อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 16/5 วันที่ 8 พ.ค.59

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 16/5 วันที่ 8 พ.ค.59

“อาหมายความว่ายังไง”
“นุศคิดว่าผู้ชายกับผู้หญิงอยู่กันสองคน ในที่แคบและมืด...จะทำอะไรกัน อาบอกได้แค่นี้ นุศจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ”
ชยากรแบกอนุกรขึ้นไปส่งบนห้อง ทิ้งให้อนุศนิยายืนอึ้ง นิ่งงัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศตวรรษจะทรยศเธอ

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนเศษๆ อนุศนิยารอศตวรรษกลับมาอย่างร้อนใจ อนุศนิยากำลังกระวนกระวายอยากรู้ว่าศตวรรษจะไปกับโสมมิกาจริงหรือไม่


ศตวรรษกลับเข้าบ้านมา พอเห็นอนุศนิยารออยู่ เขาก็รีบเข้ามาหา“เล็กกลับมาแล้วใช่ไหม? ผมโทรไปไม่เห็นเขารับ”
“เล็กกลับมากับอาชยา”
“อาชยา”
“คุณอยู่กับเล็กแท้ๆ ทำไมถึงคลาดกันได้”
ศตวรรษถอนหายใจอย่างลำบากใจ อนุศนิยารอฟังคำตอบจากศตวรรษอย่างร้อนใจ อยากฟังว่าศตวรรษจะบอกเรื่องโสมมิกาออกมาไหม
“ผมบังเอิญเจอโสมที่ร้าน”
อนุศนิยาแปลกใจที่เห็นศตวรรษเลือกจะบอกเธอตรงๆ อนุศนิยาแสร้งทำเป็นไม่รู้เพื่อจับผิดศตวรรษ “อ้อ...”
“เขาเมา ผมก็เลยไปส่งเขาที่รถ พอกลับมาไม่เจอเล็กที่ร้านแล้ว”
“แค่นั้นเองเหรอ”
“ก็แค่นั้น”
“ถ้าแค่นั้นทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ หรือว่ามีอะไรที่ให้นุศรู้ไม่ได้”
“ผมมีเรื่องกับโสมนิดหน่อย”
“ที่ว่านิดหน่อยของคุณ...คือแค่ไหน” ศตวรรษแปลกใจเมื่อเห็นอนุศนิยาทำท่าไม่พอใจ ท่าทางของอึดอัดของศตวรรษทำให้อนุศนิยาผิดหวังมาก “ใครที่บอกว่าเราไม่ควรมีเรื่องปิดบังกัน ใครที่บอกว่าถ้ามีอะไรที่ต้องทำลับหลังสู้ไม่ทำซะยังดีกว่า แล้วใครที่รับปากว่าต่อให้โสมมาตายตรงหน้าก็จะไม่สนใจ”
“ผมรู้ว่าผมผิดสัญญา แต่ผมบริสุทธิ์ใจ จะให้เล่าทั้งหมดให้ฟังก็ได้”
“คิดว่าสารภาพบาปแล้วทุกอย่างจะจบรึไง ถ้ารักษาสัญญา คุณก็ไม่ควรจะออกไปกับเขาด้วยซ้ำ ลองคุณใจอ่อนให้เขาขนาดนั้น นุศไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่มีอะไรกัน”
“โอเค ผมยอมรับเขาพยายามจะมีอะไรกับผม แต่ผมไม่ได้ปล่อยให้เขาทำ”
พอได้ยินความจริงออกจากปากของศตวรรษ อนุศนิยาก็อึ้งไป เธอมองศตวรรษด้วยสายตาผิดหวังที่ในที่สุดเขาก็ยอมคายความจริงออกมาในนาทีสุดท้าย “นั่นไง... เป็นอย่างที่คิดจริงๆ คุณไม่คิดบอกความจริงตั้งแต่ต้น”
“ที่ผมไม่บอกก็เพราะไม่ได้เห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ”
“ก็ไหนคุณว่า “บอกความจริงครึ่งเดียวก็คือการโกหก” คุณผิดสัญญาและยังโกหก...นี่แหละคือเรื่องสำคัญ” อนุศนิยาเสียใจมาก รีบหนีขึ้นห้องทันที
ศตวรรษเห็นอนุศนิยาผิดหวังก็รีบตามไป “นุศ...นุศ...”

อนุศนิยาวิ่งขึ้นมาถึงชั้นบน ศตวรรษวิ่งตามมาดึงตัวนุศไว้ “นุศ....ใจเย็นก่อน เรื่องทุกอย่างมันก็มีเท่านี้”
“ขนาดรับปากแล้ว คุณยังทำอย่างนี้ ต่อไปจะให้นุศเชื่ออะไรคุณได้บ้าง”
อนุศนิยาผลักศตวรรษออก แล้วรีบวิ่งไปที่ห้อง อนุศนิยาปิดประตูห้องใส่หน้าศตวรรษ ศตวรรษจะเปิดเข้าไป แต่นุศก็ล็อคห้องเอาไว้
ศตวรรษเคาะห้องเรียก “นุศ... นุศ... เปิดประตูก่อน เราต้องพูดกัน” ประตูห้องยังปิดนิ่งอยู่ ทำให้ศตวรรษท้อใจมาก
ชยากรยืนดูเหตุการณ์อยู่ เขาเห็นศตวรรษทะเลาะกับอนุศนิยารุนแรง ชยากรมองศตวรรษอย่างโกรธแทนอนุศนิยา และพอใจที่อนุศนิยาเห็นความร้ายกาจของศตวรรษขึ้นมาบ้างแล้ว

อนุศนิยานั่งข่มอารมณ์โกรธอยู่บนเตียงในห้องเพียงลำพัง สีหน้าของอนุศนิยากำลังสับสน คำพูดของโสมมิกาที่เคยบอกอนุศนิยาไว้ กลับมาหลอกหลอนอนุศนิยาอีกครั้ง
“อะไรที่มัดใจเธอ มันมาจากฉันทั้งนั้น เขาทรีทเราสองคนเหมือนกัน จะได้ไม่สับสนเวลาสับรางไง”
อนุศนิยาเจ็บใจเมื่อนึกได้ว่าเธออาจจะโดนสวมเขามานาน
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงเรียกของศตวรรษ “นุศ... นุศเปิดประตูหน่อย ฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม”
เสียงเรียกของศตวรรษทำให้อนุศนิยายิ่งเสียใจ
“เขาอยู่กับเธอก็เพราะเงินน่ะซี่ เล่นเสนอทั้งเงินทั้งตัวให้เขาฟรีๆ ใครจะไม่เอา ถ้าไม่มีเงินไม่รู้เขาจะเต็มใจอยู่กับคนอย่างเธอรึเปล่า”
อนุศนิยาครุ่นคิดอย่างหนัก ไม่รู้แล้วว่าจะเชื่อศตวรรษได้มากแค่ไหน ศตวรรษยังคงทุบประตูเรียกอนุศนิยาอยู่หน้าห้อง แต่เมื่อเห็นว่านุศใจแข็งและคงไม่ยอมออกมาเคลียร์ง่ายๆ ศตวรรษก็ทรุดลงนั่งหน้าประตู รอให้อนุศนิยาเปิดประตูออกมา

วันต่อมา อนุศนิยานั่งเหม่ออยู่ที่ห้องประชุม ยังไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน ตลอดเวลาที่เหม่อ ก็เผลอเอามือหมุนแหวนแต่งงานที่สวมเอาไว้ ประภากับใบเฟิร์นกำลังเปิดโปรเจ็คเตอร์ให้ดู
“นี่นะคะ ภาพโฆษณาที่ถ่ายได้ ออกมาน่ารักมากๆ รับรองได้ว่าใครเห็นเป็นต้องกรี๊ส”
ประภากดวิดิโอให้เห็นภาพอบอุ่นที่อนุศนิยากับศตวรรษใช้ชีวิตอยู่บนโซฟาในหลากหลายอิริยาบถ รวมถึงภาพเบื้องหลังที่พวกเขาแอบถ่ายอนุศนิยากับศตวรรษเอาไว้ อนุศนิยาเหลือบมองภาพนั้นอย่างไม่แน่ใจ เธอจับตาดูภาพศตวรรษในจอแล้วรู้สึกว่าไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้อีกรึเปล่า
“ไหนๆ จะออกคอลเลคชั่นมาพลิกวิกฤติให้กับคาซ่า เราก็เลยจะมีอีเว้นท์สร้างบรรยากาศให้คาซ่าเป็นแลนด์มาร์คอีกที่ที่คู่รักควรมาเดทกัน ในงานอีเว้นท์ ก็จะเปิดตัวคอลเลคชั่นนี้พร้อมกับเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ของเราไปพร้อมๆกันด้วย”
อนุศนิยาได้แต่ทอดถอนใจ เริ่มไม่แน่ใจว่าเธอกับศตวรรษยังหวานจ๋าเหมือนกับในโฆษณาได้อีกรึเปล่า ระหว่างนั้นมือถือของอนุศนิยาที่ปิดเสียงไว้ก็มีสายเรียกเข้าจากศตวรรษ อนุศนิยานั่งกุมขมับ ท่าทางเหนื่อยอ่อน ได้แต่มองมือถือแล้วทำนิ่งเฉย
ศตวรรษรอสายอยู่นานจนกระทั่งพยาบาลเปิดประตูเข้ามา “คุณหมอขา... คนไข้มาแล้วค่า” พอศตวรรษเห็นคนไข้ ก็จำใจต้องตัดสายไปอย่างเสียดาย

อนุศนิยาหลบเข้ามาทำใจในห้องน้ำ เธอรู้สึกทั้งเหนื่อยและเพลีย จนต้องยืนยึดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเอาไว้เพราะแทบจะทรงตัวยืนไม่ไหว อนุศนิยาตกใจไม่เคยนึกเลยว่าจะมีวันที่เธอต้องมาปวดหัวด้วยเรื่องความรัก
นันทนาเดินเข้ามา พออนุศนิยาเห็นก็รีบยืนยืดตัวขึ้นมาทันที นันทนาเดินมายืนข้างๆอนุศนิยาพลางเอาแป้งขึ้นมาทาหน้าไปด้วย “ได้ยินว่าเมื่อคืนที่บ้านมีดราม่า บางทีเงินอย่างเดียวมันก็มัดผู้ชายไม่อยู่“ อนุศนิยารีบเปิดน้ำล้างมือ ทำไม่สนใจ นันทนาพูดต่อ “ตอนนั้นฉันยังโง่...เลยเชื่อตามนังคุณเสาที่ยุให้เอาลูกชายมาขาย นี่ยังดีนะที่เราไม่บ้าจี้ไปจดทะเบียนแต่งงานกับมัน มันน่ะอยากจดทะเบียนผูกมัดแกจนตัวสั่น เพราะนึกว่าจะได้เกาะเรากินได้ทั้งชีวิต เดี๋ยวรอดูมันจะต้องพ่นพิษใส่แกอีกเยอะ” พูดเสร็จนันทนาก็เดินออกไป
อนุศนิยาได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มระแวงเรื่องที่ไปจดทะเบียนสมรสกับศตวรรษ อนุศนิยาครุ่นคิด สับสน จนปล่อยให้น้ำจากก๊อกไหลผ่านทิ้งไป

ค่ำนั้น อนุศนิยาเดินผ่านกระจกดิสเพลย์ที่ทีมงานกำลังจัดเตรียมงานกันอยู่ ทีมงานกำลังเอารูปคู่ขนาดใหญ่ของศตวรรษและอนุศนิยาที่จะใช้โปรโมทมาติดเป็นแบ็คกราวน์ อนุศนิยาเห็นก็หยุดยืนมองลูกน้องกำลังจัดเตรียมงานแล้วหนักใจ อนุศนิยาสังเกตเห็นเงาสะท้อนของศตวรรษที่ปรากฏบนกระจกจึงหันกลับไป อนุศนิยาตกใจเมื่อเห็นศตวรรษมายืนอยู่
“ขอเวลาหน่อยนะ แค่ 15 นาทีก็ได้” อนุศนิยายืนหน้าเชิดไม่ตอบอะไร ศตวรรษเห็นแล้วก็รู้ว่าอนุศนิยายังคงโกรธเขาอยู่ “ยกโทษให้ผมเถอะ ถ้าผมจะผิดก็ผิดเพราะผมตามเกมโสมไม่ทัน แต่ผมไม่เคยใจอ่อนหรือรู้สึกอะไรกับเขาทั้งนั้น ผมไม่มีวันนอกใจนุศทั้งต่อหน้าและลับหลัง….”
“โดนเขาล่อลวงติดๆ กันสองครั้ง ปัญหาไม่น่าจะอยู่ที่โสมแล้วมั้ง”
“จะต้องให้ทำยังไง นุศถึงจะเชื่อว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเขา”
“ไม่ต้องทำอะไร แค่กลับมาทำหน้าที่คุณซะ” ศตวรรษดีใจมากเมื่อเห็นอนุศนิยาให้โอกาสเขาอีกครั้ง “เพื่อเห็นแก่คาซ่า คุณต้องมาทำหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ของคุณต่อ ตอนนี้คุณมีค่ากับบริษัท ฉันจะไม่ยอมเอาอนาคตของบริษัทไปทิ้งเพราะคนๆ เดียว”
ศตวรรษหุบยิ้มทันที มองไปที่ดิสเพลย์ด้านหลัง เห็นทีมงานติดรูปของเขากับอนุศนิยา “สรุปว่าผมมีค่าแค่เป็นลูกจ้างของคุณใช่ไหม”
“มาทำงานใช้หนี้คุณซะ อะไรที่ฉันลงทุนไป ฉันต้องได้กลับคืนมา ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ถ้าคุณทำฉันเสียหน้า คุณจะต้องชดใช้”
ศตวรรษอึ้งกับคำพูดที่ไร้เยื่อใยของอนุศนิยา
หน้าบ้านวรเลิศลักษณ์ตอนกลางคืน หมอนบนเตียงวันนี้ที่ว่างเปล่าไร้ร่างของศตวรรษนอนอยู่ อนุศนิยาซึ่งนอนอยู่อีกฝั่งของเตียงกำลังนอนจับตามองไปยังหมอนใบที่ว่างเปล่านั้นอย่างเหงา
อีกห้องหนึ่ง ศตวรรษนอนอยู่บนเตียงคนเดียว เขาเอามือก่ายหน้าผาก สีหน้ากลัดกลุ้ม

หลายวันต่อมา นันทพลเดินออกกำลังกายตอนเช้า อังกาบมาคอยดูแลนันทพลไปด้วย อังกาบพยายามหาทางพูด “เอ่อ..คุณพลคะ หนูนุศ กับ คุณหมอ นอนแยกห้องกันมาหลายคืนแล้วนะคะ“ นันทพลที่เดินๆอยู่หยุดชะงัก“ครั้งนี้ดูท่าทางว่าจะทะเลาะกันหนักกว่าทุกครั้ง บอกตรงๆดิฉันเป็นห่วง”
“หมอไม่ทิ้งยัยนุศหรอกคุณกาบ เขาจดทะเบียนกันแล้ว หมอไม่ทำให้ยัยนุศเสียชื่อแน่”
“คุณพลแน่ใจเหรอคะว่าทะเบียนสมรสจะยื้อพวกเขาไว้ได้ ถ้าพวกเขารักกันไม่พอฉันว่า ทะเบียนสมรสมันก็แค่กระดาษเปล่า” นันทพลนิ่งคิดตามที่อังกาบพูด อังกาบเห็นอาการ..ก็รู้สึกผิดที่สิ่งที่เธอพูดอาจทำร้ายจิตใจนันทพล “เอ่อ..ขอโทษค่ะ ฉันพูดมากเกินไป”
“คุณกาบพูดถูกแล้วล่ะ .. บางทีฉันอาจจะผิดที่คิดจะผูกมัดคนสองคนไว้ด้วยกัน ทั้งๆที่เขายังไม่ได้เรียนรู้กันมากนัก..แต่ฉันเชื่อว่าฉันมองคนไม่ผิด ฉันเชื่อว่าหมอรักยัยนุศจริงและมากพอที่จะทำทุกอย่างเพื่อยัยนุศได้...ส่วนยัยนุศเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะร่วมสุขและทุกข์ไปพร้อมๆกับหมอ ถ้าพวกเขาผ่านมันไปด้วยกันไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับความล้มเหลว และคอยเป็นกำลังใจให้พวกเขาเดินต่อไป” นันทพลพูดจบก็เดินต่อไป..อย่างคนเข้าใจชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก
อังกาบมองนันทพลอย่างเข้าใจ เห็นใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่

อนุศนิยาในชุดทำงานกำลังแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก ขณะกำลังทาลิปสติกอยู่ อนุศนิยารู้สึกผะอืดผะอมเหมือน อยากจะอาเจียน ศตวรรษเดินเข้ามา ทันทีที่อนุศนิยาเห็นศตวรรษเข้ามาก็ทำเป็นไม่สนใจ ศตวรรษรู้ว่าอนุศนิยายังโกรธเขาอยู่ ศตวรรษเดินเฉียดอนุศนิยาไปที่ห้องน้ำ พอศตวรรษเฉียดมาใกล้ อนุศนิยารีบเดินหลีกไป ศตวรรษถือโอกาสนั้นรวบร่างของขออนุศนิยามากอดไว้
ศตวรรษกอดอนุศนิยาเอาไว้ “เลิกงอนเถอะนะ”
อนุศนิยาพยายามจะสลัดตัวออกจากศตวรรษ รังเกียจที่ศตวรรษจะเข้าใกล้ “ปล่อย”
อนุศนิยาสะบัดตัวอย่างแรงจนหลุดออกมาจากศตวรรษมาได้ อนุศนิยาจะหนี ศตวรรษยกแขนกั้นขวางไม่ให้อนุศนิยาไป อนุศนิยาถูกกั้นให้อยู่ที่ตรงหน้าตู้ ศตวรรษพยายามจะยื้อให้อนุศนิยาเผชิญหน้ากับเขา
ศตวรรษจับคางให้นุศหันมาเผชิญหน้า พูดอย่างอ่อนโยน “เวลานุศหึงมันก็ดี แต่ต้องไม่ใช่หึงไม่รู้จักเลิกอย่างนี้ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้มีอะไรกับเขา”
ศตวรรษก้มหน้าลงจะจูบ อนุศนิยายังโกรธอยู่รีบเบี่ยงหน้าหนี ศตวรรษเห็นอาการอย่างนั้นก็ท้อใจที่อนุศนิยาไม่พยายามจะทำความเข้าใจ เขาปล่อยมือออก อนุศนิยาเดินหนีทันที ศตวรรษมองตามอนุศนิยาที่ทำเหมือนไม่แคร์เขาแล้วอย่างเหนื่อยใจ ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้เธอใจอ่อนซักที

โสมมิกากับจีน่านั่งอยู่ด้วยกัน
“นังนุศกับหมอวรรษนอนแยกห้องกันแล้ว แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะเลิกๆ กันซะที”
“อยากให้ลูกเธอเป็นทายาทของคาซ่าแค่คนเดียวสินะ”
“ทุกวันนี้ไม่เห็นมีใครเห็นหัวลูกจีน่า ทำยังกะมันเป็นลูกคนใช้อย่างนั้นล่ะ”
“ถ้าอยากให้เขาเลิกกัน ให้บ้านนั้นมาง้อลูกเธอก็เอานี่ไปซะ” โสมมิกาส่งซีดีหนึ่งแผ่นให้กับจีน่า จีน่ามองอย่างแปลกใจ “ดูซะ แล้วเธอจะรู้ว่าควรทำยังไง นี่อาจจะเป็นใบเบิกทางซื้ออนาคตให้ลูกเธอก็ได้”
โสมมิกายิ้ม จีน่าไม่รู้ว่าในซีดีนั้นคืออะไรกันแน่

ที่อีเว้นต์เปิดตัวคอลเลคชั่น “โอบ” ที่จัดขึ้นที่คาซ่าสตูดิโอ ภายในงานมีการเชิญคู่รักเข้ามาร่วมงาน เห็นคู่รักหลายคู่แต่งตัวแมตช์กันเป็นคู่ๆ เพื่อมาลงทะเบียนเข้างาน ที่ข้างเวที ประภาคอยควบคุมคิวบนเวทีอยู่ ประภาคอยสั่งการบอกคิวกับทีมงานตรงนั้น “พอเพลงจบ แล้วเดี๋ยวเปิดไมค์เวที เตรียมคิวสัมภาษณ์เลยนะ”
ระหว่างที่ทีมงานทุกคนกำลังวุ่นอยู่ตรงนั้น จีน่าโผล่มาร่วมสังเกตการณ์งานอยู่ด้วย ในขณะนั้นบนเวที พิธีกรกำลังสัมภาษณ์ศตวรรษและอนุศนิยาในฐานะพรีเซนเตอร์คนใหม่ของคาซ่า โดยมีคู่รักต่างๆ มานั่งฟังอยู่ บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างสบายๆ เป็นกันเอง
“อย่างที่ทราบกันดี คุณนุศกับคุณวรรษก็เพิ่งจะแต่งงานกันไม่นานนี้ ช่วยเล่าเรื่องเรือนหอของทั้งคู่ให้ฟังได้ไหมคะ”
“ตอนนี้เรายังไม่มีบ้านของตัวเอง แต่เราก็กำลังจะมีบ้านของตัวเองเร็วๆ นี้ครับ ไอเดียในการเลือกบ้านของเราก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วว่าที่ไหนมีเขาอยู่ ที่นั่นก็เรียกว่าบ้านเราแล้วครับ” ศตวรรษคว้ามือของอนุศนิยามาจับไว้
อนุศนิยายิ้มแต่ตวัดสายตามองศตวรรษที่ตั้งใจฉวยโอกาสนี้ง้อเธออย่างรู้ทัน ใบหน้าของชยากรทำหน้าหมั่นไส้เมื่อเห็นศตวรรษพยายามจะสวีตสร้างภาพกับนุศแบบนั้น มิรันตรีเหลียวหันไปจ้องชยากรทันทีเพราะอยากจะดูปฏิกิริยาของเขา
“วันนี้เราเลยมีภาพเบื้องหลังน่ารักๆ ตอนถ่ายทำของทั้งคู่มาให้ดู ไปดูกันนะคะว่านอกจอกับในจอของทั้งคู่เหมือนกันแค่ไหน”
ภาพที่จอบนเวที และในบริเวณงานเปิดขึ้นมา เป็นคลิปของศตวรรษกับโสมมิกาที่ถูกอัดจากกล้องวงจรปิดในรถยนต์ ในภาพนั้นเห็นตั้งแต่โสมมิกาเข้าจู่โจมจูบศตวรรษ ทันทีที่ภาพขึ้นมาก็เรียกเสียงฮือฮาให้กับแขกในงานอย่างมาก อนุศนิยาเห็นปฏิกิริยาของคนในงานก็หันไปมองที่จอ แล้วก็เห็นภาพของโสมมิกาโผเข้าคร่อมร่างของศตวรรษแล้วนัวเนียกอดจูบศตวรรษอยู่บนรถ ศตวรรษเองก็ช็อคพอๆ ที่เห็นตัวเองถูกแฉ ชยากรและมิรันตรีพากันอึ้งที่เห็นภาพฉาวโผล่ขึ้นมากลางงาน
ใบเฟิร์นกรี๊ดกร๊าดเข้ามาที่คอนโทรลบอร์ด “โอ๊ยตายแล้ว... ปิดสิ...ปิด ใครเอาหนังเอ็กซ์มาเปิดแถวนี้”
“โอย... ปิดเร็วๆ เข้าซี่”
จีน่ายืนมองดูความวุ่นวายของทุกคนแล้วยิ้มสะใจ

บนเวทีอนุศนิยายังยืนช็อคอยู่เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์คืนนั้นตำตา อนุศนิยาหันมามองศตวรรษอย่างไม่เชื่อสายตา “นี่ใช่ไหมที่เรียกว่าไม่มีอะไร”
“นุศ...”
นักข่าวและเหล่าตากล้องในงานใช้โอกาสนั้นเก็บภาพข่าวกันใหญ่ ภาพบนจอบนเวทีดับลง อนุศนิยาทนอับอายไม่ไหว จึงวิ่งออกจากงานไปทันที ศตวรรษรีบวิ่งตามอนุศนิยาไป ทิ้งพิธีกรไว้ยืนเคว้งบนเวที ชยากรกับมิรันตรีอึ้ง

ทีมงานดึงซีดีออกมาจากโน้ตบุ้ค เขาอึ้งทันที “มีคนมาเปลี่ยนซีดี”
“โอ๊ย... ใครมาป่วนงานฉันเนี่ย”
“ไปดูวงจรปิด ควานหาตัวมาเดี๋ยวนี้”
จีน่าได้ยินประภาสั่งแบบนั้นก็ตกใจ รีบถือโอกาสเดินหนีจากตรงนั้นไปทันที

อนุศนิยาวิ่งเตลิดออกมาจากงาน
ศตวรรษรีบวิ่งไล่ตามอนุศนิยามา “นุศ... เดี๋ยว... อย่าเพิ่งไป”

อ่านเพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ตอนที่ 16/5 วันที่ 8 พ.ค.59

ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทประพันธ์โดย กรุง ญ. ฉัตร
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ผลิตโดย บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ควบคุมการผลิตโดย คุณแอน ทองประสม
ละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ