครุ่นคิด “ถ้ายัยอนุศนิยาหลงวรรษมากขนาดนี้ จะต้องใจอ่อนยอมควักเงินให้เราแน่” เสาวรสสีหน้ามีความหวัง



ที่ผับแหน่งหนึ่ง ชยากรวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ หน้าเซ็งสุดขีด แล้วก็สังเกตที่หางตาว่าผู้หญิงมายืนเบียดใกล้ๆกับเค้า ชยากรหันไปมอง รู้สึกผู้หญิงคนนี้ท่าทางแปลกๆ ใส่วิกผมหยิก สวมแว่นดำ สวมเสื้อตัวใหญ่ๆ ผู้หญิงเหมือนมองหาใครอยู่ ผู้หญิงคนนั้นเห็น นางแบบรูปร่างดีคนหนึ่งเดินออกไปทางหลังผับ ไม่นานมีชายหนุ่มเดินตาม เธอรีบเดินตามออกไปทันที ชยากรไม่ได้สนใจ หันมาดื่มต่อ

ผู้หญิงคนนั้นคือมิรันตรีที่ปลอมตัวมาแอบมองนางแบบที่นัดผู้ชายออกมาพลอดรักกัน มิรันตรีเอามือถือออกมากดถ่ายรูป แต่ดันลืมปิดแฟลช แสงแฟลชสว่างวาบ มิรันตรีตกใจ นางแบบกับผู้ชายหันมาเห็น มิรันตรีจะหนี แต่เจอนางแบบพุ่งเข้ามากระชากผม ทำให้วิกหลุด มิรันตรีหันขวับไปด้วยความตกใจ
นางแบบนิ่วหน้า กระชากแว่นดำมิรันตรีออกมา “ฉันจำแกได้ แกเป็นนักข่าว”
“เออ อ่า...”
“แกนี่เองที่เขียนข่าวเรื่องฉัน” นางแบบบอกกับผู้ชาย “จับตัวไว้”
มิรันตรีหน้าตาตื่นตระหนก
ชยากรเดินมาเจอแม่บ้านออกมาจากห้องน้ำชาย
“น้ำไม่ไหล ออกไปใช้ห้องน้ำด้านหลังนะคะ”
ชยากรพยักหน้า แล้วก็เดินออกไป

ด้านหลังผับ ผู้ชายล็อคแขนมิรันตรีเอาไว้ มิรันตรีหวาดกลัว “มีอะไรค่อยๆพูดกันก็ได้นะคะ “
“ฉันพูดตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะไม่พูดอีกแล้ว ในเมื่อไม่เชื่อกัน คงต้องใช้กำลัง “
มิรันตรีตกใจ นางแบบเงื้อมือจะตบ มิรันตรีเอี้ยวหัวหลบ ทำให้ผู้ชายโดนตบเต็มๆ “เฮ้ย!!”
ผู้ชายปล่อยมือจากมิรันตรี มิรันตรีรีบผละออกจากผู้ชายและวิ่งหนี นางแบบโมโหมาก รีบไล่ตามไปติดๆ กระชากเสื้อตัวนอกของมิรันตรีจนหลุดออกมา
มิรันตรีล้มเข่ากระแทกพื้น สีหน้าเจ็บปวด “โอ๊ย!! “
นางแบบกระชากไหล่มิรันตรีให้หันมาแล้วตบซ้ายตบขวา มิรันตรีมึนมาก นางแบบกำลังจะตบอีก แต่ชยากรเดินออกมาเห็นเข้าพอดี “ทำอะไร!!!“ นางแบบ ผู้ชาย มิรันตรีหันไป ชยากรเห็นมิรันตรีก็ชะงัก “มิ!!!“
“อาชยา..!!! ช่วยมิด้วย!! “
ขยากรรีบเดินมาหา “เกิดอะไรขึ้น?!!! “
นางแบบมองหน้าชยากร

นางแบบรับนามบัตรมาจากมือชยากร มีผู้ชายยืนข้างๆ นางแบบมองหน้ามิรันตรีที่สภาพเยินมาก “เห็นแก่คุณชยากรที่เป็นเพื่อนกับนังนี่ ฉันจะไม่เอาเรื่องมันก็ได้ แต่มันต้องขอโทษฉัน”
ชยากรหันไปมองมิรันตรี มิรันตรียังนิ่ง “ขอโทษสิ... “
มิรันตรีไม่พูดซักที ชยากรจับหัวมิรันตรีให้กดลงด้วย “ขอโทษ...”
“อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก เพราะคราวหน้าแกจะไม่โชคดีแบบนี้“ นางแบบกับผู้ชายเดินออกไป
มิรันตรีหันไปทางชยากร “ให้มิขอโทษเค้าทำไม รู้มั้ยว่าผู้หญิงคนนี้เล่นชู้กับแฟนคนอื่นจริงๆ“
“อยากได้ข่าว หรืออยากได้ชีวิตคืน เลือกเอา..!“
มิรันตรีเงียบ ชยากรถอนใจ เดินออกไป มิรันตรีเบ้หน้าแล้วก็ชะงัก รู้สึกเจ็บๆที่เข่า ก้มมองเห็นเลือดก็ตกใจจนหน้าซีด “เลือด!!!!! “
ชยากรหยุดเดินหันมา เห็นมิรันตรีเป็นลมล้มตึงไปแล้ว ชยากรตกใจ
มิรันตรีเจ็บเข่าเลยเดินช้ามาก ทันใดนั้นมีคนมาอุ้มมิรันตรีจากข้างหลัง มิรันตรีตกใจ “เฮ้ย!“ พอหันไปเห็นว่าเป็นชยากร “อาชยา! อุ้มมิทำไม วางลง...”
“เห็นแล้วรำคาญลูกตา เดินช้าแบบนี้ เมื่อไหร่จะถึงห้อง“
มีคนเดินผ่านมา หันมามองแล้วก็อมยิ้ม มิรันตรีอาย “อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับเค้า ไม่ได้เป็นอะไรกัน“
“เป็นครับ เค้าเป็นแฟนผมเอง แต่เค้างอนผมอยู่ ก็เลยทำตัวงี่เง่า”
มิรันตรีหันไปมองชยากรเหวอมาก แล้วชยากรก็อุ้มมิรันตรีเข้าไปข้างในอพาร์ทเม้นต์

หน้าห้องมิรันตรี ชยากรวางมิรันตรีให้ยืนบนพื้น มิรันตรีเขินมาก เปิดกระเป๋าหากุญแจ แต่หาไม่เจอ หาอยู่นาน นานมาก
“ทำไมหากุญแจนานแบบเนี้ย“
“ใจเย็นสิ” มิรันตรีหาไม่เจอ “อยู่ไหนนะ??! “มิรันตรีเทกระเป๋า ของในกระเป๋าหล่นลงพื้นเพียบ
ชยากรตกใจ “สมบัติบ้าอะไรของเธอเนี่ย“
มิรันตรีไม่ตอบ เห็นกุญแจห้อง “เจอแล้ว “
มิรันตรีกำลังจะเก็บกุญแจ แต่ชยากรยื่นมือไปจับกุญแจก่อน มือมิรันตรีเลยจับมือชยากร มิรันตรีสะดุ้ง รีบปล่อยมือ ชยากรหยิบกุญแจขึ้นมา แล้วไขประตูห้องให้ “เข้าไปก่อน “
“ยังไม่ได้เก็บของ “
ชยากรดึงกระเป๋าสะพายมิรันตรีมาไว้กับตัว “ฉันเก็บให้เอง “
มิรันตรีมองๆ ชยากรก้มลงเก็บของใส่กระเป๋าให้ มิรันตรีเผลอยิ้มออกมา แล้วก็หันหลังเดินกะเผลกๆเข้าไปในห้อง

ชยากรเอาน้ำมาให้มิรันตรีที่นั่งอยู่ “ทานยาซะ..” มิรันตรีรับแก้วมาถือก่อนจะวางบนโต๊ะ “ทำไมไม่ทานยา“
“อากลับไปเถอะ ไม่ต้องมาดูแล ไม่ต้องมาสนใจมิ“
“ทำคุณบูชาโทษ ขอบคุณซักคำยังไม่มี ยังจะมาไล่อีก“
“ขอบคุณ พอใจแล้วนะ เชิญกลับไปซะ“
“เป็นอะไรของเธอห๊ะ!!!“
“อย่ามาทำดีกับมิ มิกำลังจะตัดใจจากอา อย่าทำให้มิเจ็บไปมากกว่านี้เลย“
มิรันตรีสีหน้าเจ็บปวด ชยากรรู้สึกผิด จึงหันหลังเดินออกไป มิรันตรีได้แต่ถอนหายใจออกมา

ชยากรเดินออกมาจากห้องมิรันตรีแอบมองไปที่ประตูห้องมิรันตรีอีกครั้งห่วงเบาๆแล้วตัดสินใจเดินออก ในห้องมิรันตรีสับสนว้าวุ้นใจไปหมด
เสียงเคาะประตูดังขึ้น โสมมิกาเดินไปเปิดประตู ก็ตกใจที่เห็นอุดมศักดิ์ยืนอยู่ “ป๋า!!! “
อุดมศักดิ์เดินเข้ามาในห้องทันที ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ “ลูกฉัน..ช่างน่าเวทนาจริงๆ บ้าผู้ชาย จนยอมมาอยู่ในห้องเท่ารูหนูแบบนี้” เขาหันมามองหน้าโสมมิกา
“ป๋ารู้ได้ไงว่าโสมอยู่ที่นี่“
“มีอะไรบ้างที่คนอย่างฉันจะไม่รู้” โสมมิกาเงียบ “ดูสภาพแกตอนนี้สิ..ดูไม่จืด เนี่ยเหรอคือลูกสาวของฉัน!!! แกมันเอาแต่หลงผู้ชายจนไม่ดูแลตัวเอง แล้วสิ่งที่แกเสียไป มันคุ้มกันมั้ยกับสิ่งที่แกได้มา”
“ป๋าไม่ต้องยุ่ง”
“ฉันต้องยุ่ง เพราะแกยังเป็นลูกของฉัน!! รู้มั้ยว่าตอนนี้แกเหมือนอะไร..เหมือนแมลงสาปตัวนึง ที่ไม่มีค่า มีแต่คนรังเกียจ” โสมมิกาเจ็บปวดมาก “ฉันจะบอกแกให้นะว่าไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกที่จะรักแกได้เท่ากับที่ฉันรักอีกแล้ว” โสมมิกาน้ำตาคลอ อุดมศักดิ์เดินมาจับบ่าโสมมิกา “กลับบ้านเรา แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ แกอยากได้อะไร พ่อจะให้แกทุกอย่าง” อุดมศักดิ์บีบไหล่โสมมิกา โสมมิกามองหน้าอุดมศักดิ์ลังเล

อุดมศักดิ์โอบไหล่โสมมิกาเดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน “อย่างน้อยแกก็ยังมีความฉลาดอยู่บ้างที่ตัดสินใจกลับบ้านกับฉัน” หยุดเดินทั้งคู่ อุดมศักดิ์หันไปจับไหล่โสมมิกาทั้งสองข้าง “หลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นซะ!! ในโลกนี้ยังมีผู้ชายดีดีอีกมากที่ต้องการแก”
โสมมิกาแกล้งคล้อยตาม “ค่ะ“
อุดมศักดิ์ยิ้มพอใจมาก “ป๋ามีของขวัญให้แกด้วย“ อุดมศักดิ์หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา โสมมิกานิ่วหน้ามอง อุดมศักดิ์หยิบบัตรทองออกมายื่นให้โสมมิกา “บัตรเครดิตอันใหม่ วงเงินหนึ่งล้าน”
“ล้านเดียว!! โสมจะพอใช้ได้ไง”
“ถ้าไม่พอใช้ ก็มาขอจากฉัน ตามนั้นนะ” อุดมศักดิ์ยิ้มและตบบ่าโสมมิกาก่อนจะเดินออกไป อุดมศักดิ์ยิ้มมุมปาก สีหน้าเจ้าเล่ห์ เหมือนมีแผนการบางอย่าง ส่วนโสมมิกามองบัตรเครดิตสีหน้าไม่พอใจ

ศตวรรษนอนกอดอนุศนิยาไว้อยู่บนเตียงเล็กๆ ของเขา ศตวรรษรู้สึกตัวตื่นขึ้น เขาเหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียงเห็นเป็นเวลาหกโมงเช้า เขามองเห็นอนุศนิยานอนซบอยู่บนอก ศตวรรษมองดูอนุศนิยาที่นอนหลับปุ๋ยไปอย่างเสียดาย ที่ไม่มีเวลาที่จะได้อยู่กับอนุศนิยามากกว่านี้ ศตวรรษค่อยๆ กระเถิบตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ เพื่อจะไม่ให้กวนอนุศนิยาที่กำลังหลับสบาย พอลุกมาได้เขาก็มองอนุศนิยาแล้วตัดใจออกไปทำงานแต่เช้า

ศตวรรษในชุดทำงานมานั่งทานข้าวเช้ากับเสาวรส ศตวรรษลอบมองเสาวรสอย่างเกรงใจหลายครั้งก่อนจะตัดสินใจบอกไป “แม่ครับ... ผมอยากโอนบ้านนี้ให้นุศเป็นเรื่องเป็นราว”
เสาวรสได้ยินศตวรรษขออย่างนั้นก็อึ้ง “โอนให้เขา แล้วแม่ล่ะ วรรษจะให้แม่ไปอยู่ไหน”
“แม่ก็อยู่ด้วยกันที่นี่ อยู่กับนุศกับผม บ้านนี้เป็นสินสอดของเขาตั้งนานแล้ว เราเองที่ไม่ไปทำให้ถูกต้อง แล้วอีกเรื่อง... ผมจะขอเอาที่ดินมรดกที่พ่อยกให้ผม..ไปขายใช้หนี้ให้คุณนันทพล”
เสาวรสอึ้งกว่ากว่า “ห๊า... นี่เสียบ้านแล้วยังจะต้องขายสมบัติไปใช้หนี้เขาอีกเหรอ? ก็ไหนตอนนั้น วรรษบอกเองว่าไหว ให้เก็บที่ดินของพ่อเอาไว้”
“ใช่ครับ ตอนนั้นผมคิดแบบที่แม่พูดจริงๆ แต่ว่าตอนนี้ผมอยากมีชีวิตของผม เพราะผมไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ผมมีคุณนุศ มีครอบครัวที่ผมต้องดูแล การที่ผมทำงานหนักทุกวัน ต่อให้ทำมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางหาเงิน 60 ล้านมาได้ภายในสามปี ผมถึงต้องหาเงินก้อนใหญ่ซักก้อน”
“....แล้ววรรษคิดจะขายที่ที่ไหน? คงไม่ใช่เกาะรอกหรอกนะ”
“ไม่ใช่แน่นอนครับ ผมอาจจะเอาที่ดินแถวรังสิตไปขาย”
เสาวรสบอกอย่างจำใจ “ตามใจ แม่จะช่วยดูๆ ให้แล้วกันว่าจะมีใครอยากซื้อที่บ้าง”
ศตวรรษรู้ว่าแม่ลำบากใจมาก เขาเข้าไปกราบแม่ที่บ่า “ขอบคุณครับแม่ ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ“ ศตวรรษออกไป
เสาวรสมีสีหน้าเหนื่อยใจ “แล้วชั้นจะถอนทุนคืนจากยัยอนุศนิยายังไงดีเนี่ย”

อนุศนิยาแต่งตัวเตรียมจะกลับบ้าน ตอนไปหยิบกระเป๋า อนุศนิยาสังเกตเห็นเอกสารที่เสาวรสเอามาให้เมื่อคืน อนุศนิยาหยิบขึ้นมาดู “บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต?!!...นี่คุณต้องรับผิดชอบทุกอย่างในบ้านขนาดนี้เลยหรือเนี่ย!?“ อนุศนิยาเห็นแล้วก็รู้สึกเห็นใจศตวรรษ
เพล้ง... เสียงข้าวของแตกกระจายและเสียงโวยวายดังมาจากด้านล่าง ทำให้อนุศนิยาที่กำลังครุ่นคิดอยู่ตกใจ
เสียงจันทร์ร้องโวยวาย “ช่วยด้วย.... ช่วยด้วยค่า”

หน้าบ้านศตวรรษ มอเตอร์ไซค์สองคันหน้าประตูรั้วบ้าน ปาขวดและประทัดเข้ามาในบ้าน เสาวรสกับสาวใช้พากันร้องโวยวายอยู่หน้าบ้าน
ชะมวงใจเสีย “ตายแล้ว... มะ...มะ...มันมาอีกแล้วค่า”
ปั๊งๆๆ เสียงประทัดถูกโยนเข้ามา ทำเอาเสาวรสและจันทร์แตกกระเจิง
นักเลงตะโกน “อีแก่...เก่งจริงอย่าหนีหน้า ใช้หนี้มา”
จันทร์ผวา “ว๊าย....คุณนายขา”
อนุศนิยารีบออกมาดู เห็นนักเลงมาหาเรื่องอยู่หน้าบ้าน “พวกนั้นใครกันคะ”
จันทร์รีบบอก “คนมาทวงหนี้ค่ะ“
“คุณแม่มีหนี้ที่อื่นอีกเหรอ”
“โอ๊ยยยย อย่าให้เม้าท์เลยค่าคุณนุช”
ไม่ทันขาดคำ ก็มีระเบิดขวดที่มีไฟติดอยู่ปาเข้ามาหล่นในสนามหน้าบ้าน ไฟลุกพรึ่บขึ้น
ชะมวงกรี๊ด “แว๊ก.... ระเบิดค่า”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 15/5 วันที่ 7 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ